ตาลโตนด
เมื่อเร็วๆ นี้ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) สงขลา ได้ผุดงานวิจัยปรับปรุงพันธุ์ “ตาลโตนด” แปรรูปเป็นสินค้าหลากชนิด เพื่อเพิ่มมูลค่าพืชท้องถิ่น โดย น.ส.วาสนา มู่สาอาจารย์โปรแกรมวิชาชีววิทยาและชีววิทยาประยุกต์ คณะวิทยาศาสตร์ฯ เล่าถึงโครงการวิจัยปลูก ขยายพันธุ์ และแปรรูปน้ำตาลโตนดในคาบสมุทรสทิงพระ ว่า ดำเนินงานใน 2 กิจกรรมคือ 1.นำน้ำตาลสดมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่ามากขึ้น ได้แก่ น้ำตาลแว่น น้ำตาลผง น้ำตาลปึก ไซรัป น้ำส้มสายชูหมัก ไซเดอร์ (น้ำส้มสายชูหมักพร้อมดื่ม) วุ้นน้ำตาลโตนด พลังงานเชื้อเพลิงเอทานอล และออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม ถ่ายทอดเทคโนโลยีการจัดทำผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่สำเร็จลุล่วงแล้วสู่ชุมชน พร้อมทั้งจัดตั้งศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยี ณ องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) รำแดง อ.สิงหนคร จ.สงขลา และกลุ่มแม่บ้านคลองฉนวน อ.สทิงพระ จ.สงขลา และ 2.ศึกษาการปลูกขยายพันธุ์ และการปรับปรุงพันธุ์ตาลโตนดด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ นำไปสู่การได้มาซึ่งพันธุ์ตาลโตนดที่ดีต่อไปในอนาคต ผลการดำเนินงานในกิจกรรมที่ 1 ได้รับความสนใจ และตอบรับจากชุมชนอย่างมาก หลังจากงานวิจัยที่เก
ตาลโตนด เป็นไม้วงศ์ปาล์ม และมะพร้าว แต่มีลำต้นแข็งแรง และอายุยืนยาวมาก อายุยืนประมาณ 80-100 ปี โตเต็มที่สูงได้กว่า 18- 25 เมตร หรือมากกว่า เริ่มให้น้ำตาลและลูกได้เมื่ออายุประมาณ 10-15 ปี เป็นพืชที่ขึ้นได้บนดินทุกชนิด ทนแล้ง และน้ำท่วมได้ดี ไม่มีผลต่อพืชอื่นๆ รอบข้าง เช่น นาข้าว สวนผัก มีประโยชน์ในหลายด้าน อาทิ ลูกตาลอ่อน น้ำตาลสด ผลแก่ใช้ทำขนมตาล แก่นไม้ใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น
เมื่อวันที่ 26 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลิตภัณฑ์ลูกตาลเฉาะของชาวบ้านในพื้นที่ อ.สทิงพระ จ.สงขลา ขณะนี้กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมาก ทั้งส่งออกไปขายในประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ และจำหน่ายในพื้นที่ เนื่องจากอยู่ในช่วงฤดูที่ตาลโตนดออกลูกมากที่สุด และตลาดต้องการสูง เนื่องจากอากาศร้อนผู้คนจึงนิยมบริโภคลูกตาลเฉาะเพื่อช่วยคลายร้อน แถมรสชาติยังอร่อย หวานฉ่ำอีกด้วย ด้านนายวิฑูรย์ แซ่เจ่น อายุ 40 ปี ที่ปลูกต้นตาลโตนดอยู่ประมาณ 100 ต้น ขณะนี้กำลังเร่งเก็บผลผลิตและนำมาเฉาะบรรจุใส่ถุงส่งขาย ทั้งขายให้กับพ่อค้าที่รับส่งต่อไปขายมาเลเซียและสิงคโปร์ ขายส่งให้กับโรงงานแปรรูปลูกตาลสด รวมทั้งขายปลีกในพื้นที่ ในราคาถุงละ 15-20 บาท นายวิฑูรย์กล่าวว่า แต่ละวันจะเก็บลูกตาลจากต้นประมาณ 200–230 ลูก นำมาเฉาะใส่ถุง ถุงละ 12 ผล ได้ประมาณวันละ 50 ถุง โดยช่วยกันทำกับภรรยา แต่ละวันจะมีรายได้ประมาณ 1,000 บาท และมีแนวโน้มราคาลูกตาลปรับตัวสูงขึ้นอย่างเนื่องเมื่อเข้าสู่ช่วงเดือนเมษายนและพฤษภาคม เพราะเป็นช่วงปลายฤดูตาลโตนด นายดอน จันทรังษี อายุ 27 ปี ชาว ต.สนามชัย อ.สทิงพระ กล่าวว่า ปีนี้ปริมาณลูกตาลไม่มากเหมือน
วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงหน้าแล้งชาวนา จ.สุรินทร์ ที่ว่างเว้นจากงานหลักต่างพากันหาอาชีพเสริมเพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบครัว ซึ่งในหลายพื้นที่ก็มีอาชีพเสริมที่แตกต่างกันไป โดยพื้นที่ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ เกษตรกรใช้เวลาว่างเก็บผลตาลสดมาปาดขาย ภาษาเขมรท้องถิ่นสุรินทร์เรียกว่าตะหนอด ข้างถนนสายปราสาท-ช่องจอม บริเวณด้านหน้าบ้านบัลลังก์ ต.กังแอน อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ พบว่ามีพ่อค้ารายหนึ่งได้นำผลตาลสดติดเครือมาเต็มกระบะหลังรถยนต์ปิกอัพ และกางร่มขนาดใหญ่บังแดด สมาชิกในครอบครัวใช้มีดปาดตาลกันแบบสดๆ ส่วนลูกค้าก็จะเป็นผู้ที่สัญจรผ่านไปมา และมีลูกค้าประจำที่ชอบแวะซื้อ เพราะหากินยาก นางสุภาพร ดาศรีทอง อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 479 หมู่ 10 ต.นอกเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ลูกค้าขาประจำ กล่าวว่า ตนมาซื้อไปทำลูกตาลลอยแก้ว และนำไปปอกกินธรรมดาก็ได้ ผ่านมาจะแวะซื้อเป็นประจำ ขาย 3 ถุง 100 บาท ปกติถุงละ 35 บาท ถ้าซื้อเยอะก็จะลดเหลือ 3 ถุง 100 บาท เมนูเด็ดส่วนมากจะเอาไปทำของหวาน เป็นลูกตาลลอยแก้ว ช่วยดับกระหายและดับร้อน ด้านนายจักรภูมิสิทธิ์ วรรณบันเทิงกูล อายุ 35 ปี พ่อค้าตาลโตนด กล่าวว
ผศ. ชไมพร เพ็งมาก อาจารย์ประจำคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช ทุ่งใหญ่ (มทร. ศรีวิชัย) ได้ทดลองนำส่วนลูกตาลสุก มาแปรรูปเป็นแป้งตาลโตนดแบบผง ด้วยการนำมายีเอาเนื้อออก เพื่อใช้ทำขนมตาล ซึ่งสามารถทำได้บางฤดูกาลเท่านั้น เพราะการเตรียมเนื้อลูกตาลสุก ใช้เวลามาก มีขั้นตอนที่ยุ่งยาก ไม่สามารถเก็บได้นาน การนำเนื้อลูกตาลสุกมาทำให้แห้งเป็นผง จึงเป็นการแก้ปัญหาได้เป็นอย่างดี อีกทั้งเนื้อตาลสุกมีเบต้าแคโรทีนเกือบเท่ากับแครอต สำหรับวิธีทำแป้งตาลโตนด นำลูกตาลสุกมาล้างให้สะอาด ลอกเปลือกดำออก ให้เอาดีตาลออกเพื่อไม่ให้เนื้อตาลมีรสขม ยีลูกตาลกับน้ำทีละน้อย กรองด้วยตะแกรงตาถี่ เพื่อกรองเอาเส้นใยออก เทใส่ผ้าดิบ ใช้เชือกผูกให้แน่น แขวนหรือหาของหนักทับไว้ 1 คืน รุ่งขึ้นเกลี่ยเนื้อตาลในถาด นำเข้าตู้อบลมร้อน โดยใช้อุณหภูมิในการอบแห้ง 65 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 10 ชั่วโมง บด แล้วผ่านตะแกรงร่อน บรรจุในถุงลามิเนต ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่เหมาะสมในการนำไปทดแทนส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ขนมไทย เพราะจะทำให้ผสมกับส่วนผสมอื่นได้ง่ายขึ้น สำหรับผู้ที่สนใจ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ผศ.
