ผ้าไหม
ศูนย์วิทยาศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) นครราชสีมา แจ้งว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ได้จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ การเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ผ้าไหมชุมชน เรื่องการเพิ่มมูลค่าบรรจุภัณฑ์ผลิตภัณฑ์ชุมชน ภายใต้โครงการบริการวิชาการเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน ที่บ้านหลุ่งประดู่ ต.หลุ่งประดู่ อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา มีบุคลากรศูนย์วิทยาศาสตร์ลงพื้นที่ให้บริการวิชาการแก่ชุมชน อาทิ อาจารย์ประจำหลักสูตรออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มรภ.นครราชสีมา ให้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเรื่อง การออกแบบบรรจุภัณฑ์ เพื่อเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ชุมชนให้มีคุณภาพ และให้มีมูลค่าสูงขึ้นซึ่งมีตัวแทนกลุ่มชุมชนเข้ารับฟัง และฝึกปฏิบัติ 32 คน ทั้งนี้ การจัดโครงการดังกล่าว เพื่อนำองค์ความรู้ที่เกิดจากการวิจัย และการพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้กับชุมชน โดยมุ่งเน้นการยกระดับมาตรฐานการผลิต การสร้างมูลค่าเพิ่ม และความเป็นเลิศด้านบริการ ด้วยการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจให้กับกลุ่มชุมชน ในเรื่องการออกแบบบรรจุภัณฑ์ ซึ่งเป็นการสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้กับผลิตภั
นางสุดารัตน์ วัชรคุปต์ เหล่าวิชยา อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวว่า ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดจัดกิจกรรมเพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงมีต่องานด้านพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ กรมหม่อนไหม ซึ่งรับผิดชอบกิจกรรมในด้านการสร้างความเข้มแข็งและพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกร จึงได้จัดทำ โครงการ “ตามรอยพระบาท คู่พระบารมี สู่ต้นกำเนิดศิลปาชีพ” ในวันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 ณ วัดธาตุประสิทธิ์ ต.นาหว้า อ.นาหว้า จ.นครพนม เพื่อน้อมสำนึกถึงพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ รวมทั้งเป็นการสืบสานพระราชเสาวนีย์ในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และส่งเสริมอาชีพด้านหม่อนไหม เพื่อให้เกษตรกร ผู้ทอผ้าไหม รวมถึงเยาวชน และผู้สนใจได้ทราบถึงประวัติความเป็นมาของศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และได้รับความรู้เกี่ยวกับภูมิปัญญาด้านหม่อนไหม สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดสร้างอาชีพ สร้างรายได้เพิ่ม ทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัด “โครงการตามรอยพระบ
พิพิธภัณฑ์ผ้า 238 Inspiration House ตั้งอยู่บริเวณถนนนครใน ย่านเมืองเก่า ในเขตเทศบาลนครสงขลา เพิ่งเปิดให้ประชาชน นักท่องเที่ยว ตลอดจนประชาชนผู้สนใจ เข้าเยี่ยมชมมาได้ไม่นาน หลังจาก”ปัญญา พูลศิลป์”เจ้าของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ได้มีแนวคิดในการรวบรวมผ้าโบราณ เพื่อเป็นแนวทางหนึ่งในการเรียนรู้ และเล่าเรื่องเมืองเก่าสงขลา โดยใช้เวลานานกว่า 1 ปี จึงสามารถรวบรวมผ้าโบราณของจังหวัดสงขลาได้ประมาณ 1,000 ผืน ก่อนจะนำมาประดับตกแต่ง ในบ้านโบราณย่านถนนนครใน ที่มีอายุยาวนานกว่า 100 ปี วันนี้พิพิธภัณฑ์ผ้าแห่งนี้ เปิดให้ผู้สนใจเข้าร่วมชมในวันเสาร์และอาทิตย์ ได้ชื่นชมผ้าโบราณ ซึ่งผืนที่เก่าแก่ที่สุดมีอายุไม่น้อยกว่า 140 ปี หรือในสมัยรัชกาลที่ 4 และที่ใหม่สุดมีอายุประมาณ 30-40 ปี นอกจากนั้นยังมีผ้าบางชนิด เช่น “ผ้าปะรางิง”ซึ่งเป็นผ้าที่มาจากประเทศอินเดีย แต่ถูกนำมาปรับใช้เทคนิคในการทำลวดลาย ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวไทยมุสลิมใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้(ปัตตานี-ยะลา-นราธิวาส) โดยการนำผ้าไหมสีขาวมามัดลาย ย้อมสีที่ลวดลายนั้นมีความละเอียด ทำให้ผ้าเหล่านี้มีราคาสูง และสูญหายไปแล้วในวันนี้ “ปัญญา”เล่าว่า
นับตั้งแต่วันที่ 29-30 ตุลาคม 2559 ที่ผ่านมา สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยมีข้อกำหนดเรื่องเครื่องแต่งกาย จึงทำให้กระแสชุดไทยถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง โดยเฉพาะชุดไทยจิตรลดา ซึ่งเป็นชุดสำหรับพิธีการได้รับความสนใจอย่างแพร่หลาย ซึ่งแน่นอนว่าร้านจำหน่ายชุดไทย รวมถึงผู้ผลิต และให้บริการตัดเย็บตั้งแต่ระดับต้นน้ำย่อมได้รับอานิสงส์ในครั้งนี้ ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคที่มิได้ใส่ชุดไทย ก็มีทางเลือกอื่นที่น่าสนใจไม่แพ้กัน “สุวดี วงศ์เสงี่ยม” ดีไซเนอร์และเจ้าของร้านพาหุรัด ร้านจำหน่าย และตัดชุดไทยแบบครบวงจร กล่าวว่า ขณะนี้ทางร้านมีออร์เดอร์สั่งตัดเฉพาะชุดไทยจิตรลดา ไม่ต่ำกว่า 300 ชุด เพิ่มขึ้นกว่า 5 เท่าตัว ทำให้ต้องใช้เวลารอสินค้าประมาณเดือนครึ่ง-2 เดือน จากเดิมที่สามารถรับชุดภายในสองอาทิตย์ โดยลูกค้ากลุ่มแรกที่เข้ามาถามหาชุดไทยจิตรลดาจะเป็นกลุ่มข้าราชการ ซึ่งต้องเข้าไปฟังสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ และต้องการเข้าไปถวายสักการะในพระบรมมหาราชวังในช่วงที่เปิดให้ประชาชนเข้าร่วมใน 100 วันแรก ผ้าไหมแท
เนื่องในโอกาสที่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระชนมพรรษาครบ 84 พรรษา ในวันที่ 12 สิงหาคม 2559 กรมหม่อนไหม ได้จัดทำโครงการสำคัญหลายโครงการเพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ได้ทรงทุ่มเทพระวรกายในการพัฒนางานศิลปาชีพและส่งเสริมอาชีพการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและทอผ้าไหมแก่พสกนิกรไทยมายาวนานกว่า 40 ปี และทรงเป็น “พระมารดาแห่งไหมไทย” ซึ่ง “โครงการหมู่บ้านอนุรักษ์ไหมไทยพื้นบ้าน เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา วันที่ 12 สิงหาคม 2559” เป็นหนึ่งโครงการที่กรมหม่อนไหมได้สนองพระราชดำริและสืบสานพระราชปณิธานของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในการอนุรักษ์อาชีพการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม รวมทั้งอนุรักษ์ไหมพันธุ์ไทยพื้นบ้าน วิธีการเลี้ยงไหม และการผลิตเส้นไหมไทยพื้นบ้านให้คงอยู่เป็นมรดกทางภูมิปัญญาของประเทศสืบไป คุณอภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวว่า กรมหม่อนไหมได้ดำเนินโครงการหมู่บ้านอนุรักษ์ไหมไทยพื้นบ้าน เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จำนวน 84 หมู่บ้าน ในพื้นที
นายสุรพล จารุพงศ์ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ผ้าไหมไทยเป็นมรดกของชาติไทยที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์และสวมใส่ สามารถสวมใส่ได้ทุกเพศ ทุกวัย และทุกสถานที่ ซึ่งปัจจุบันมีการออกแบบที่หลากหลายและทันสมัยมากขึ้น สามารถสวมใส่ได้สบายในชีวิตประจำวัน แต่หากสวมใส่ออกงานที่ใช้การตัดเย็บอย่างพิถีพิถันก็จะดูเรียบหรู และสะท้อนถึงรสนิยมได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ การซื้อผ้าไหมมาสวมใส่หรือมอบให้กับผู้ที่เคารพรักยังเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนผลิตภัณฑ์ของเกษตรกรไทยผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมของไทยให้มีรายได้มากขึ้นด้วย ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงมีต่อเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม และเป็นการแสดงออกถึงความรักและความระลึกถึงพระคุณของแม่ เนื่องในวันแม่แห่งชาติ กรมหม่อนไหม จึงรณรงค์เชิญชวนให้ประชาชนทั่วไป “ซื้อผ้าไหมให้แม่” เพื่อเป็นของขวัญอันล้ำค่าให้กับแม่หรือผู้ที่เคารพรักตลอดเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้ นายอภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้สนใจสามารถติดต่อซื้อผ้าไหม ได้ที่กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน ตลอดจนร้านจำหน่ายผ้าไหมท
