ผู้สูงอายุ
“กลุ่มหวายบ้านส่วย” ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านส่วน ตำบลในเมือง อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา กลุ่มหวายบ้านส่วย เป็นกลุ่มที่รวมตัวกันผลิตอุปกรณ์จากหวายเพื่อสร้างรายได้ให้กับสมาชิก จนทำให้เกิดรายได้ เดือนละ 3,000-4,000 บาท มีการสร้างกิจกรรมเพื่อสร้างความสุขและความสามัคคีให้กับชุมชนที่หลากหลาย เช่น การลด ละ เลิก ยาเสพติดกับของมึนเมา มีการน้อมนำแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง รัชกาลที่ 9 มาปรับใช้กับชุมชนอย่างแพร่หลาย คุณสมควร งูพิมาย ประธานกลุ่มหวายบ้านส่วย เป็นกลุ่มที่รวมตัวใหม่ คือเมื่อเดือนตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา จึงยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก มีสมาชิกจำนวนทั้งสิ้น 30 ราย หรือ 30 ครัวเรือน เนื่องจากกิจกรรมที่ดำเนินอยู่ เกิดขึ้นจากความร่วมมือกันทั้งครอบครัว ตั้งแต่ปู่ ย่า ตา ยาย พ่อ แม่ ลูก หลาน จุดเริ่มต้นของการรวมตัวกลุ่ม วัตถุประสงค์หลักก็เพื่อหารายได้เสริมกับสมาชิก ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนเป็นผู้สูงอายุทั้งสิ้น ประกอบกับชุมชนบ้านส่วย เป็นชุมชนที่มีความชำนาญในการจักสานหวายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็เท่ากับเป็นการรื้อฟื้นฝีไม้ลายมือออกมาให้สังคมภายนอกได้ชื่นชมได้รู้จักมากยิ่งขึ้น ประการสำคัญอย่างยิ่งคือ เป็
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) ร่วมกับ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (TCELS) ขอเชิญผู้ประกอบการในกลุ่มผู้ผลิตอาหารฟังก์ชั่น อาหารผู้สูงอายุ และอาหารเพื่อสุขภาพ เข้าร่วมสัมมนา Functional Food: Trend of Future – Health Claim – Market Strategy ในวันพฤหัสบดีที่ 10 ตุลาคม 2562 เวลา 08.30 – 16.00 น. ณ โรงแรมเซ็นจูรี่พาร์ค กรุงเทพฯ งานสัมมนาที่จะช่วยให้ผู้ผลิตอาหารฟังก์ชั่นได้ข้อมูลครบทุกมิติ ทั้งทิศทางสินค้าอาหารฟังก์ชั่นจากข้อมูลเจาะลึกพฤติกรรมผู้บริโภค แนวโน้มเทคโนโลยีนวัตกรรมอาหารสุขภาพจากการวิเคราะห์แผนที่สิทธิบัตรเพื่อค้นหาโอกาสในการทำตลาดอาหารฟังก์ชั่น พร้อมเข้าใจหลักคิดและข้อกำหนดของ อย. และความเข้าใจที่ผู้ผลิตอาหารควรรู้เกี่ยวกับแนวทางทำธุรกิจอาหารฟังก์ชั่นและ อาหารสำหรับผู้สูงอายุ รับจำนวนจำกัดเพียง 50 ท่าน (1 บริษัท ไม่เกิน 2 คน) ค่าลงทะเบียนท่านละ 700 บาท (รวม Vat 7%) โอนผ่านธนาคารกรุงเทพ สอบถาม โทร. (02) 564-7000 ต่อ 1388 หรือสมัครได้ที่ https://forms.gle/bc146Jr1Ubdjo239A
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ให้การสนับสนุนมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม พัฒนารูปแบบการบริหารและเสริมความเข้มแข็งแก่โรงเรียนผู้สูงอายุด้วยวิจัยและนวัตกรรม และการเสริมสร้างกระบวนการ ดูแลสุขภาพกายสุขภาพใจให้แก่ผู้สูงอายุในพื้นที่ตำบลพลายชุมพล อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และคณะผู้ทรงคุณวุฒิ ได้ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานและร่วมกิจกรรมพัฒนาทักษะผู้สูงอายุ ณ โรงเรียนผู้สูงอายุพลายชุมพล จังหวัดพิษณุโลก เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2562 ในการนี้ ทักษะและองค์ความรู้ ที่ได้พัฒนาเพื่อใช้ในโรงเรียนผู้สูงอายุพลายชุมพล มีความเหมาะสมต่อร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคมของผู้สูงอายุ ทำให้เกิดแผนการดำเนินงานที่ยั่งยืนแก่หน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการร่วมดูแลกระบวนการ แผนงาน และการเสริมสร้างการดูแลผู้สูงอายุให้มีทักษะการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ อย่างเหมาะสมแก่ช่วงวัย ทั้งนี้ มี ผศ.ดร. จิราพัทธ์ แก้วศรีทอง มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม เป็นหัวหน้าโครงการ ซึ่งการดำเนินงานอยู่ภายใต้แผนจัดการความรู้จากการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการใช้ประโยชน์เชิงชุมชน สังคม ขอ
สมุนไพรหลายชนิดได้รับการยอมรับว่าสามารถรักษาโรค หรือบรรเทาอาการต่างๆ ได้ ขอนำเสนอ 9 สมุนไพรอายุยืน สำหรับผู้สูงวัยและผู้ที่เข้าใกล้คำว่าสูงวัย ภาพจาก: ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
ใครๆ ก็อยากมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง มีอายุยืนยาว เพื่อจะได้อยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของลูกหลาน หรืออยู่เป็นคนสูงวัยที่ไม่มีสารพัดโรครุมเร้าให้ทรมาน สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเรามีพฤติกรรมดี ดั่งประโยคที่ว่า “กินอย่างไร ได้อย่างนั้น” ซึ่งเป็นความรู้ดีๆ จากงานผู้สูงอายุไทย ก้าวไกล ไทยแลนด์ 4.0 “นวัตกรรมด้านอาหารและเครื่องดื่มเพื่อผู้สูงอายุ และสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุ” (Innovation food and Beverage) จัดโดยกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ณ กระทรวง พม. สะพานขาว กรุงเทพฯ โดยได้ผู้เชี่ยวชาญจากสมาคมนักกําหนดอาหารแห่งประเทศไทย ก่อตั้งเมื่อปี 2548 มีหน้าที่ในการให้คำแนะนำผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยที่แพทย์ส่งมาให้ดูแลเรื่องโภชนาการ น.ส. สังวาล ศิริมังคลากุล นักกำหนดอาหาร เล่าว่า ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า ผู้สูงอายุมีความเสื่อมถอยทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และโภชนาการ อย่างจะมีอาการท้องผูกเพิ่มขึ้น 5-6 เท่า จากวัยหนุ่มสาว เนื่องจากสูญเสียกล้ามเนื้อหน้าท้อง ทำให้ผู้สูงอายุ ร้อยละ 40-50 ต้องใช้ยาระบาย ยิ่งเมื่ออายุเกิน 70 ปีขึ้นไปจะเริ่มบริโภคอาหารได้น้อยลง ท
คอลัมน์ ดาต้าภูธร ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ รวบรวมจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ปี 2560 ไทยมีประชากร 66,188,503 คน และผู้มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป 10,225,322 คน หรือคิดเป็น 15.4% ของประชากรทั้งหมด ขณะที่สหประชาชาติกำหนดว่าประเทศที่มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปเกินกว่า 20% เป็นสังคมผู้สูงอายุ แสดงให้เห็นว่าไทยเข้าใกล้สังคมผู้สูงอายุเข้าไปทุกขณะ จากข้อมูลดังกล่าว พบว่าจังหวัดที่มีผู้สูงอายุมากเป็นอันดับหนึ่งคือ กรุงเทพฯ จำนวน 978,455 คน รองลงมาคือ จ.นครราชสีมา 417,303 คน และ จ.เชียงใหม่ที่ 300,490 คน ตามลำดับ ขณะเดียวกันภาคธุรกิจมีการรับมือสังคมผู้สูงอายุได้แก่ การทำเอ็มโอยู (MOU) ความร่วมมือกันระหว่างหอการค้าทั้ง 5 ภาค และสถาบันการอาชีวศึกษาภาคเหนือ โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท และสมาคมส่งเสริมธุรกิจบริการผู้สูงอายุไทย เพื่อเปิดสอนหลักสูตรสร้างอาชีพการดูแลผู้สูงอายุแห่งแรกในภาคเหนือ ในช่วงปลายปี 2560 ที่ผ่านมา นอกเหนือจากนี้ยังมีการลงทุนในธุรกิจลองสเตย์ที่หาดกมลาจังหวัดภูเก็ต จำนวน 8,000 ล้านบาท โดยการร่วมทุนกันของ ช.การช่าง แอลพีเอ็น และกลุ่มโรจนเสถียร มีกลุ่มเป้าหมายคือคนต่างชาติท
ผู้สูงอายุเป็นวัยที่มีความเสื่อมทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม อันเป็นความเปราะบางทางธรรมชาติที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งด้วยระบบ เศรษฐกิจและสังคมของไทยในขณะนี้ก็มีการคาดการณ์ว่าผู้สูงอายุในอนาคตจะถูกทอดทิ้ง ถูกละเมิดสิทธิจำนวนมากขึ้น จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเตรียมพร้อม ในการคิดหามาตรการและนโยบาย เพื่อคุ้มครองพิทักษ์ผู้สูงอายุในทุกเรื่องและทุกคน นำเสนอผ่านผลการศึกษาในงานวิชาการสาธารณะ เรื่อง สิทธิของผู้สูงอายุไทยในสังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์ จัดโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับกรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) และมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.) ที่โรงแรมแมนดาริน ถนนพระราม 4 กรุงเทพฯ ผู้สูงวัยถูกละเมิดสิทธิด้านจิตใจสูงสุด ดร.ภัทรพร คงบุญ ผู้จัดการชุดโครงการการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาระบบการคุ้มครองพิทักษ์สิทธิผู้สูงอายุ มส.ผส. กล่าวว่า นักวิจัยของ มส.ผส.ได้ศึกษาสถานการณ์ที่เกี่ยวกับผู้สูงอายุต่อการถูกละเมิดสิทธิ พบดังนี้ ในปัจจุบันมีผู้สูงอายุที่ถูกละเมิดสิทธิเพิ่มขึ้นกว่าในอดีต และมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยประเภทความรุนแรงที่พบมากที่สุดคือ ด้านจิตใจ
นายสุทธิ สุโกศล อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร) กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่เยี่ยมกลุ่มฝึกอาชีพของสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 5 นครราชสีมา เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2560 จำนวน 2 กลุ่ม ได้แก่ การฝึกอาชีพให้กับผู้สูงอายุ สาขาการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร (การแปรรูปจากกล้วย) เป็นกล้วยหอมคาเวนดิช หรือกล้วยหอมเขียว ณ บ้านหัวมุม ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา และอีกกลุ่มเป็นการฝึกอาชีพให้กับแรงงานนอกระบบ ในสาขาการแปรรูปผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่า ณ ห้องประชุมเทศบาล ตำบลหัวทะเล อำเภอเมือง ทั้ง 2 สาขา อบรมระหว่างวันที่ 8-10 ธันวาคม 2560 รุ่นละ 20 คน รวม 40 คน เพื่อให้กำลังใจทั้งผู้เข้าอบรม และเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่ดำเนินการ อีกทั้งต้องการเน้นย้ำถึงการให้ความสำคัญของการพัฒนาทักษะแก่คนทำงานทุกกลุ่ม ทุกช่วงวัย ให้มีงานทำ มีรายได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น นางนิตยา นพพรการต์ วิทยากรสอนสาขาการแปรรูปผลิตภัณฑ์การเกตร กล่าวว่า กลุ่มที่มาสอนในครั้งนี้มีการรวมกลุ่มสมาชิกทำกล้วยฉาบกล้วยกวนส่งขายอยู่แล้ว แต่มีสมาชิกไม่เพียงพอในการผลิต บางวันสมาชิกบางรายติดภารกิจ ทำให้ทำกล้วยฉาบ-กล้วยกวนไม่เพียงพอกั
ด้วยคำว่า “สังคมสูงวัย” ทำให้หลายๆ หน่วยงานให้ความสนใจกับการทำกิจกรรมเพื่อผู้สูงอายุ เล่น“ซูโดกุ” สิ เป็นอีกคำแนะนำ ว่ากันว่าช่วยให้สมองชราภาพช้าลง หรืออีกทฤษฎีก่อนหน้านี้ที่ถูกใช้เป็นข้ออ้างบ่อยๆ คือ เล่นดัมมี่ ไพ่ผ่อง ฯลฯ ฝึกให้สมองได้บวกลบตัวเลข ความจำจะเลิศ ล่าสุด จดหมายข่าวหอภาพยนตร์ ประชาสัมพันธ์ถึงกิจกรรมที่ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2558 รวม 13 ครั้ง โดยหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ร่วมกับศูนย์ฝึกสมอง โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ สภากาชาดไทย และบริษัท ชีวามิตร วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด จัดโครงการภาพยนตร์กับผู้สูงอายุ มีการฉายภาพยนตร์ที่ได้รับการคัดสรรแล้วว่าเหมาะแก่ผู้สูงอายุ พร้อมกับการเสวนาหลังชมภาพยนตร์จบ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันระหว่างวิทยากรและผู้ชม ยืนยันว่า ภาพยนตร์ให้ประโยชน์มากกว่าความบันเทิง ช่วยกระตุ้นให้เกิดการอภิปรายถกเถียง เรียนรู้ชีวิตร่วมกัน ภาพยนตร์เป็นดั่งยาบำรุงผู้สูงอายุ ทั้งนี้ จากการสรุปบทเรียนสุดท้ายโดยการจัดงานเสวนา “ภาพยนตร์ ยาบำรุงผู้สูงอายุ” ในวันที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่ศูนย์ฝึกสมอง โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โดยเชิญผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดูแ
นางพรอนงค์ บุษราตระกูล นักวิจัยคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยถึงผลการวิจัยเกี่ยวกับระดับสินทรัพย์ และการออมขั้นต่ำที่ผู้เกษียณอายุพึงมีในช่วงวัยสูงอายุ ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ในปี 2563 เนื่องจากประชากรผู้สูงอายุจะมีมากถึงกว่า 13 ล้านคน คิดเป็น 25% ของประชากรทั้งประเทศ หากผู้เกษียณและผู้สูงอายุไม่มีเงินออมเพียงพอต่อการดำรงชีพในอนาคต จะส่งผลให้เป็นภาระค่าใช้จ่ายของรัฐบาล โดยพบว่ากลุ่มตัวอย่างกว่า 56.5% มีรายได้เพียงพอสำหรับช่วงเกษียณอายุ ส่วนอีกเกือบ 40% ตอบว่าไม่เพียงพอ และเพียงพอเป็นบางครั้ง ซึ่งรายได้หลักช่วงเกษียณของผู้สูงอายุไทยยังคงมาจากเงินรายได้ของลูกหลาน นางพรอนงค์ กล่าวว่า จากการวิจัยยังพบว่าประชากรไทยทั่วไปที่มีอายุ 22 ปีในปัจจุบัน และเป็นผู้ประกันตนในประกันสังคมเท่านั้น ถึงจะเพียงพอไม่ต้องออมเพิ่ม แต่หากไม่ได้อยู่ในประกันสังคม จะต้องออมเพิ่ม ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 2,000 บาท โดยเพิ่มการออมที่มีผลตอบแทนไม่ต่ำกว่า 3% ต่อปี ส่วนผู้ที่อายุมากขึ้น เช่น 33 ปีขึ้นไป แม้จะมีประกันสังคม ก็ต้องเพิ่มการออม
