ผักไฮโดรโปนิกส์
คลินิกเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ณรงค์ชัย ชูพูล พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์สายใจ แก้วอ่อน และบุคลากรจากคณะอุตสาหกรรมเกษตร ร่วมกับ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช นำโดย ภก.กรวิช นวลแก้ว เภสัชกรชำนาญการ และคณะทำงาน ลงพื้นที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบารอกัตฟาร์ม เพื่อดำเนินการอบรมเชิงปฏิบัติการ การยกระดับมาตรฐานโรงบรรจุผักไฮโดรโปนิกส์ ภายใต้โครงการบริการให้คำปรึกษาและข้อมูลเทคโนโลยี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ณ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบารอกัตฟาร์ม อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช การลงพื้นที่วิสาหกิจชุมชนบารอกัตฟาร์มในครั้งนี้ นอกจากดำเนินการอบรมยกระดับมาตรฐานโรงบรรจุผักไฮโดรโปนิกส์แล้ว ยังเป็นการให้คำปรึกษาในการเตรียมความพร้อมเข้ารับการตรวจสถานที่ผลิตที่ได้มาตรฐาน GMP ในช่วงต้นเดือนธันวาคม 2565 นี้ เพื่อเป็นโรงคัดและบรรจุผักที่ได้มาตรฐาน ตามมาตรฐาน มกษ 9035-2553 ซึ่งเป็นรายที่ 3 ของจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่สามารถรับบรรจุผักเพื่อจำหน่ายร้านค้า โมเดิร์นเทรด และทางคลินิกเทคโนโลยี มทร.ศรีวิชัย ก็พร้อมที่จะผลักดันเข้าสู่มา
เกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Smart Farmer) พบช่องทางทำกินเป็นงานอิสระ ไม่ต้องเป็นลูกน้องใคร ปลูกผักแบบไฮโดโปรนิกส์ ส่งขายห้างค้าส่งหรือโมเดิร์นเทรดชื่อดัง ร้านสลัด และร้านอาหารในจังหวัดพะเยา สร้างงานทำเงินได้ดี คุณชินวัฒน์ ตาไคร้ หนุ่มวัย 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 278 บ้านแม่จว้า ตำบลแม่สุก อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา จบการศึกษาจากคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สาขาพืชสวน หลังจากจบการศึกษาได้ทำงานเป็นนักวิจัยกับมูลนิธิชัยพัฒนา และออกมาปลูกผักแต่ประสบปัญหาขาดทุน จึงไปสมัครงานกับห้างค้าส่งยักษ์ใหญ่ เมื่อเรียนรู้ระบบแล้ว จึงลาออกมาปลูกผักเพื่อส่งให้กับห้างอีกครั้งหนึ่ง ครั้งนี้ถือว่าประสบผลสำเร็จ โดยผลิตแบบไฮโดรโปนิกส์เป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ไม่ได้ทิ้งการปลูกบนดินไปเสียทีเดียว มีปลูกบ้างเพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าบางกลุ่ม โดยโรงเรือนที่ปลูกพืชผัก เป็นการจ้างช่างฝีมือมาทำ เหมาค่าแรงกันไปเลย โดยคุณชินวัฒน์จะเป็นผู้ซื้อวัสดุมาให้ โรงเรือนมีหลายขนาด แล้วแต่พื้นที่ มีขนาดกว้างยาว 6×13, 6×15, 6×18 แต่ละโรงเรือนลงทุนสร้างหลักหลายหมื่นบาททีเดียว โดยผักที่ปลูกเป็นผักสลัดเรดโอ๊ค กรีนโอ๊ค เรดครอส กรีนคร
“คนเราเกิดมาแล้ว ค้นพบความชอบของตัวเองเจอ และได้มุ่งมั่นเพื่อให้ได้ทำสิ่งนั้น ถือว่าเป็นความสุขที่สุดแล้ว” คุณพัชรินทร์ พุทธฤทธิ์ หรือ พี่กิ่ง อยู่บ้านเลขที่ 55/3 หมู่ที่ 3 ตำบลบางบริบูรณ์ อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี สาวเท่ผู้มากความสามารถ เธอคนนี้มีดีกรีไม่ธรรมดา เรียนจบปริญญาตรีและโท จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ปริญญาตรีจบสาขาพืชศาสตร์ เอกพืชผัก ปริญญาโทจบสาขาการจัดการทรัพยากรการเกษตรและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจุดประสงค์เพื่อที่จะนำมาสานต่อความฝัน ความชอบ ของตัวเองที่อยากจะเป็นเกษตรกรโดยเฉพาะ จุดเริ่มต้นที่กว่าจะมาเป็นเกษตรกร ปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ได้อย่างมืออาชีพ พี่กิ่ง บอกว่า ในระหว่างที่กำลังศึกษาอยู่ ป.โท อาจารย์เห็นแววว่าเธอน่าจะช่วยสอนรุ่นน้องได้ จึงหยิบยื่นโอกาสมาให้โดยการให้ช่วยสอนแล็บนักศึกษา ชั้น ป.ตรี และทำธีสิส ป.โท เกี่ยวกับการปลูกพืชไร้ดินมาโดยตลอด เพราะเกิดข้อสงสัยว่า ผักปลูกในน้ำโตได้อย่างไร ทั้งที่ไม่มีดิน จึงพยายามที่จะหาคำตอบมาตลอด ประจวบเหมาะกับที่มีโปรเจ็กต์การปลูกผักไร้ดินเข้ามาพอดี จึงรับทำโปรเจ็กต์นี้เพื่อหาคำตอบที่อยากรู้มาตลอด จนกระทั่งเรียนจบได้ไปทำงานอยู่โครงการ
ผมรู้จัก ปริ๊นซ์ – คุณนคร ลิมปคุปตถาวร มานานพอสมควร แวดวงคนรักสุขภาพคงรู้จักเขาในนาม “เจ้าชายผัก” แห่งโครงการสวนผักคนเมือง ผู้ริเริ่มชักชวนผู้คนปลูกผักกินเองอย่างง่ายๆ ทั้งพยายามแผ่ขยายเครือข่ายซื้อขายแลกเปลี่ยนวัตถุดิบอินทรีย์อย่างเป็นระบบในวงกว้าง แถมปริ๊นซ์ยังมีพื้นที่ทำนาปลูกพืชสวนอยู่ที่เพชรบูรณ์ ที่ซึ่งเขาได้ทดลองวิธีการปลูกพืชล้ำๆ หลายวิธี ทั้งเกษตรอินทรีย์ และไบโอไดนามิคส์ ล่าสุด วันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ที่มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) ตำบลไทรม้า เมืองนนทบุรี เขามาสาธิตอบรมวิธีการเตรียมดินแบบใหม่ ที่เขาเพิ่งค้นพบโดยได้รับคำชี้แนะจากกูรูด้านการเกษตรชาวต่างประเทศ การเตรียมดินที่เรียกได้ว่าดูสุดแสนจะสามัญธรรมดา แต่ทั้งข้าวและพืชผักที่เขาลงแรงปลูก ตลอดจนเคยแบ่งปันให้ผมได้ลองชิมหลายครั้ง ทำให้ผมแทบไม่สงสัยถึงประสิทธิผลของวิธีที่เขาเล่าให้ผู้เข้าร่วมอบรมฟังในวันนั้นแม้แต่น้อย เลยขอเอามาเล่าสู่กันฟังครับ เพราะมันเป็นวิธีที่ง่ายเหลือเชื่อจริงๆ แถมแทบไม่ต้องลงทุนอะไรเลยอีกด้วย เรียกว่านึกจะทำก็แทบจะทำได้ทันทีเลยทีเดียว คำถามเกริ่นเข้าสู่ประเด็นในวันนั้นก็คือ เป้าหมายของ
ผักไฮโดรโปนิกส์ (hydroponics) เป็นการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน นับเป็นวิธีการใหม่ในการปลูกพืช โดยเฉพาะการปลูกผักและพืชที่ใช้เป็นอาหาร เนื่องจากประหยัดพื้นที่ ทำให้ได้พืชผักที่สะอาด การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ถือได้ว่าเป็นเทรนด์การปลูกผักแบบใหม่ที่กำลังมาแรง เนื่องจากมีขั้นตอนการปลูก บำรุง ดูแลรักษาที่ไม่ยุ่งยาก มีพื้นที่น้อยๆ ก็ปลูกได้ ไม่ต้องพึ่งดิน ไม่ต้องออกแรงมาก และเหนื่อยน้อย แต่ผลที่ได้คุ้มค่า เพราะว่าได้ผักสะอาด มีรสชาติอร่อย ผักมีความสวยงามน่ารับประทาน มีคุณค่าทางโภชนาการสูง นุ่มและกรอบ และยังเป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชุมชนและตนเองอย่างงดงามอีกด้วย คุณภรภัทร วุฒิพรหม คุณเจริญโชค โรจน์รังสิกุล หรือ คุณอู๊ด อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 194 หมู่ที่ 10 ตำบลม่วงสามสิบ อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี เป็นอีกผู้หนึ่งที่เปิดฟาร์มผักไฮโดรโปนิกส์จำหน่าย ภายใต้ชื่อ เจริญโชคไฮโดรโปนิกส์ โดยสร้างโรงเรือนหรือฟาร์มขึ้นที่บ้านของตนเอง ด้วยการแบ่งที่ดินที่มีอยู่ทั้งหมดมาทำฟาร์มผักไฮโดรโปนิกส์ จำนวน 2 ไร่ สามารถสร้างรายได้เดือนละเกือบหนึ่งแสนบาท คุณอู๊ด เล่าให้ฟังว่า ได้แบ่งที่ดินออกมา 2 ไร่ เพื่อ
พูดถึงกระแสสุขภาพกำลังมาแรงในยุคนี้นะคะ และใครๆ ก็จะถามถึงผักไฮโดรโปนิกส์ หรือผักที่ปลูกในสารละลาย การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ดูเหมือนจะเป็นกิจกรรมที่ถูกอกถูกใจหลายๆ คน ในขณะที่บางคนก็มีคำถามมากมายถึงการลงทุน การจัดการ รวมไปถึงการตลาดของผักที่ผ่านการปลูกด้วยระบบนี้ คุณเมธา กสินุรักษ์ เจ้าของผักไฮโดรโปนิกส์ที่ อ.เมือง จ.ราชบุรี เล่าว่า ต้องการทำแปลงผัก ให้เป็นเหมือนซุเปอร์มาร์เก็ต ให้ลูกค้าเข้ามาเก็บผักเอง เหมือนเลือกซื้อผักในซุเปอร์มาร์เก็ต ข้อดีของการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ – ลดการใช้สารเคมี หรือไม่ต้องใช้เลยก็ได้ คุณเมธา เล่าว่า เริ่มต้นจากการที่ตัวเขาและครอบครัวชอบกินผักมาก จึงเริ่มต้นปลูกเองไม่มาก ได้ผลผลิตแล้วก็แจกเพื่อนบ้านบ้าง “ต่อมาพื้นที่ปลูกก็ขยายขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งมีพื้นที่ที่เห็นนี้ประมาณ 200 ตารางวา ปลูกผักได้ 19 โต๊ะ โต๊ะละ 480 ต้น รวมแล้ว ก็จะได้ผักประมาณ 10,000 ต้น สำหรับ 1 รอบการปลูก นับแต่หยอดเมล็ด ใช้เวลาประมาณ 45 วัน ก็จะสามารถเก็บผลผลิตได้ และพันธุ์ผักที่ปลูกก็เป็นผักไฮโดรโปนิกส์ทั่วไปที่รู้จักกันดี” คุณเมธา วางระบบด้วยตัวเองทั้งหมด โดยเริ่มจากเล็กๆ และค่อยๆ ขย
เมื่อราวยี่สิบปีก่อน จำได้ว่ามีอยู่ครั้งหนึ่ง ผมไปกินข้าวบ้านเพื่อน คุณแม่ของเพื่อนซึ่งตอนนั้นคงอายุราวหกสิบปีเศษ เอ่ยถามแม่ครัวทันทีที่ตักแกงจืดเข้าปากคำแรก “นี่ไม่ใช่ผักปลูกดินใช่ไหม” แม่ครัวรับคำ นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมแปลกใจระคนทึ่งกับลิ้นและการจำแนกรสของคนรุ่นก่อนหน้า ที่รู้เลยว่าตนกำลังกินผักปลูกแปลงธรรมดา หรือว่าผักไฮโดรโปนิกส์ “ก็รสมันจืดขนาดนี้ แม่ก็ต้องรู้ซี” คุณแม่เพื่อนว่ายิ้มๆ แต่หลังจากนั้น ผมเองก็เหมือนผู้บริโภคทั่วไป ที่มี “ภาพในใจ” หลายๆ ภาพ เกี่ยวกับความสะอาดของพืชผักผลไม้ที่กินเข้าไปแต่ละวัน ภาพเหล่านั้น แน่นอนว่ามีส่วนในการกำหนด เลือกสรร และตัดสินใจประกอบสิ่งใดเป็นอาหารของผมมาโดยตลอด เช่น ผมเคยรู้สึกว่า ผักในซุปเปอร์มาร์เก็ตนั้นย่อมคัดเลือกมาอย่างดี สะอาดกว่าผักตลาดสด, ผักอินทรีย์ (organic) ในถุงใส มีตรารับรองคุณภาพ ย่อมปลอดสารพิษ 100% แน่ๆ และผักไฮโดรโปนิกส์ย่อมทั้งสะอาดและปลอดสารเคมี เพราะไม่ได้ปลูกในดินที่ใส่ปุ๋ยคอกปุ๋ยหมักเน่าๆ หากทว่าหล่อเลี้ยงด้วยสารอาหารในน้ำ มีระบบการล้างสิ่งแปลกปลอมที่รัดกุม จึงปรุงอาหารได้อย่างสนิทใจ ฯลฯ ต่อมา จากการติดตามรายงานขององค์กรอิสร
กว่าสิบปีแล้วที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ. มีนโยบายให้โรงเรียนในสังกัด สพฐ.ทุกแห่งทั่วประเทศ จัดตั้งโครงการอาหารกลางวัน เพื่อให้นักเรียนบริโภคอาหารอย่างถูกหลักอนามัย ถูกสุขลักษณะ และได้รับสารอาหารตามวัย ถูกต้องตามหลักโภชนาการอย่างครบถ้วน ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลอนุมัติงบประมาณสนับสนุนอาหารกลางวัน เฉลี่ย 20 บาท ต่อคน แต่ไม่ว่าจะตั้งวัตถุประสงค์ของโครงการอาหารกลางวันไว้อย่างไร หากขาดการสนับสนุนและแรงผลักดันจากครูผู้ใกล้ชิดกับนักเรียนมากที่สุด โครงการอาหารกลางวันก็จะเป็นโครงการอาหารกลางวันที่มีแต่ตัวโครงการ เด็กนักเรียนยังคงกินอาหารกลางวันด้วยงบประมาณ เฉลี่ย 20 บาท ต่อคน อยู่เรื่อยไป ซึ่งแน่นอนว่า เงินจำนวน 20 บาท ต่อคน ไม่สามารถผลิตอาหารกลางวันได้มีโภชนาการเพียงพอต่อความต้องการของเด็กนักเรียนที่อยู่ในวัยเจริญเติบโต จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นจังหวัดหนึ่งที่มีสภาพภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูง การคมนาคมและขนส่งไม่สะดวก ทำให้เด็กนักเรียนในหลายโรงเรียนจำนวนหนึ่ง ต้องพักค้างที่โรงเรียนตลอดปีการศึกษา เพราะไม่สามารถเดินทางไปกลับบ้านและโรงเรียนในวันเดียวกันได้ อำเภอปางมะผ้า เป็นอำเภอหนึ่ง
คุณวรรณนิภา เรืองทัพ บ้านเลขที่ 70/7 หมู่ที่ 4 บ้านหนองสะเดา ตำบลบ้านนา อำเภอวชิรบารมี จังหวัดพิจิตร โทร. (086) 1106387, (084) 868-8474 เจ้าของ “สุดใจ Hydroponics จ.พิจิตร” การปลูกผักสลัดไฮโดรโปนิกส์เบื้องต้น โดยทั่วไปผักสลัดจะมีอายุการปลูกประมาณ 6 สัปดาห์ (42 วัน สามารถกินได้ ผักมีน้ำหนักได้ที่ มีรสชาติอร่อย หากเกิน 50 วัน ผักจะแก่ทำให้มีรสชาติขม ไม่อร่อย) เริ่มจาก การเพาะเมล็ดสลัด นำฟองน้ำสำเร็จรูปที่จะเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าตรงกลางฟองน้ำจะถูกกรีดเป็นกากบาทเพื่อนำเมล็ดมาวางใส่ลงไป ปลูกวางเรียงบนถาดรอง รดน้ำฟองน้ำปลูกให้ชุ่ม พร้อมกับใช้มือกดฟองน้ำให้ซับน้ำให้อิ่มตัว นำไม้ปลายแหลมหรือไม้จิ้มฟันจุ่มน้ำแล้วแต้มแตะไปที่เมล็ดพันธุ์ผักสลัด แล้วนำเมล็ดสลัดที่ติดที่ปลายไม้มาใส่ลงไปในกลางฟองน้ำที่ผ่าไว้ 1 เมล็ด ต่อฟองน้ำ 1 อัน นำแผ่นโฟมเพาะเมล็ดไปไว้ในโต๊ะอนุบาลที่ 1 ประมาณ 2 สัปดาห์ หรือกล้าผักสลัดมี 2 ใบ ช่วงนี้ต้องหมั่นฉีดน้ำด้วยฟ็อกกี้หรือกระบอกฉีดน้ำเพื่อลดความร้อนให้ต้นกล้าทุกๆ วัน วันละ 2-5 ครั้ง ตามสภาพอากาศ ช่วงเพาะเมล็ด (สัปดาห์ที่ 1) ใช้เวลา 7 วัน นำเมล็ดใส่ลงไปในวัสดุยึดราก เช่น ฟอง
นางสาวพิชามญชุ์ แซ่จึง หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า สภาเกษตรกรแห่งชาติได้ตระหนักและห่วงกังวลถึงปัญหาแรงงานภาคการเกษตรและผู้สืบทอดอาชีพทางการเกษตรที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเป็นอย่างมาก จึงเป็นที่มาของโครงการเสริมสร้างยุวเกษตรกรและเกษตรกรรุ่นใหม่ เพื่อให้นักเรียนในสถานศึกษาได้มีความรู้ด้านการเกษตรสามารถช่วยงานในครอบครัวหรือยึดถือเป็นอาชีพต่อไปได้ในอนาคต ด้วยโครงการดังกล่าวสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดศรีสะเกษ ได้ประสานโรงเรียนบัวเจริญวิทยา ต.ตองปิด อ.น้ำเกลี้ยง ซึ่งเป็นโรงเรียนเป้าหมาย มีนักเรียน 270 คน เพื่อให้นักเรียนได้รับความรู้และประสบการณ์ด้านการผลิตพืช ปัจจุบันคนไทยจำนวนมากกำลังเผชิญกับปัญหาโรคภัยไข้เจ็บ บางโรคอาจเกิดจากการรับประทานอาหาร บางโรคอาจเกิดจากสภาวะแวดล้อม บางโรคอาจเกิดจากหลายปัจจัยต่างๆ รวมกัน ซึ่งการบริโภค “ผัก” เป็นวิธีการหนึ่งที่จะลดความเสี่ยงโรคภัยได้ ซึ่งทางโรงเรียนให้ความสนใจในการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ด้วยกระบอกไม้ไผ่ สภาเกษตรฯจึงได้ประสานศูนย์วิจัยพืชสวนศรีสะเกษให้เข้ามาให้ความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ ด้วยเห็นว่าการส่งเสริมให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ทำการเก
