ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี
กรุงเทพฯ – 12 พฤษภาคม 2564 : ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี เดินหน้าขยายธุรกิจเศรษฐกิจหมุนเวียน ตามทิศทางธุรกิจสู่ “ปิโตรเคมีเพื่อความยั่งยืน” สอดคล้องกับแนวทาง ESG โดยล่าสุด ได้ลงนามในสัญญาซื้อหุ้น บริษัท ซีพลาสต์ (Sirplaste) ผู้นำด้านพลาสติกรีไซเคิลในประเทศโปรตุเกส โดยจะเข้าร่วมบริหารกิจการ และพัฒนาต่อยอดด้านเทคโนโลยีรีไซเคิลที่มีคุณภาพสูง (High Quality Post-Consumer Recycled Resin – PCR) รวมทั้งขยายตลาดพลาสติกรีไซเคิลไปยังภูมิภาคต่างๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการพลาสติกรีไซเคิลในตลาดโลกที่กำลังเติบโต รวมทั้งส่งเสริมการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน และช่วยลดภาวะโลกร้อน สำหรับการลงนามในสัญญาซื้อหุ้นในครั้งนี้ บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (SCG Chemicals) บริษัทย่อยที่ SCC ถือหุ้นทั้งหมด ได้ลงนามในสัญญาซื้อหุ้นผ่าน SCG Chemicals Trading (Singapore) Pte, Ltd. เพื่อเข้าถือหุ้นในสัดส่วน ร้อยละ 70 ใน Sirplaste-Sociedade Industrial de Recuperados de Plástico, S.A. (Sirplaste) เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2564 โดยคาดว่าธุรกรรมจะเสร็จสิ้นภายในปี 2564 ทั้งนี้ ผู้ถือหุ้นเดิมจะยั
ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ได้แก่ บริษัท มาบตาพุด โอเลฟินส์ จำกัด บริษัท ระยองโอเลฟินส์ จำกัด บริษัท มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด และบริษัท ระยอง เทอร์มินัล จำกัด รับโล่รางวัลเกียรติยศ “โครงการส่งเสริมอุตสาหกรรมให้มีความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชนอย่างยั่งยืน (CSR-DIW Continuous Award) ประจำปี 2563” จากกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม โดยมี นายประกอบ วิวิธจินดา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธี ทั้งนี้ ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และลดภาวะโลกร้อน โดยมีกรอบการดำเนินงานตามมาตรฐาน CSR-DIW ควบคู่กับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDGs (Sustainable Development Goals) ขององค์การสหประชาชาติ (United Nations: UN) เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม สำหรับกิจการเพื่อสังคมที่ 4 บริษัทฯ ในธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ได้ส่งเสริมและดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม เช่น โครงการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนให้เกิดการเติบโตและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เช่น วิสาหกิจรถ
กรุงเทพฯ – 30 พฤศจิกายน 2563 : ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี เผยกลยุทธ์ธุรกิจปี 2564 มุ่งสู่ “ธุรกิจปิโตรเคมีเพื่อความยั่งยืน” (Chemical Business for Sustainability) ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Net Zero ภายในปี 2593 เปิดโรดแมปชูธง 4 แผนธุรกิจขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ขนทัพนวัตกรรมและเทคโนโลยีรีไซเคิลพลาสติก เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ให้กับลูกค้า เจ้าของแบรนด์สินค้า และผู้บริโภคที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม เชื่อมั่นเป็นแนวทางธุรกิจที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลกอย่างยั่งยืน พร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนมาปรับใช้ในธุรกิจ นายธนวงษ์ อารีรัชชกุล กรรมการผู้จัดใหญ่ ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี เผยถึงแนวทางธุรกิจด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน ว่า “ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี เดินหน้าขับเคลื่อนด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน มาอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งพัฒนานวัตกรรมเม็ดพลาสติก และร่วมกับพันธมิตรองค์กร เครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ เพื่อส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และรณรงค์การจัดการพลาสติกใช้แล้วอย่างครบวงจรตั้งแต่ต้นทาง เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ เช่น โครงการถนนพลาสติ
ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ร่วมกับ บริษัทในกลุ่มอมตะ พัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์ม KoomKah Smart Manifest (คุ้มค่า สมาร์ท แมนิเฟสท์) เพิ่มศักยภาพการจัดเก็บข้อมูลการขนส่งขยะอัจฉริยะใช้ภายในนิคมอุตสาหกรรมอมตะโดยเฉพาะ ภายใต้หลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ลดปัญหาภาวะโลกร้อน และเพิ่มความเชื่อมั่นผู้ประกอบการด้านการบริหารจัดการขยะแบบครบวงจร นายธนวงษ์ อารีรัชชกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี เปิดเผยว่า “เอสซีจี ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาโปรแกรมระบบจัดเก็บข้อมูลการขนส่งขยะอัจฉริยะ (KoomKah Smart Manifest) ร่วมกับบริษัทในกลุ่มอมตะ ได้แก่ บริษัท อมตะ ฟาซิลิตี้ เซอร์วิส จำกัด โดยจะร่วมกันพัฒนาโปรแกรม KoomKah Smart Manifest ซึ่งเป็นดิจิทัลแพลตฟอร์มที่ต่อยอดจากเว็บแอปพลิเคชัน “คุ้มค่า” (KoomKah) ของเอสซีจี ซึ่งถือเป็นโซลูชันด้านดิจิทัลแบบครบวงจรใช้ในการบริหารจัดการธนาคารขยะ โดยความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการสร้างดิจิทัลแพลตฟอร์มใหม่เพื่อรองรับการใช้งานการจัดเก็บข้อมูลขนส่งขยะภายในนิคมอุตสาหกรรมอมตะโดยเฉพาะ เอสซีจีและอมตะ ต่างเห็นถึงความสำคัญของการใ
มูลนิธิเอสซีจี โดย คุณรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส ประธานกรรมการมูลนิธิเอสซีจี พร้อมด้วย คุณ เชาวลิต เอกบุตร กรรมการบริหารมูลนิธิเอสซีจี คุณสุวิมล จิวาลักษณ์ กรรมการและผู้จัดการมูลนิธิเอสซีจี และ ดร. สุรชา อุดมศักดิ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ดูแลงานเทคโนโลยีและนวัตกรรม เอสซีจี ร่วมส่งมอบเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) มูลค่าเครื่อง รวมการปรับปรุงห้องสำหรับใช้งาน เป็นงบประมาณ 14 ล้านบาท ให้แก่โรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ โดยนวัตกรรมนี้ได้รับคำแนะนำจาก Chinese Academy of Sciences สามารถแสดงผลการตรวจที่คมชัดด้วยภาพความละเอียดสูง ที่มาพร้อมซอฟต์แวร์ที่พัฒนาเพื่อช่วยให้การวินิจฉัยอาการของผู้ป่วยโควิด-19 แม่นยำและรวดเร็ว รองรับการคัดกรองได้มากถึง 300 คน ต่อวัน อีกทั้งยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ เพื่อวินิจฉัยโรคอื่นๆ ได้อีกด้วย โดยมี รศ.นพ. ธันย์ สุภัทรพันธุ์ รักษาการแทนรองอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วย ศ.นพ. ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เป็นผู้แทนรับมอบ นอกจากนี้ มูลนิธิเอสซีจี ยังได้ส่งมอบนวัตกรรมป้องกันโควิด-19 อื่
ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี โดย นายศักดิ์ชัย ปฏิภาณปรีชาวุฒิ Vice President – Poly Olefins and Vinyl Business ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแสดงพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน ในงานแสดงพลังความร่วมมือ Circular in Action – Drop Point of Used Plastic หรือ ปฏิบัติการหมุนเวียนพลาสติกด้วยจุดดร็อปพอยต์ โดย PPP Plastics ร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของภาคีเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ที่มาร่วมกันแสดงพลังกว่า 60 หน่วยงาน เพื่อแสดงจุดยืนในการขับเคลื่อนการนำพลาสติกสะอาดกลับไปรีไซเคิลเป็นเม็ดพลาสติกและนำไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำวนกลับมาใช้งานได้อีกหลายรอบ “แบบไม่รู้จบ” เพื่อไม่ให้พลาสติกเหล่านี้หลุดรอดไปสู่สิ่งแวดล้อมและไม่ไปที่หลุมฝังกลบ เป็นการลดปัญหาสิ่งแวดล้อมเรื่องขยะพลาสติกในทะเล และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า โดยการนำกลับมาหมุนเวียนเพื่อทำประโยชน์ตามหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยงานนี้ได้รับเกียรติจาก ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มาร่วมเปิดงานและกล่าวมอบนโยบาย BCG ขับเคลื่อนประเทศไทย เพื่อการเติบโต
ไวรัสโควิด-19 ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อสุขภาพ แต่ยังลากยาวไปถึง “ปัญหาปากท้อง” อีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่า การจัดการกับการระบาดของเชื้อถือเป็นวาระแห่งชาติที่ทุกคนในสังคมต้องร่วมมือกัน การอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ และมาตรการสร้างระยะห่างทางสังคม หรือ Social Distancing เป็นวิถีที่ช่วยให้การระบาดของโรคลดลงจนมีจำนวนตัวเลขผู้ติดเชื้อลดน้อยลงเหลือตัวเลขหลักเดียวมาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ในช่วงนี้หลายธุรกิจอาจได้รับผลกระทบ และหลายครอบครัวมีรายได้ลดลง ซึ่งการเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีทำธุรกิจในรูปแบบใหม่ จึงเป็นทางออกที่ทุกธุรกิจไม่ว่าจะขนาดใหญ่หรือเล็กต้องเรียนรู้และหาทางปรับตัวอย่างรวดเร็ว ด้วยความเชื่อที่ว่า “ทุกวิกฤต มีโอกาส ทุกความพยายาม มีความสำเร็จรออยู่เสมอ” ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี จึงได้รวมพลังชุมชนระยองสู้วิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้ไปด้วยกัน โดยได้เปิดพื้นที่เฟซบุ๊กในชื่อ “ระยองชอปฮิ” เป็นตลาดนัดออนไลน์ให้ชุมชนระยอง สามารถ “ฝากร้าน-ชอปจากบ้าน” ตอบรับพฤติกรรมการสั่งอาหารและสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ที่กำลังกลายเป็น New Normal และเติบโตอย่างมากในขณะนี้ โดยได้รวบรวมพ่อค้า-แม่ขายในพื้นที่ระยองกว่า 100 ร
ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี นำโดย นายไพศาล เล็กสกุลชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาบตาพุดโอเลฟินส์ จำกัด พร้อมด้วยผู้บริหารจากธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี เดินหน้าป้องกันชุมชนให้ห่างไกลจากเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยมอบน้ำยาฉีดพ่นฆ่าเชื้อ จำนวน 3,000 ลิตร ให้กับ 3 เทศบาล ได้แก่ เทศบาลเมืองมาบตาพุด เทศบาลตำบลมาบข่าพัฒนา และเทศบาลตำบลบ้านฉาง ในจังหวัดระยอง เพื่อนำไปใช้ทำความสะอาดฆ่าเชื้อในสถานที่สาธารณะ โดยมี นายถวิล โพธิบัวทอง นายกเทศมนตรีเมืองมาบตาพุด นายสุชิน พูลหิรัญ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบ้านฉาง และ นายสุกิจ จันทร์มณี นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลมาบข่า เป็นผู้รับมอบ นายไพศาล เล็กสกุลชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัทมาบตาพุดโอเลฟินส์ จำกัด ในธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี กล่าวว่า “น้ำยาฆ่าเชื้อเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จำเป็นอย่างมากในขณะนี้ เนื่องจากเทศบาลต้องใช้ในการฉีดพ่นฆ่าเชื้อตามสถานที่สาธารณะต่างๆ เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อให้กับชุมชน และยังเป็นการดูแลสุขอนามัยและความปลอดภัยให้กับคนในชุมชนอีกด้วย ดังนั้น บริษัท มาบตาพุดโอเลฟินส์ จำกัด จึงได้นำสาร Sodium Hypochlorite ที่มีอยู่ในโรงงานมาปรับค่าความเข้มข้นให้เหมาะกับ
ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี มอบอุปกรณ์ป้องกันเชื้อฟุ้งกระจาย ประกอบด้วย กล่องป้องกันเชื้อฟุ้งกระจายผลิตจากอะคริลิก Shinkolite และชุด DIY Aerosol Guard จากเอสซีจี จำนวน 70 ชุด ให้กับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยอง โดยจะส่งต่อให้กับโรงพยาบาล 9 แห่ง ใน จังหวัดระยอง เพื่อช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 จากผู้ป่วยสู่ภายนอก และลดความเสี่ยงในการติดเชื้อให้กับบุคลากรทางการแพทย์ สำหรับอุปกรณ์ป้องกันเชื้อฟุ้งกระจาย ที่ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ส่งมอบให้กับบุคลากรทางการแพทย์ จ.ระยอง ในครั้งนี้ มี 2 รูปแบบ คือ 1.) กล่องป้องกันเชื้อฟุ้งกระจาย ช่วยในปฏิบัติการใส่ท่อช่วยหายใจ และหัตถการของบุคลากรทางการแพทย์ ผลิตจากแผ่นอะคริลิก Shinkolite มีความใส สะอาด ปราศจากฝุ่นละอองเจือปน ใช้ครอบบริเวณศีรษะของผู้ป่วยติดเชื้อที่ระบบหายใจล้มเหลว ระหว่างปฏิบัติการใส่ท่อช่วยหายใจ 2.) ชุด DIY Aerosol Guard จากเอสซีจี เป็นชุดอุปกรณ์ป้องกันเชื้อฟุ้งกระจายแบบถอดประกอบได้ด้วยตนเอง ประกอบด้วยอุปกรณ์ครบชุดพร้อมใช้งาน อาทิ ท่อและข้อต่อพีวีซีจากเอสซีจีเพื่อประกอบเป็นโครงสร้าง และแผ่นฟิล์มพลาสติกช่วยลดการฟุ้งกระจายของเชื้อ โดยชุด D
เอสซีจี โดย นายไพศาล เล็กสกุลไชย (ที่ 3 จากขวา) กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาบตาพุดโอเลฟินส์ จำกัด ในธุรกิจเคมิคอลส์ และ นางสาวน้ำทิพย์ สำเภาประเสริฐ (ที่ 2 จากขวา) ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารแบรนด์และกิจการเพื่อสังคม พร้อมผู้บริหารธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ร่วมพิธีเปิดศูนย์บริการสาธารณสุขเทศบาลเมืองมาบตาพุด จังหวัดระยอง แห่งใหม่ โดยมี นายถวิล โพธิบัวทอง (ที่ 2 จากซ้าย) นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองมาบตาพุดให้การต้อนรับ และ นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต (ที่ 3 จากซ้าย) ผู้ตรวจราชการแผ่นดิน ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี สำหรับการเปิดศูนย์ในครั้งนี้ ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ได้สนับสนุนอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์รวมมูลค่า 3,000,000 บาท เพื่อส่งเสริมและเพิ่มการให้บริการด้านสาธารณสุขอย่างมีประสิทธิภาพแก่ชาวชุมชนระยอง โดยจัดทำศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพและกายภาพบำบัด จัดทำระบบบัตรคิวสำหรับผู้มาใช้บริการที่ศูนย์ ร่วมสนับสนุนศูนย์แพทย์แผนไทย รวมถึงติดตั้งฟิล์มติดกระจกอาคารกันความร้อน พร้อมมอบชุดถังขยะและป้ายให้ความรู้เรื่องการแยกขยะอย่างถูกต้องภายในศูนย์ นอกจากนี้ ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ยังได้ให้ความรู้ในการดูแลตัวเองเชิงป้
