จีน
ความพยายามสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ๆ เชื่อมโยงการท่องเที่ยวไทยกับกลุ่ม CLMV (กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม) ตามกรอบความร่วมมืออนุภาคลุ่มแม่น้ำโขง หรือ GMS และ ASEAN ศูนย์อาเซียนและเอเชียศึกษา สถาบันบัณฑิตพัฒนาบริหารศาสตร์ ร่วมกับ สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกันทำการศึกษาวิจัยแบบพัฒนา “โครงการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงระหว่างประเทศไทยกับประเทศกลุ่ม CLMV” ค่อนข้างเห็นเป็นรูปธรรมเมื่อมีการจัดเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น “แนวทางการพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวเชื่อมโยงระหว่างไทยกับประเทศในกลุ่ม CLMV เมื่อกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา ผศ.ดร. จุฬาภรณ์ ขอบใจกลาง อาจารย์ประจำศูนย์อาเซียนและเอเชียศึกษา หัวหน้าคณะวิจัย กล่าวว่า การสำรวจเส้นทางในโครงการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวไทย เชื่อมโยง CLMV ว่า จากการสำรวจมีถึง 15 เส้นทาง ที่มีความเป็นไปได้ และมี 5 เส้นทางท่องเที่ยวที่มีความเป็นไปได้สูง คือ เส้นทางที่ 1 เยือนถิ่น ไทโบราณ เวียง-เชียง-หลวง (เชียงราย เชียงตุง เชียงรุ้ง หลวงพระบาง เวียงจันทน์) เส้นทางที่ 2 Road of Paradise (บ้านหาดเล็ก จังหวัดตราด เกาะกง สีหนุวิลล์ กำปอต เกียนยาง พนมเปญ
ด้วยพัฒนาการของเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ กำลังจะทำให้ทะเลทรายที่แห้งแล้งกลายเป็นพื้นที่เขียวชอุ่มได้ หลังจากนักวิทยาศาสตร์จากประเทศจีน ได้พัฒนาพันธุ์ข้าวที่สามารถปลูกได้กับน้ำทะเล และสามารถนำไปปลูกไว้กลางทะเลทรายได้ นายหยวน หลงผิง นักวิทยาศาสตร์ชาวจีน ที่ได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่งข้าวพันธุ์ผสม ได้ปลูกข้าวจากน้ำทะเล และกำลังนำเทคนิคดังกล่าวไปใช้กับประเทศในตะวันออกกลาง ซึ่งขาดแคลนน้ำสะอาดสำหรับการปลูกพืชอยู่แล้ว สำนักข่าวซิน หัวรายงานว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีการเก็บเกี่ยวข้าวที่ปลูกตั้งแต่เดือนมกราคม และได้ผลผลิตที่สูงกว่าทั่วไป โดยได้ 7,500 กิโลกรัม ต่อ 10,000 ตารางเมตร ขณะที่ค่าเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ 3,000 กิโลกรัม ต่อ 10,000 ตารางเมตร ทำให้นักวิทยาศาสตร์ต้องการที่จะสานต่อโครงการดังกล่าวออกไป และมีเป้าหมายอยู่ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นที่แรก จึงเกิดเป็นบริษัทร่วมทุนกันระหว่างศูนย์วิจัยข้าวน้ำทะเลของจีน ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองชิงเต่า กับ ชีค ซาอีด บิน อาหมัด อัล มัคทูม จากตระกูลมหาเศรษฐีแห่งดูไบ ที่มีเป้าหมายระยะยาวอยู่ที่การปลูกข้าวให้ได้ 10 เปอร์เซ็นต์ ของพื้นที่ทั้งหมดของประเทศ เท่ากับว่า จะ
“พาณิชย์” ออกเตือนผู้ส่งออกผลไม้ไทยเตรียมรับมือการแข่งขันจากคู่แข่งในกัมพูชา หลังพบว่า โรงงานจีน เกาหลีใต้ ขยายการลงทุนโรงงานเพื่อการส่งออกมากขึ้น นางจันทิรา ยิมเรวัต วิวัฒน์รัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมได้รับรายงานจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงพนมเปญ ถึงการเข้าไปลงทุนก่อสร้างโรงงานแปรรูปและส่งออกมะม่วงของ บริษัท Weighai Dragon Union Agriculture จำกัด จากจีน ในจังหวัดกัมปงสปือ กัมพูชา มีมูลค่าการลงทุน 40-50 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งถือเป็นโรงงานแห่งที่ 2 ที่เข้ามาลงทุนในกัมพูชา หลังจากที่ บริษัท Hyundai Corporation จำกัด บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ที่มีชื่อของเกาหลีใต้ได้เข้ามาร่วมทุนกับ บริษัท Mao Lagacy ในการแปรรูปและส่งออกมะม่วง ก่อนหน้านี้ “บริษัทจากจีนและเกาหลีใต้ ที่เข้าไปลงทุนในกัมพูชา มีแผนที่จะเน้นการส่งออกมะม่วงแก้วขมิ้น โดยรับซื้อจากเกษตรกรมาแปรรูปและบรรจุหีบห่อและส่งออกไปยังตลาดจีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น และเริ่มมีตลาดใหม่ๆ ที่ต้องการนำเข้าเพิ่มขึ้น เช่น ยุโรป และรัสเซีย ซึ่งการขยายตลาดส่งออกไปยังตลาดใหม่ๆ นี้ อาจส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการที่ส่งออก
ตลาดจีนเป็นตลาดส่งออกสำคัญที่สุดของผู้ประกอบการไทย ในปี 2560 ไทยส่งออกไปจีนเป็นมูลค่าการส่งออกกว่า 995,475 ล้านบาท เติบโตขึ้นจากปีก่อนหน้า 19.4% โดยในจำนวนนี้เป็นผู้ส่งออกเอสเอ็มอี ประมาณ 30% สินค้าที่ส่งออกไปจีนส่วนใหญ่ของเอสเอ็มอีไทย คือ ผลิตภัณฑ์พลาสติก สินค้าโภคภัณฑ์อย่างยางพาราและของที่ทำจากยาง รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้ (เฟอร์นิเจอร์) พืชผักและผลไม้ และธัญพืช แต่สินค้าเหล่านี้ไม่สอดคล้องกับทิศทางการส่งออกของจีนที่หันมาเน้นสินค้าอุตสาหกรรมขั้นสูงมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์อย่างสมาร์ทโฟน ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ เครื่องใช้ไฟฟ้าหรือเครื่องจักรกลต่าง ๆ ซึ่งทำให้ในอนาคตสินค้าหลักของเอสเอ็มอีไทยที่ส่งออกไปจีนน่าจะได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อจีนมีนโยบาย Made in China 2025 ซึ่งเป็นแผนการพัฒนาประเทศจีนจากการเป็นประเทศผู้รับจ้างผลิตสินค้ารายใหญ่ที่เน้นการผลิตเชิงปริมาณไปสู่การเป็นประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลกที่เน้นคุณภาพของสินค้าและบริการ ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างการผลิตของจีนที่เกิดจากการพัฒนาอุตสาหกรรมอนาคตดังกล่
นายสมบัติ นิเวศรัตน์ รองอธิบดีกรมการจัดหางาน (กกจ.) กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้มีคนหางานจำนวนหนึ่งลักลอบไปทำงานนวดแผนโบราณที่ประเทศจีนแล้วถูกนายจ้างลอยแพ หลังจ่ายค่าบริการและค่าใช้จ่ายให้นายหน้าไทยและจีน พร้อมค่าประกันสัญญาให้กับนายจ้างแล้วรวม 60,000 บาท ต่อราย ทำงานได้เพียง 7 เดือน ส่วนเดือนสุดท้ายนายจ้างยังไม่จ่ายค่าจ้าง ซ้ำยังยึดพาสปอร์ตอ้างว่าจะต่อวีซ่าให้ แต่ภายหลังคืนพาสปอร์ตเพราะไม่สามารถต่อวีซ่าให้ได้ และยังหยุดกิจการชั่วคราว ทำให้ต้องกลายเป็นคนหลบหนีเข้าเมือง อยู่อย่างหวาดกลัวจนต้องขอความช่วยเหลือจากทางการกลับประเทศไทย “กฎหมายของจีนยังไม่เอื้อต่อการนำแรงงานต่างชาติเข้าไปทำงาน ที่ผ่านมา มีคนไทยหลายรายถูกนายหน้าหลอกไปทำงาน และต้องประสบปัญหาต่างๆ ดังนั้น หากประสงค์จะไปทำงานในต่างประเทศ ควรรู้ข้อมูลเบื้องต้น เพื่อไม่ตกเป็นเหยื่อการถูกเอารัดเอาเปรียบ โดยขอให้ตรวจสอบตำแหน่งงาน บริษัทจัดหางาน หรือบริษัทที่รับสมัครงานโดยตรง สัญญาจ้างต้องมีรายละเอียดตรงกันทั้งภาษาไทยและภาษาท้องถิ่นของประเทศนั้น และต้องได้รับการรับรองจากสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทยในประเทศนั้น และศึกษารายละเอีย
“เวียดนาม” จัดเป็นหนึ่งในประเทศที่เลื่องลือในเรื่องแก้วมังกรที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะในจังหวัดบิ่ญถ่วน ที่มีพื้นที่เพาะปลูกแก้วมังกรมากที่สุดในประเทศถึง 22,000 เฮกตาร์ ผลผลิตแก้วมังกร 80-85% ถูกส่งออกไปขายต่างชาติ และบริโภคภายในประเทศเพียง 15-20% เท่านั้นตลาดส่งออกหลักคือ จีน เพราะผู้บริโภคมีความเชื่อว่า แก้วมังกรเป็นหนึ่งในผลไม้มงคล ด้วยลักษณะภายนอกสีแดงสด และมีเปลือกคล้ายเกล็ดมังกร นอกจากนี้เวียดนามยังส่งออกไปเกาหลีใต้ อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ เนเธอร์แลนด์ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี สหรัฐ และแคนาดา โดยแต่ละปีส่งออกแก้วมังกรเฉลี่ยที่ 35,000 ตันต่อปีด้วยศักยภาพในการเพาะปลูกของเวียดนาม ทำให้นักธุรกิจจีนเข้ามากว้านซื้อผลไม้จากเจ้าของสวน ปัจจุบันพบว่านักธุรกิจจีนเข้ามาควบคุมจัดการทั้งราคาและซัพพลายกิจการผลไม้ในท้องถิ่น ต่วยแจ๋ สื่อท้องถิ่นเวียดนามรายงานเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา นักธุรกิจชาวจีนจำนวน 12 คน ถูกจับกุมด้วยข้อหาดำเนินธุรกิจอย่างผิดกฎหมาย โดยเฉพาะธุรกิจการซื้อขายแก้วมังกรอย่างไรก็ตาม ปัจจุบันชาวจีนจำนวนมากยังคงเข้าควบคุมตลาดผลไม้เช่นเคย โดยเจ้าหน้าที่บริหารท้องถิ่นในเขตฮา
เพจ China Xinhua News รายงานว่า พบผลไม้ประหลาดในมณฑลหูเป่ย ทางตอนกลางของประเทศจีน ผลไม้ชนิดนี้ดูเผินๆ ก็เหมือนแตงโมทั่วไป แต่กลับมีเปลือกที่แข็งอย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อคุณขว้างมันลงที่พื้น มันจะไม่แตกในทันที แต่ต้องขว้างถึงสามครั้งกว่าจะแตก และไม่ว่าพยายามจะใช้มือดึงเปลือกผลไม้นี้ให้แยกออกจากกันอย่างไรก็ไม่สำเร็จ เมื่อใช้มีดผ่าภายใน จึงพบว่าเนื้อมีสีเหลือง รสชาติจืด สัมผัสกรอบ คล้ายคลึงกับแตงกวา ที่มา : ข่าวสดออนไลน์
