นาข้าว
อ่างเก็บน้ำคลองลำกง จังหวัดเพชรบูรณ์ ถือเป็นแผ่นดินทองของการเพาะปลูกพืชและประมง ดินดี น้ำดี อากาศก็ดีอีกต่างหาก เกษตรกรสามารถเพาะปลูกพืชและทำนาได้ตลอดทั้งปี ทำเลทองหายากแห่งนี้ เดินทางไปมาได้อย่างสะดวกมากแถมอยู่ไม่ไกลจาก กทม. มากนัก อ่างเก็บน้ำคลองลำกง เป็นโครงการที่กรมชลประทานจัดทำขึ้นเพื่อสนองพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ในการเพิ่มแหล่งเก็บกักน้ำบริเวณต้นน้ำเหนือเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ในช่วงฤดูฝน และเป็นต้นทุนน้ำสำรองสำหรับใช้ในช่วงฤดูแล้ง ในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ครอบคลุมพื้นที่การเกษตรในตำบลท่าแดง ตำบลวังท่าดี ตำบลวังโบสถ์ และตำบลบ่อไทย อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ เนื้อที่รวมประมาณ 50,000 ไร่ ปลูกอะไร ก็ได้ผลผลิตดี คุณพรชัย จันทร์กูล เกษตรกรรายหนึ่งที่ได้รับประโยชน์จากอ่างเก็บน้ำคลองลำกง ครอบครัวพรชัยมีที่ดินทำกินจำนวน 40 ไร่ สามารถเพาะปลูกพืชหลากหลายชนิดได้ตลอดทั้งปี ทั้งการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปลูกหอมแดง แตงกวา และทำนาข้าว สำหรับเกษตรกร ที่มีที่ดินทำกินอยู่ช่วงต้นปากน้ำ มักจะปลูกข้าวทำนาเป็นอาชีพเพียงอย่างเดียว ทำให้พื้
จังหวัดภูเก็ต ในฐานะเมืองท่องเที่ยว ที่ดินมีราคาแพงมาก เพราะเป็นทำเลทองของการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคใต้ แต่ที่นี่ ยังมีการทำนาปลูกข้าวอยู่นะ ชาวบ้านไม้ขาว อำเภอถลาง ชุมชนชายทะเลตอนเหนือของเกาะภูเก็ต ยังคงรักษามรดกวัฒนธรรม วิถีชีวิตกึ่งชนบทได้อย่างดีเยี่ยมภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พวกเขาอนุรักษ์วิถีชีวิตการทำนาเช่นเดียวกับรุ่นปู่ย่าตายาย พวกเขาทำเกษตรแบบเรียบง่าย มีความเอื้ออาทรของวิถีชีวิตแบบไทยๆ ที่ต่างชาติเห็นแล้วชื่นชมด้วยความประทับใจ บ้านไม้ขาว อำเภอถลาง “นาผืนสุดท้ายของจังหวัดภูเก็ต” ตั้งอยู่ หมู่ที่ 4 บ้านไม้ขาว ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ปัจจุบัน มีพื้นที่ประมาณ120 ไร่ มี นายเนตร เดชากุล เป็นผู้ริเริ่มรวบรวมเพื่อนบ้านหันกลับมาทำนาข้าว ซึ่งเดิมเป็นนาร้าง โดยเสนอผ่าน นายมาโนช สายทอง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 4 ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง จัดทำโครงการเสนอทางจังหวัดภูเก็ต เริ่มทำเป็นโครงการเชิงอนุรักษ์อาชีพชาวนาภูเก็ตอย่างจริงจัง ในปี พ.ศ. 2554 ในช่วงที่ ดร. ปรีชา เรืองจันทร์ เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ถือเป็นจุดเริ่มต้นโครงการ “นาผืนสุดท้ายของจังหวัดภูเก็ต” ที่เน้น “ปลูกวันแม่เก็บเก
กรมส่งเสริมการเกษตร เตือนชาวนาระวังแมลงบั่ว หวั่นทำลายนาข้าวช่วงอากาศชื้น ลั่นห้ามใช้สารฆ่าแมลงกำจัด นายประสงค์ ประไพตระกูล รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ในช่วงนี้หลายพื้นที่ของประเทศไทยเผชิญฝนและสภาพอากาศชื้น เสี่ยงต่อการระบาดของแมลงบั่วในนาข้าว เนื่องจากความชื้นมีความสัมพันธ์โดยตรงกับการวางไข่ จำนวนไข่ การฟัก การอยู่รอดของหนอน และการเข้าทำลายยอดข้าวอ่อน โดยตัวเต็มวัยของแมลงบั่วจะมีลักษณะคล้ายยุงหรือริ้น ลำตัวยาว 3-4 มม. หนวดและขามีสีดำ กลางวันจะเกาะซ่อนตัวอยู่ใต้ใบข้าวและวัชพืชริมแปลงนา ส่วนช่วงเวลากลางคืนจะบินอยู่ในบริเวณที่มีแสงไฟเพื่อผสมพันธ์และวางไข่ในลักษณะเดี่ยว หรือกลุ่ม กลุ่มละ 3-4 ฟองใต้ใบข้าว ลักษณะไข่คล้ายกล้วยหอม ยาว 0.45 มม. เมื่อฟักตัวหนอนจะอาศัยอยู่บริเวณกาบใบข้าว และกัดกินตายอดอ่อน กอข้าวบริเวณที่ถูกทำลาย จะมีลักษณะเป็นหลอดยาวสีเขียวอ่อน แคระแกร็น ต้นเตี้ย หากระบาดรุนแรงจะส่งผลทำให้ข้าวไม่ออกรวง ผลผลิตต่อไร่ลดลง วิธีการป้องกันกำจัดแมลงบั่ว ควรใช้หลายวิธีร่วมกัน คือ ให้เกษตรกรหมั่นกำจัดวัชพืชรอบแปลงนา เช่น ข้าวป่า หญ้าข้าวนก หญ้าไซ หญ้าแดง หญ้าชันอากาศ เพื่อทำล
น้ำปัสสาวะ น้ำฉี่ น้ำเยี่ยว แค่พูดถึง หลายคนก็รู้สึกรังเกียจแล้ว แต่เชื่อหรือไม่ว่า น้ำสีเหลืองๆ นี้แหละ มีประโยชน์เหลือหลาย เพราะอุดมด้วย แร่ธาตุ วิตามิน ฮอร์โมน เอนไซม์ ภูมิคุ้มกัน โปรตีน รวมทั้งสารที่มีประโยชน์อีกมาก และยังพบว่า น้ำปัสสาวะตอนเช้าหลังตื่นนอนมีฮอร์โมนเมลาโทนินที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์ และยิ่งเป็นน้ำปัสสาวะของเด็กจะมีแร่ธาตุมากมาย ได้แก่ แคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส ทองแดง สังกะสี ไอโอดิน เหล็ก ยูเรีย ซึ่งสามารถต้านการอักเสบ และบำรุงผิวพรรณได้อีกด้วย ในการแพทย์แผนโบราณได้บ่งบอกถึงข้อดีของการดื่มน้ำปัสสาวะ จึงมีผู้นำน้ำปัสสาวะมาดื่ม เพื่อป้องกันและรักษาโรคต่างๆ เพราะเชื่อว่าในน้ำปัสสาวะมีสารอินเตอร์เฟอรอน เป็นสารต้านมะเร็ง เมื่อน้ำปัสสาวะเป็นสิ่งที่ร่างกายไม่ต้องการจึงขับออกมา เมื่อดื่มเข้าไปร่างกายก็จะสร้างภูมิต้านทาน โดยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเม็ดเลือดขาวไล่กินปัสสาวะที่เราดื่มเข้าไป ซึ่งกระจายไปทั่วร่างกาย และเม็ดเลือดขาวจะทำหน้าที่กินเชื้อโรค กินมะเร็ง กินสิ่งแปลกปลอม รวม ทั้งสิ่งที่มีพิษในร่างกายอยู่แล้ว ร่างกายจึงมีภูมิต้านทานเพิ่มมากขึ้น การใช้น้ำปัสส
สศก. เผยผลการส่งเสริมการเลี้ยงปศุสัตว์เพื่อปรับเปลี่ยนพื้นที่นาไม่เหมาะสม เกษตรกรตอบรับเต็มที่ ได้รับการสนับสนุนค่าปัจจัยการผลิต สินเชื่อค่าก่อสร้างโรงเรือน และค่าจัดซื้อพ่อแม่พันธุ์ รวมทั้งส่งเสริมการปลูกพืชอาหารสัตว์ ช่วยลดรายจ่ายค่าอาหารสัตว์ได้ 24,124 บาท/ราย/ปี และจำหน่ายผลผลิตอาหารสัตว์และมูลสัตว์ที่เหลือ สร้างรายได้เฉลี่ย รายละ 5,778 บาท/ปี นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงผลโครงการปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำนาไม่เหมาะสมเพื่อส่งเสริมการเลี้ยงปศุสัตว์ โดยการส่งเสริมการเลี้ยงกระบือ โคเนื้อ และแพะ รวม 55 จังหวัด ในรูปแบบของกลุ่มเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชน และสหกรณ์ ซึ่งมีการสนับสนุนวงเงินสินเชื่อการเลี้ยงกระบือ กลุ่มละไม่เกิน 3 ล้านบาท โคเนื้อ 4 ล้านบาท และแพะ 2.5 ล้านบาท โดยเป็นค่าจัดสร้างโรงเรือนเลี้ยงโคเนื้อและกระบือ รายละ 50,000 บาท และแพะ รายละ 100,000 บาท ค่าจัดซื้อพ่อแม่พันธุ์กระบือ รายละ 5 ตัว ตัวละไม่เกิน 50,000 บาท โคเนื้อ รายละ 5 ตัว ตัวละไม่เกิน 65,000 บาท และแพะ รายละ 32 ตัว (ตัวผู้ 2 ตัว ตัวละ 6,000 บาท และตัวเ
“ บุญเสริม – กองแก้ว อินบำรุง ” สองสามีภรรยามีอาชีพทำนาปลูกข้าวเกือบร้อยไร่ อยู่ในพื้นที่อำเภอหนองแซง จังหวัดสระบุรี เดิมเขาใช้สารเคมีดูแลแปลงนา แต่เจอสารเคมีตกค้างเป็นอันตรายต่อสุขภาพ จึงเปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์สารสะเดาสกัด “นีมเพาว์เวอร์” ดูแลแปลงนาแทน กระแสบอกต่อ จากปากต่อปากในกลุ่มเพื่อนเกษตรกร ที่เคยใช้ผลิตภัณฑ์สารสะเดาสกัด “นีมเพาว์เวอร์” แล้วได้ผลดี ทำให้บุญเสริมเกิดสนใจในตัวผลิตภัณฑ์ตัวนี้ จึงทดลองซื้อ“นีมเพาว์เวอร์” มาใช้ในแปลงนา ตั้งแต่เมื่อ 3-4 ปีก่อน หลังทดลองใช้ บุญเสริมรู้สึกประทับใจในประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ “นีมเพาว์เวอร์” อย่างมาก เพราะใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยาก สามารถฉีดพ่นได้ทั้งเช้า-เย็น ไม่เป็นอันตรายต่อเกษตรกร และผู้บริโภค “ เพลี้ยไฟ ” เป็นแมลงศัตรูพืชสำคัญที่พบบ่อยในแปลงนา ต้นข้าวอายุ 20-25 วัน เมื่อเจอช่วงอากาศเปลี่ยนแปลง จากแดดร้อนจัด ๆ เปลี่ยนเป็น “ครึ้มฟ้าครึ้มฝน ” มักเจอเพลี้ยไฟระบาดในแปลงนาได้ง่าย สังเกตได้จากใบข้าว มีอาการห่อตัว และมีสีแดง หากไม่รีบกำจัดเพลี้ยไฟ ต้นข้าวจะค่อยๆ หดลง หากต้นข้าวมีอาการแบบนี้เมื่อไหร่ คุณบุญเสริมจะรีบฉีดพ่นสารสะเดา “นีมเพาว์เวอร์” กำจั
คุณอุษณี เจียมรา เกษตรอำเภอเกาะยาว กล่าวว่า อำเภอเกาะยาวมีพื้นที่ปลูกข้าวมากที่สุดในจังหวัดพังงา มีเกษตรกรผู้ปลูกข้าว จำนวน 264 ราย พื้นที่ 838 ไร่ ซึ่งวิถีชีวิตของคนเกาะยาวมีความผูกพันกับการทำนามาตั้งแต่บรรพบุรุษถึงปัจจุบัน 100 กว่าปีแล้ว จะสังเกตได้แม้แต่การตั้งนามสกุลยังบ่งบอกถึงความภาคภูมิใจในการเป็นชาวนา เช่น ไถนาเพรียว ดำนาดี วงษ์นา ถิ่นนา หาญเคียว สงวนไถ วางไถคล่อง กองข้าวเรียบ ทำนากล้า ไถเอี่ยม วางไถคล่อง ฯลฯ เพื่อสืบทอดอาชีพการทำนาให้อยู่คู่กับชาวเกาะยาว สำนักงานเกษตรอำเภอเกาะยาวได้ร่วมกับหน่วยงานภาคี ร่วมดำเนินการส่งเสริมการเกษตรรูปแบบแปลงใหญ่ (นาข้าว) ช่วยให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งทุน ทรัพยากร และการตลาด โดยมีผู้จัดการพื้นที่เป็นผู้บริหารจัดการ ทำให้เกษตรกรรายย่อยมีอำนาจต่อรองในการจัดหาปัจจัยการผลิต ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพโดยใช้ต้นทุนที่ต่ำลง มีรายได้เพิ่มขึ้น โดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงช่วยให้เกษตรกรมีความเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้ในที่สุด คุณอุษณี กล่าวเพิ่มเติมว่า อำเภอเกาะยาว มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการส่งเสริมการเกษตรรูปแบบแปลงใหญ่ (นาข้าว) จำนวน 104 ราย พื้นที่ 420 ไร่ ซึ
เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน เวลา 08.30 น. หลังเกิดเหตุช้างป่าที่อาศัยอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว 1 โขลงประมาณ 7 – 8 ตัว ลงมาจากเขา เข้ามาหากินข้าวนาปีที่ชาวบ้านปลูกไว้ซึ่งอีกเพียง 7 วันก็จะเก็บเกี่ยว และยังมีอุปกรณ์ยางพาราภายในสวนยางพาราของชาวบ้านได้รับความเสียหาย ในพื้นที่การเกษตรของชาวบ้านบ้านนาจานหมู่ที่ 4 ต.บุ่งคล้า อ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ ล่าสุดเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว สนธิกำลังกับ ทหารรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดบึงกาฬ กว่า 30 นายออกไล่ต้อนช้างป่าให้กลับเข้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และกำลังส่วนหนึ่งดูแลคอยเฝ้าระวังไม่ให้กลับลงมารบกวนชาวบ้านอีก ด้านนายทวีป คำแพงเมือง หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว กล่าวว่า จากการสำรวจจำนวนของช้างป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัวขณะนี้มีประมาณ 45 ตัวซึ่งก็ถือว่าเป็นจำนวนที่มากพอสมควรเมื่อเทียบกับพื้นที่ อาจจะทำให้อาหารและแหล่งน้ำของช้างมีไม่เพียงพอจึงทำให้ช้างป่าออกหากินนอกเขตอนุรักษ์ ประกอบกับช่วงนี้ข้าวนาปีกำลังตั้งท้องออกรวง ข้าวใหม่ที่มีกลิ่นหอม ซึ่งทำให้ช้างลงมากัดกินข้าวได้รับความเสียหาย โดยขณะนี้ ได้เฝ้าระวังตรวจตาถี่ขึ้น และปร
ในยุคปัจจุบัน คนไทยเริ่มหันมาให้ความสำคัญในการดูแลสุขภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลือกรับประทานอาหารที่ปลอดภัยจากสารพิษ กำลังได้รับความนิยมกับกลุ่มคนที่รักสุขภาพ และได้หันมาให้ความสำคัญกับวัตถุดิบที่ใช้ในการประกอบอาหาร “ข้าวอินทรีย์” จึงเป็นทางเลือกทางหนึ่ง ในยุคนี้เวลานี้ คุณภาณุสิทธิ์ มั่นคง ชาวนาในตำบลชอนไพร อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ เจ้าของรางวัลเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติประจำปีนี้ สาขาอาชีพทำนา ได้เล่าถึงจุดเริ่มต้นในการผลิตข้าวอินทรีย์ โดยเริ่มต้นใน ปี พ.ศ. 2553 จากการได้เห็นเกษตรกรรายอื่นในชุมชนที่ใช้สารเคมีทางการเกษตร และต่อมาเกษตรกรรายนั้นได้เสียชีวิตลง จึงเกิดความรู้สึกว่า อาชีพชาวนา นอกจากความยากลำบากแล้ว ยังมีความเสี่ยงจากการรับสารพิษสะสมเข้าสู่ร่างกาย เขาจึงศึกษาค้นคว้าและน้อมนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ 9) มาปรับใช้ในการทำนา เพื่อต้องการให้ชาวนาหรือเกษตรกรมีศักยภาพความเป็นอยู่ที่ดี มีสุขภาพแข็งแรง และได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า การผลิตข้าวเกษตรอินทรีย์จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่เขาเลือก โดยปรับเปลี่ยนการทำนาแบบเดิมมาเป็นนาเกษตรอิ
ขีดขอบคดโค้งของทุ่งนาขั้นบันไดกลางหุบเขา ณ บ้านป่าปงเปียง เป็นดั่งพรมผืนใหญ่สีเขียวชอุ่ม ความลงตัวของธรรมชาติและวิถีชีวิต ไฮไลต์แห่งห้วงฤดูฝนของอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ที่ใครก็ตามได้เข้ามาสัมผัสแล้ว…ต้องหลงรัก “บ้านป่าปงเปียง” ตั้งอยู่บนดอยสูงในเขตตำบลช่างเคิ่ง อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ห่างจากตัวเมืองแม่แจ่มราว 14 กิโลเมตร แม้การเดินทางเข้าถึงค่อนข้างยากลำบาก ต้องไต่สันดอยขึ้นไป กับสภาพถนนดินแดง แคบ ขรุขระ เป็นหลุมเป็นบ่อ การเดินทางเข้ามาที่นี่จึงต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อเท่านั้น แต่เพราะ “ทุ่งนาขั้นบันได” ที่ไล่สเต็ปไปตามหุบเขาลดหลั่น กลับเป็นแรงดึงดูดให้นักท่องเที่ยวต้องดั้นด้นมาตักตวงความสุขกันแบบแนบชิด เพียงช่วงเวลาไม่นานนัก ราว 3 ปี นาขั้นบันได บ้านป่าปงเปียง เป็นที่รู้จักและกล่าวถึงผ่านสื่อช่องทางต่าง ๆ โดยเฉพาะโซเชียลมีเดียที่แวะเวียนกันมาเช็กอิน ทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาแวะเยือนอย่างไม่ขาดสาย “ขนำ” หรือกระท่อมปลายนาของชาวบ้านปกากะญอเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ที่สร้างไว้เพื่อพักผ่อน หลบฝน หลบแดด ขณะออกทำงานกลางทุ่งนา กลายเป็น “โฮมสเตย์” แบบบ้าน ๆ เรียบง่าย มีที่นอน หมอ
