นวัตกรรม
กลุ่มนักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ออกแบบและสร้างเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ขึ้นรูปช็อกโกแลต ต่อยอดเพื่อการสร้างสรรค์ สำหรับวงการอาหาร ไอเดียนักศึกษาชั้นปีที่ 4 จากภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ประกอบด้วย นายสราวุธ ทามี, นายณัฐดนัย สุขมิ่ง, นางสาวนัทธิชา ฟักทองอ่อน และ นางสาวสุกันยา มีศาลา ได้ร่วมกันออกแบบและสร้างเครื่องพิมพ์ 3 มิติ สำหรับพิมพ์ขึ้นรูปช็อกโกแลตด้วยเทคนิคขึ้นรูปแบบฉีด หรือโรยเรียงเป็นชั้น โดยมี ดร. กุลชาติ จุลเพ็ญ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ มทร.ธัญบุรี เป็นที่ปรึกษาโครงงาน นายสราวุธ กล่าวถึงการออกแบบและสร้างเครื่องพิมพ์ช็อกโกแลต 3 มิติ เริ่มจากการศึกษากระบวนการขึ้นรูปช็อกโกแลต ซึ่งการผลิตแบบเดิมนั้นใช้วิธีการหล่อขึ้นรูป จึงจำเป็นต้องมีแบบพิมพ์ ซึ่งการทำแบบพิมพ์มีมูลค่าที่สูง และต้องใช้ผลิตหลายชิ้นจึงจะคุ้มค่ากับต้นทุนการผลิต จึงร่วมกันออกแบบและสร้างเครื่องพิมพ์ช็อกโกแลต 3 มิติ เพื่อลดค่าใช้จ่ายการทำแบบพิมพ์ สามารถขึ้นรูปทรงที่ซับซ้อนและเป็นเอกลักษณ์ได้เมื่อเทียบกับการผลิตแบบเดิ
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมมือกับ บริษัท นครสวรรค์สตีล ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อพัฒนาเกษตรให้ก้าวไกล วันที่ 12 ธันวาคม 2562 ที่อาคารวชิรานุสรณ์ คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) การพัฒนาเทคโนโลยีทางการเกษตร ระหว่างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยภาควิชาเกษตรกลวิธาน คณะเกษตร ร่วมกับ บริษัท นครสวรรค์สตีล โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.สุดเขตต์ นาคะเสถียร คณบดีคณะเกษตร เป็นประธานในพิธี ศาสตราจารย์ ดร.สุดเขตต์ นาคะเสถียร คณบดีคณะเกษตร กล่าวว่า ภาคเกษตรในปัจจุบันประสบปัญหาเรื่องของแรงงานและเครื่องจักรกลทางการเกษตรที่ทันสมัย ทำให้การทำงานของเกษตรในพื้นที่ไม่ได้ประสิทธิภาพเท่าที่ควร ดังนั้น การมีข้อมูลพื้นฐานของเกษตรกรที่แม่นยำจะช่วยเป็นข้อมูลให้คณะเกษตร และ บริษัท นครสวรรค์สตีล นำไปพัฒนาเทคโนโลยีให้ดีขึ้นได้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศุภกิตต์ สายสุนทร หัวหน้าภาควิชาเกษตรกลวิธาน คณะเกษตร กล่าวว่า ภาควิชาเกษตร เป็นภาควิชาที่มีภาระหลักด้านการเรียนการสอน การวิจัย การบริการวิชาการ และทำนุบำรุงศิลปะวัฒนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งภารกิจทางด้านงานเทคโนโล
ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ กรุงเทพฯ วันที่ 16-17 กันยายน 2562 – สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี (BIC) ร่วมกับ สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) หรือ สรพ. จัดเวทีพิชชิ่ง 2P Safety Tech Pitching ภายใต้งาน “วันแห่งความปลอดภัยของผู้ป่วยโลก (The 1st World Patient Safety Day)” และ “วันแห่งความปลอดภัยของผู้ป่วยและบุคลากรสาธารณสุขของประเทศไทย (The 3rd Thailand Patient and Personnel Safety Day)” ที่จัดโดย สรพ. ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพ โดยเวทีพิชชิ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมด้าน Innovation for 2P Safety ที่เปิดโอกาสให้ 12 โรงพยาบาลในโครงการ 2P Safety Tech Hospitals นำเสนอนวัตกรรม เพื่อคัดเลือกนวัตกรรมที่มีผลงานดีเด่นใน 3 ด้าน ได้แก่ Care, Change, Collaboration ผลปรากฏ โรงพยาบาลหนองม่วง จังหวัดลพบุรี กับผลงานรถขนส่งอาหารขับเคลื่อนไฟฟ้า คว้ารางวัลด้าน Collaboration ขณะที่ด้าน Care มี 2 แห่งคือ โรงพยาบาลมหาสารคาม กับผลงาน Smart OPD และโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก กับผลงานเครื่องมือ Stop Fall ส่วนรางวัลด้าน Care คือ
สสว. ร่วมกับ สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ บูสต์อัพสินค้านวัตกรรมที่มีดีไซน์โดดเด่นของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ (SME Early Stage) ในธุรกิจแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ กว่า 85 แบรนด์ ณ Quartier Avenue ชั้น G ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ ระหว่าง วันที่ 24-25 สิงหาคม นี้ นายสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวว่า สสว. ร่วมกับ สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ดำเนินการโครงการพัฒนาผู้ประกอบการใหม่ (SME Early Stage) ในสาขาแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ ต่อยอดนักออกแบบ นักศึกษา และทายาทธุรกิจ ให้มีความสามารถในการทำธุรกิจและเติบโตอย่างมีศักยภาพ ด้วยการยกระดับองค์ความรู้ในการพัฒนาสินค้าที่มีดีไซน์โดดเด่นและเพิ่มมูลค่าด้วยนวัตกรรมสร้างมูลค่าเพิ่ม (High Value Added) เช่น นวัตกรรมการเขียนลายจากยางกล้วย เป็นการใช้วัตถุดิบและภูมิปัญญาท้องถิ่นผสมผสานกับนวัตกรรมเพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคทั้งในปัจจุบันและอนาคต การใช้เทคโนโลยีตกแต่งสำเร็จช่วยเพิ่มฟังก์ชั่นการใช้งานของผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายมากขึ้น เช่น กระเป๋าเป้สะท้อนน้ำ เสื้อผ้าป้องกันยุง
ปัจจุบัน ประเทศไทย มีความตื่นตัวทางด้านพลังงานทดแทนอย่างมาก รัฐบาลมีนโยบายรณรงค์สนับสนุนงานวิจัยเรื่องการใช้พลังงานทดแทนในรูปแบบต่างๆ ให้แพร่หลายยิ่งขึ้น รวมทั้งดำเนินมาตรการประหยัดพลังงานอย่างเป็นรูปธรรม จนกลายเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ลดการพึ่งพาจากต่างประเทศ โดยเฉพาะกระแสไฟฟ้าเป็นระบบสาธารณูปโภคที่มีความสำคัญ และถือเป็นความต้องการพื้นฐานของประชาชน วช. ผลักดันต้นแบบชุมชนสีเขียว ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เปิดเผยว่า วช. ในฐานะหน่วยงานสนับสนุนทุนเพื่อการวิจัยและนวัตกรรม ตามการปฏิรูประบบวิจัยและนวัตกรรมของรัฐบาล ตระหนักถึงความสำคัญของการใช้พลังงานทดแทน จึงได้ให้ทุนสนับสนุนงานวิจัยพลังงานทดแทน (โครงการท้าทายไทย) ที่ตอบสนองนโยบายรัฐบาล ภายใต้ชื่อ โครงการ “การพัฒนาพลังงานทดแทนและการประยุกต์ใช้ในชุมชนสีเขียว” แก่ ศาสตราจารย์ ดร. ทนงเกียรติ เกียรติศิริโรจน์ แห่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และคณะ ที่มุ่งศึกษาวิจัยและนำองค์ความรู้ เทคโนโลยีจากงานวิจัยด้านพลังงานไปใช้ในชุมชน ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และใช้พลังงานให้เกิดประสิท
ถึงแม้ “มะพร้าว” จะเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญ แต่ที่ผ่านมามักประสบปัญหาทางด้านโรคแมลงและราคามาตลอดอย่างยาวนานและต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ปัญหาภายในและภายนอกที่บุกเข้าโจมตีสร้างความเดือดร้อนต่อสภาวะการยึดอาชีพปลูกมะพร้าวของชาวสวนทั่วประเทศ ส่งผลให้ต้องหาแนวทางออกด้วยวิธีสร้างมูลค่ามะพร้าวแทนการขายผล สวนมะพร้าวอินทรีย์ พันธุ์พื้นเมืองเก่าแก่ “สวนลุงสงค์” เป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนน้ำมันมะพร้าวบางใบไม้ ส่งเสริมการปลูกมะพร้าวแบบอินทรีย์ที่มีมาตรฐาน เพื่อนำผลผลิตมะพร้าวมาสร้างผลิตภัณฑ์ต่างๆ ผ่านการวิจัย พัฒนา พร้อมดึงเทคโนโลยีเข้ามาใช้ร่วมกับภูมิปัญญาดั้งเดิมผลิตน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นเป็นผลสำเร็จ นำมาสู่การแตกไลน์ผลิตเป็นเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์สุขภาพเกือบ 20 ชนิด โดยให้ความสำคัญกับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ เป็นที่ยอมรับในระดับสากล กระทั่งสามารถนำไปจำหน่ายบนเครื่องการบินไทย ตลอดจนในซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ นอกจากนั้น ยังนำวัสดุเหลือใช้จากมะพร้าวมารังสรรค์เป็นชิ้นงานของใช้ เครื่องประดับตกแต่ง เป็นการสร้างมูลค่า สร้างรายได้มิให้สูญเปล่า สวนลุงสงค์ เป็นที่มาของชื่อ คุณสมประสงค์ ศรีเทพ ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 109 หมู่ที่ 9
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ช่วยผู้ประกอบการพัฒนาและแก้ไขปัญหาการผลิตที่นอนน้ำเพื่อสุขภาพสำหรับผู้ป่วยแผลกดทับ พร้อมจับคู่ธุรกิจผลิตจำหน่ายในระดับอุตสาหกรรม นายปริญญา จันทร์หุณีย์ วิศวกรอาวุโส กลุ่มวิจัยวัสดุและอุปกรณ์เฉพาะทางชีวภาพ จากเอ็มเทค สวทช. กล่าวว่า ทีมเอ็มเทคได้ทำงานร่วมกับผู้ประกอบการห้างหุ้นส่วนจำกัด เคทีซี ที่นอนน้ำ ซึ่งมีประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยแผลกดทับมาเป็นเวลามากกว่า 10 ปี ต้องการพัฒนาและแก้ปัญหาเกี่ยวกับการผลิตที่นอนน้ำสำหรับผู้ป่วยแผลกดทับ ซึ่งแต่เดิมได้ทดลองนำถุงปัสสาวะที่ยังไม่ได้ใช้งานมาบรรจุน้ำขนาดเท่ากับกระดาษ A4 จำนวนหลายถุง และนำไปใช้กับ ผู้ป่วยแผลกดทับเพื่อทดลองนอน ผลที่ได้รับเป็นที่น่าพอใจเนื่องจากถุงน้ำที่ทำขึ้นนั้นสามารถชะลอการเกิดแผลกดทับของผู้ป่วยได้ จึงมีแนวคิดที่จะพัฒนาต่อยอดทำเป็นต้นแบบที่นอนน้ำโดยใช้วัสดุจากยางพารานำมาผลิตเป็นถุงน้ำลักษณะคล้ายกระเป๋าน้ำร้อนแทนถุงปัสสาวะ แต่เมื่อผู้ประกอบการผลิตใช้งานกับผู้ป่วยได้ระยะหนึ่งก็พบปัญหา คือถุงน้ำที่ทำจากยางพารามีการรั่วแตกไม่ได้มาตรฐาน
“พลังงาน” นับเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสังคมมนุษย์ ยิ่งโลกพัฒนามากขึ้นเท่าไร ปริมาณความต้องการใช้พลังงานก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้นเท่านั้น พลังงานหลัก เช่น ถ่านหิน ปิโตรเลียม และก๊าซธรรมชาติ ฯลฯ ที่ได้จากฟอสซิล มีแนวโน้มลดลงและมีต้นทุนการผลิตสูงขึ้น จากการสำรวจและขุดเจาะแหล่งน้ำมันใหม่ๆ รวมทั้งสร้างผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเพราะปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ในปริมาณมหาศาล เป็นที่มาของปัญหาภาวะเรือนกระจก และวิกฤตโลกร้อนในปัจจุบัน ทุกวันนี้ หลายประเทศทั่วโลกหันมาสนใจใช้ “พลังงานทดแทน” ได้แก่ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานน้ำ พลังงานชีวมวล ฯลฯ ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานทางเลือกที่สะอาดปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม เป็นพลังงานหมุนเวียนที่ไม่มีเวลาหมด (Renewal Energy) และมีต้นทุนต่ำ ประหยัดทรัพยากรแรงงานและค่าใช้จ่าย ช่วยแก้ปัญหามลพิษด้านสิ่งแวดล้อม ลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เป็นอย่างดี วช. หนุนสร้างงานวิจัยสีเขียว ผลิตพลังงานทดแทนลดโลกร้อน ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ รองประธานคณะกรรมการกำกับโครงการวิจัยท้าทาย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวว่า วช. ได้สนับสนุนงานวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาด้า
ดร. ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานเปิดการสัมมนาเรื่อง “การผลิตพลังงานทดแทน ชีวมวลและขยะชุมชนโดยเทคโนโลยีสะอาด” ซึ่งมีหัวข้อสัมมนาประกอบด้วย 1. การผลิตพลังงานทดแทนชีวมวลและขยะชุมชนโดยเทคโนโลยี Hybrid 2. ทิศทางโรงไฟฟ้าชีวมวลและขยะในอนาคต 3. เทคโนโลยีการใช้ RDF ในโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวล 4. การใช้ชีวมวลเพื่อผลิตไบโอแก๊ส และ 5. แนะนำศูนย์สาธิตการผลิตพลังงานทดแทนจากชีวมวลและขยะ พร้อมทั้งเยี่ยมชมชุดเทคโนโลยีภายใต้ศูนย์สาธิตฯ โดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดกิจกรรมเพื่อให้ศูนย์สาธิตฯ เป็นแหล่งเรียนรู้ รวมทั้งสร้างความเข้าใจและสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการวิจัยพัฒนา ต่อยอดเทคโนโลยีด้านพลังงานทดแทนจากชีวมวลและขยะ ภายใต้การดำเนินโครงการแก้ไขปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อมและขยะชุมชนโดยเทคโนโลยีสะอาดในพื้นที่ โดยศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมพลังงานสะอาดและสิ่งแวดล้อม วว. โอกาสนี้ ดร. อาภารัตน์ มหาขันธ์ รองผู้ว่าการกลุ่มวิจัยและพัฒนาด้านพัฒนาอย่างยั่งยืน วว. ดร. อาภากร สุปัญญา รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์และจัดการนวัตกรรม วว.
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเวทีส่งเสริมความร่วมมือกับประเทศคู่เจรจา ในการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) ขับเคลื่อนการพัฒนาและการเติบโตของสังคมและเศรษฐกิจ และต่อยอดผลการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตลอดจนสร้างนวัตกรรมให้เกิดขึ้นในประชาคม อาเซียนกับงาน ASAEN Next 2019 วันที่ 18 มีนาคม 2562 รศ.นพ. สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานเปิดการจัดงาน “ASEAN Next 2019 : STI Leading towards Community Happiness” โดยมีญี่ปุ่นเป็นประเทศคู่เจรจาเข้าร่วมงานฯ การจัดกิจกรรมครั้งนี้ เป็นการขยายเครือข่ายความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) ระหว่างอาเซียนกับประเทศญี่ปุ่น และร่วมกันจัดทำแผนกิจกรรมความร่วมมือรายสาขาที่สำคัญในการสนับสนุนการเติบโตของประชาคม รวมถึงพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้าน วทน. ในสาขาที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประชาคมทั้งในเชิงเศรษฐกิจที่สามารถเพิ่มรายได้ และเชิงสังคมที่ใช้ทักษะในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในประชาคมได้ ตลอดจนสนับสนุนให้เกิดการสร้างนวัตกรรม ซึ่งจะสามารถนำไปสู่ความสุขที่ยั่งยืนในประชาคมอาเซียนต่อไป รศ.นพ. สรนิต ศิลธรรม กล่าวถ
