น้ำตาล
นายไพฑูรย์ ประภาถะโร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานอ้อย บริษัท น้ำตาลมิตรกาฬสินธุ์ จำกัด และผู้จัดการ เกษตรสมัยใหม่อ้อยประชารัฐ กล่าวว่า มิตรผลเห็นศักยภาพพื้นที่ปรับเปลี่ยนนาข้าว จึงเริ่มเข้าสนับสนุนเกษตรสมัยใหม่แปลงใหญ่อ้อย จังหวัดอำนาจเจริญ ด้วยหลักการนวัตกรรมวิจัยรวมกลุ่มผลิตในพื้นที่เหมาะสมเชิงเศรษฐกิจ เริ่มต้นใน 3 อำเภอ คือ อำเภอเมือง อำเภอเสนางคนิคม และ อำเภอหัวตะพาน เป้าหมาย 6,000 ไร่ พบว่าได้รับความสนใจจากเกษตรกรมากกว่า 543 ราย พื้นที่ 7,760 ไร่ มีเป้าหมายสร้างรายได้ให้เกษตรกร 12,000-15,000 บาท/ไร่ และมีแผนขยายโครงการไปยัง จังหวัดยโสธร พื้นที่รวม 5 หมื่นไร่ ผลผลิตอ้อยทั้งหมดโรงงานจะรับซื้อและดูเรื่องการตลาดให้กับเกษตรกร พร้อมเงินช่วยเหลือค่าปรับล้มคันนา ขณะเดียวกันยังได้นำนวัตกรรมการทำไร่อ้อยสมัยใหม่แบบมิตรผลโมเดิร์นฟาร์มมาปรับใช้ โดยถอดแบบเทคโนโลยีจากประเทศออสเตรเลีย ด้วยทฤษฎี 4 เสาหลัก ปลูกพืชบำรุงดิน ลดการไถพรวน ควบคุมแนววิ่งของรถ และลดการเผาใบอ้อยโดยใช้รถตัด ลดต้นทุน 25% “ถ้ามองระดับจีดีพี จังหวัดอำนาจเจริญแล้วแทบจะอยู่อันดับท้ายๆ ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรายย่อย ด้วยวิสัยทัศน์ปร
ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม ผลิตผลหลักของประเทศไทยที่ส่งออกคือผลผลิตทางการเกษตร รวมทั้งอ้อยและน้ำตาล ซึ่งประเทศไทยสามารถผลิตน้ำตาลได้ติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก และส่งออกเป็นอันดับ 2 ของโลก แต่อ้อยและน้ำตาลกลับมีมูลค่าไม่คงที่และมีแนวโน้มลดลง โจทย์ในปัจจุบัน คือการเปลี่ยนผลผลิตทางการเกษตรพวกนี้ให้กลายเป็นสารมูลค่าสูง เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 รวมทั้งสนับสนุนการเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีชีวภาพของประเทศ ทีมนักวิจัย Photocat จึงคิดนวัตกรรมใหม่ วิจัยการใช้วัสดุนาโนที่มีสมบัติเชิงแสงสามารถนำแสงมาเปลี่ยนเป็นพลังงานรูปแบบอื่น หรือใช้เพิ่มมูลค่าให้กับผลิตผลทางการเกษตร ผศ.ดร.สุรวุฒิ ช่วงโชติ อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องมือและวัสดุ คณะวิศวกรรมศาสตร์ และอาจารย์ประจำหลักสูตรวิทยาศาสตร์นาโนและเทคโนโลยีนาโน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) หัวหน้าโครงการ กล่าวว่า งานวิจัยกลุ่มนี้คือการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการเปลี่ยนพลังงานชีวมวลและน้ำตาลให้เป็นสารเคมีมูลค่าสูง โดยการใช้กระบวนการเร่งปฏิกิริยาเชิงแสง (Photocatalysis) ถือเป็นกระบวนการใหม่ที่สามารถนำมาเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของไท
วิกฤตส่งออกน้ำตาลเจอศึก 2 บราซิลจ่อฟ้อง WTO ไทยลุ้นผลหารือรอบ 4-จีนตลาดส่งออกเบอร์ 6 รีดภาษีเซฟการ์ดน้ำตาลนำเข้า 3 ปี บวกภาษีคุมโควตา ดันต้นทุนภาษีพุ่ง 95% จับตาเทรดเดอร์ชะลอซื้อกระทบราคาอ้อยฤดูกาลหน้า แหล่งข่าวจากวงการอ้อยน้ำตาลเปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 9-16 มิถุนายนนี้ นายสมชาญ หาญหิรัญ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม จะนำคณะทำงานเจรจาเดินทางไปพบรัฐบาลบราซิล ที่ประเทศบราซิล เพื่อเข้าร่วมกระบวนการหารือ (Consultation) กรณีข้อพิพาทการอุดหนุนน้ำตาลระหว่างไทยกับบราซิล ครั้งที่ 4 “ประเด็นที่จะหารือครั้งนี้ จะชี้แจงถึงความคืบหน้าในการปรับปรุงระบบอ้อยน้ำตาล เพื่อยกโควตา ก. โควตา ข. และโควตา ค. รวมถึงการทำงานของภาครัฐเพื่อสนับสนุนให้ระบบน้ำตาลเป็นไปอย่างเสรี และการปรับปรุงกฎหมายภายในของไทยเพื่อให้อุตสาหกรรมนี้เติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ หากการหารือครั้งนี้ได้ข้อสรุปที่น่าพอใจอาจจะไม่จำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการพิจารณา (Panel) แต่หากยังไม่ได้ข้อสรุปอาจมีการขยายระยะเวลาในการหารือรอบต่อไปก็เป็นได้” อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การส่งออกน้ำตาลในอนาคตยังเป็นเรื่องที่ท้าทาย หากบราซิลตั้งคณะ Panel และฟ้องไทยจะใช้ระยะเวลาพ
“ถ้าน้ำในคลองจืด น้ำตาลจะแห้งช้า” ลุงๆ ป้าๆ คนทำน้ำตาลมะพร้าวเล่าให้ฟังถึงความเชื่อโบราณของคนสวนเก่าๆ หลายต่อหลายเรื่อง ตอนที่ผมไปเที่ยวดูการทำน้ำตาลมะพร้าวแบบอินทรีย์ ซึ่งมีการรวมตัวกันของคนทำน้ำตาลมะพร้าวจำนวนหลายสิบสวน ในเขตบ้านนางตะเคียน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อรักษาไว้ซึ่งลมหายใจของสวนมะพร้าวเก่าแก่ที่ทำสืบทอดกันมายาวนาน คุณศิริวรรณ ประวัติร้อย หรือ คุณเก๋ ลูกหลานบ้านนางตะเคียน ผู้ประสานงานกลุ่มฯ บอกว่า บ้านนางตะเคียนปัจจุบันนี้ยังพอมีทำน้ำตาลมะพร้าวอยู่บ้าง แต่ว่าตอนนี้เหลือแค่รุ่นตายายแล้วล่ะค่ะ คนทำของเราจะหมดแล้ว เราเองก็อยากให้คนไทยได้กินของดีๆ แต่เราก็ผลิตได้น้อย การดูแลต้นมะพร้าวตอนนี้เราใช้แต่ B.T. เน้นปุ๋ยชีวภาพมาได้หลายปีแล้ว ไม่ใช้สารเคมีหรือยาฆ่าหญ้า สารกันบูดที่ส่วนใหญ่เขาฉีดใส่กระบอกรองน้ำตาลนี่เราไม่ใช้เลย ใช้ไม้พะยอมใส่แบบโบราณ แล้วกรองออกก่อนต้มเคี่ยว เราไม่ได้ใส่แบะแซหรือน้ำตาลทรายปนด้วย มันจึงเป็นน้ำตาลมะพร้าวแท้ๆ ซึ่งถ้าเก็บไว้ปกติก็จะคงสภาพอยู่ได้ไม่นาน เพราะจะเอือดเยิ้ม อ่อนตัวลงไป ส่วนหนอนหัวดำที่กินยอดกินใบมะพร้าว เป็นศัตรูตัวฉกาจของชาวสวนนั้น คุ
ช่วงหลายปีมานี้ ในแวดวงของอุตสาหกรรมน้ำตาลทราย ทั้งหน่วยงานกำกับ คือ กระทรวงอุตสาหกรรม ผู้ผลิต คือ ชาวไร่อ้อย และโรงงานน้ำตาลทรายมีการหยิบยกประเด็นการลอยตัวน้ำตาลทราย ภายใต้ภาพใหญ่คือการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายขึ้นมาหารือ ที่จำเป็นต้องปรับแก้เพราะ พ.ร.บ. อ้อยและน้ำตาลทราย ซึ่งมีการบังคับใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2527 ขณะที่โลกการค้าปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะด้านการค้าโลกที่ดุเดือด มีการช่วงชิงจังหวะแบบหมัดต่อหมัด เพราะอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายของไทย ถูกประทับตราว่าเป็นสินค้าการเมืองสำคัญชนิดหนึ่ง มีผลประโยชน์ มีการกำหนดสัดส่วนรายได้จากผลผลิตอ้อย กระบวนการแปรรูปเป็นน้ำตาล ไปจนถึงการนำผลผลิตพลอยได้อย่างกากน้ำตาล (โมลาส) ชานอ้อย ฯลฯ มาสร้างมูลค่า เมื่อมีการหยิบยกประเด็นปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลขึ้นมาทีไร จึงมักถูกต่อต้าน โดยเฉพาะจากกลุ่มชาวไร่ ที่เป็นผู้ผลิตต้นทาง ซึ่งกังวลว่าสัดส่วนแบ่งปันของอุตสาหกรรมที่กำหนดให้ชาวไร่ได้ 70% และโรงงานได้ 30% จะเปลี่ยนแปลงทำให้ชาวไร่ได้รับรายได้ลดลง แต่ล่าสุด มีแรงกดดันสำคัญที่ทำให้การปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายต
สมัยตอนเป็นเด็ก วิ่งเล่นอยู่ที่ราชบุรีนั้น ผมจำได้ว่า เวลาถูกใช้ให้ไปซื้อน้ำตาลปี๊บที่ตลาด จะต้องถูกกำชับให้บอกแม่ค้าว่า เอาแบบที่ “ไม่ใส่ยาซัด” เพราะถ้าใส่ ปึกน้ำตาลนั้นจะแข็งกระด้าง กินไม่อร่อย ในตอนนั้น น้ำตาลปี๊บที่ขายแถวบ้านผมนั้นจะทำจากน้ำหวานงวงต้นตาลหรือมะพร้าว ผมเองก็ไม่รู้นะครับ แถมยาซัดที่ว่านั่นคืออะไรก็ไม่เคยถามแม่ค้าสักที พอโตขึ้นมาก็เริ่มเข้าใจว่า อันน้ำตาลปี๊บที่ผมรู้จักส่วนใหญ่ทำจากน้ำตาลมะพร้าวและตาลโตนด และ “ยาซัด” แบบง่ายๆ แบบหนึ่ง ก็คือ น้ำตาลทราย ซึ่งเมื่อผสมในสัดส่วนที่เหมาะสม จะทำให้น้ำตาลปี๊บนั้นแข็ง ไม่อ่อนตัวง่าย บรรจุส่งขายได้สะดวก ส่วนน้ำตาลอ้อย สีคล้ำๆ เป็นแว่นขนาดงบน้ำอ้อยบ้าง ทรงกระบอกสั้นบ้าง ยาวบ้างนั้น ผมมารู้จักเอาทีหลัง และผมชอบรสชาติ ตลอดจนกลิ่นหอมแบบดิบๆ ของมันมาก โดยเฉพาะเวลาอมเล่นเป็นขนมหวานตอนปั่นจักรยานเหนื่อยๆ ที่จริง ภาพจำของผมเกี่ยวกับน้ำตาลที่ขายๆ กันในตลาดก็น่าจะชัดเจนตามที่พรรณนามาแล้วนะครับ อย่างอื่นๆ อย่างเช่น น้ำตาลกรวด น้ำตาลตังเม (แบะแซ) ก็ล้วนแต่รู้จักแล้วทั้งสิ้น…แต่บางครั้ง เรื่องน้ำตาลที่ว่าหวานๆ ก็กลับซับซ้อนเกินกว่าจะคาด
วันที่ 14 พฤศจิกายนของทุกปี ถือเป็น “วันเบาหวานโลก” โดยองค์การอนามัยโลกได้เปิดเผยผลสำรวจในปีที่ผ่านมา จากจำนวนประชากรทั่วโลกทั้งหมด มีผู้ใหญ่เป็นเบาหวานมากกว่า 422 ล้านคน นับเป็นสัดส่วนที่สูงมาก ซึ่งผลการศึกษาบ่งชี้ว่า การที่โลกมีประชากรผู้สูงวัยมากขึ้น และมีคนเป็นโรคอ้วนมากขึ้น ทำให้โรคเบาหวานกลายเป็นอีกหนึ่งปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญที่สุดของโลก ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา หัวหน้าคณะนักวิจัย Operation BIM (โอเปอเรชั่น บิม) นักวิทยาศาสตร์ไทยคนแรกผู้คิดค้นวิธีการสร้างภูมิคุ้มกันให้สมดุลจากสารสกัดธรรมชาติ กล่าวว่า อินซูลินเป็นฮอร์โมนชนิดหนึ่ง มีหน้าที่พาน้ำตาลในเลือดไปป้อนเซลล์ต่างๆ ของร่างกาย ทำให้น้ำตาลในเลือดลดลง ถ้าหากว่าร่างกายมีอินซูลินน้อยไป ตับอ่อนไม่สามารถสร้างฮอร์โมนอินซูลินได้เพียงพอ จะทำให้มีภาวะน้ำตาลในเลือดสูง เกิดเป็นเบาหวานชนิดที่ 1 ได้ ทว่า หากร่างกายมีอินซูลินเพียงพอแล้ว แต่กลับมีภาวะดื้อต่ออินซูลิน หมายความว่า อินซูลินไม่สามารถพาน้ำตาลไปป้อนเซลล์ต่างๆ ได้ จะทำให้เกิดเบาหวานประเภทที่ 2 ซึ่งโดยมากพบในผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน ลักษณะอาการที่พบบ่อยๆ ได้แก่ สายตาพ
เคยคิดกันบ้างไหมว่าชีวิตเราจะเป็นอย่างไรหากไม่มีน้ำตาล แน่นอนว่าคงจะจืดชืดไม่ใช่น้อยเลยล่ะ เพราะน้ำตาลช่วยให้อาหารมีรสหวาน อร่อยกลมกล่อมขึ้น และยังทำให้เรารู้สึกอิ่มเอมใจไปกับอาหารแต่ละมื้อ นอกจากนี้ ยังรู้กันดีว่ารสชาติหอมหวานของน้ำตาลช่วยให้รู้สึก “สดชื่น กระปรี้กระเปร่า” และอารมณ์ดีขึ้นได้ทันทีที่เรารู้สึกโหยและอ่อนล้า ในอดีตกาลที่น้ำตาลยังไม่ใช่ของที่หาซื้อได้ทั่วไป เราหาความหวานจากผักและผลไม้มากมายแทน มีข้อมูลที่น่าสนใจพบว่า พระนางคลีโอพัตรา ซึ่งมีพระชนม์ชีพในช่วง 69 ถึง 30 ปีก่อนคริสตกาล ทรงโปรดปรานลูกฟิกและอินทผลัมเป็นของทานเล่น ซึ่งเป็นหนึ่งในผลไม้ที่มีรสหวานที่สุด น้ำตาลเพิ่งกลายมาเป็นส่วนประกอบสำคัญของอาหารที่เราทานเมื่อช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 16 ที่ผ่านมานี้เอง เมื่อเริ่มมีการทำไร่อ้อยผลิตน้ำตาลและใช้เรือขนน้ำตาลไปค้าขายยังภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก น้ำตาลเป็นคาร์โบไฮเดรตชนิดหนึ่ง พบได้ทั่วไปในอาหารหลากหลายประเภท เช่น น้ำตาลแลกโตสในน้ำนม หรือน้ำตาลฟรุกโตสในผลไม้และน้ำผึ้ง อันที่จริงแล้ว น้ำตาลบางชนิดถือว่าส่วนประกอบจำเป็นของอาหารเพราะช่วยเติมเต็มพลังงานให้กับร่างกาย ไม่ ว่าจะเป็นกล้า
