ปลูกข้าว
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาพิษณุโลก นำคณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา ร่วมโครงการราชมงคลร่วมใจสืบสานวิถีข้าวไทย ด้วยการดำนา “ปลูกข้าวเพื่อแม่ เก็บเกี่ยวเพื่อพ่อ สนองพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พิษณุโลก นายทินกร ทาตระกูล รองอธิการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พิษณุโลก พร้อมด้วย คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา ร่วมโครงการ ราชมงคลร่วมใจสืบสานวิถีข้าวไทย ด้วยการดำนา “ปลูกข้าวเพื่อแม่ เก็บเกี่ยวเพื่อพ่อ” ประจำปีการศึกษา 2560 ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พิษณุโลก นายทินกร ทาตระกูล รองอธิการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พิษณุโลก กล่าวว่า โครงการครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ในการจัดขึ้น เพื่อสนองพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และ พระสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เพื่อแสดงถึงความจงรักภักดีที่ ทั้ง 2 พระองค์ ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อข้าวและชาวนาไทย ด้วยพระราชดำริในการพระราชทานความช่วยเหลือแก่เกษตรกรผู้ยากจน การทุ่มเทความช่วยเหลือ ในการศึกษาและวิจัยพัฒนาข้าวไทย
สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) จัดกิจกรรรมปลูกข้าวเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 สืบสานการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 10 สิงหาคม 2560 สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) จัดกิจกรรม “ปลูกข้าว” เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสวันเฉลิม พระชนมพรรษา 85 พรรษา 12 สิงหาคม 2560 โดยให้ทุกภาคส่วน รวมทั้งนักท่องเที่ยวได้มีส่วนร่วมและร่วมเรียนรู้วิธีการปลูกข้าวตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยมี ดร.เมธี พยอมยงค์ ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการ ปฏิบัติหน้าที่แทน ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง เป็นประธานเปิดกิจกรรม ณ สวนเกษตรทฤษฎีใหม่ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่ สำหรับกิจกรรมปลูกข้าวในครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ปลูกข้าวธัญโอสถ เป็นกลุ่มพันธุ์ข้าวที่มีสรรพคุณทางยา มีสารต้านอนุมูลอิสระ และธาตุเหล็กสูง ประกอบด้วย “ข้าวไรซ์เบอรี่” เป็นพันธุ์ข้าวที่ศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว และคณะกรรมการกรมวิจัยแห่งชาติร่วมกันว
เป็นเรื่องที่น่าดีใจสำหรับประเทศไทย เมื่อ“นักวิจัย” ของไทย โดยเฉพาะสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) หันมาให้ความสนใจข้อมูลทางด้านการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่มีผลต่อภาคการเกษตร ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อเกษตรกร เพราะไม่ต้องรอข้อมูลจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพียงด้านเดียว แต่นั่นหมายถึง ข้อมูลข่าวสารเหล่านี้ เกษรตรกรมีโอกาสทราบได้จาก สกว.อีกช่องทางหนึ่ง เพื่อให้เกิดการรับมือ และ ปรับตัวได้ทันนั่นเอง ข้อมูลหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ “การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศในบริบทของระบบเกษตรที่มั่นคงต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ” (Robust Agriculture System to Climate Change) โดยคุณศุภกร ชินวรรโณ ศูนย์เครือข่ายงานวิเคราะห์ วิจัยและฝึกอบรมการเปลี่ยนแปลงของโลก แห่งภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ดร.พนมศักดิ์ พรหมบุรมย์ ศูนย์วิจัยเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร (ศวพก.) คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งมีการรวบรวมข้อมูลจากนักวิจัยทั่วประเทศและมาสังเคราะห์ข้อมูลให้เราได้ทราบกัน โดยทั้ง 2 ท่านได้เปิดเผยข้อมูลทางการวิจัยที่เป็นประโยชน์ โดยใช้หัวข้อดังกล่าวนั้นมีความหมายและ
ทางเดินชีวิต…สู่แนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คุณประทุม สุริยา บ้านเลขที่ 236 หมู่ที่ 2 บ้านสันป่ายาง ตำบลสันป่ายาง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ 50330 อาชีพเดิมเป็นครูสอนวิชาเคมี ที่โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ จังหวัดเชียงใหม่ และลาออกมาทำการเกษตรทฤษฎีใหม่ เมื่อปี พ.ศ. 2540 และเป็นวิทยากรในรายการ “มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์พบประชาชน” ในช่วงรับราชการ คุณประทุมได้เสนองานวิจัยกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน โดยได้ศึกษาเปรียบเทียบเกษตรกรไทยและเกษตรกรในทวีปยุโรป ผลการศึกษาพบว่า เกษตรกรในทวีปยุโรปไม่มีหนี้สินและมีวินัยในการใช้จ่ายเงิน ส่วนเกษตรกรของไทยทำการเกษตรอย่างไม่เป็นระบบ มีหนี้สิน คุณประทุมจึงน้อมนำพระราชดำรัสเกษตรทฤษฎีใหม่มาทดลองทำจริงในพื้นที่ของตนเอง เริ่มจากการขุดสระ ทำถนนรอบขอบแปลง แต่ยังทำการเกษตรเคมีอยู่ และได้ทำบัญชี รับ-จ่าย ในครัวเรือนควบคู่ไปด้วย เมื่อเห็นรายรับ-รายจ่าย ทำให้รู้ว่าการที่ชาวนาขาดทุนเป็นเช่นไร ถ้ายังคงใช้สารเคมีอยู่คงไปไม่รอดแน่ จึงตัดสินใจทำสวนเกษตรทฤษฎีใหม่ในเชิงนิเวศและชีวบำบัด โดยใช้ปุ๋ยพืชสด ปุ๋ยน้ำชีวภาพ ฮอร์โมนจากพืช และใช้วัสดุภาย
คุณขวัญชัย รักษาพันธุ์ อยู่บ้านเลขที่ 85 หมู่ที่ 2 ตำบลเทพราช อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา หลังจากสำเร็จการศึกษาจากภาควิชาปฐพีวิทยา คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อปี พ.ศ. 2512 คุณขวัญชัย ตั้งใจเดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเรื่องดิน สินทรัพย์สำคัญต่ออาชีพเกษตรกรรม แต่สุขภาพไม่เอื้ออำนวย จึงสมัครเข้าร่วมหลักสูตรบัณฑิตอาสาสมัครมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทำงานด้านเกษตรกรรมร่วมกับงานพัฒนาชุมชน หลังจบหลักสูตรในปี พ.ศ. 2515 ก็เริ่มต้นเข้าทำงานที่สถานีวิจัยสิทธิพรกฤดากร สถาบันค้นคว้าและพัฒนาระบบนิเวศเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หลังจากทำงานสั่งสมประสบการณ์ทางเกษตร ได้ 2 ปี จึงลาออก ตั้งใจนำความรู้และประสบการณ์มาพลิกฟื้นผืนนาเดิมที่บ้าน พอลงมือทำนาจริงกลับได้ผลผลิตข้าวเพียง 7 เกวียน เพราะปัญหาเพลี้ยกระโดดและโรคขอบใบแห้งระบาดอย่างหนัก จึงตั้งใจสู้ ต้องเอาชนะเพลี้ยกระโดดให้ได้ ใช้เวลาเกือบ 10 ปี กับการเรียนรู้หาวิธีกำจัดเพลี้ยกระโดดและโรคขอบใบแห้ง จึงพบว่าใช้ยาฉีดวัณโรค (สเตร็บโตไทซิน) 5 มิลลิกรัม ผสมน้ำ 200 ลิตร ฉีดพ่นในพื้นที่ 1 ไร่ สามารถกำจัดเพลี้ยกระโดดส
อีกประการหนึ่ง ปัญหาภัยแล้งกับข้าวนาน้ำฝน สาเหตุจากความปรวนแปรของฝนเป็นสาเหตุของภัยแล้ง ฝนทิ้งช่วงในฤดูกาล ทำการปลูกไม่ได้ ฝนทิ้งช่วง (ฝนหมด) ก่อนฤดูกาล ทำให้ผลผลิตสูญเสียเก็บเกี่ยวไม่ได้ การแก้ปัญหาการปลูกข้าวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้นั้น นอกจากการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพแล้ว สิ่งจำเป็นที่จะต้องทำควบคู่กันไป คือ การนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ช่วยเหลือการทำนาของเกษตรกร เช่น เครื่องหยอดข้าว เครื่องหว่านข้าว และเครื่องเกี่ยวนวดข้าวที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับการเกษตรของเกษตรกรนำมาใช้ เพื่อปลูกข้าวทันฤดูกาลและเวลาเก็บเกี่ยวและนวดข้าวในเวลาที่เหมาะสม ทำให้คุณภาพของข้าวดีขึ้น ในพื้นที่การปลูกข้าวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตข้าวขาวดอกมะลิ 105 ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย โดยมีพื้นที่เพาะปลูกประมาณ 10 ล้านไร่ และมีผลผลิตโดยรวมประมาณ 3.5 ล้านตันข้าวเปลือก ในพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่อาศัยน้ำฝนเพียงอย่างเดียว และมีปัญหาเกี่ยวกับฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล การกระจายของฝนไม่ดีและฝนมักทิ้งช่วงระหว่างฤดูปลูก การแก้ปัญหาของเกษตรกรใช้วิ
