ปลากะพง
ความบังเอิญและภูมิปัญญาจากวิถีชีวิตของชาวบ้าน พลิกผันชีวิตและสามารถแก้วิกฤตให้เป็นโอกาส เปลี่ยนอาชีพและต่อยอดจากสิ่งที่มีมาดั้งเดิมไปสู่ความสำเร็จได้ จนสามารถสร้างอาชีพใหม่ สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ และกลายเป็นคนต้นแบบให้กับผู้อื่นได้อีกด้วย อย่าง คุณไตรศักดิ์ ศรีเสาวนิตย์ หรือ เฮียฮ้ง ชาวนาเกลือวัย 60 ปี ที่ตอนนี้ได้กลายมาเป็นเจ้าของบ่อเลี้ยงปลากะพง ด้วยเพราะเกิดจากความบังเอิญ จึงได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำนาเกลือเดิม มาทำบ่อเลี้ยงปลากะพงอยู่ที่ อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี เฮียฮ้ง เริ่มต้นเล่าให้ฟังถึงภูมิปัญญาชาวบ้าน จนมาสู่การต่อยอดอาชีพการเลี้ยงปลากะพงในพื้นที่นาเกลือนี้ว่า “แต่ก่อนก็ทำนาเกลือ ทำมาเกือบ 30 ปี โดยมีพื้นที่สำหรับทำนาเกลืออยู่ประมาณ 100 กว่าไร่ และมีพื้นที่ทำนาเกลือแปลงเล็กแปลงน้อยอีกหลายแปลง แต่ในพื้นที่อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ก็มีพื้นที่ทำนาเกลืออีกมากมาย พอมีพื้นที่ทำนาเกลือเยอะ เกลือก็ล้นตลาด ราคาก็ต่ำลง ชาวนาเกลือก็ขายไม่ค่อยได้ สำหรับการเริ่มต้นเลี้ยงปลากะพง ในพื้นที่นาเกลือ เกิดมาจากความบังเอิญในครั้งแรก เนื่องจากเห็นว่าปลาพวกปลาหมอเทศ ปลานิล สามารถเข้ามาอยู่ใ
ปลากะพง เป็นปลาที่อยู่ได้ทั้งในน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม เลี้ยงกันแพร่หลายในเขตจังหวัดชายทะเลของไทย เนื่องจากเลี้ยงง่าย โตเร็ว และที่สำคัญเนื้อปลามีรสชาติดีสามารถขายได้ราคา ทำให้เป็นปลาเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ดีไม่แพ้ปลาชนิดอื่น นอกจากจะเลี้ยงเพื่อบริโภคภายในประเทศแล้ว ยังส่งขายยังต่างประเทศได้อีกด้วย บางพื้นที่ที่ไม่มีน้ำเค็มก็สามารถเลี้ยงปลากะพงได้ ประสบผลสำเร็จด้วยเช่นกัน ทำให้มีผู้ที่สนใจนำไปเลี้ยงแบบปลาตามธรรมชาติที่บ่อบริเวณบ้านมากขึ้น เมื่อปลามีขนาดใหญ่ก็สามารถจับขายเป็นรายได้เสริมได้เช่นกัน คุณเยี่ยม รัตนกุญชร อยู่บ้านเลขที่ 32 หมู่ที่ 7 ตำบลบางเตย อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นเกษตรกรที่ได้ปรับเปลี่ยนจากการทำนามาเลี้ยงปลากะพง โดยเลี้ยงแบบใช้น้ำจืด มีการจัดการแบบมีระบบ ปลาเจริญเติบโตได้ดี พร้อมทั้งทำการตลาดแบบรวมกลุ่ม ทำให้ปลากะพงขายได้ราคาเป็นรายได้หลักเลี้ยงครอบครัว เปลี่ยนผืนนา มาทำบ่อเลี้ยงปลากะพง คุณเยี่ยม เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเดิมทียึดการทำนาสร้างรายได้ให้กับครอบครัว แต่เนื่องจากราคาข้าวมีความผันผวน ราคารับซื้อไม่แน่นอน ทำให้บางช่วงถึงกับทำแล้วขาดทุนก็ยังมี จึงได้มีการ
คุณนิธิวัฒน์ วงศ์วิวัฒน์ ประมงอำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ ให้ข้อมูลว่า เกษตรกรในพื้นที่ที่ทำการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ มีมากกว่า 2,000 ราย ประกอบไปด้วยเกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิล ปลาสลิด ปลากดคัง และปลากะพง ซึ่งสถานการณ์โควิด-19 ในปัจจุบันส่งผลให้ในเรื่องของการจำหน่ายปลากะพงได้รับผลกระทบ เพราะแหล่งที่เคยรับซื้อมีการซื้อขายที่ชะลอตัวลง ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงที่มีอยู่ประมาณ 99 ราย ต้องมีการวางแผนการเลี้ยงที่เป็นระบบ และเตรียมตัวรับมือให้เท่าทันกับสถานการณ์ เพื่อให้ปลากะพงสามารถจำหน่ายได้อย่างต่อเนื่องและเกษตรกรยังมีผลกำไรในช่วงวิกฤตนี้ “ช่วงโควิด-19 แรกๆ ที่ผ่านมา ทางสำนักงานประมงอำเภอบางบ่อ ก็ได้รับเรื่องจากกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพง จากผลกระทบที่เกิดขึ้น ทางสำนักงานประมงจังหวัดก็ได้ลงพื้นที่เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล และนำผลของข้อมูลของเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงไปหาประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ เพื่อจะดำเนินการด้านความช่วยเหลือให้กับเกษตรกรกลุ่มผู้เลี้ยงปลากะพง โดยในอนาคตเราก็จะมีแผนดำเนินงาน คือการขึ้นทะเบียนให้กับเกษตรกร เพื่อสร้างเป็นแปลงใหญ่ผู้เลี้ยงปลากะพง ก็จะช่วยให้เกษตรกรเกิด
ปัจจุบัน ปฏิเสธไม่ได้ว่าสัตว์น้ำที่มีอยู่ตามธรรมชาตินับวันยิ่งลดน้อยลง ทำให้การเลี้ยงสัตว์เพื่อเป็นสัตว์เศรษฐกิจจึงมีความสำคัญมากขึ้น เพื่อให้ปริมาณของแหล่งโปรตีนมีเพียงพอต่อความต้องการของจำนวนประชากรที่สูงขึ้น ซึ่งนับว่าประเทศไทยโชคดีที่มีเกษตรกรเก่งในเรื่องการเกษตร สามารถผลิตทั้งพืชผัก ผลไม้ หรือแม้แต่ด้านปศุสัตว์ได้ในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการ ณ เวลานี้กระแสการรักสุขภาพยิ่งมาแรงอย่างฉุดไม่อยู่ ผู้บริโภคเริ่มใส่ใจสุขภาพมากขึ้น จึงนิยมบริโภคปลาและผักมากขึ้น จนทำให้เห็นว่าตามร้านอาหารหลายๆ แห่ง มีเมนูปลามากขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า ปลากะพง นับว่าเป็นปลาที่จะต้องมีอยู่ในเมนูอาหารเลยที่แน่ๆ เพราะเนื้อปลามีความอร่อย รสชาติดี ราคาก็สมเหตุสมผล เมื่อสั่งมากินราคาก็ไม่หนักมากนัก ซึ่งผู้เขียนเองก็ชื่นชอบเมนูปลากะพงเช่นเดียวกัน จึงสงสัยใคร่รู้ว่าปลากะพงที่ผู้เขียนชื่นชอบนี้ มีวิธีการเลี้ยงและจัดการแบบใดบ้าง ทำไมปลาชนิดนี้ยิ่งมีขนาดใหญ่ราคายิ่งแพง มีการเลี้ยงพิเศษอะไรไหม ซึ่งในปักษ์นี้ ผู้เขียนจะนำเสนอการเพาะเลี้ยงลูกปลากะพง ที่ได้รับการฝึกให้อาหารเม็ด เพื่อให้เกษตรกรที่ซื้อไปเ
ปัจจุบัน ปฏิเสธไม่ได้ว่าสัตว์น้ำที่มีอยู่ตามธรรมชาตินับวันยิ่งลดน้อยลง ทำให้การเลี้ยงสัตว์เพื่อเป็นสัตว์เศรษฐกิจจึงมีความสำคัญมากขึ้น เพื่อให้ปริมาณของแหล่งโปรตีนมีเพียงพอต่อความต้องการของจำนวนประชากรที่สูงขึ้น ซึ่งนับว่าประเทศไทยโชคดีที่มีเกษตรกรเก่งในเรื่องการเกษตร สามารถผลิตทั้งพืชผัก ผลไม้ หรือแม้แต่ด้านปศุสัตว์ได้ในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการ ณ เวลานี้กระแสการรักสุขภาพยิ่งมาแรงอย่างฉุดไม่อยู่ ผู้บริโภคเริ่มใส่ใจสุขภาพมากขึ้น จึงนิยมบริโภคปลาและผักมากขึ้น จนทำให้เห็นว่าตามร้านอาหารหลายๆ แห่ง มีเมนูปลามากขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า ปลากะพง นับว่าเป็นปลาที่จะต้องมีอยู่ในเมนูอาหารเลยที่แน่ๆ เพราะเนื้อปลามีความอร่อย รสชาติดี ราคาก็สมเหตุสมผล เมื่อสั่งมากินราคาก็ไม่หนักมากนัก ซึ่งผู้เขียนเองก็ชื่นชอบเมนูปลากะพงเช่นเดียวกัน จึงสงสัยใคร่รู้ว่าปลากะพงที่ผู้เขียนชื่นชอบนี้ มีวิธีการเลี้ยงและจัดการแบบใดบ้าง ทำไมปลาชนิดนี้ยิ่งมีขนาดใหญ่ราคายิ่งแพง มีการเลี้ยงพิเศษอะไรไหม ซึ่งในปักษ์นี้ ผู้เขียนจะนำเสนอการเพาะเลี้ยงลูกปลากะพง ที่ได้รับการฝึกให้อาหารเม็ด เพื่อให้เกษตรกรที่ซื้อไปเ
ปลากะพง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Lates calcarifer ชื่อสามัญเรียกว่า Giant Bass เป็นปลาที่อยู่ได้ทั้งในน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม ปลาชนิดนี้เลี้ยงกันแพร่หลายในเขตจังหวัดชายทะเลของไทย เนื่องจากเลี้ยงง่าย โตเร็ว เนื้อปลามีรสชาติดีและค่อนข้างมีราคา จึงเป็นปลาเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ดีที่มีผู้บริโภคทั้งภายในประเทศ ต่างประเทศอีกด้วย ด้วยคุณสมบัติพิเศษของปลากะพงที่อยู่ได้ทั้งในน้ำจืดและน้ำกร่อย ทำให้มีผู้ที่สนใจนำไปเลี้ยงแบบปลาตามธรรมชาติที่บ่อบริเวณบ้านมากขึ้น เมื่อปลามีขนาดใหญ่ก็สามารถจับจำหน่ายเป็นรายได้เสริมได้เช่นกัน จึงทำให้ปลากะพงในปัจจุบันไม่จำเป็นต้องเลี้ยงในน้ำเค็มเพียงอย่างเดียว ยังสามารถเลี้ยงในน้ำจืดได้เช่นกัน จึงทำให้เกษตรกรในภาคกลางนำมาเลี้ยงสร้างรายได้มากขึ้น คุณสุทธิ มะหะเลา อยู่บ้านเลขที่ 66 หมู่ที่ 3 ตำบลบางนาง อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี เป็นเกษตรกรที่เลี้ยงปลากะพงมาแล้ว 20 ปี ในช่วงระยะเวลาเหล่านั้นเขาเจอทั้งอุปสรรคนับครั้งไม่ถ้วน แต่จากปัญหาและอุปสรรคที่ประสบพบเจอ จึงทำให้เขาเป็นเกษตรกรตัวยงในเรื่องการเลี้ยงปลากะพงเลยทีเดียว การเลี้ยงปลากะพงจึงเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้เขาได้เป็
จากสถานการณ์ปลากะพงราคาตกต่ำที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา โดยแต่เดิมเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงเคยขายได้ราคากิโลกรัมละ 130 – 140 บาทขึ้นไป (ขึ้นอยู่กับไซด์หรือขนาดความต้องการของตลาด) จนกระทั่งตั้งแต่เมื่อประมาณต้นเดือนที่ผ่านมา กลับพบว่าราคาปลากะพงจากฟาร์มเพาะเลี้ยงตกลงมาอยู่ที่ราคากิโลกรัมละ 60 – 80 บาท ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลากะพง ซึ่งถือเป็นผู้ผลิตต้นทางเป็นอย่างมาก นายปราโมทย์ มงคลชีวะ อายุ 56 ปี สมาชิกกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ผู้เพาะเลี้ยงปลากะพง และประกอบอาชีพการเพาะเลี้ยงปลากะพงบนเนื้อที่กว่า 40 ไร่ มานาน 3 – 4 ปี บอกว่า ปีนี้ราคาปลากะพงตกต่ำมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา ทำให้เกษตรกรที่เคยเพาะเลี้ยงปลากะพงเพียงอย่างเดียว เพื่อการจำหน่ายให้กับตลาด ต้องหาทางรอดด้วยการเปลี่ยนมาเป็นการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำประเภทอื่นควบคู่ไปด้วย เช่น กุ้ง หอย ปู และ ปลาอื่นๆ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังต้องมีการเรียนรู้เรื่องของการนำสัตว์น้ำที่เลี้ยงไว้ไปแปรรูป เพื่อจะได้มีช่องทางการตลาดมากยิ่งขึ้น ส่วนเรื่องของอาหารก็ต้องให้แบบธรรมชาติมากขึ้น เพื่อเป็นการลดต้นทุนการผลิต เพราะหากเพาะเลี้ยงปลากะพงในรูปแบบที่ม
เกาะยอ เป็นเกาะเล็กๆ ที่อยู่ในทะเลสาบสงขลา มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 9,275 ไร่ โดยพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ไหล่เขาและที่ราบตามเชิงเขา ซึ่งบนเกาะยอจะมีการปลูกไม้ผลหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น ส้มโอ มะพร้าว ขนุน ซึ่งผลไม้ที่มีชื่อเสียงของเกาะยอคือ จำปาดะ เป็นญาติกับขนุนแต่ผลเล็กกว่า ซึ่งรสชาติก็อร่อยไม่แพ้ผลไม้ชนิดอื่นเลยทีเดียว นอกจากจะมีการปลูกไม้ผลบนเกาะยอแล้ว บริเวณรอบชายฝั่งก็ได้มีการทำประมงด้วยเช่นกัน โดยชาวบ้านในแถบนี้จะนิยมเลี้ยงปลากะพง จึงถือได้ว่าเป็นปลาเศรษฐกิจของที่นี่ก็ว่าได้ ทำให้เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นจากการเลี้ยงปลากะพง เหมือนเช่น คุณวันเพ็ญ สายชนะพันธ์ อยู่บ้านเลขที่ 40 หมู่ที่ 9 ตำบลเกาะยอ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา สืบทอดการเลี้ยงปลากะพงจากรุ่นคุณพ่อมาเป็นเวลากว่า 15 ปี เลยทีเดียว จากสาวออฟฟิศ สู่ชีวิตเกษตรกร คุณวันเพ็ญ เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนเธอมีอาชีพเป็นสาวออฟฟิศอยู่ในบริษัท ต่อมาบริษัทที่ได้ทำงานมีปัญหาจึงทำให้ต้องปิดกิจการลง เธอจึงได้ย้ายมาอยู่บ้านกับคุณพ่อเพื่อมาตั้งหลัก จากนั้นก็ได้มีแนวความคิดที่อยากจะหาอาชีพอื่นทำ แต่ทางบ้านขอให้มาช่วยทำกิจการของที่บ้าน โดยไม่ต้
เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยสุขภาพสัตว์น้ำสงขลา เจ้าหน้าที่ประมงอำเภอ และตัวแทนจากสมาพันธ์เกษตรกรจังหวัดสงขลา ลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหาเห็บน้ำระบาดหนักในทะเลสาบสงขลา ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของปลากะพงขาวที่เกษตรกรเลี้ยงเอาไว้ในกระชัง ในพื้นที่ ต.ปากรอ อ.สิงหนคร จ.สงขลา อย่างหนัก โดยขณะนี้มีเกษตรกรกว่า 20 ราย ที่เดือดร้อนปลากะพงตายยกกระชัง โดยนางสีดา ส้มตั้น ผู้เลี้ยงปลากะพงขาว กล่าวว่า ปีนี้มีเห็บน้ำระบาดหนักในรอบไม่น้อยกว่า 10 ปี สาเหตุนั้นคาดว่าเป็นเพราะในปีนี้ฝนตกมาก มีน้ำท่วมเหนือทะเลสาบสงขลาหลายครั้ง ทำให้มีน้ำจืดไหลลงสู่ทะเลสาบสงขลาในปริมาณมาก ทำให้เห็บน้ำเติบโตได้ดี ถือเป็นภาวะที่ผิดปกติ โดยเห็บน้ำจะอยู่ในน้ำ ซึ่งเกษตรกรไม่สามารถมองเห็นได้ จะทราบก็ต่อเมื่อปลามีอาการกระวนกระวาย ว่ายน้ำไปมาผิดปกติ ซึ่งเป็นเพราะมีเห็บน้ำเกาะ ดูดเลือดในทุกส่วนของลำตัว ทำให้ปลาไม่สามารถหายใจได้ และแม้จะนำปลาไปขายทั้งที่ยังไม่ตาย แต่เมื่อชำแหละกลับพบว่า ปลามีสภาพเหมือนตายมานาน ไม่มีเลือด เนื้อซีด ทำให้ขายไม่ได้ ประสบปัญหาขาดทุนทันที ด้านนายชัชวาลย์ อินทรมนตรี นักวิชาการประมงชำนาญพิเศษ ศูนย์วิจัย
ร้านสวนสี่กรุง ของ คุณอุดม เพชรแสงโรจน์ บรรยากาศร้านอยู่ในสวนย่านฝั่งธนบุรี นำเสนอจานเด็ดของร้าน เป็นปลากะพงสมุนไพร ทุกวันทางร้านจะซื้อปลาจากฟาร์มโดยตรง ใช้ปลากะพง (ปลาเป็น) ไซซ์ 7-8 ขีดเท่านั้น ไม่ใช่ปลาตาย เพราะปลาเนื้อจะแน่น ถ้าเป็นไซซ์ใหญ่กว่านี้เนื้อจะหยาบ เป็นปลาที่เหมาะในการทำอาหารที่สุด เมื่อได้ปลามาแล้ว นำไปขอดเกล็ดล้างให้สะอาด บั้งตัวปลา นำไปทอดในน้ำมันท่วม ใช้ไฟแรงประมาณ 2 นาที จากนั้นเริ่มหรี่ไฟเป็นไฟกลางทอดต่อไปประมาณ 5 นาที ดูให้หนังของปลาเริ่มเหลือง เนื้อข้างในจะสุกเหลืองพอดี กรอบนอกนุ่มใน เสร็จแล้วนำปลาไปพักไว้ จากนั้นเริ่มทำน้ำยำ โดยมีสูตรเด็ดของเครื่องสมุนไพร ประกอบด้วย ตะไคร้ซอย หอมแดง ใบมะกรูด พริกคั่วแห้ง นำไปคลุกเคล้าเข้ากับน้ำยำสูตรเด็ดของร้าน แล้วนำไปราดบนตัวปลากะพง โรยหน้าด้วยปลาหมึกเส้นทอดกรอบ สำหรับปลากะพงสมุนไพรจานนี้จะได้ความหวานของเนื้อปลา ได้รสชาติของสมุนไพรและความเค็ม-เปรี้ยวของน้ำยำ ร้านสวนสี่กรุง อยู่ในซอยจรัญสนิทวงศ์ 35 เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 11.00-22.00 น. สอบถามและจองที่นั่งได้ที่หมายเลข 08-1925-2048 หรือ 0-2865-5038 ที่มา : คอลัมน์ จานเด็ด 77 จัง
