ทะเลสาบสงขลา
“ซั้ง” หรือ “บ้านปลา” คือการเลียนแบบที่อยู่อาศัยของปลาและสัตว์น้ำเกิดจากภูมิปัญญาของชาวประมงพื้นบ้าน โดยทั่วไป การทำซั้งในทะเลสาบสงขลา แบ่งได้เป็น 2 รูปแบบคือ 1. แบบซั้งเชือกคือการใช้เชือกผูกเป็นสายฝอยๆ คล้ายหญ้าทะเล ถ่วงน้ำหนักด้วยทุ่นหรือไม้ไผ่ เพื่อเป็นแหล่งที่อยู่อาศัย หลบภัย และฟักตัวของสัตว์น้ำวัยอ่อน ซั้งเชือกมักพบในบริเวณแหล่งน้ำลึกที่มีกระแสน้ำแรงบริเวณชายฝั่งของทะเลนอก 2. แบบซั้งกอ พบบริเวณชายฝั่งทะเลสาบสงขลา รูปแบบซั้งกอในทะเลสาบสงขลามีลักษณะเป็นคอกที่ทำด้วย ไม้ไผ่ และด้านในใส่กิ่งไม้เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยของปลาและสัตว์น้ำ สำหรับใช้เป็นที่เกาะของสาหร่ายและสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก รวมถึงแพลงก์ตอนที่เป็นอาหารของลูกปลาขนาดเล็ก ทำให้บ้านปลากลายเป็นแหล่งอาหารและที่หลบซ่อนตัวจากศัตรูตามธรรมชาติ ช่วยปริมาณสัตว์น้ำเพิ่มขึ้นได้ในระยะยาว จากวิถีการทำประมงพื้นบ้านได้มีการนำมาประยุกต์ใช้ในงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำในทะเลสาบสงขลามีมานานกว่า 10 ปีแล้ว โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งอนุบาลของสัตว์น้ำเพื่อการอนุรักษ์และพื้นฟูระบบนิเวศแหล่งน้ำ พัฒนาสู่ “ บ้านปลามีชีวิ
“ ปลากะพงสามน้ำทะเลสาบสงขลา” ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2565 เนื่องจากมีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร เพราะถูกเลี้ยงในทะเลสาบสงขลาที่เป็นแหล่งบรรจบของน้ำจืด น้ำเค็ม และน้ำกร่อย ทำให้ปลากระพงเนื้อแน่น นุ่มลิ้น รสชาติอร่อยที่สำคัญ ไม่มีกลิ่นคาว จึงเป็นสินค้าขายดี เป็นที่นิยมบริโภคของคนไทยและต่างชาติ ช่วยสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่ชาวประมงในชุมชนแห่งนี้มาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันกลุ่มวิสาหกิจชุมชนรักเกาะยอ ตำบลเกาะยอ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา นับเป็นกลุ่มชาวประมงที่ประสบความสำเร็จในการผลิตปลากะพงสามน้ำทะเลสาบสงขลาและเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมผลผลิตจากกลุ่มเครือข่าย จำนวน 19 กลุ่ม ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอเมือง และอำเภอสิงหนคร เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรรายอื่นในการกระจายผลผลิต กลุ่มวิสาหกิจชุมชนรักเกาะยอ เริ่มดำเนินการปี 2563 อยู่ภายใต้การนำของประธานกลุ่ม คือ นางจีรวัฒน์ ชุตินธร กลุ่มฯ แห่งนี้ใช้พื้นที่กลางทะเลสาบสงขลา 4 ไร่ เลี้ยงปลากระพงในกระชังจำนวน 320 กระชัง ซึ่งสมาชิกเลี้ยงปลาในกระชังเฉลี่ย 10 กระชังต่อคร
เมื่อเร็วๆนี้ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และคณะ ลงพื้นที่ตรวจติดตามแผนอนุรักษ์โลมาอิรวดี ในทะเลสาบสงขลา เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลหลวง จังหวัดพัทลุง พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการของหน่วยงานภาคีเครือข่าย ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำจำนวน 560,000 ตัว ประกอบด้วย กุ้งก้ามกราม กุ้งกุลาดำ และปลาตะเพียน โดยมี นายธราวุธ ช่วยเกิด รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง นายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร ผู้บริหารสูงสุดด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ หน่วยงานราชการท้องถิ่นและชุมชนกว่า 200 คน ร่วมให้การต้อนรับ ทั้งนี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) โดยมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท ร่วมดำเนินงานด้านความยั่งยืนในพื้นที่ พร้อมสนับสนุนพันธุ์สัตว์น้ำ และนำเสนอนิทรรศการ 3 แผนฟื้นฟูระบบนิเวศ เพื่อสร้างสมดุลการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนรอบทะเลสาบสงขลา ณ เขตห้ามล่าสัตว์ทะเลหลวง จ.พัทลุง นายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บร
โครงการอนุรักษ์เสือปลาอย่างยั่งยืนในพื้นที่ชุ่มน้ำของประเทศไทย โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) จากสถานะใกล้สูญพันธ์ของเสือปลาทำให้เกิดความร่วมมือจากหลายฝ่ายเพื่อหาแนวทางในการอนุรักษ์สัตว์ผู้ล่าชนิดนี้ โดยใช้พื้นที่เขาสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยใหญ่สุดของเสือปลาในประเทศไทยเป็นพื้นที่วิจัย เช่น โครงการอนุรักษ์เสือปลาอย่างยั่งยืนในพื้นที่ชุ่มน้ำของประเทศไทย โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ที่ต้องการสร้างฐานข้อมูลของเสือปลาในพื้นที่เขาสามร้อยยอด เพื่อเป็นข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้ประกอบการกำหนดแนวทางการอนุรักษ์ต่อไป โดยจากการวิเคราะห์ภาพจากกล้องดักถ่ายสัตว์จำนวน 50 จุด ในพื้นที่เขาสามร้อยยอด พบว่าจำนวนเสือปลาในพื้นที่เขาสามร้อยยอดมีจำนวนเพิ่มขึ้น โดยมากกว่าครึ่งหนึ่งของเสือปลาที่ถ่ายภาพได้ในปี 2567 เป็นเสือปลาตัวที่ไม่เคยถูกถ่ายภาพเมื่อสามปีก่อน “จากข้อมูลข้างต้นแสดงว่าอัตราการแทนที่ของเสือปลาตัวเก่าด้วยเสือปลาตัวใหม่อยู่ที่ 76 – 80 เปอร์เซ็นต์ หรือคิดเป็นอัตราการรอด 50 เปอร์เซ็นต์ นั่นคือหากปีนี้พื้นที่เขาสามร้อยยอดมีเส
นายไพฑูรย์ สีลาพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 9 สงขลา (สศท. 9) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า จังหวัดสงขลานับเป็นอีกหนึ่งจังหวัดของภาคใต้มีศักยภาพด้านการเกษตร ทั้งด้านพืช ปศุสัตว์ และประมง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ทะเลสาบสงขลาที่มีความโดดเด่นด้านประมงที่เป็นแหล่งผลิตปลากะพงที่สำคัญ สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้จังหวัด และสร้างรายได้ สร้างอาชีพ ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ ซึ่ง ปลากะพงสามน้ำทะเลสาบสงขลา (Songkhla Lake Seabass หรือ Pla Ka Phong Sam Num Tha Le Sab Songkhla) ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2565 จากการลงพื้นที่ของ สศท.9 เพื่อติดตามการดำเนินงานของ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนรักเกาะยอ ตำบลเกาะยอ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา นับเป็นกลุ่มที่ประสบความสำเร็จในการผลิตปลากะพงสามน้ำทะเลสาบสงขลาและเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมผลผลิตจากกลุ่มเครือข่าย จำนวน 19 กลุ่ม ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอเมือง และอำเภอสิงหนคร เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรรายอื่นในการกระจายผลผลิต โดยกลุ่มวิสาหกิจชุมชนรักเกาะยอ เริ่มดำเนินการปี 2563 มีสมาชิก 40 ราย โดยมี นางจีรวัฒน์ ช
ประมงจังหวัดสงขลา และ ประมงจังหวัดพัทลุง ยืนยันทะเลสาบสงขลายังไม่พบปลาหมอคางดำ ไม่นิ่งนอนใจจับมือเอกชนและชุมชนปล่อยลูกปลากะพงขาวลงแหล่งน้ำ ด้วยแนวทางเชิงป้องกัน สร้างแนวกันชนด้วยการปล่อยลูกพันธุ์ปลากะพงขาวลงในแหล่งน้ำ ป้องกันปลาหมอคางดำรุกเข้าไปในทะเลสาบสงขลา พร้อมผนึกพลังชุมชนและชาวประมงเฝ้าระวังอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง นายภูษิต จันทร์เพชร ประมงจังหวัดพัทลุง กล่าวว่า ที่ผ่านมาประมงจังหวัดพัทลุงบูรณาการหน่วยงานภาครัฐ ผู้นำชุมชน ชาวประมง และภาคเอกชนจัดการปัญหาปลาหมอคางดำ ทั้งการประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลกับชุมชนในจังหวัด และชาวประมงที่อยู่รอบทะเลสาบเพื่อสร้างการรับรู้ปลาชนิดนี้ให้ช่วยกันสอดส่อง ยับยั้ง ป้องกัน เฝ้าระวังในพื้นที่บริเวณทะเลสาบสงขลา และรอยต่อระหว่างจังหวัดสงขลา และจัดชุดปฏิบัติการชาวประมงสำรวจปลาในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันยังไม่พบปลาหมอคางดำในทะเลสาบสงขลา ทั้งนี้ พัทลุงไม่เคยนิ่งนอนใจให้ความสำคัญกับการดำเนินการเชิงป้องกัน ติดตามสำรวจปลาหมอคางดำในพื้นที่ ไม่รอให้เกิดการแพร่ระบาดไปในหลายพื้นที่ และในช่วงที่มีฝนตกชุกในพื้นที่ จังหวัดพัทลุงได้ปล่อยปลากะพงขาวขนาด 4 นิ้ว จำนวน
เมื่อเร็วๆนี้ มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท ผนึกกำลังภาคีเครือข่ายภาครัฐและชุมชน จัดกิจกรรม “ข้าวใหม่ ปลามัน” ครั้งที่ 2 ณ นาริมเล โรงเรียนบ้านปากประ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง เพื่อสืบสานและอนุรักษ์ภูมิปัญญาการทำนาริมเล ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา นำโดย นายธราวุธ ช่วยเกิด ปลัดจังหวัดพัทลุง เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนายอานนท์ ขำแก้ว ผู้ชำนาญการแผนงานดำเนินการยุทธศาสตร์ทะเลสาบสงขลา มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท หน่วยงานภาครัฐ ผู้นำชุมชน และชาวบ้าน เข้าร่วมกว่า 250 คน นายธราวุธ ช่วยเกิด ปลัดจังหวัดพัทลุง กล่าวว่า กิจกรรม “ข้าวใหม่ ปลามัน” เป็นโอกาสสำคัญในการอนุรักษ์และฟื้นฟูภูมิปัญญาการทำนาริมเล พร้อมปลูกฝังให้เยาวชนร่วมอนุรักษ์ สืบสาน และต่อยอดภูมิปัญญานี้ให้คงอยู่ต่อไป พร้อมส่งเสริมและพัฒนาพื้นที่สู่การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และสร้างรายได้ให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน ขณะที่ นายอานนท์ ขำแก้ว ผู้ชำนาญการแผนงานดำเนินการยุทธศาสตร์ทะเลสาบสงขลา มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท กล่าวว่า มูลนิธิฯ มุ่งขับเคลื่อนงานด้านความยั่งยืน
กรมชลประทาน เข้าร่วมประชุมหารือกรณีปัญหาความเสื่อมโทรมของ “ทะเลสาบสงขลา” พร้อมหาแนวทางแก้ไข หวังให้สภาพแวดล้อมของทะเลสาบสงขลากลับมาดีขึ้นดั่งเช่นในอดีต นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เข้าร่วมประชุมหารือกรณีปัญหาความเสื่อมโทรมของ “ทะเลสาบสงขลา” และแนวทางแก้ไขปัญหา โดยมี พลเอกวิทวัส รชตะนันทน์ ประธานผู้ตรวจราชการแผ่นดิน เป็นประธานการประชุมฯ ร่วมกับ นายวรณัฏฐ์ หนูรอต รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง และ นายเดช เล็กวิชัย ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 16 พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดสงขลา จังหวัดพัทลุง และจังหวัดนครศรีธรรมราช ณ ห้องประชุม โรงแรมต้นอ้อย แกรนด์ ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา การประชุมในครั้งนี้ เพื่อรับทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์และปัญหาความเสื่อมโทรมของ “ทะเลสาบสงขลา” การดำเนินงานต่างๆ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตลอดหลายปีที่ผ่านมา เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาวินิจฉัย และนำเสนอข้อเสนอแนะต่อหน่วยงานของรัฐต่อการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมของทะเลสาบสงขลา ซึ่งในส่วนของกรมชลประทาน ได้
ผลไม้ที่เป็นไม้ยืนต้นอีกชนิด พบว่าปลูกทั่วประเทศไทย แต่ไม่ค่อยได้พบเห็นกันบ่อยนัก คือ ละมุด ทั้งที่ว่ากันว่า ละมุด เป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่นิยมรับประทาน เพราะเป็นผลไม้ที่มีรสหวาน มีกลิ่นหอม มีน้ำตาลสูง แต่อุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี ธาตุแคลเซียม และ ธาตุฟอสฟอรัส ในตลาดผลไม้เมืองไทย แม้จะเดินเข้าออกในทุกวัน ทุกฤดูกาล ก็อาจไม่ได้เห็นผลไม้ชนิดนี้วางอยู่บนแผง จนเกือบลืมไปแล้วว่ายังมีอยู่ อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา เป็นอำเภอหนึ่งที่ขึ้นชื่อว่า มีละมุดอร่อยที่สุดของประเทศ เรียกติดปากกันว่า ละมุดบางกล่ำ (ภาคใต้เรียกละมุด ว่า ลูกสวา) แต่ปัจจุบันมีผลไม้อีกมากมายหลายชนิด ขึ้นแท่นผลไม้ชื่อดังของจังหวัดไปแล้ว ทำให้ล่าสุด ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา อนุมัติงบประมาณส่งเสริมการปลูกละมุดในพื้นที่อำเภอบางกล่ำอย่างจริงจัง เพื่อให้ชื่อเสียงละมุดบางกล่ำ กลับมารุ่งเรืองเช่นอดีต สวนที่ได้ชื่อว่า เป็นสวนที่มีละมุดผลใหญ่ รสชาติดี กว่าละมุดในละแวกใกล้เคียงทั้งหมด คือ สวนของคุณจู้ฮ่อง เจริญแสง และคุณจำเนียน เจริญแสง สองสามีภรรยา คุณจู้ฮ่อง ฟื้นความทรงจำเกี่ยวกับการปลูกละมุดให้ฟังว่า เขาเติบโตมากับสวนละมุด ตั้งแต่จำค
เมื่อวันที่ 28 มีนาคม นายธีระ วงษ์เจริญ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ.จ.ท.อนันต์ บุญสำราญ นายอำเภอสทิงพระ จ.สงขลา และ นายชยันต์ สังขไพฑูรย์ ประธานสภาเกษตรกร จ.สงขลา เดินทางลงพื้นที่ ต.คลองรี อ.สทิงพระ จ.สงขลา เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการขุดลอก และขยายคลองพลเอกอาทิตย์กำลังเอก รวมทั้งโครงการขยายคลองหนัง ซึ่งเป็นคลองสาขาของคลองพลเอกอาทิตย์ฯ ที่ช่วยระบายน้ำจากทะเลสาบสงขลาลงสู่ทะเลอ่าวไทย นายธีระ กล่าวว่า คลองพลเอกอาทิตย์กำลังเอก เป็นคลองขุดความยาวกว่า 70 กม. ผ่านพื้นที่ทั้ง 4 อำเภอ ในคาบสมุทรสทิงพระ ทั้ง อ.ระโนด อ.กระแสสินธุ์ อ.สทิงพระ และ อ.สิงหนคร ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ ปี 2527 หรือกว่า 30 ปี ที่ผ่านมา เพื่อใช้เป็นที่รับน้ำในช่วงฤดูฝน รวมทั้งกักเก็บน้ำเอาใช้ในหน้าแล้ง ทั้งในส่วนของเกษตรกรรม และเลี้ยงสัตว์ จึงได้มีการขุดคลองกว้างขึ้นอีก 40 เมตร เป็น 70 เมตร รวมทั้งปรับปรุงในส่วนของความลึกเพิ่มจากเดิมในแต่ละจุดอีก 2 เมตร ซึ่งหากแล้วเสร็จก็จะสามารถเพิ่มศักยภาพในการกักเก็บน้ำจาก 2 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็น 7 ล้านลูกบาศก์เมตร โครงการได้ดำเนินการไปอย่างต่อเนื่อง และคาดว่
