ตลาดเศรษฐกิจพอเพียง
พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จัดงานตลาดเศรษฐกิจพอเพียง“เกษตรไทย ไปครัวโลก” ระหว่างวันที่ 6 – 7 มิถุนายน 2569 เวลา 08.00–17.00 น. ขอเชิญประชาชนร่วมค้นหาคุณค่าและเสน่ห์ของอาหารไทยตั้งแต่ผืนดินไทยสู่ครัวโลก สะท้อนคุณค่าของภาคการเกษตรไทยในฐานะแหล่งผลิตอาหารผ่านองค์ความรู้ด้านเกษตร การจัดการทรัพยากร และการสร้างความมั่นคงทางอาหารจากรากฐานภูมิปัญญา พร้อมเปิดอบรมฟรี 8 หลักสูตรวิชาของแผ่นดิน ที่สามารถต่อยอดสู่การสร้างอาชีพและสร้างมูลค่าได้จริง ชม ชิม ช็อป ผลผลิตเกษตรคุณภาพในราคาสบายกระเป๋ากว่า 100 ร้านค้า พันจ่าเอก ประเสริฐ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียติฯ กล่าวว่า “ปัจจุบันอาหารไทยได้รับการยอมรับจากคนทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นต้มยำกุ้ง ผัดไทย เมี่ยงคำ หรืออาหารพื้นถิ่นจากแต่ละภูมิภาค วันนี้โลกให้ความสำคัญกับอาหารปลอดภัย สุขภาพ และความยั่งยืนมากขึ้น ซึ่งประเทศไทยมีต้นทุนที่แข็งแรง ทั้งวัตถุดิบ ภูมิปัญญา และวิถีเกษตร ตลาดเศรษฐกิจพอเพียง “เกษตรไทย ไปครัวโลก” ครั้งนี้ จึงเป็นการเปิดมุมมองให้เห็นว่า เกษตรไทยสามารถสร้างคุณค่าได้ตั้งแต่ระดับครัวเรือนทั้
สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) จังหวัดปทุมธานี น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยสำนึกในพระเมตตาธรรม พระราชกรณียกิจ และพระราชปณิธานอันแน่วแน่ ในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และสืบสานศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย และงานพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรทั่วแผ่นดิน พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมจัดกิจกรรมในงาน “ตลาดเศรษฐกิจพอเพียง : ข้าว ปลา หยูกยา ผ้าไทย” เพื่อสืบสานพระราชปณิธาน และเผยแพร่ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และร่วมสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นไทยที่สะท้อนวิถีชีวิต อันสมดุลระหว่างคนกับธรรมชาติ ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ อาหาร สุขภาพ สมุนไพร และวัฒนธรรมไทยอย่างครบวงจร โดยภายในงานนำเสนอการแนวทางการพึ่งพาตนเองของชุมชนตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน นิทรรศการ “สำรับไทยสุขภาพกายใจและลายผ้า” และนิทรรศการ “วิถีสายน้ำ ภูมิปัญญาผ้าไทย” ถ่ายทอดคุณค่าของอาหาร สมุน
พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จ.ปทุมธานี จัดงานตลาดเศรษฐกิจพอเพียง “เกษตรสร้างสุข” เพื่อส่งเสริมและสร้างแรงบันดาลใจการทำเกษตรอย่างมีความสุขและยั่งยืน สอดคล้องกับแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง โดยเปิดโอกาสให้เกษตรกรและประชาชนได้เรียนรู้และนำไปปรับใช้ ภายในงานประกอบด้วยนิทรรศการและองค์ความรู้ด้านการเกษตร รวมถึงการเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร พร้อมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับวิทยากรในห้องอบรมวิชาของแผ่นดิน และWorkshopกว่า 8 วิชา โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ชม ช็อป สินค้าเกษตรคุณภาพปลอดภัย จากเครือข่ายพิพิธภัณฑ์ฯและเกษตรกรภาคีความร่วมมือทั่วประเทศกว่า 120 ร้านค้า งานจัดขึ้นในวันที่ 6 – 7 กันยายน 2568 ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ จ.ปทุมธานี พันจ่าเอก ประเสริฐ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ เปิดเผยว่า “การจัดงานตลาดเศรษฐกิจพอเพียง “เกษตรสร้างสุข” มีเป้าหมายเพื่อสื่อสารให้เห็นว่าการเกษตรไม่ใช่เพียงการสร้างรายได้ แต่คือวิถีชีวิตที่สมดุลและยั่งยืน โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางสำคัญนำไปสู่การพึ่งพาตนเอง การอนุรักษ์สิ่งแ
พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จ.ปทุมธานี ชวนเที่ยวงานตลาดเศรษฐกิจพอเพียง “รู้ก่อนทำเกษตร” เปิดประสบการณ์ใหม่ในการเรียนรู้ด้านการเกษตรแบบรอบด้านจากวิทยากรมากประสบการณ์ ภายในงานพบกับนิทรรศการ “9 รู้ 9 รอด” ถ่ายทอดองค์ความรู้และแนวคิดการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การอบรมวิชาของแผ่นดิน และกิจกรรม Workshop ถึง 8 วิชา โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมเลือกชมและเลือกซื้อสินค้าเกษตรคุณภาพปลอดภัยจากเครือข่ายพิพิธภัณฑ์ฯ และเกษตรกรภาคีความร่วมมือจากทั่วประเทศกว่า 100 ร้านค้า จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3 – 4 พฤษภาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ จ.ปทุมธานี พันจ่าเอก ประเสริฐ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ กล่าวว่า “พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ ดำเนินงานตามแนวทางศาสตร์พระราชา ที่ทรงให้ความสำคัญกับภาคการเกษตรมาโดยตลอด การจัดงานตลาดเศรษฐกิจพอเพียง “รู้ก่อนทำเกษตร” ไม่เพียงแต่เตรียมความพร้อมทางความรู้เท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เกษตรกร และประชาชนที่กำลังมองหาหนทางในการเริ่มต้นชีวิตใหม
พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เตรียมจัดตลาดเศรษฐกิจพอเพียง “พันธุกรรมไทยใต้น้ำ” ระหว่างวันที่ 2-3 มีนาคม 2567 ระหว่างเวลา 08.00-17.00 น. ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ จังหวัดปทุมธานี ชูประเด็นความหลากหลายและความมหัศจรรย์ของพันธุกรรมไทยทั้งพืชน้ำและสัตว์น้ำที่สร้างความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศแหล่งน้ำไทย ภายในงานนำองค์ความรู้ เทคนิคการขยายพันธุ์ปลา การดูแลการต่อยอดสู่การเพิ่มมูลค่า พร้อมจัดเต็มอบรมวิชาของแผ่นดิน 8 วิชา โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ชม ช้อป สินค้า ผลผลิตเกษตรปลอดภัย กว่า 100 ร้านค้า พลอากาศเอก เสนาะ พรรณพิกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เปิดเผยว่า “ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว” คำกล่าวที่บอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งอาหารและทรัพยากรของไทย เชื่อมโยงวิถีชีวิตเกษตรกรไทยกับแหล่งน้ำธรรมชาติมาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน แสดงถึงความสำคัญของระบบนิเวศของไทย พันธุกรรมพืชน้ำและสัตว์น้ำ ที่เป็นทั้งอาหาร พัฒนาต่อยอดสร้างรายได้ พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ จึงจัดงานตลาดเศรษฐกิจพอเพียง “พันธุกรรมไทยใต้น้ำ” ขึ้นในเดือนมีนาคมนี้ ภายในงา
พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ เผยปี 67 เดินหน้าถ่ายทอดองค์ความรู้ ภูมิปัญญา นวัตกรรมเกษตรเศรษฐกิจพอเพียงให้กับประชาชนโดยเฉพาะเยาวชนรุ่นใหม่ในรูปแบบพิพิธภัณฑ์มีชีวิตที่ทันสมัย โดยจัดแสดงฐานการเรียนรู้ต้นแบบ ที่สามารถเรียนรู้และนำไปปฏิบัติได้จริง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ จุดประกายความคิดแก่ผู้ที่เข้ามาชมพิพิธภัณฑ์ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในวิถีชีวิตได้ให้มีรายได้และอาชีพที่มั่นคง ยั่งยืนตลอดทั้งปี สำหรับเดือนกุมภาพันธ์นี้เพื่อต้อนรับเดือนแห่งความรักเตรียมจัดตลาดเศรษฐกิจพอเพียงภายใต้ธีม “หวานใจสายเกษตร” ชูอัตลักษณ์ขนมหวานไทย ความหอมหวานจากธรรมชาติ นำเสนอองค์ความรู้เรื่องอ้อย ความหวานจากธรรมชาติ การแปรรูปผลผลิตไปสู่ของหวานสร้างรายได้ พร้อมจัดอบรมวิชาของแผ่นดิน 8 วิชาฟรี ระหว่างวันที่ 3-4 กุมภาพันธ์ 2567 ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ จังหวัดปทุมธานี พลอากาศเอก เสนาะ พรรณพิกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กล่าวถึงกิจกรรม “หวานใจสายเกษตร” เพิ่มเติมว่า โดยภายในงานนอกจากจะนำเสนอสินค้าเกษตรปลอดภัย ผลผลิตคาวหวานพื้นถิ่นจากเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ ยังเตรีย
พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จ.ปทุมธานี จัดงานตลาดเศรษฐกิจพอเพียง มา ดอง เซ ระหว่างวันที่ 4 – 5 พฤศจิกายน2566 ภายในงานพบกับองค์ความรู้ภูมิปัญญาด้านการถนอมอาหารปลอดภัย การแปรรูปและเพิ่มมูลค่า ผ่านการรังสรรค์รสชาติ ที่หลากหลาย อาทิ การหมัก การดอง การแช่อิ่ม การเชื่อม พร้อมจัดเต็มการอบรมวิชาของแผ่นดิน และ อบรมเชิงปฏิบัติการ ชม ช้อป จุใจตลาดเศรษฐกิจพอเพียง ของกิน ของใช้ ส่งตรงจากสวนในราคามิตรภาพ ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ ปทุมธานี หรือรับชมภาพบรรยากาศงาน ผ่านช่องทางออนไลน์ Facebook และ Tiktok พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ พลอากาศเอก เสนาะ พรรณพิกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เปิดเผยว่า “พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ เตรียมจัดงานตลาดเศรษฐกิจพอเพียง มา ดอง เซ เดือนพฤศจิกายนนี้ ชูประเด็นเรื่องของหมักดอง การถนอมอาหาร ซึ่งถือเป็นวัตถุดิบหรือเครื่องเคียงติดบ้านของคนไทยแทบทุกบ้าน การถนอมอาหารถือเป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันซึ่งเป็นกระบวนการที่ยืดอายุของอาหารให้ยาวนานขึ้น ก่อเกิดรสชาติที่มีความหลากหลาย อีกทั้
พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ จ.ปทุมธานี จัดงานตลาดเศรษฐกิจพอเพียง “เกษตร YOUNG เก๋า” ระหว่างวันที่ 2 – 3 กันยายน 2566 ชวนคนรุ่นใหม่ ทำเกษตรอย่างเก๋า ชวนคนวัยเก๋า ทำเกษตรอย่างทันสมัย จัดเต็มกับการอบรมวิชาของแผ่นดิน และการอบรมเชิงปฏิบัติการ ชม ช้อป จุใจกับตลาดเศรษฐกิจพอเพียง ของกิน ของใช้ ส่งตรงจากสวนในราคามิตรภาพ ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ ปทุมธานี หรือรับชมภาพบรรยากาศงาน ผ่านช่องทางออนไลน์ Facebook พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ พลอากาศเอก เสนาะ พรรณพิกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เปิดเผยว่า “พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ เตรียมจัดงานตลาดเศรษฐกิจพอเพียงเกษตร YOUNG เก๋า ภายในงานรวบรวมองค์ความรู้ในการทำการเกษตรจากกลุ่มเกษตรกรรุ่นใหม่ ที่ต่อยอดการทำการเกษตรจากเกษตรกรรุ่นใหญ่วัยเก๋า ที่พร้อมถ่ายทอดให้กับผู้ที่มาร่วมงาน เพื่อให้เกิดแรงบันดาลใจ และจุดประกายความคิดในการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับตนเอง” ด้านการอบรมวิชาของแผ่นดินเรียนรู้ฟรีกับเกษตรกรตัวจริงเสียงจริงที่มาถ่ายทอดองค์ความรู้ ด้านการเกษตร ในรูปแบบ Onsite
ประเทศไทยมีผักพื้นบ้านมากกว่า 300 ชนิด ส่วนใหญ่จะขึ้นเองตามธรรมชาติ เช่น ริมห้วย หนอง คลอง บึง และป่าเขา กรมอนามัยได้ศึกษาผักพื้นบ้านในปี 2554 โดยเก็บตัวอย่างผักพื้นบ้านรวม 45 ชนิด จาก 4 ภาค ผลการศึกษาพบว่า ผักพื้นบ้านของไทยทุกชนิดให้พลังงาน โปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรตน้อยมาก จึงกล่าวได้ว่า ผักพื้นบ้านกินแล้วไม่ทำให้อ้วน “ผักพื้นบ้าน” เป็นส่วนผสมในตำรับอาหาร ที่นิยมบริโภคในภูมิภาคต่างๆ อาทิ ภาคเหนือ ผักคราดหัวแหวน ใช้ทำแกง แก้อาการปวดฟัน ผักเสี้ยว นิยมแกงใส่ปลาย่าง มีรสเปรี้ยว งานวิจัยจากญี่ปุ่นระบุว่า มีสรรพคุณช่วยรักษาโรคเบาหวาน ผักเชียงดา เป็นผักพื้นบ้านที่คนไทยในภาคเหนือตอนบน แถบจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน และแม่ฮ่องสอน นิยมรับประทาน เพราะมีสรรพคุณทางยาเช่น ลดระดับน้ำตาลในเลือด ลดความดันโลหิต ช่วยละลายลิ่มเลือด ลดความอ้วน บรรเทาอาการหวัด ฯลฯ ทำให้ผักเชียงดาเป็นที่สนใจของผู้คนมากขึ้น ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผักยอดนิยมได้แก่ ผักแพว หรือ ผักไผ่ มีกลิ่นหอมระรวย นิยมใช้ดับกลิ่นคาวของเนื้อวัว เป็นผักแกล้มกินกับลาบ ก้อย ใส่ในแจ่วฮ้อน ผักแขยงหรือ ผักกะออม หรือผ
สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ ปทุมธานี เตรียมจัดงานตลาดเศรษฐกิจพอเพียง “สานต่องานแม่” ระหว่างวันที่ 5 – 6 สิงหาคม 2566 เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ภายในงานมีการจัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติฯ พร้อมด้วยตลาดแห่งมิตรภาพและองค์ความรู้ จำหน่ายสินค้าเกษตรปลอดภัย ของกิน ของใช้ จากทุกภูมิภาค ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ จ.ปทุมธานี พลอากาศเอก เสนาะ พรรณพิกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เปิดเผยว่า “พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ เตรียมจัดงานตลาดเศรษฐกิจพอเพียง “สานต่องานแม่”เพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2566 พร้อมเปิดอบรมวิชาของแผ่นดิน และการอบรมเชิงปฏิบัติการ สร้างอาชีพ สร้างรายได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายและกิจกรรมอื่นๆอีกมากมาย” นิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ถ่ายทอดหัตถกรรมโบราณจา
