จิ้งหรีด
แม้ว่าที่ผ่านมาจะได้รับการเชื้อเชิญให้ลองชิมเมนูจิ้งหรีดทอดหลายต่อหลายครั้งในหลายโอกาส แต่ก็ไม่กล้าลองสักครั้ง เพราะเห็นตัวแล้วรับประทานไม่ลง เป็นคนประเภทไม่ชอบหม่ำบรรดาสัตว์สี่ขาแบบนี้ อย่างไรก็ตามเชื่อว่ารสชาติมันคงเอร็ดอร่อยจริงๆ ไม่เช่นนั้นคงไม่เป็นอาหารจานโปรดของผู้คนจำนวนไม่น้อย วันก่อนมีอันต้องไปทำธุระแถวบ้านปราสาท ตำบลธารปราสาท อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา เห็นแม่ค้าขายจิ้งหรีดทอดใส่ถุง ขายถุงละ 20 บาท สอบถามคุณวิเชษฐ น้อยกลาง คนขายวัยกว่า 50 ปี ได้ความว่า เป็นคนเลี้ยงจิ้งหรีดเอง และนำมาทอดขายในวันเสาร์-อาทิตย์ หรือช่วงเทศกาลที่มีนักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยวที่บ้านปราสาท ซึ่งแม้จะเป็นมือใหม่เพิ่งเลี้ยงเจ้าจิ้งหรีดและสะดิ้งไม่กี่เดือน แต่ผลตอบแทนที่ได้รับก็ทำเอาคุณวิเชษฐปลื้มใจและมีกำลังใจที่จะเลี้ยงต่อไป คุณวิเชษฐ พาไปดูโรงเรือนเลี้ยงที่ทำง่ายๆ หลังไม่ใหญ่นัก ใช้อิฐบล็อก 200 ก้อน ปูน 10 ถุง มีหลังคาและก่ออิฐบล็อกกั้นเป็นที่อยู่ และใช้ถาดบรรจุไข่เป็นที่ให้พวกมันอาศัยหลับนอน จิ้งหรีดจะตัวใหญ่มีสีดำ ส่วนสะดิ้งมีสีขาวขุ่นๆ ตัวเล็กกว่าเยอะ คุณวิเชษฐเล่าว่า เริ่มเลี้ยงเมื่อเดือนมิถุนา
ในช่วง 10 ปีมานี้ วงการแมลงบ้านเราเติบโตอย่างเห็นได้ชัด เพราะได้รับความนิยมจากผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเหตุนี้เองจึงมีเกษตรกรจำนวนไม่น้อยหันมาเลี้ยงกันอย่างจริงจัง โดยเฉพาะ จิ้งหรีด ซึ่งเลี้ยงง่ายและได้ราคาดี มีเงินลงทุนหลักร้อยหลักพันก็สามารถเริ่มต้นเลี้ยงกันได้แล้ว ที่สำคัญหน่วยงานต่างๆ ของรัฐต่างส่งเสริมอย่างจริงจัง อย่างกรณีของ คุณยุวดี ผลาปรีย์ วัย 61 ปี เกษตรกรบ้านเหล่าอ้อย หมู่ที่ 9 ตำบลร่องคำ อำเภอร่องคำ จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งปัจจุบันเลี้ยงจิ้งหรีดมากถึง 30 คอก โดยได้รับการสนับสนุนจากโครงการเลี้ยงจิ้งหรีดของสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ พื้นที่ต้นแบบ จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งมีเกษตรกรเข้าร่วมทั้งหมด 44 ราย เป็นรายใหญ่ 4 ราย นอกนั้นเป็นรายเล็กๆ ที่เลี้ยงกันรายละ 2-3 คอก ให้อาหาร เช้า-เย็น คุณยุวดี เล่าว่า เมื่อปี 2558 ได้สมัครเข้าโครงการส่งเสริมการเลี้ยงจิ้งหรีดของสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระฯ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่มาแนะนำให้ความช่วยเหลือในการทำโรงเรือน และจัดหาจัดซื้ออุปกรณ์ต่างๆ โดยทางสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกร
เกษตรฯ ติวผู้ส่งออก “ผลิตภัณฑ์จิ้งหรีด”รู้ทันกฎระเบียบว่าด้วยอาหารใหม่ EU กรุยทางชิงส่วนแบ่งตลาดเกษตรฯ ติวเข้มผู้ส่งออก “จิ้งหรีดและผลิตภัณฑ์” รู้ทันเงื่อนไขกฎระเบียบ ว่าด้วยอาหารใหม่ของ EU เริ่มบังคับใช้ 1 ม.ค. 61 หวังกรุยทางเปิดตลาดส่งออก ชิงส่วนแบ่งชี้โอกาสตลาดยุโรปต้องการสูงแนวโน้มดี นายพิศาล พงศาพิชณ์ รองเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า จิ้งหรีดเป็นแมลงเศรษฐกิจชนิดหนึ่งที่มีศักยภาพและมีโอกาสในการส่งออกสูงโดยเฉพาะตลาดสหภาพยุโรปหรืออียู (EU) มีผู้ประกอบการหลายรายสนใจนำเข้าผลิตภัณฑ์จิ้งหรีดจากไทยค่อนข้างมาก ทั้งในรูปจิ้งหรีดแช่แข็ง ต้มบรรจุกระป๋อง และจิ้งหรีดอบและบดเป็นโปรตีนผงเพื่อใช้เป็นส่วนผสมอาหาร เป็นต้น ซึ่งความต้องการมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น แต่เนื่องจากการบังคับใช้กฎระเบียบว่าด้วยอาหารใหม่หรือโนเวลฟู้ด (Novel Food) ของ EU ซึ่งเริ่มมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561 ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมสินค้าที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก โดยสินค้าเกษตรและอาหารหลายรายการ รวมทั้งจิ้งหรีดและผลิตภัณฑ์ ต้องดำเนินการยื่นขอขึ้นทะเบียนตามข้อกำหนดภายใต้กฎหมาย
เกษตรฯติวเข้มผู้ส่งออก “จิ้งหรีดและผลิตภัณฑ์” รู้ทันเงื่อนไขกฎระเบียบ ว่าด้วยอาหารใหม่ของ EU เริ่มบังคับใช้ 1 ม.ค. 61 หวังกรุยทางเปิดตลาดส่งออก ชิงส่วนแบ่ง ชี้โอกาสตลาดยุโรปต้องการสูงแนวโน้มดี นายพิศาล พงศาพิชณ์ รองเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า จิ้งหรีดเป็นแมลงเศรษฐกิจชนิดหนึ่งที่มีศักยภาพและมีโอกาสในการส่งออกสูงโดยเฉพาะตลาดสหภาพยุโรปหรืออียู (EU) มีผู้ประกอบการหลายรายสนใจนำเข้าผลิตภัณฑ์จิ้งหรีดจากไทยค่อนข้างมาก ทั้งในรูปจิ้งหรีดแช่แข็ง ต้มบรรจุกระป๋อง และจิ้งหรีดอบและบดเป็นโปรตีนผงเพื่อใช้เป็นส่วนผสมอาหาร เป็นต้น ซึ่งความต้องการมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น แต่เนื่องจากการบังคับใช้กฎระเบียบว่าด้วยอาหารใหม่หรือโนเวลฟู้ด (Novel Food) ของ EU ซึ่งเริ่มมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561 ที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมสินค้าที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก โดยสินค้าเกษตรและอาหารหลายรายการ รวมทั้งจิ้งหรีดและผลิตภัณฑ์ ต้องดำเนินการยื่นขอขึ้นทะเบียนตามข้อกำหนดภายใต้กฎหมาย สถานะอาหารใหม่ (Novel Food) พร้อมทั้งจัดทำเอกสารข้อมูลทางวิชาการประกอบการยื่นขอ (Scientific D
นายพิศาล พงศาพิชณ์ รองเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า แนวโน้วการส่งออกจิ้งหรีดไปสหภาพยุโรป หรืออียู (อียู) กำลังสดใส มีผู้นำเข้าจิ้งหรีดจากไทย ทั้งในรูปจิ้งหรีดแช่แข็ง ต้มบรรจุกระป๋อง และจิ้งหรีดอบและบดเป็นโปรตีนผงเพื่อใช้เป็นส่วนผสมอาหาร เป็นต้น แต่เนื่องจากการบังคับใช้กฎระเบียบว่าด้วยอาหารใหม่หรือโนเวลฟู้ด (Novel Food) ของ อียู ซึ่งเริ่มมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2561 ทั้งนี้ กฎระเบียบโนเวลฟู้ด ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมสินค้าที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก โดยสินค้าเกษตรและอาหารหลายรายการ รวมทั้งจิ้งหรีดและผลิตภัณฑ์ ต้องดำเนินการยื่นขอขึ้นทะเบียนตามข้อกำหนดภายใต้กฎหมาย สถานะอาหารใหม่ (Novel Food) พร้อมทั้งจัดทำเอกสารข้อมูลทางวิชาการประกอบการยื่นขอ (Scientific Dossier) โดยสามารถยื่นคำขอในสถานะอาหารที่มีการบริโภคมานาน (Traditional Food) หรือสถานะอาหารใหม่ (Novel Food) เพื่อให้สำนักงานความปลอดภัยอาหารแห่งสหภาพยุโรป (EFSA) พิจารณาความปลอดภัยหรือหลักฐานการบริโภคก่อนอนุญาตเปิดตลาดนำเข้าอย่างเป็นทางการ ดังนั้น มกอช. จึงเร่งประสานความร่วมมือกับสำนักงานคณะผู้แทน
เมื่อวันที่ 9 มกราคม จากกรณีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีทำการทดลองสกัดโปรตีนจากจิ้งหรีดทำเครื่องดื่มเสริมกล้ามเนื้อ พบมีคุณภาพเทียบเท่าเวย์โปรตีน ทำให้เกษตรกร ชาวนา ผู้เลี้ยงจิ้งหรีด มียอดสั่งจองสั่งซื้ออย่างต่อเนื่อง ตามกระแสความต้องการบริโภค ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนางจิตตรา แต้มพุดซา ผู้ใหญ่บ้านระงม หมู่ที่ 4 ต.โคกสูง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ว่าในพื้นที่มีกลุ่มเลี้ยงจิ้งหรีด คุ้มบ้านประสานมิตร โดยใช้บ้านพักอาศัยเป็นสถานที่เพาะเลี้ยงจิ้งหรีด จึงเดินทางเข้าตรวจสอบที่บ้านเลขที่ 129 บ้านระงม หมู่ 4 ต.โคกสูง พบนายสมคิด หรือสิทธิ์ สวดโคกสูง อายุ 52 ปี และครอบครัว กำลังทำความสะอาดโรงเลี้ยงจิ้งหรีดและบ่อเพาะไข่ตัวอ่อนนายสมคิด เปิดเผยว่า เดิมเป็นชาวนา ต่อมาประสบอุบัติเหตุ ทำให้ตาขวาไม่สามารถมองเห็นได้ปกติ รวมทั้งการทำนาประสบปัญหาภัยแล้งซ้ำซากแทบหมดสิ้นทางดำเนินชีวิต ต่อมาได้รับคำแนะนำจากญาติให้ลองเปลี่ยนมาเพาะเลี้ยงจิ้งหรีด ตนและภรรยาเห็นเป็นหนทางสุดท้าย จึงตัดสินใจเดินทางไปศึกษาดูงานฟาร์มเลี้ยงจิ้งหรีดที่ จ.พิจิตร พบธุรกิจเลี้ยงจิ้งหรีดน่าจะเป็นงานที่ตนและครอบครัวสามารถทำได้ ที่สำคัญใ
เมื่อวันที่ 8 มกราคม นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) ให้สัมภาษณ์เรื่องที่คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ประสบความสำเร็จในการสกัดโปรตีน จากจิ้งหรีดและเตรียมผลิตเป็นเครื่องดื่มโปรตีนเทียบเท่าเครื่องดื่มเสริมโปรตีนระดับโลก ว่า เป็นตัวอย่างสำคัญที่อุทยานวิทยาศาตร์ ของ วท.พยายามให้เกิดเป็นเรื่องแบบนี้ นำไปสู่ภาคการผลิตอุตสาหกรรมเพื่อแข่งขันในระดับโลก ให้มากที่สุด “เรามีความได้เปรียบในเรื่องของวัตถุดิบที่เรามีมากมาย มีนักวิจัยที่มีความสามารถอยู่ทั่วทุกมุมของประเทศ โดยที่นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์เหล่านั้นทำงานอยู่ภายในอุทยานวิทยาศาสตร์ที่เป็นเครือข่ายของวท.จำนวนมาก อุทยานวิทยาศาสตร์พร้อมจะเปิดรับปรึกษาและทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน ตั้งแต่ ชาวนา เกษตรกร พ่อค้า บริษัทเอกชนทุกขนาด เพื่อพัฒนาและส่งเสริมผลิตภัณฑ์ ผลิตผล โดยใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม”นายสุวิทย์ กล่าว รัฐมนตรีวท.กล่าวว่า เรื่องของโปรตีนจากแมลง โดยเฉพาะจิ้งหรีดนั้น พูดกันมานานแล้ว และมีงานวิจัยชัดเจนว่า แมลงเป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญ เป็นอาหารอนาคตของชาวโลก เครื่องดื่ม ที่ช่วยเสริมสร้าง
ช่วงไม่กี่ปีมานี้ ผู้คนทั่วโลก ไม่ว่าจะอยู่ในทวีปใดต่างหันมากินแมลงกันมากขึ้น เพราะมีงานวิจัยระบุชัดเจนว่าเป็นแหล่งโปรตีนที่ดีและราคาถูก ซึ่งทางองค์การสหประชาชาติเองก็ส่งเสริมให้กินกัน สำหรับประเทศไทย แมลงที่นิยมนำมาทอดกินมี 7 ชนิด อาทิ ดักแด้หนอนไหม ตั๊กแตน หนอนไม้ไผ่ แมงดานา แมลงกระชอน จิ้งโกร่ง และจิ้งหรีด มองเห็นช่องทางการตลาด กลุ่มวิสาหกิจชุมชนใบหม่อน ฟาร์ม ตำบลท่าหลวง อำเภอท่าหลวง จังหวัดลพบุรี ที่มี คุณพรพรรณ พรรณราย อายุ 30 ปี เป็นประธาน เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่มองเห็นช่องทางการตลาดอันสดใสของธุรกิจแมลง จึงได้ลงทุนเลี้ยงจิ้งหรีดและนำมาแปรรูป เพื่อให้ครบวงจรทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ คุณพรพรรณ เล่าว่า ปี 2560 ได้ทำธุรกิจส่วนตัว นั่นคือ การผลิตและแปรรูปจิ้งหรีดทองแดง ชื่อแบรนด์คือ เฟิร์สคลาส (First Class) แมลงอบกรอบ ในนามกลุ่มวิสาหกิจชุมชนใบหม่อน ฟาร์ม ซึ่งมีสมาชิก 7 คน และมีลูกฟาร์มอีก 20 ราย สาเหตุที่มาทำธุรกิจแมลง เธอแจกแจงว่า จุดเริ่มต้นจากคุณพ่อนำจิ้งหรีดมาเลี้ยง 2 กรง ประกอบกับทางครอบครัวชอบกินแมลงกันอยู่แล้วด้วย และได้สืบค้นข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตพบว่า จิ้งหรีด จัดอยู่ในแมลงเศ
ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ จังหวัดกาฬสินธุ์ หัวก้าวหน้านำชุมชนเลี้ยงจิ้งหรีด ผลิตแหล่งอาหารโปรตีน ปลอดสารพิษสู่ผู้บริโภค เพิ่มความมั่นคงทางอาชีพการเกษตร สร้างรายได้เดือนละล้านสู่ชุมชน โดยยึดหลักการดำรงชีวิตภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คุณอรวรรณ วอทอง ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ อยู่บ้านเลขที่ 42 หมู่ที่ 2 ตำบลยางตลาด อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดเผยถึงความเป็นมาว่า ก่อนที่จะมายึดอาชีพด้านการเกษตรนั้น ทำงานโรงงานที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่ปี 2550 ต่อมาโรงงานได้ลดพนักงานโดยได้จ้างตนออกจากงาน จึงได้กลับบ้านที่กาฬสินธุ์มายึดอาชีพการเกษตร เริ่มจากการปลูกผักขายในปี 2551 จากนั้น หันมาทดลองเลี้ยงจิ้งหรีดเป็นอาชีพเสริม เนื่องจากการเลี้ยงจิ้งหรีดนั้นเป็นแมลงที่เลี้ยงง่าย โตไว เป็นแหล่งโปรตีนชั้นดี มีไฟเบอร์สูง แปรรูปได้หลากหลาย ใช้แรงงานน้อย ใครๆ ก็เลี้ยงจิ้งหรีดได้ ในพื้นที่สภาพแห้งแล้งก็เลี้ยงได้เพราะใช้น้ำน้อย ระยะเวลาการเลี้ยงประมาณ 40 วัน ก็จับขายได้เงิน ต้นทุนการเลี้ยงต่ำ “เริ่มต้นเลี้ยงด้วยเงินทุน 5,000 บาท โดยทำกล่องเลี้ยงจิ้งหรีดขนาด 2×4 เมตร จำนวน 2 กล่อง เลี้ยงจิ้งหรีดได้ 60 กิโลกรัม ขายราคากิโลกรั
พะเยา – นางสายฝน เตชะบรรณพุทธ บ้านเลขที่ 3 หมู่ที่ 12 ตำบลภูซาง อำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา กล่าวว่า ตนกับสามีจะใช้เวลาว่างจากการปลูกข้าวมาขายจิ้งหรีด โดยรับซื้อมาจากเมืองคอบ แขวงไชยะบุลี สปป.ลาว ซึ่งในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม จิ้งหรีดจะเริ่มออกมาผสมพันธุ์ ในเมืองคอบฝั่งตรงข้ามอำเภอภูซาง นั้น มีพื้นที่ป่าและสวนหนาแน่นกว่าฝั่งไทย การใช้สารเคมียังมีน้อยทำให้จิ้งหรีดมีมาก ทั้งนี้ จะรับซื้อมาขายในพื้นที่ อำเภอเชียงคำและอำเภอภูซาง อีกทั้งสามีจะนำไปส่งขายพื้นที่จังหวัดเชียงราย ขายปลีกตัวละ 2 บาท เริ่มต้นครั้งแรกขายที่ตำบลภูซาง ไม่ถึง 300 ตัว ก็หมด บางครั้งขายได้มากถึงครั้งละ 10,000 ตัว โดยในวันที่ อำเภอเชียงคำ มีตลาดนัดจะนำมาครั้งละไม่น้อยกว่า 5,000 ตัว ลูกค้าสั่งซื้อคนละ 100-200 บาท รายละ 2-5 ถุง ถุงละ 50 ตัว ราคา ถุงละ 100 บาท เพราะเป็นจิ้งหรีดที่ยังมีชีวิตอยู่ เป็นจิ้งหรีดสด ผู้บริโภคนิยมซื้อไปทำอาหาร ผู้ที่สนใจสั่งซื้อได้ที่ โทร. (081) 746-8127 ขอบคุณข้อมูลจากข่าวสด
