จับปลา
ภายหลังสิ้นสุดฤดูหนาวและเข้าสู่ฤดูร้อน ส่งผลให้แผ่นดินตามทุ่งนาเริ่มแตกระแหง แหล่งน้ำตามธรรมชาติก็เริ่มแห้งขอดตามสภาพอากาศ กระทบต่ออาชีพเกษตรและอุปโภคบริโภค แต่ขณะที่อีกด้านภัยแล้งกลับเป็นอานิสงส์ให้ชาวบ้าน บ้านศรีวิชา ตำบลห้วยยาง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร พากันนำอุปกรณ์ เช่น แห ยอ ข้องใส่ปลา ออกไปตระเวนจับปลาตามหนองบึงที่น้ำเริ่มแห้งขอดจนเกือบแห้ง เพื่อลงมือจับปลาแม้จะใช้เวลาเกือบทั้งวันแต่ก็คุ้มค่าเนื่องจากปลาที่ได้มีทั้งน้อยใหญ่ เช่น ปลาซิว ปลากระดี่ ปลาขาว ปลาดุก และปลาช่อน นางสาวพรรณิภา ศรีวิไล อายุ 45 ปี ชาวบ้านที่ออกมาจับปลาบอกว่า ปลาที่ได้ทั้งหมด หากได้เยอะจะนำไปขายที่ตลาดบายพาสเทศบาลนครสกลนคร ส่วนปลาขายดีที่สุดในช่วงหน้าแล้งคือ ปลาซิว เพราะผู้บริโภคมักนิยมนำไปทำอ่อมหรือหมกปลาซิวใส่ใบตองทั้งนึ่งและย่างไฟ ส่วนปลาช่อนจะขายได้ถึงกิโลกรัมละ 150 บาท เพื่อที่จะนำไปทำสารพัดเมนูอาหาร จึงทำให้ช่วงฤดูแล้งปีนี้มีรายได้เฉลี่ย 600-700 บาทต่อวัน หากปลาซิวเหลือก็จะนำกลับมาทำเป็นปลาร้าหรือปลาจ่อม ไว้กักตุนบริโภคในหน้าแล้งเพื่อลดรายจ่ายไปในตัว
วันที่ 20 มกราคม2560 ชาวบ้านในพื้นที่ อ.เมืองชัยนาท และ อ.สรรพยา จ.ชัยนาทนำเครื่องมือประมงมาลงทำการจับปลาในคลองมหาราช พื้นที่ ต.ตะหลุก อ.สรรพยา ซึ่งเป็นคลองส่งน้ำแยกจากแม่น้ำเจ้าพระยาในฝั่งตะวันออก หลังจากที่โครงการชลประทานมหาราชได้ลดการส่งน้ำเข้าคลอง ส่งผลให้ระดับน้ำลดต่ำลงอย่างมาก ทำให้สามารถใช้เครื่องมือลงจับปลาได้ง่ายขึ้น ชาวบ้านที่ทราบข่าวจึงทะยอยเดินทางมาเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง ชาวบ้านบอกว่าในช่วงที่น้ำในคลอลดต่ำลง ช่วงแรกๆ ถือว่าเป็นนาทีทอง เพราะยังมีปลาจะนวนมากที่ยังอยู่ตามวังน้ำ ที่ชาวบ้านจะนำตาข่ายมาลงดัก ส่วนแหเป็นเครื่องมือที่เป็นที่นิยมมากที่สุดคือแหไนล่อน เพราะสามารถทอดและจับปลาได้ทันที ซึ่งปลาส่วนใหญ่ที่จับได้ในวันนี้้จะเป้นปลาเกล็ดเช่น ปลาตะเพียน ปลากา ปลากราย และมีบางรายจับปลาหนังที่จะได้ราคากว่าด้วยเช่นปลากดคัง ปลาเคล้า ซึ่งเมื่อได้ปลามาแล้วส่วนหนึ่งแม่บ้านที่ตามมาด้วยก็จะแร่เนื้อแช่น้ำแข็งเพื่อรักษาความสดเพื่อนำกลับไปแปรรูปเป็นอาหาร และบางส่วนก็จะนำปลาที่ยังเป็นๆ ไปขายให้ร้านอาหารและแม่ค้าปลา ซึ่งจะรับซื้อปลาเกล็ดในราคากิโลกรัมละ50-60บาท ส่วนปลาหนังกิโลกรัมละ150-180บ
ชาวบ้านสูบสระจับปลาเตรียมเลี้ยงต้อนรับลูกหลานและญาติ ที่เดินทางกลับมาบ้านช่วงเทศกาลปีใหม่ หนึ่งในวิถีชีวิตของชาวชนบท ช่วงใกล้เทศกาลปีใหม่ที่จะมาถึงในไม่กี่วันนี้ ตามพื้นที่ชนบทต่างๆตามอำเภอรอบนอก เริ่มมีการจัดเตรียมหาข้าวปลาอาหาร เพื่อรอเลี้ยงญาติพี่น้องที่จะกลับมาบ้าน ขณะที่ชาวบ้านเจ้าคุณ ตำบลโชคนาสาม อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ก็ได้ร่วมกันสูบสระน้ำธรรมชาติตามพื้นที่นาของตนเอง เพื่อจับปลานำมาประกอบอาหารและเก็บไว้เลี้ยงต้อนรับลูกหลานและญาติๆที่จะเดินทางกลับจากต่างจังหวัดในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยสระน้ำธรรมชาติแต่ละแห่งก็จะมีขนาดแตกต่างกัน ซึ่งเป็นวิถีชาวบ้านที่เรียบง่ายและไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย โดยปลาที่ได้จะเป็นปลาตามธรรมชาติ มีทั้งปลาช่อนนา ปลาดุกนา และปลาหมอ และปลาอื่นๆอีกหลายชนิด ลุงสมพงษ์ มีงามดี ชาวบ้านเจ้าคุณ บอกว่าวันนี้ตั้งใจรวมญาติพี่น้อง นำเครื่องสูบน้ำมาสูบน้ำออกจากสระ เพื่อจับปลา นำไปทำอาหารเลี้ยงญาติพี่น้องลูกหลาน ที่จะเดินทางกลับจากไปทำงานยังต่างจังหวัด ทุกปีช่วงวันหยุดยาวก็จะมารวมญาติพี่น้อง แบบนี้ทุกครั้ง ถือเป็นความสุขเล็กๆน้อยๆของญาติพี่น้อง ที่ได้มาเจอกันในช่วงเทศกาลปีใ
โครงการส่งเสริมศิลปาชีพบ้านทรายทอง ตำบลปทุมวาปี อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร เป็นหนึ่งในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านเกษตรแบบผสมผสาน เช่น การปลูกพืชผัก ผลไม้ ไม้ดอกไม้ประดับ เลี้ยงปลา เลี้ยงสัตว์ ปลูกป่าเป็นแหล่งอาหารชุมชนแล้ว ยังเป็นแหล่งจ้างงาน และแหล่งถ่ายทอดความรู้ทางวิชาการที่เกิดจากภูมิปัญญาชาวบ้านและเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้แก่ชาวบ้านนำไปประกอบอาชีพอย่างถูกวิธี และมีผลผลิตเพิ่มขึ้น ลดปัญหาการละทิ้งถิ่นฐาน เพื่อไปรับจ้างในเมืองอีกด้วย “การสร้างลานปลา” เป็นหนึ่งในภูมิปัญญาท้องถิ่นที่น่าเรียนรู้ในโครงการแห่งนี้ การสร้างลานปลาแบบโบราณของชาวสกลนคร ไม่มีขั้นตอนยุ่งยากอะไร ผู้สนใจสามารถนำองค์ความรู้นี้ไปประยุกต์ใช้กับแหล่งน้ำธรรมชาติทั่วไป หรือสระน้ำทุกพื้นที่ เริ่มจากนำไม้ไผ่มาปัก 4 มุม ในระยะกว้าง 20 เมตร ยาว 15 เมตร นำตาข่ายสีเขียวหรือสีดำ ขนาดความถี่ ประมาณ 1 เซนติเมตร มาผูกกับไม้ไผ่ทั้ง 4 ด้าน ปล่อยให้ตาข่ายจมอยู่ใต้ผิวน้ำ หลังจากนั้น นำกิ่งไม้มาลอยสุมอยู่เหนือตาข่าย เมื่อสร้างลานปลาเสร็จแล้ว ปล่อยให้ปลาเข้าอาศัยในลานปลา ประมาณ
พาไปดูวิธีจับปลาบริเวณน้ำขังกลางทุ่งนาของชาวกัมพูชา โดยเริ่มจากการก่อคันดิน และวิดน้ำออกจากบริเวณที่น้ำขังจนเกือบแห้งเพื่อจับปลาด้วยมือเปล่า ซึ่งวิธีนี้จะทำให้สามารถจับปลาได้ง่าย โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์มากมาย ทั้งนี้ วิธีการจับลักษณะนี้แพร่หลายตามชนบทในประเทศกัมพูชาและเด็กๆก็มักจะมาลงมือทำกันด้วย โดยคลิปนี้เป็นทุ่งนาในเมืองเสียมราฐ https://www.youtube.com/watch?v=szpqKcY7JLo สำหรับเกร็ดอาหารที่ทำจากปลาของชาวกัมพูชานั้นความที่ขึ้นชื่อเรื่องปลาน้ำจืดเพราะมีโตนเลสาปเป็นแหล่งปลาน้ำจืดที่สำคัญของโลก มีแม่น้ำโขง แม่น้ำบาสัค โดยปลาที่นิยมได้แก่ ปลาเนื้ออ่อน ปลาสวาย ปลาดุก ปลาเทโพ ปลากด ปลาสังกะวาด ปลาสร้อย ปลาหมู ปลาเบี้ยว ปลาม้า ปลาตะโกก นิยมนำมาทำเป็นปลาแห้ง และปลาเค็ม ทั้งนี้ ปลาร้า ในภาษาเขมร เรียก “ปราฮ็อก” ในหนังสือโอชาอาเซียน (สนพ.มติชน) เล่าถึงเมนู น้ำพริกปลาร้ากะทิเขมร หรือปราฮ็อก กะติ โดยจะตำเครื่องแกงเหลืองที่ประกอบด้วย หอมแดง กระเทียม ตะไคร้ ข่า ขมิ้น และผิวมะกรูด ใส่ครกตำให้ละเอียด ด้านหนึ่งนำพริกแห้งไปแช่น้ำ แล้วนำพริกที่แช่น้ำจนนุ่มแล้วมาสับบนเขียงแยกไว้ จากนั้
