พิษณุโลก
พิษณุโลก เตรียมจัดงานใหญ่ “เกษตรรุ่งเรืองและของดีเมืองสองแคว” ประจำปี 2561 ระหว่างวันที่ 14-23 สิงหาคม 2561 ณ บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก หวังพัฒนาอาชีพเกษตรกรรม และร่วมกันอุดหนุนสินค้าจากเกษตรกรผู้ผลิต ด้าน สศท.2 เตรียมออกบู๊ธให้ความรู้การใช้แอปพลิเคชั่นกระดานเศรษฐี หรือ RCMO ช่วยเกษตรกรวางแผนการผลิต เชื่อมโยงแหล่งตลาดในพื้นที่ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จังหวัดพิษณุโลก ได้เตรียมจัดงาน “เกษตรรุ่งเรืองและของดีเมืองสองแคว” ประจำปี 2561 ระหว่างวันที่ 14-23 สิงหาคม 2561 ณ บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก เพื่อประชาสัมพันธ์เผยแพร่กิจกรรมการเกษตรของจังหวัดให้เป็นที่รู้จัก รวมถึงส่งเสริมการเรียนรู้เกี่ยวกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีการเกษตรใหม่ๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพให้แก่เกษตรกรในการผลิตที่มีประสิทธิภาพ ส่งเสริมด้านการตลาด สร้างเครือข่ายระหว่างกลุ่มเกษตรกรผู้ประกอบการ ส่งเสริมอาชีพและเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร การจัดงานในปีนี้ หน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงภาคเอกชน
หลังจากมวลน้ำที่ทุ่งรับน้ำบางระกำโมเดล ได้เพิ่มสูงขึ้นจนท่วมในพื้นที่โรงเรียนหลายแห่งในอำเภอบางระกำ ทำให้นักเรียนต้องมาเรียนท่ามกลางน้ำท่วม ส่งผลให้โรงเรียนต้องขอรับบริจาคเสื้อชูชีพเพื่อให้นักเรียนพายเรือมาเรียนได้อย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ทำให้ทางจังหวัดพิษณุโลก ได้เร่งจัดหาเสื้อชูชีพมามอบให้นักเรียน พร้อมหามาตรการช่วยเหลือเป็นการเบื้องต้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากมวลน้ำที่ทุ่งรับน้ำบางระกำโมเดล ได้เพิ่มสูงขึ้นจนท่วมในพื้นที่โรงเรียนหลายแห่งในอำเภอบางระกำ ทำให้นักเรียนต้องมาเรียนท่ามกลางน้ำท่วม ส่งผลให้โรงเรียนต้องขอรับบริจาคเสื้อชูชีพเพื่อให้นักเรียนพายเรือมาเรียนได้อย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะที่โรงเรียนวัดพรหมเกษร หมู่ 1 ต.ชุมแสงสงคราม อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ที่มวลน้ำที่ท่วมได้เพิ่มสูงขึ้นจนถึงอาคารเรียน ซึ่งนักเรียนต้องย้ายมามาเรียนในอาคารสูง แต่ในการเดินทางมาเรียนนั้นมีนักเรียนหลายครอบครัวที่ต้องใช้เรือเป็นพาหนะมาเรียน ทำให้หลายฝ่ายต่างเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย จึงได้ขอรับบริจาคเสื้อชูชีพ ส่งผลให้นายไพบูลย์ ณะบุตรจอม รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ลงพื้นที่พบปะนายอำเภอบางระกำ
พิษณุโลก – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีกลุ่มส้มตำถวายทานเดินสายรับงานไปตามพิธีงานบุญทั่วประเทศ ไม่คิดค่าใช้จ่ายแม้แต่บาทเดียว ทำมานานนับหลายสิบปี โดยเมื่อไม่นานมานี้กลุ่มตำส้มตำถวายทานมาช่วยงานบุญ ที่วัดท่ามะปราง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก พบนางอังควิภา อดิศักดิ์วัฒนา หรือป้าหนิด ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตพืชผักปลอดภัยจากสารพิษ หมู่ที่ 8 ตำบลบึงพระ อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8/16 หมู่ที่ 8 ตำบลบึงพระ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ในชุดนุ่งขาวห่มขาวมาบวชเนกขัมมะบารมีปฏิบัติธรรมอยู่ที่วัดท่ามะปราง นางอังควิภา เผยว่า ทำส้มตำถวายทานมาตั้งแต่ปี 2543 โดยเริ่มครั้งแรกที่วัดสันติวัน ตำบลบึงพระ และทำติดต่อกันมานานถึง 23 ปีแล้ว เพื่อต้องการช่วยเหลืองานบุญงานกุศล ไม่ว่างานบุญวัด งานแต่ง งานฉลองพัดยศ งานสมโภช งานกฐิน งานฉลองผ้าป่า หรืองานปริวาสกรรม ขึ้นอยู่กับเจ้าภาพจะติดต่อเชิญให้ไปช่วยเหลือ บางครั้งจะมีรถยนต์มารับ หากไม่มีรถมารับจะเช่าหรือเหมารถไปช่วยงานเองด้วยเงินส่วนตัวทั้งหมด ทุกครั้งที่ทำส้มตำถวายทานไปช่วยเหลือ แต่ละงานอย่างน้อยต้องใช้เงิน 2,000-5,000 บาท เป็น ค่ามะละกอ ค่าผัก พริก และเครื่อง
วันที่ 28 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงาน หลังจากเข้าสู่ฤดูฝน ทำให้ชาวบ้านในหลายพื้นที่ได้หาของป่าออกมาขายกันจำนวนมาก เนื่องจากตามพื้นที่ป่าเขามีความชุ่มชื้นจากฝนที่ตกลงมา โดยเฉพาะที่บ้านวังดินสอ ต.วังนกแอ่น อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ชาวบ้านที่นี้ ได้ใช้เวลาว่างหลังจากทำนาแล้ว ไปหาหน่อไม้ป่า จากเขาห้วยฟอง- ซำประดู่ ซึ่งเป็นเขาที่อยู่ติดกับหมู่บ้านลงมาขาย ที่บริเวณริมถนนทางหลวงหมายเลข 12 พิษณุโลก-หล่มสัก หมู่ 1 ต.วังแอ่น อ.วังทอง จ.พิษณุโลก กันจำนวนมาก แถมในช่วงนี้ราคาดีถึงกิโลกรัมละ 50 บาททีเดียว นางสาวสุรีพร ม่วงมัน ชาวบ้าน บ้านวังดินสอ อ.วังทอง ที่นำของป่ามาขาย กล่าวว่า ตนและเพื่อนบ้าน หลังจากทำนา ก็จะขึ้นภูเขาไปเก็บหาของป่ามาขาย ทั้งเห็ดโคน หน่อไม้ ยอดผักต่างๆที่ขึ้นตามป่า ลงมาขายหมุนเวียนสลับกันไปตามฤดูกาล สร้างรายได้เสริม โดยในช่วงเดือนนี้หน่อไม้ป่า กำลังเริ่มแตกหน่อออกยอด ทำให้ตนและเพื่อนบ้านต่างขึ้นไปหาหน่อไม้ที่เขาห้วยฟอง-ซำประดู่ ลงมาขายในราคากิโลกรัมละ 50 บาท สามารถสร้างรายได้วันละ 300-500 บาท หน่อไม้ป่า ถึงแม้ว่าหน่อจะไม่ใหญ่มาก แต่มีขนาดกำลังน่ารับประทาน และจะมีรสชาติ อร่อย หวาน กว่าหน
