บ้านปู
เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) สานต่อภารกิจของกองทุน ‘มิตรผล-บ้านปู รวมใจช่วยไทยสู้ภัยโควิด-19’ โดยร่วมสนับสนุนโครงการ “เทยชนะ” เพื่อมอบถุงยังชีพจำนวน 250 ชุด รวมมูลค่า 226,448 บาท ให้แก่กลุ่มคนข้ามเพศ หรือ LGBTQ+ ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยกลุ่มคนเหล่านี้เป็นเสาหลักของครอบครัว ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพในภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและงานบริการ ซึ่งการระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้นักท่องเที่ยวลดน้อยลงมาก สถานประกอบการท่องเที่ยวต่างๆ จำเป็นต้องหยุดให้บริการ รวมถึงมีความจำเป็นในการปรับลดจำนวนพนักงาน ในการมอบถุงยังชีพครั้งนี้ บ้านปูได้ร่วมกับมูลนิธิซิสเตอร์ ในเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี เพื่อทำการคัดกรอง ลงทะเบียน และจัดส่งถุงยังชีพให้แก่กลุ่ม LGBTQ+ โดยในช่วงกลางปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ให้การสนับสนุนถุงยังชีพจำนวน 380 ชุด มูลค่ากว่า 3 แสนบาท แก่กลุ่มสตรีข้ามเพศและกลุ่มสตรีซึ่งทำงานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในเมืองพัทยาและได้รับผลกระทบโดยตรงจากสถานการณ์การแพร่ระบาด
บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เล็งเห็นถึงความสำคัญในการสนับสนุนการทำงานของภาครัฐและหน่วยงานสาธารณสุขเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเป็นพื้นที่สีแดงและมีจำนวนผู้ติดเชื้อมากที่สุดของการแพร่ระบาดในระลอกนี้ จึงเร่งส่งมอบหน้ากาก N-95 กระจังป้องกันใบหน้า (Faceshield) ชุด PPE และอุปกรณ์ทางการแพทย์อื่นๆ รวมมูลค่าทั้งสิ้น 2,117,750 บาท ให้แก่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานในโรงพยาบาลสนามในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ที่ดำเนินการตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกและดูแลผู้ติดเชื้อเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดเพิ่ม การส่งมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์และเงินบริจาคในครั้งนี้ เป็นภารกิจภายใต้กองทุน “มิตรผล-บ้านปู รวมใจช่วยไทยสู้ภัยโควิด-19” มูลค่า 500 ล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนของบ้านปู 250 ล้านบาท ที่ดำเนินการบริจาคเพื่อสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานสาธารณสุข รวมถึงบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นกับประชาชนที่ขาดแคลนและด้อยโอกาสในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 จนถ
ทุกวันนี้แวดวงพลังงานทั่วโลกกำลังก้าวสู่ยุค “เอนเนอร์จี ดิสรัปชัน” (Energy Disruption) ที่การใช้พลังงานรูปแบบเดิมๆ กำลังถูกพลิกโฉมสู่เทรนด์ 3Ds ได้แก่ 1.Decarbonization การใช้เทคโนโลยีเข้ามาเสริมให้การผลิตพลังงานนั้นสะอาดขึ้น ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 2.Decentralization การกระจายตัวของแหล่งผลิตและจำหน่ายพลังงาน ที่ภาคเอกชน ชุมชน และครัวเรือน สามารถติดตั้งแหล่งผลิตพลังงาน อาทิ โซลาร์รูฟท็อป หรือโรงไฟฟ้าพลังงานโซลาร์ เพื่อผลิตไฟฟ้าไว้ใช้และนำไปจำหน่ายต่อได้ ซึ่งหากมีนโยบายภาครัฐสนับสนุนจะช่วยให้การกระจายตัวนี้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม 3.Digitalization ความก้าวล้ำทางเทคโนโลยีจะเข้ามาปลดล็อกการตรวจสอบ ควบคุม และบริหารจัดการการใช้งานพลังงานสะอาดให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืนยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ข้อมูลจากเว็บไซต์Fortunebusinessinsights.com ระบุว่า ตลาดพลังงานแสงอาทิตย์ทั่วโลกในปี พ.ศ. 2569 จะมีขนาดถึง 4,766 กิกะวัตต์ โอกาสนี้ “บ้านปู เน็กซ์” บริษัทลูกของบ้านปูฯ ในฐานะผู้ให้บริการสมาร์ทโซลูชันด้านพลังงานสะอาดแบบครบวงจรในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก จึงได้รวบรวม 5 เทคโนโลยีที่จะเข้ามามีบทบาทกับการใช้พล
เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) นำโดยนายชนินท์ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการ และนางสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ร่วมเปิดตัวพันธสัญญาใหม่ขององค์กร “Our Way in Energy: พลังบ้านปูฯ สู่พลังงานที่ยั่งยืน” ตอบโจทย์วิสัยทัศน์ขององค์กร ในการเป็นผู้นำด้านพลังงานแห่งเอเชีย-แปซิฟิก ที่มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรม เทคโนโลยี และความยั่งยืน พร้อมกันนี้ ยังได้เปิดตัวดีไซน์โลโก้ รวมไปถึงอัตลักษณ์ใหม่ขององค์กรที่สะท้อนภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำในธุรกิจพลังงานแบบครบวงจรใน 10 ประเทศ ที่มีความทันสมัย กระฉับกระเฉง และไม่หยุดนิ่งในการสร้างสรรค์และพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อตอบสนองความต้องการของภาคธุรกิจ สังคมและชุมชน
บริษัท บ้านปู อินฟิเนอร์จี จำกัด หนึ่งในบริษัทลูกของบ้านปูฯ ในฐานะผู้ให้บริการด้านการวางระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจร One Stop Service ด้วยเทคโนโลยีสะอาดและทันสมัย ที่ดำเนินธุรกิจตามกลยุทธ์บ้านปูฯ Greener & Smarter มุ่งมั่นพัฒนาสู่การเป็นบริษัทชั้นนำด้านพลังงานอย่างครบวงจร โดย นางสมฤดี ชัยมงคล (ซ้าย) กรรมการ ประกาศความร่วมมือกับบริษัท เอฟเอ็น แฟคตอรี่ เอ๊าท์เลท จำกัด (มหาชน), (FN) ผู้นำธุรกิจศูนย์การค้าประเภทเอ๊าท์เลทแห่งแรกในประเทศไทย โดย นายเบญจ์เยี่ยม ส่งวัฒนา (ขวา) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ในโครงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา (โซลาร์รูฟท็อป) ที่ เอฟเอ็น เอ๊าท์เลท สาขาพระนครศรีอยุธยา ด้วยกำลังผลิตไฟฟ้า 640 กิโลวัตต์ คาดว่าจะแล้วเสร็จและพร้อมใช้งานภายในครึ่งปีแรกของ 2561 ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้เกิดจากแนวคิดร่วมกันระหว่าง เอฟเอ็น และบ้านปู อินฟิเนอร์จีฯ ในการส่งเสริมการดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพและลดต้นทุนอย่างชาญฉลาดด้วยพลังงานสะอาด อีกทั้ง เอฟเอ็น ยังเชื่อมั่นในความเชี่ยวชาญของบ้านปู อินฟิเนอร์จีฯ ที่ใช้อุปกรณ์ที่มีคุณภาพและมีบริการหล
หลังจากที่ได้เปิดตัวบริษัทฯ อย่างเป็นทางการไปเมื่อปี 2560 ที่ผ่านมา บริษัท บ้านปู อินฟิเนอร์จี จำกัด ในฐานะผู้ให้บริการด้านการวางระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจร One Stop Service ด้วยเทคโนโลยีสะอาดและทันสมัย เดินหน้าสานต่อเจตนารมณ์ด้านการพัฒนาสังคมของบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ภายใต้แนวคิด “พลังความรู้ คือ พลังแห่งการเปลี่ยนแปลงและพัฒนา” เสริมสร้างรากฐานสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างยั่งยืน ผ่านโครงการความรับผิดชอบต่อสังคม โครงการพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อการเรียนรู้ “LIGHT & LEARN” โดยนำความเชี่ยวชาญด้านการผลิตและการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ มาช่วยสร้างโอกาสในการเข้าถึงแหล่งข้อมูลสารสนเทศสำหรับชุมชนไทยภูเขา อันจะเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้ และสร้างต้นทุนทางปัญญาที่จะช่วยพัฒนาศักยภาพของชุมชนในระยะยาวได้อย่างแท้จริง โครงการพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อการเรียนรู้ “LIGHT & LEARN” มุ่งเน้นการสร้างโอกาสในการเรียนรู้ให้แก่เยาวชนในชุมชนที่ห่างไกลและขาดแคลนไฟฟ้าในศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา แม่ฟ้าหลวง จังหวัดตาก โดยทีมงานจาก บ้านปู อินฟิเนอร์จีฯ ได้เข้าไปตรวจส
บ้านปูฯ หนุน 5 กิจการเพื่อสังคมดีเด่นจากโครงการ Banpu Champions for Change 7 พร้อมส่งเสริมการสร้างพลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคมแก่ประชาชนทั่วไปในงาน ‘Impact Day: เพราะการเปลี่ยนแปลงเริ่มได้จากตัวเรา’ นับเป็นการเฟ้นหาที่เข้มข้นและท้าทายอยู่ไม่น้อย สำหรับทีมผู้ชนะจาก “โครงการพลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม ปีที่ 7” หรือ Banpu Champions for Change 7 โดยล่าสุด บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจพลังงานแห่งเอเชียที่มุ่งมั่นพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน ร่วมกับสถาบัน Change Fusion องค์กรไม่แสวงผลกำไร สองหัวเรือใหญ่ในฐานะผู้ริเริ่มโครงการฯ ประกาศผล 5 กิจการดีเด่นในปีนี้เป็นที่เรียบร้อย พร้อมมอบทุนสนับสนุนรวมทั้งสิ้นกว่า 1.25 ล้านบาทให้แก่ทั้ง 5 ทีม เพื่อนำไปพัฒนา สานต่อความคิดสร้างสรรค์ให้เป็นแผนการดำเนินกิจการที่ตอบทั้งโจทย์ทางธุรกิจ และสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นแก่สังคมต่อไป นอกจากนั้น ในปีนี้โครงการฯ ยังขยายผลสร้างการตระหนักรู้เกี่ยวกับกิจการเพื่อสังคมแก่ประชาชนทั่วไปผ่านงาน “Impact Day: เพราะการเปลี่ยนแปลงเริ่มได้จากตัวเรา” ให้นักศึกษาและประชาชนทั่วไปเข้าใจในแนวคิดของกิจการเพื่อสังคม มีโอกาสแลกเปล
บริษัท บ้านปู อินฟิเนอร์จี จำกัด (BPIN) ผู้ให้บริการด้านการวางระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจร One Stop Service ด้วยเทคโนโลยีที่สะอาดและทันสมัย ภายใต้แนวคิด “Go Green Together” ประกาศการลงทุนครั้งสำคัญ ด้วยการเข้าซื้อหุ้นผ่านบริษัทลูก BPIN Investment Co., Ltd. จำนวนร้อยละ 25.7 ของซันซีป กรุ๊ป (Sunseap Group Pte Ltd.) ผู้นำด้านการให้บริการพลังงานแสงอาทิตย์รายใหญ่ของสิงคโปร์ ซึ่งเป็นหุ้นเพิ่มทุนที่ออกใหม่ มูลค่าประมาณ 75 ล้านเหรียญสิงคโปร์ (หรือเทียบเท่าประมาณ 55.7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 1,860 ล้านบาท) ซึ่งภายหลังการซื้อหุ้นครั้งนี้จะทำให้บริษัท BPIN Investment เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดในซันซีป กรุ๊ป ที่ปัจจุบันมีกำลังการผลิตในอยู่ที่ประมาณ 93.3 เมกะวัตต์ และจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 182.9 เมกะวัตต์ จากโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา และภายใต้การเป็นพันธมิตรครั้งนี้ จะมีการถ่ายทอดโนว์ฮาวและประสบการณ์ของซันซีป กรุ๊ป จากการให้บริการลูกค้ายักษ์ใหญ่หลายรายในสิงคโปร์ ทั้งหน่วยงานรัฐบาล สถาบันการศึกษา และบริษัทชั้นนำระดับโลก อาทิ Apple, คณะกรรมการพัฒนาที่อยู่อาศัยแห่งสิงคโปร์ หร
บริษัท บ้านปู อินฟิเนอร์จี จำกัด หนึ่งในบริษัทลูกของบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ในฐานะผู้ให้บริการด้านการวางระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจร One Stop Service ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ในระยะแรกจะให้บริการระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา ระบบไฟถนน และอุปกรณ์ไฟส่องสว่างจากพลังงานแสงอาทิตย์ บริการครอบคลุมตั้งแต่ การให้คำปรึกษา ออกแบบระบบ ติดตั้ง ตรวจสอบ ไปจนถึงซ่อมบำรุง เจาะตลาดลูกค้าภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจขนาดใหญ่ ภายใต้แนวคิด “Go Green Together” ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการผลิตและการใช้พลังงานสะอาดได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องลงทุนค่าติดตั้งหรือค่าอุปกรณ์ (zero investment) และช่วยลดต้นทุนธุรกิจจากค่าไฟที่ลดลง พร้อมตอบรับนโยบายและแผนพลังงานทดแทนของรัฐบาล นางสมฤดี ชัยมงคล กรรมการ บริษัท บ้านปู อินฟิเนอร์จี จำกัด กล่าวว่า “ในฐานะผู้นำด้านพลังงานแห่งเอเชีย กับกลยุทธ์ล่าสุด Greener & Smarter บ้านปูฯ มุ่งดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และใช้เทคโนโลยีด้านพลังงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดค่าใช้จ่าย บ้านปูฯ ไม่เพียงพัฒนาธุร
ไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่รัฐบาลผลักดันให้ประชากรไทยเตรียมพร้อมเข้าสู่โมเดล “ประเทศไทย 4.0” เพื่อปรับเปลี่ยนทิศทางของประเทศให้เดินหน้าสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนนั้น การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ คือ วาระจำเป็นที่ทุกภาคส่วนและทุกสถาบันต้องมุ่งเน้นปฏิบัติอยู่เสมอ เพื่อให้มีบุคลากรที่เก่งงาน ก้าวทันกระแสโลก และมีส่วนพัฒนาสังคมให้เจริญก้าวหน้าได้ ในขณะเดียวกัน ภาคเอกชนก็เป็นองคาพยพสำคัญในการพัฒนาธุรกิจให้มีความสามารถทางการแข่งขัน และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศ องค์กรเอกชนไทยอย่าง บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้บุกเบิกด้านพลังงานชั้นแนวหน้าของเอเชีย ดำเนินธุรกิจถ่านหิน ธุรกิจไฟฟ้า และพลังงานที่เกี่ยวเนื่องอย่างครบวงจร มีแนวคิดว่าการจะมีข้อได้เปรียบที่โดดเด่นจากใครๆ เงินทุน เทคโนโลยี และความเชี่ยวชาญ เป็นปัจจัยที่นักบริหารกิจการสามารถเฟ้นหามาได้ แต่สิ่งที่ท้าทายและเป็นสินทรัพย์ที่องค์กรต้องสร้างและพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งก็คือคน ตลอดระยะเวลากว่า 3 ทศวรรษนับตั้งแต่ คุณชนินท์ ว่องกุศลกิจ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานกรรมการบริษัทฯ ได้ปูแนวทางแห่งการพัฒนาคนไว้สำหรับพนักงานทุกรุ่น
