ผู้ประกอบการ
เมื่อวันที่ 19 กันยายน ที่ห้องประชุม 1801 ชั้น 18 สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.) นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) แถลงผลการดำเนินมาตรการ ‘SME ปัง ตังได้คืน’ โครงการส่งเสริมผู้ประกอบการผ่านระบบ BDS หรือ Business Development Service ปี 2565 ภายใต้แนวคิดที่ต้องการช่วยผลักดันให้ SME ได้มีโอกาสเข้าถึงการให้บริการของหน่วยงานภาครัฐที่ช่วยส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนายกระดับศักยภาพในด้านต่างๆ ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ให้ผู้ประกอบการสามารถเลือกบริการที่ตรงกับความต้องการและเหมาะสมกับธุรกิจ รวมถึงสามารถเปรียบเทียบราคาบริการ และต่อรองราคาจากหน่วยงานต่างๆ บนระบบ BDS ได้ด้วยตนเอง และ สสว. จะช่วยอุดหนุนค่าใช้จ่ายแบบร่วมด้วยช่วยจ่าย (Co-Payment) ในสัดส่วน ร้อยละ 50-80 ตามขนาดของธุรกิจ สูงสุดถึงรายละ 200,000 บาท นายวีระพงศ์ กล่าวว่า หลังจากจากการเปิดตัวโครงการฯในเฟสแรกระยะเวลา 6 เดือน ให้บริการใน 3 หมวด คือ การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานสินค้าและบริการ การพัฒนาช่องทางการจำหน่ายการตลาดในประเทศ และการพัฒนาช่องทางการจำหน่ายการตลาดต่างประเทศ ได้รับการตอ
สสว. จับมือ ช้อปปี้ เดินหน้าพัฒนาศักยภาพและขยายช่องทางตลาด SME ต่อเนื่อง จัดแคมเปญออนไลน์ “SME Hybrid Fair” ผู้ประกอบการขานรับเข้าร่วมกว่า 1,800 ราย พร้อมจัดส่วนลดโปรโมชั่นพิเศษตลอดแคมเปญเพื่อร่วมฉลองกับ Shopee 9.9 วันช้อปแห่งปี Super Shopping Day ชวนไปช้อปได้ถึง 15 กันยายนนี้ นางสาวสรัลภัค จิรโรจน์วัฒน ผู้ประกอบการร้าน B-Smile กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่เข้าร่วมโครงการสิทธิประโยชน์กับ สสว. เพราะมีโอกาสได้เข้าร่วมแคมเปญ SME Hybrid Fair ทำให้ร้านเป็นที่รู้จักมากขึ้นจากการประชาสัมพันธ์ของโครงการ ขอขอบคุณ สสว. ที่จัดทำโครงการดีๆ แบบนี้ขึ้น โดยสิ่งที่ชอบมากคือการจ้าง Influencer มาช่วยในการประชาสัมพันธ์ขายสินค้าในโครงการ เน้นที่ตัวผลิตภัณฑ์ของแต่ละร้าน ตั้งแต่ร้านเล็ก ไปจนถึงร้านใหญ่ ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสให้แต่ละร้านมียอดขายเพิ่มขึ้น ด้าน นางสาวภัทรกาญจน์ ศรีวฤทธิกุล ผู้ประกอบการร้าน Chocobeans กล่าวว่า ตอนนี้ตลาดออนไลน์ถือเป็นตลาดที่สำคัญต่อการทำธุรกิจ โครงการนี้ถือเป็นโครงการที่ดีมีการให้ความรู้ สอนเทคนิคการโพสต์ขายสินค้า การทำประชาสัมพันธ์ในตลาดออนไลน์ สร้างโอกาสทางการตลาดออนไลน์ให้เพิ่มมากขึ้น
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ร่วมเสริมแกร่งผู้ประกอบการด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ผ่านการจัดแสดงนิทรรศการผลงานวิจัยพัฒนา บริการอุตสาหกรรม ครบวงจรและการสัมมนา/กิจกรรม Workshop ภายใต้ธีม “TISTR BCG” ในงานโปรแพค เอเชีย 2022 (ProPak Asia 2022) งานแสดงสินค้าและนวัตกรรมในกระบวนการผลิต แปรรูป และบรรจุภัณฑ์ ครั้งที่ 29 ระหว่างวันที่ 15-18 มิถุนายน 2565 ณ ศูนย์นิทรรศการและการ ประชุมไบเทค บางนา ดร.อรรชกา สีบุญเรือง ผู้แทนรองนายกรัฐมนตรีและประธานกรรมการ สำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ นายมนู เลี่ยวไพโรจน์ ประธาน อินฟอร์ม่า มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย ศ. (วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. ร่วมเปิดนิทรรศการ “TISTR BCG” การจัดแสดงนิทรรศการผลงานวิจัยพัฒนา บริการอุตสาหกรรม ครบวงจร ของ วว. ตลอด Value Chain การผลิตสินค้า ในงานโปรแพค เอเชีย 2022 (ProPak Asia 2022) เพื่อร่วมขับเคลื่อน สร้างโอกาสทางธุรกิจ เสริมศักยภาพผู้ประกอบการ ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม วว. พร้อมให้บริการด้านวิท
นายวีระพงษ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า สสว. ได้จัดทำโครงการพัฒนากลไกกลาง เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาด ในปี 2563 เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับผู้ประกอบการ โดยมีสมาคมสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย เป็นหน่วยร่วมดำเนินโครงการสร้าง e-Marketplace Platform ชื่อ Star Market เพื่อเป็นห้างสรรพสินค้าออนไลน์ สำหรับจัดจำหน่ายสินค้าจากผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี ทั่วประเทศ สำหรับที่มาโครงการ Star Market นั้น สืบเนื่องจากคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจได้รับทราบแนวทางการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมครบวงจร หรือมาตรการ MSMA 2020 จำนวน 13 มาตรการ เพื่อให้ความช่วยเหลือ SME ด้านการจำหน่ายสินค้า และได้มีมติเห็นชอบในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอนุมัติการจัดสรรเงินกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมครบวงจร ดำเนินการ 13 มาตรการ และ 1 ใน 13 มาตรการ คือ การส่งเสริมด้านการตลาดโดยการพัฒนากลไกกลางเพื่อเป็นเครื่องมือหลักในการพัฒนาช่องทางการตลาดให้กับผู้ประกอบการ เพื่อให้มีความสามารถในการแข่งขันในระบบเศรษฐกิจ ขยายฐานลูกค้า สร้างรายได้ยั่งยืน ผอ.สสว. ระบุว่า โครงการนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง
อาจารย์และนักศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ออกแบบและสร้างเครื่องทำความสะอาดหลอดไผ่ ทำความสะอาดผิวหลอดไผ่ได้ 88 หลอด ต่อชั่วโมง ทดแทนการใช้แรงงานคน ผลงานของ ดร.มานพ แย้มแฟง นักวิจัยและอาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล นายสราวุฒิ เลาะหะนะ นายสิทธิกร สงวนตระกูล และ นางสาวเบญจพร ยุติศาสตร์ นักศึกษาภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล ดร.มานพ แย้มแฟง บอกว่า ในการลงพื้นที่โอท็อป จังหวัดปราจีนบุรี ของทางมหาวิทยาลัย โดยบริเวณพื้นที่ดังกล่าวมีไม้ไผ่จำนวนมาก และยังเป็นแหล่งปลูกไผ่หลอด ซึ่งปัจจุบันไผ่หลอดได้รับความนิยม เนื่องจากสามารถนำมาใช้แทนหลอดพลาสติก ซึ่งบริษัท พิมธา จำกัด เป็นบริษัทที่จำหน่ายไผ่หลอด ซึ่งก่อนที่จะจำหน่ายต้องมีการทำความสะอาดไผ่หลอดทั้งด้านนอกและด้านในจากนั้นนำไปฆ่าเชื้อ จึงอยากให้ทางมหาวิทยาลัยช่วยออกแบบและผลิตเครื่องทำความสะอาดไผ่หลอด ปกติทางบริษัทใช้แรงงานคนในการทำความสะอาด แรงงานทำงานเป็นเวลานาน ทำให้รู้สึกเมื่อยล้า ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานน้อยลง ทางบริษัทจึงให้โจทย์กับทางมหาวิทยาลัย โดยทางมหาวิทยาลัยได้รับทุนสนับสนุนในการทำวิจัยจาก สกสว. ประจำปี 2562 “ซึ่งจากก
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ร่วมพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจ ช่วยแก้ปัญหาการว่างงานจากสถานการณ์โควิด-19 เปิดรับสมัครบัณฑิตอาสาจำนวน 70 อัตรา ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 23 เมษายน 2563 ระบุผู้ผ่านการคัดเลือกจะได้รับเงินเดือน 9,000 บาทต่อราย ในระยะเวลา 6 เดือน เริ่มปฏิบัติงานวันที่ 1 พฤษภาคม 2563 เป็นต้นไป ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. กล่าวว่า วว. ได้รับมอบหมายจาก ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้ดำเนินโครงการจ้างงานผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโครานา 2019 (โควิด-19)” ตามมติ ครม. (เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2563) เพื่อร่วมพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจ แก้ปัญหาการว่างงานของประเทศ โดย วว. เปิดรับสมัครบัณฑิตอาสาจำนวน 70 อัตรา ผู้สมัครต้องเป็นผู้ที่มีความสนใจในการพัฒนาทักษะใหม่และได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 เป็นบัณฑิตจบใหม่ระดับปริญญาตรี ไม่เกิน 5 ปี ทางด้านเทคนิค วิศวกรรม การบริหารการจัดการ การวางแผนการผลิต การตลาด การเกษตร และวิทยาศาสต
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) ร่วมกับ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และ ศูนย์วิจัยและพัฒนามาตรฐานสินค้าเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ขอเชิญผู้ประกอบการ SME ในภาคการผลิตและจำหน่ายสินค้าเกษตรและอาหาร และผู้ที่สนใจการค้าและการลงทุน เข้าร่วมกิจกรรม ศึกษาดูงานนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการเกษตร พร้อมเข้าชมงาน BIOFACH JAPAN PAVILION in Foodex Japan 2020 ซึ่งเป็นงานแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการเกษตร ผลิตภัณฑ์อาหาร และมาตรฐานการผลิตที่เป็นสากล เพื่อทราบถึงแนวโน้มการพัฒนาเทคโนโลยี และหารือความร่วมมือทางการค้าและการลงทุน เพิ่มช่องทางการค้าให้กับผู้ประกอบการไทย ณ ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 8 – 13 มีนาคม 2563 ค่าใช้จ่ายต่อท่าน 70,500 บาท ด่วน! รับสมัครเพียง 20 ท่าน ภายใน 14 กุมภาพันธ์ 2563 สำรองที่นั่งได้ที่ อี-เมล [email protected] หรือสอบถามเพิ่มเติม โทร. (093) 956-1556
ธนาคารกรุงเทพ แนะ ผู้ประกอบการจะรับมืออย่างไรในยุคสังคมไร้เงินสด?!! ฟังกลยุทธ์ตั้งรับปรับเปลี่ยนโดย คุณปานระพี รพิพันธุ์ กูรู และผู้ประกอบการตัวจริง พลาดไม่ได้รายการ SME Clinic วันพุธที่ 21 สิงหาคม 2562 เวลา 19.00 น. ทาง Facebook Fanpage bangkokbanksme
กรุงเทพฯ – สสว. จับมือบิสิเนส อีเว้นท์ เซอร์วิสเซส (ไทยแลนด์) อสมท. เจโทร และภาคเอกชนธุรกิจด้านอุตสาหกรรมการผลิตสินค้าและบริการผู้สูงอายุ จัดงาน CARE EXPO Thailand 2019 งานแฟร์ เพื่อคนที่คุณแคร์ เริ่มก่อน รู้ก่อน พร้อมก่อนใคร…ก้าวสู่สังคมผู้สูงวัย อย่างยั่งยืน งานเดียวที่รวบรวมนวัตกรรมและเทคโนโลยี สินค้าและบริการผู้สูงอายุมาจัดแสดง เพื่อสนับสนุนนโยบายการเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) ณ ไบเทค ระหว่างวันที่ 29 สิงหาคม – 1 กันยายน 2562 คาด 4 วัน มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 20,000 คน และมีเงินสะพัดภายในงานไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท นพ. ณัฐวุฒิ ประเสริฐสิริพงศ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดงาน CARE EXPO Thailand 2019 ว่า การจัดงานครั้งนี้ แสดงถึงการตื่นตัวและให้ความสำคัญของการก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ของประเทศไทย เพราะไม่กี่ปีข้างหน้านี้สัดส่วนของประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป จะสูงขึ้นถึงร้อยละ 20 ดังนั้น การสร้างความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับสังคมผู้สูงอายุให้กับประชาชน และการเตรียมความพร้อมก่อนวัยเกษียณ รวมทั้งการพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับผลิตภัณฑ์แล
ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยี (BIC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ขอเชิญผู้ประกอบกิจการซอฟต์แวร์และไอทีทุกประเภท รวมถึงผู้ประกอบการด้านนาโนเทคโนโลยี ไบโอเทคโนโลยี และสตาร์ทอัพ ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจ จัดโครงสร้างองค์กรอย่างเป็นระบบ พร้อมเพิ่มศักยภาพให้เติบโตอย่างยั่งยืนด้วยกลไกบ่มเพาะ เชื่อมโยงพันธมิตร และขยายเครือข่ายออกสู่ตลาดใหม่ทั้งในและต่างประเทศ สมัครเข้าร่วม “โครงการบ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยี (SUCCESS 2019)” เพื่อรับสิทธิประโยชน์ในการพัฒนาธุรกิจ เปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สมัครออนไลน์และดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://bit.ly/30SuZ5O สอบถามเพิ่มเติม โทร. (02) 564-7000 ต่อ 81496, (081) 913-1828 อี-เมล [email protected]
