ปลาทับทิม
ปลาทับทิม เป็นสัตว์น้ำอีกชนิดหนึ่งที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ เพราะยังเป็นที่นิยมบริโภคไม่แพ้ปลาชนิดอื่นกันเลยทีเดียว โดยสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นปลาทับทิมย่างเกลือ ต้มยำปลาทับทิม ตลอดไปจนถึงทอดให้กรอบราดด้วยน้ำจิ้มสามรสหรือน้ำจิ้มซีฟู้ดก็เข้ากันได้ดีเลยทีเดียว ซึ่งวิธีการเลี้ยงปลาทับทิมสามารถจัดการได้หลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงในบ่อดินหรือเลี้ยงในกระชังควบคู่ไปกับการเลี้ยงปลานิลก็ได้ คุณชบา จิตรภักดี อยู่บ้านเลขที่ 62 ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี เป็นเกษตรกรที่เลี้ยงปลาทับทิม เพื่อเป็นอาชีพสร้างรายได้ของครอบครัว โดยเธอได้นำมาเลี้ยงภายในกระชัง ในแม่น้ำปราจีนบุรี จึงทำให้เจริญเติบโตมีคุณภาพและตลาดมีความต้องการ ถึงกับมีแม่ค้าติดต่อมารับซื้อถึงหน้าฟาร์มกันเลยทีเดียว จากเจ้าของร้านอินเตอร์เน็ต สู่ชีวิตเกษตรกร คุณชบา เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนนั้นได้ประกอบสัมมาอาชีพหลากหลาย แต่อาชีพสุดท้ายก่อนที่จะมาเลี้ยงปลาในกระชัง ได้เปิดร้านคอมพิวเตอร์ที่ให้บริการอินเตอร์เน็ต ต่อมาเห็นเพื่อนบ้านได้ริเริ่มเลี้ยงปลากระชัง ในช่วงนั้นลูกชายของเธอรู้สึกสนใจ เพราะชอบในการเลี
จังหวัดกาญจนบุรี เป็นพื้นที่ราบและเทือกเขา มีภูเขาที่ทอดตัวตั้งขนานกับเส้นพรมแดนประเทศพม่า มีความยาวพรมแดน 460 กิโลเมตร เมื่อเอ่ยถึงจังหวัดกาญจนบุรี สิ่งที่ทุกคนนึกถึงคงจะหนีไม่พ้น การท่องเที่ยวพักผ่อนแบบสบายๆ ท่ามกลางธรรมชาติในบริเวณภูเขาใหญ่น้อยทั้งหลาย เพราะภูมิทัศน์ยังมีความหลากหลาย จึงนับว่ายังเป็นจังหวัดที่มีแหล่งป่าไม้ที่เป็นทรัพยากรสำคัญ ที่เป็นแหล่งเกิดธารน้ำ และห้วยเล็กๆ ไหลมาบรรจบเป็นแม่น้ำ 3 สายที่สำคัญ คือ แม่น้ำศรีสวัสดิ์ หรือแควใหญ่ แม่น้ำไทรน้อย หรือแควน้อย และแม่น้ำแม่กลอง คุณเทียมศักดิ์ สง่ากชกร อยู่บ้านเลขที่ 5/9 หมู่ที่ 1 ตำบลเขาน้อย อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ได้ใช้ประโยชน์จากแม่น้ำแม่กลอง เลี้ยงปลากระชัง เพราะบริเวณแห่งนี้ยังมีน้ำที่สะอาดเหมาะสมกับการประกอบอาชีพด้านการประมง คุณเทียมศักดิ์ เล่าให้ฟังว่า ก่อนที่จะริเริ่มเลี้ยงปลากระชังนั้น ได้ทำการเกษตรด้านปศุสัตว์มาก่อน จากนั้นประมาณปี 2540 จึงมีความสนใจที่อยากจะเลี้ยงปลา จึงได้ตัดสินใจมาเลี้ยงปลาในกระชังอย่างที่ตั้งใจไว้ “เริ่มแรกเดิมทีผมเลี้ยงโคนม พอลูกชายผมเรียนจบ ก็เลยให้เขาทำโคนมไป ผมก็มาทดลองเลี้ยงปลา สมัย
คุณชัยวัฒน์ สุขสำแดง อยู่บ้านเลขที่ 67 หมู่ที่ 5 ตำบลท่าชัย อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท เป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในกระชังที่ประสบผลสำเร็จมากว่า 20 ปี โดยเขาได้ใช้พื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำให้เกิดประโยชน์ ด้วยการมาเลี้ยงปลาในกระชังที่แม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีข้อดีคือกระชังของเขาอยู่เหนือเขื่อนจึงทำให้มีน้ำเลี้ยงปลาได้ตลอดทั้งปี ทำให้เวลานี้จากงานที่คิดจะทำเป็นอาชีพเสริม กลายเป็นงานที่สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวให้กับเขาได้เป็นอย่างดี จากแค่คิดทดลองเลี้ยง จนกลายเป็นอาชีพ คุณชัยวัฒน์ สุขสำแดง เล่าให้ฟังว่า ช่วงสมัยก่อนนั้นมีอาชีพเกี่ยวกับเกษตรกรรมทั่วไปคือ ปลูกพืช ต่อมาได้รู้สึกว่าอยากจะเลี้ยงปลาในกระชังเป็นอาชีพเสริม โดยเห็นว่าบริเวณที่ดินอยู่ติดริมฝั่งแม่น้ำ มีน้ำไหลผ่านตลอดทั้งปี จึงมีแนวคิดว่าการเลี้ยงปลาน่าจะเป็นอาชีพที่ทำเงินได้ จึงได้ทดลองเลี้ยงแบบจำนวนน้อยๆ โดยเริ่มเลี้ยงในช่วงแรก ประมาณ 2 กระชัง “ช่วงนั้นเริ่มจากทีละน้อยก่อน เพราะว่าเรื่องการตลาดเรายังไม่มีความรู้มากนัก พอเลี้ยงแล้วเริ่มประสบผลสำเร็จ ก็ขยับขยายการเลี้ยงมาเรื่อยๆ ซึ่งปลาที่เลี้ยงอยู่ในกระชังก็มี 3-4 ชนิด คือ ปลาดุก ปลาทับทิม ปลาก
วันที่ 7 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพอากาศที่ร้อนจัดเกือบ 37 องศาเซลเซียส ในพื้นที่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ส่งผลกระทบต่อปลาทับทิมที่เลี้ยงในกระชัง ของเกษตรกรภายในลำน้ำมูล ต.ในเมือง อ.พิมาย ทำให้ปลาทับทิมเริ่มไม่กินอาหารและทยอยตายวันละ 1-2 ตัว โดยเกษตรกรสันนิษฐานว่า มาจากสาเหตุที่สภาพอากาศร้อนจัด ออกซิเจนในน้ำจึงลดลง ปลาทับทิมจึงเกิดอาการขาดอากาศฉับพลันและตายลงในที่สุด นางบัวหลัน ทองประดิษฐ์ อายุ 66 ปี เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาทับทิมในกระชังในแม่น้ำมูล กล่าวว่า ปลาทับทิมที่เลี้ยงนั้น เป็นปลาที่กำลังจะโตเต็มที่เพื่อเตรียมจับส่งขาย แต่ในช่วง 3 วันที่ผ่านมา ปลาทยอยตายลงทุกวัน แต่ปลาที่ตายไม่มีอาการของโรคใดๆ จึงคิดว่าน่าจะเกิดจากสภาพที่ร้อนจัด ทำให้ออกซิเจนในน้ำน้อย นอกจากนี้ยังมีเพื่อนเกษตรกรอีกหลายรายกำลังประสบกับปัญหาเดียวกัน ซึ่งหลังจากนี้เข้าปรึกษาหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาวิธีแก้ไขต่อไป <
การเพาะเลี้ยงปลาในกระชังมีกระจายอยู่ในหลายพื้นที่บริเวณสองฝั่งของแม่น้ำสายสำคัญๆ โดยเฉพาะแม่น้ำเจ้าพระยาที่พร้อมไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติมีความเหมาะสมที่จะใช้ประกอบอาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำหลายหลากชนิด คุณกัลญา สุริยัน ผู้เพาะเลี้ยงปลาทับทิมในกระชังริ่มฝังแม่น้ำเจ้าพระยามานากว่า 20 ปี เล่าประสบการณ์การเลี้ยงให้กับทีมงานฟังว่า ก่อนจะหันมาประกอบอาชีพเพาะเลี้ยงปลาในกระชังตนเคยประกอบอาชีพรับจ้างมาก่อน แต่ด้วยเป็นอาชีพที่มีเวลาให้กับครอบครัวน้อย จึงคิดมองหาอาชีพที่สามารถทำอยู่ที่บ้านเพื่อจะมีเวลาให้กับครอบครัวมากขึ้น สภาพแวดล้อมบริเวณบ้านที่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง สามารถใช้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้ คุณกัลญาจึงมีแนวคิดหันมาให้สนใจเพาะเลี้ยงปลาในกระชังริมแม่น้ำส่งจำหน่าย เพราะมองว่าอาชีพนี้เป็นหนึ่งอาชีพที่ตอบโจรย์ความต้องการของตนเองได้ จึงตัดสินใจเริ่มใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำที่ไหลผ่านพื้นที่บ้านเพาะเลี้ยงปลาทับทิมในกระชัง คุณกัลญา เริ่มเพาะเลี้ยงปลาในกระชังอยู่ที่บ้านเลขที่ 13/1 หมู่ที่ 2 ตำบลโผงเผง อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง โดยเริ่มต้นทดลองเลี้ยงครั้งแรกเพียง 2 กระชัง
ปลานิลและปลานิลแดง หรือ “ปลาทับทิม” ซึ่งเกิดจากการปรับปรุงสายพันธุ์มาจากปลานิล ถือเป็นทรัพยากรสัตว์น้ำที่มีความสำคัญอย่างมาก ทั้งต่อสภาพเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย ด้วยคุณลักษณะที่เลี้ยงง่าย โตเร็ว ให้ผลผลิตสูง ออกลูกออกหลานทั้งปี รสชาติอร่อย และยังเป็นอาหารสุขภาพชั้นดีที่เป็นแหล่งโปรตีน ไขมันต่ำ ราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับแหล่งโปรตีนอื่นๆ ทำให้ความต้องการของตลาดทั้งภายในและต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยที่ผ่านมา ประเทศไทยมีผลผลิตปลานิลเฉลี่ยประมาณ 200,000 ตัน ต่อปี ผลผลิตส่วนใหญ่มาจากการเพาะเลี้ยงทั้งสิ้น และจากความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้อุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงปลานิลและปลาทับทิมของไทยพัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยใช้ระบบการเพาะเลี้ยงตั้งแต่กึ่งพัฒนาในบ่อดิน ใช้เวลาเลี้ยงนาน 8-10 เดือน ไปจนถึงระบบการเลี้ยงแบบพัฒนาหรือที่เรียกว่า “การเลี้ยงแบบหนาแน่นเชิงพาณิชย์” ที่มีทั้งการเลี้ยงในบ่อดินและการเลี้ยงในกระชังในแม่น้ำ แหล่งน้ำตามธรรมชาติหรือเขื่อนขนาดใหญ่ โดยการให้อาหารเม็ดสำเร็จรูปเป็นส่วนใหญ่ ใช้เวลาเลี้ยงสั้น ประมาณ 4-6 เดือน ผลจากการพัฒนาองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกั
ถือเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์เมื่อ อาจารย์สุรชาติ เรือแก้ว ได้ทิ้งอาชีพข้าราชการครูและหันมาเอาดีทางการเลี้ยงสัตว์น้ำโดยเฉพาะปลา โดยท่านบอกว่าแม้จะไม่ได้ร่ำรวย แต่ได้ทุกสิ่งที่อยากได้และถือว่าไม่ยากจน อาจารย์สุรชาติ เรือแก้ว ครูเก่าเล่าถึงประวัติให้ฟังว่า เป็นคนดอกคำใต้โดยกำเนิด ปัจจุบันอาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ 71 หมู่ที่ 1 ตำบลดอกคำใต้ อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา ตอนนี้อายุ 63 ปี จบการศึกษาจากวิทยาลัยครูเชียงราย วิชาเอกประถม เมื่อจบออกมาไปเป็นครูเอกชนที่โรงเรียนพินิตประสาธน์ที่ตัวเมืองพะเยาก่อน 3 ปี จึงบรรจุเข้ารับราชการเมื่อปี 2519 ที่โรงเรียนบ้านทุ่งกาชัย ตำบลบ้านปิน อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา ตำแหน่งหลังสุดคือผู้ช่วยผู้บริหารโรงเรียนบ้านดอกคำใต้ ก่อนจะขอเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด (เออรี่) เมื่อปี 2551 หรือเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ในช่วงที่รับราชการ ได้เลี้ยงหมูเป็นอาชีพเสริม และซื้อที่ดินจำนวน 6 ไร่ เอกสารสิทธิ์เป็นโฉนด เป็นที่นา ต่อมาทางสภาตำบลดอกคำใต้ทำถนนผ่านที่ ทำให้การคมนาคมเข้าฟาร์มมีความสะดวกสบาย จึงได้ขุดบ่อๆ ละ 2 งาน จำนวน 4 บ่อ เมื่อเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด ได้สมัครเป็นสมาชิกของสหกรณ์ผู
