ทุเรียนไทย
ตลาดทุเรียนโลกในปัจจุบันนับว่าเป็นสมรภูมิที่ร้อนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดหลักของทุเรียนทั่วโลก ซึ่งทุเรียนไทยแม้จะมีชื่อเสียงและเป็นที่ต้องการของตลาดมานาน แต่ก็ต้องเผชิญหน้ากับการแข่งขันที่รุนแรงจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามและมาเลเซีย ซึ่งต่างก็พยายามขยายฐานการผลิตและส่งออกทุเรียน เพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดของทุเรียนไทย ปัจจัยที่ทำให้ตลาดทุเรียนไทย เผชิญความท้าทาย ในการแข่งขันตลาด การแข่งขันด้านราคาโดยประเทศคู่แข่งมักเสนอราคาที่ต่ำกว่า เนื่องจากต้นทุนการผลิตที่อาจต่ำกว่าหรือมีนโยบายส่งเสริมการส่งออก ทำให้ทุเรียนไทยต้องปรับตัวเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน ข้อมูลจากประชาชาติธุรกิจได้รายงานว่า ช่วงปิดฤดูกาลทุเรียนภาคตะวันออก ด้วยยอดส่งออกสะสม 1 มกราคม-30 มิถุนายน 2567 มีผลผลิตปริมาณ 595,681.88 ตัน มูลค่าอยู่ที่ 79,327.93 ล้านบาท ด้วยราคาที่พุ่งแรงตลอดฤดูกาล เพราะมีล้งกว่า 1,500 รายมาแย่งกันซื้อ แม้ท้ายฤดูกาลยังขายได้ราคา 170-190 บาทต่อกิโลกรัม แต่เมื่อถึงฤดูกาลทุเรียนใต้ในช่วงครึ่งปีหลัง ราคากลับดิ่งเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 140-150 บาทต่อกิโลกรัม แถมยังต้องเผชิญกับสถานกา
“ไตรมาส 3/2567 และไตรมาส 4/2567 ปีนี้ประเทศไทยมีสิทธิเสียแชมป์การส่งออกทุเรียนในตลาดจีนให้เวียดนาม” นั่นเป็นประโยคที่ผู้ส่งออกทุเรียนรายใหญ่เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” แม้ว่าช่วงครึ่งปีแรกของปี 2567 ข้อมูลจากฝ่ายเกษตร ประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว แจ้งว่า ทางศุลกากรแห่งชาติจีนได้เปิดสถิติการนำเข้าทุเรียนผลสดว่า ไทยยังคงครองแชมป์อันดับ 1 โดยมีสัดส่วน 66.97% ของปริมาณการนำเข้าทุเรียนผลสดทั้งหมดของจีน ขณะที่เวียดนามนำเข้า 32.81% เนื่องจากผลผลิตของทุเรียนภาคใต้ที่ลดลง ประกอบกับปัญหาทุเรียนอ่อน หนอนเจาะเมล็ด ล่าสุดถูกด่านตีกลับอีก 9 ตู้ นายสริระวิชญ์ จิระวัฒนเมธากุล ที่ปรึกษาการตลาดสมาคมทุเรียนไทยเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สถานการณ์ภาพรวมทุเรียนไทยส่งออกไปตลาดจีนตอนนี้ราคาต่ำมาก โดยเฉพาะทุเรียน 3 จังหวัดภาคใต้ มีปัญหาหลักๆ 4 ประการ คือ 1. ตลาดปลายทางจีนระบายของยาก เนื่องจากเศรษฐกิจจีนไม่ดี 2. ปัญหาทุเรียนอ่อนในช่วงต้นฤดูช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 3. ปัญหาหนอนเจาะเมล็ดทุเรียนที่ต่อเนื่องมาถึงขณะนี้ และ 4. ปัญหาการแข่งขันกับทุเรียนเวียดนาม ที่จะตามมาในช่วงปลายเดือนสิงหาคมนี้ ทำให้ล้งของบริษั
“ทุเรียน” ผลไม้ยอดนิยมเอกลักษณ์แห่งซอฟต์พาวเวอร์ไทย สร้างกระแสคึกคักบนสังคมออนไลน์ “หมอนทอง” เป็นสายพันธุ์ยืนหนึ่งที่มีแต่คนพูดถึงมากที่สุด โดยเฉพาะทุเรียนจากสวนจันทบุรี และ “บุฟเฟ่ต์ทุเรียน” เป็นกลยุทธ์การตลาดโดนใจที่ทำให้ “ทุเรียนเลิฟเวอร์” ยอมควักกระเป๋า บริษัท ดาต้าเซ็ต จำกัด ได้ทำการรวบรวมข้อมูลผ่านเครื่องมือ DXT360 เพื่อฟังเสียงในสังคมออนไลน์ (Social Listening) และนำข้อมูลเรื่องทุเรียนมาวิเคราะห์ในช่วงวันที่ 1 พฤษภาคม – 20 มิถุนายน 2567 พบว่ามีการพูดถึง (Mention) ทุเรียน ถึง 10,460 ครั้ง และได้รับการมีส่วนร่วม หรือเอ็นเกจเมนต์ (Engagement) จำนวน 3,556,174 ครั้ง โดยเฟซบุ๊ก (Facebook) เป็นช่องทางที่ได้รับการ Mention และมี Engagement มากที่สุด “หมอนทอง” สายพันธุ์ทุเรียนยอดฮิต ช่วงฤดูกาลทุเรียน เป็นช่วงที่ทุเรียนออกผลผลิตจำนวนมาก มีทุเรียนหลากหลายสายพันธุ์ให้เลือกสรรตามความชอบ โดยจุดเด่นของทุเรียนแต่ละสายพันธุ์ย่อมแตกต่างกันออกไป ทั้ง หมอนทอง รสชาติหวานมันกำลังดี กลมกล่อม ไม่ได้หวานแหลมจนเกินไป และเนื้อเยอะ ก้านยาว รสชาติจะหวานมัน แต่มีขนาดเม็ดที่ใหญ่ ชะนี รสชาติจะหวานจัด กลิ่น
นายวิทยากร มณีเนตร โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สถิติการนำเข้าทุเรียนสดของประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนในปี 2024 ล่าสุด (ข้อมูลจาก Global Trade Atlas : GTA) พบว่าจีนนำเข้าจากไทยเป็นอันดับที่ 1 ปริมาณ 121,398 ตัน มูลค่า 717 ล้านเหรียญสหรัฐ และนำเข้าจากเวียดนามอันดับที่ 2 ปริมาณ 79,186 ตัน มูลค่า 369 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่ข้อมูลสถิติการส่งออกทุเรียนสดของไทยในช่วง 4 เดือนล่าสุด (มกราคม-เมษายน 2567) พบว่าไทยสามารถส่งออกทุเรียนสดไปจีนได้ถึง 225,204 ตัน (ข้อมูลสถิติจากกรมศุลกากร) และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในเดือนพฤษภาคม ซึ่งสามารถมั่นใจได้ว่าไทยยังคงครองแชมป์การส่งออกทุเรียนสดไปยังประเทศจีน นอกจากนี้ยังพบว่าราคาต่อหน่วยของไทยในปี 2567 ปรับตัวสูงขึ้น เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากความต้องการทุเรียนไทยในตลาดจีนยังปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยราคาส่งออกกิโลกรัมละ 6 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 216 บาทต่อกิโลกรัม ทั้งนี้ เนื่องจากนโยบายเชิงรุกของกระทรวงพาณิชย์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยการนำของ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้ลงพื้นที่ ด
จันทบุรี, 14 พฤษภาคม (ซินหัว) – ภาพคนงานปีนต้นทุเรียนใช้มีดตัดผลผลิตบนยอดสูงชะลูด ก่อนโยนให้เพื่อนคนงานที่รอรับใต้ต้นอย่างชำนิชำนาญด้วยถุงกระสอบ ส่งสัญญาณการเริ่มต้นฤดูเก็บเกี่ยวทุเรียนในจังหวัดจันทบุรี ซึ่งถือเป็นแหล่งเพาะปลูกทุเรียนแห่งสำคัญของไทย ศศิธร เจ้าของสวนทุเรียนมากกว่า 2,000 ต้น ผู้ทำธุรกิจซื้อขายทุเรียนมานานกว่า 10 ปี เล่าว่า เธอจ้างคนงานตัดผลผลิตทุกวันมากกว่า 40 คนในฤดูเก็บเกี่ยวทุเรียนปีนี้ โดยผลผลิตของปีนี้ลดลงเพราะภัยแล้ง สวนทางกับความต้องการทุเรียนของตลาดจีนที่ยังคงสูง “เราส่งออกทุเรียนหลายสายพันธุ์ ทั้งพันธุ์กระดุมที่สุกพร้อมเก็บเกี่ยวก่อนหน้านี้และพันธุ์หมอนทองที่ชาวจีนนิยม” ศศิธร กล่าว โดยทุเรียนจากสวนของศศิธรถูกขนส่งสู่โรงงานแปรรูปใกล้เคียงอย่างรวดเร็ว เพื่อคัดเลือก ชั่งน้ำหนัก บรรจุหีบห่อ และเคลื่อนย้ายสู่สายส่ง วีระชัย ผู้จัดการโรงงานแปรรูปทุเรียน บอกกับสำนักข่าวซินหัวว่า จีนเป็นตลาดสำคัญมาก โดยปีนี้ส่งออกทุเรียน 23 ตู้คอนเทนเนอร์แล้ว ส่วนใหญ่ส่งออก 3 ทาง แบ่งเป็นทางอากาศร้อยละ 20 ทางทะเลร้อยละ 40 และทางบกร้อยละ 40 อนึ่ง ไทยเป็นหนึ่งในผู้ผลิตและส่งออกทุเรีย
ยามฤดูเก็บเกี่ยวและจำหน่าย “ราชาแห่งผลไม้” อย่างทุเรียนเวียนมาถึง ทุเรียนจากกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะทยอยเข้าสู่ตลาดจีนอย่างต่อเนื่อง โดยรสชาติที่อร่อยและกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ ทำให้ทุเรียนเป็นที่รู้จักและชื่นชอบของผู้บริโภคชาวจีนเพิ่มขึ้น กลายเป็นหนึ่งในผลไม้ตัวเลือกของหลายครอบครัวชาวจีน “ไทย” ถือเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตและส่งออกทุเรียนแห่งสำคัญของโลก แต่ละปีส่งออกทุเรียนสู่จีนเป็นปริมาณมาก โดยปริมาณการส่งออกทุเรียนของไทยสู่จีนในปี 2023 เพิ่มขึ้นร้อยละ 81.7 เมื่อเทียบปีต่อปี และทุเรียนที่ส่งออกสู่จีนคิดเป็นร้อยละ 70 ของการส่งออกทุเรียนทั้งหมดของไทย ขณะความนิยมทุเรียนในจีนเพิ่มขึ้นไม่หยุดและความต้องการของตลาดยังคงแข็งแกร่งในปี 2024 “ทุเรียนไทยอร่อยและมีกลิ่นหอมมาก แต่ละปีครอบครัวต้องซื้อทุเรียนหมอนทองของไทยมารับประทานกัน โดยตอนนี้นอกจากทุเรียนไทยแล้วยังมีทุเรียนเวียดนามให้เลือกซื้อ นี่เป็นเหมือนโบนัสของคนรักทุเรียน” หวังอวิ๋นเจวียน ผู้บริโภคในนครหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงทางตอนใต้ของจีนกล่าว ยามเดินเข้าตลาดค้าส่งผลไม้ไห่จี๋ซิงในนครหนานหนิงจะพบพ่อค้าแม่ค้ามากมายที่จำหน่าย “
วันที่ 4 เมษายน 2024 สำนักข่าวซินหัว (Xinhua) ของจีนรายงานว่า กระทรวงเกษตรและการพัฒนาชนบทของเวียดนามรายงานว่าทุเรียนเวียดนามครองส่วนแบ่งตลาดในจีนสูงถึง 31.8% เป็นรองเพียงทุเรียนไทยเท่านั้น โดยล่าสุดทุเรียนไทยครองส่วนแบ่งตลาดจีนอยู่ 68% กระทรวงฯ ระบุว่า ทุเรียนเวียดนามจะสามารถเพิ่มส่วนแบ่งให้แซงหน้าทุเรียนไทยและครองตลาดจีนได้ หากเวียดนามพยายามใช้โอกาสและข้อได้เปรียบให้ดี รวมถึงจัดเตรียมการผลิตอย่างมืออาชีพ ปัจจุบันเวียดนามมีสวนทุเรียน 708 แห่ง และโรงงานบรรจุหีบห่อทุเรียน 168 แห่ง ซึ่งดำเนินการส่งออกทุเรียนสู่ตลาดจีนภายใต้การอนุมัติจากสำนักบริหารศุลกากรทั่วไปของจีน ทั้งนี้ สวนทุเรียนทั้งหมดของเวียดนามครอบคลุมพื้นที่ 112,000 เฮกตาร์ (ราว 7 แสนไร่) และสร้างผลผลิตรายปีสูงถึง 863,000 ตัน เวียดนามส่งออกทุเรียนสู่จีนเป็นหลัก โดยปริมาณการส่งออกสู่จีนในปี 2023 สูงถึง 595,000 ตัน คิดเป็นสัดส่วน 98.6% ของการส่งออกทุเรียนทั้งหมด ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ https://www.prachachat.net/world-news/news-1536752
สมาพันธ์ชาวสวนทุเรียนภาคตะวันออก ก่อตั้งขึ้นมาเมื่อเดือนมิถุนายน 2562 โดยคัดเลือกคณะกรรมการสมาพันธ์ฯ จากเกษตรกรชาวสวนทุเรียน 6 จังหวัดภาคตะวันออก ได้แก่ จันทบุรี ตราด ระยอง ชลบุรี ปราจีนบุรี โดยกำหนดเป้าหมายในการขับเคลื่อนเพื่อให้สมาพันธ์ชาวสวนทุเรียนภาคตะวันออกเข้มแข็ง จนสามารถเป็นที่พึ่งพาและเป็นฐานการขับเคลื่อนให้การพัฒนาทุเรียนเป็นไปอย่างมีระบบ อีกทั้งทำหน้าที่เป็นตัวแทนภาคเกษตรกรในการเป็นสื่อกลางประสานงานกับภาครัฐสำหรับให้การสนับสนุนการบริหารจัดทุเรียนอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจนมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่การจัดการสวน การจัดการเก็บเกี่ยว การรักษาคุณภาพและมาตรฐานผลผลิตทุเรียน การจัดการตลาดที่สามารถกำหนดราคาได้อย่างยุติธรรม การสร้างมูลค่าเพิ่มและผลักดันผลผลิตสู่กระบวนการแปรรูปให้มากขึ้น และการพัฒนาเกษตรกรชาวสวนสมาชิกให้มีความรู้และนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ที่สอดคล้องและเท่าเทียม ดังนั้น เพื่อการพัฒนาวงการทุเรียนของภาคตะวันออกให้ก้าวเดินอย่างเข้มแข็ง เมื่อเร็วๆ นี้ สมาพันธ์ชาวสวนทุเรียนภาคตะวันออกได้จัดงาน “Durain to Go” by ภายใต้คอนเซ็ปต์ “พัฒนาทุเรียนไทย ก้าวไกลสู่สากล” ณ อาคา
ทุเรียนเทศ อยู่คนละวงศ์กับทุเรียนไทย เรียนคุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ ผมมีคำถามขอเรียนถามว่า ทุเรียนเทศ กับทุเรียนหมอนทอง หรือทุเรียนไทย เป็นพรรณพืชชนิดเดียวกันหรือไม่ครับ ผมจะรอติดตามอ่านในคอลัมน์หมอเกษตรนะครับ ขอแสดงความนับถือ สุรชัย วงศ์วนิชย์พันธุ์ เชียงใหม่ ตอบ คุณสุรชัย วงศ์วนิชย์พันธุ์ ทุเรียนเทศ มีชื่อเรียกหลายชื่อแตกต่างกันไปตามภูมิภาคของประเทศ ภาคกลาง เรียก ทุเรียนแขก ภาคเหนือ เรียก มะทุเรียน ภาคใต้ เรียก ทุเรียนน้ำ ทุเรียนเทศจัดอยู่ในวงศ์เดียวกับน้อยหน่า จำปี นมแมว กระดังงา ทุเรียนเทศมีถิ่นกำเนิดอยู่ในอเมริกากลาง เริ่มแพร่เข้ามาในเขตร้อนชื้น เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อเกือบ 400 ปี ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ต่อมาแพร่กระจายไปยังประเทศอาณานิคมอื่นๆ ได้แก่ พม่า เวียดนาม มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ในเวลาไล่เลี่ยกัน ทุเรียนเทศมีชื่อสามัญว่า soursop จัดอยู่ในวงศ์ Anonaceae ส่วนทุเรียนบ้านเรา เป็นพืชท้องถิ่นของอินโดนีเซีย และมาเลเซีย จัดอยู่ในวงศ์ Bombacaceae ลาลูแบร์ บันทึกไว้ว่า พบเห็นทุเรียนชนิดนี้มาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชในอดีตนานมาแล้ว
หลังจากที่ แจ็ค หม่า ประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้งกลุ่มอาลีบาบา เดินทางมาเยือนประเทศไทยเมื่อวานนี้ (19 เม.ย.) เพื่อลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) 4 ฉบับ ระหว่างหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ ของไทยกับบริษัทในเครืออาลีบาบากรุ๊ป เพื่อส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยภายใต้ยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 ล่าสุดสำนักข่าวประเทศจีน (South China moring Post) รายงานว่า Tmall แพลตฟอร์มขายของออนไลน์ในเครือของอาลีบาบา สามารถขายทุเรียนไปถึง 80,000 ลูก (200,000 กิโลกรัม) ภายใน 60 วินาที ข่าวยังระบุว่าอีกว่า เว็บไซต์ Tmall นั้นมีทุเรียนมากกว่า 2 ล้านลูก ถูกขายผ่านเว็ฐไซต์นี้มานานแล้ว อนึ่งอาลีบาบา กรุ๊ป ได้เซ็นสัญญาซื้อทุเรียนไทย 3 ปี วงเงิน 15,000 ล้านบาท
