พืชผัก
เกษตรกรบ้านบางท่าข้าม อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี รวมตัวกันปลูกผัก เป็นกลุ่มที่เข้มแข็ง มีตลาดนำส่งผักใน 14 จังหวัดภาคใต้ และที่เทสโก้ โลตัส ภายใต้การบริหารจัดการร่วมกันในรูปแบบเกษตรแปลงใหญ่ ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ วางแผนปลูกอย่างเป็นระบบ สร้างรายได้ให้เกษตรกรกว่า 15,000 บาท ต่อราย ต่อเดือน พิสูจน์ความสำเร็จแนวทางการทำเกษตรแปลงใหญ่ ที่ใช้การตลาดนำการผลิต นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เริ่มส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่มาตั้งแต่ปี 2559 ครอบคลุมทุกกลุ่มประเภทสินค้า สำหรับชุมชนบางท่าข้าม หมู่ที่ 3 ตำบลท่าข้าม อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นชุมชนเกษตรกรผู้มีอาชีพการปลูกพืชผัก ซึ่งเกษตรกรได้จัดตั้งเป็นแปลงใหญ่พืชผัก ในปี 2560 มีสมาชิกจำนวน 62 ราย พื้นที่ปลูก 360 ไร่ ในขณะนั้น เกษตรกรได้ขายผลผลิตยังตลาดทั่วไป และมีพ่อค้ามารับซื้อผลผลิต ต่อมาในปี 2561 กรมส่งเสริมการเกษตร ได้มีการประสานเชื่อมโยงการตลาดพืชผักแปลงใหญ่กับ บริษัท เทสโก้ โลตัส และได้ตกลงซื้อขายผลผลิตพืชผัก จำนวน 5 ชนิด ได้แก่ คะน้า กวางตุ้ง กวางตุ้งไต้หวัน ผักบุ้ง และมะระจีน ส่
อาจารย์สงบ เพียรทำดี เลขที่ 72 หมู่ที่ 13 ตำบลหนองย่างเสือ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี จาก ผอ. ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ผันตัวเองมาเป็นเกษตรกร เล่าว่า ตนจบการศึกษาจากวิทยาลัยเกษตรกรรมบางพระ หลังจากนั้นได้บรรจุเป็นอาจารย์ที่วิทยาลัยเกษตรกรรมสิงห์บุรี สอนทางด้านสัตวศาสตร์ จนกระทั่งรับตำแหน่งสุดท้ายคือ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ซึ่งเป็นวิทยาลัยเกษตรเฉพาะการ หมายความว่าโครงการความร่วมมือระหว่างสำนักงานการอาชีวศึกษากับศูนย์ศิลปาชีพบางไทร และ ศปก. ดำรงตำแหน่งนาน 17 ปี ได้ลาออกก่อนเกษียณ 1 ปี เพื่อมาทำเกษตร อาจารย์สงบ เพียรทำดี อดีต ผอ. ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร เปลี่ยนวิถีมาปลูกผัก อาจารย์สงบ หรือคนเกษตรรู้จักกันดีในนามครูสงบ ลาออกก่อนเกษียณ 1 ปี เพื่อมาปลูกผักปลอดสาร จุดเริ่มต้นคือ ทำเพื่อเอาไปใช้เอง “ก่อนหน้านั้น เราทำบาร์สลัดในห้างโมเดิร์นเทรด บิ๊กซี โลตัส ทำตั้งแต่โลตัสที่แม่สายถึงบิ๊กซีปัตตานี ก็ต้องใช้ผักเยอะวัตถุดิบเยอะ เกิดปัญหาได้วัตถุดิบไม่ตรงต่อความต้องการของเรา ผักถือเป็นวัตถุดิบตัวแรกที่จำเป็นในบาร์สลัด เพราะฉะนั้นคุณภาพ ปริมาณ ต้องเพียงพอ เมื่อเกิดปัญหาซ้ำบ
คุณสมพร โนนริบูรณ์ มีสวนอยู่ที่บ้านเลขที่ 122 หมู่ที่ 3 ตำบลดงบัง อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่ยึดการทำเกษตรในรูปแบบของเกษตรผสมผสาน โดยมีการแบ่งพื้นที่สำหรับปลูกพืชหมุนเวียนอย่างเป็นระบบบนพื้นที่กว่า 6 ไร่ และเน้นการปลูกเพื่อส่งขายแก่ชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งถือเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้แก่เธอได้เป็นอย่างดี คุณสมพร เล่าว่า ก่อนที่จะผันตัวมาทำเกษตรแบบผสมผสานนั้น เดิมเคยทำนาและมะเขือเทศมาก่อน แต่เนื่องจากเป็นการปลูกพืชเชิงเดี่ยวทำให้ต้องประสบปัญหาเรื่องของราคาของผลผลิตที่ตกต่ำลงในบางครั้ง ทำให้รายได้ของครอบครัวลดน้อยลง ต่อมามีความสนใจเรื่องการทำเกษตรผสมผสานจึงได้เริ่มต้นปลูกมะเขือเทศและกะหล่ำปลีหมุนเวียนควบคู่ไปกับการทำนา บนพื้นที่กว่า 6 ไร่ โดยได้มีการแบ่งพื้นที่สำหรับปลูกพืชผักแต่ละชนิดอย่างเป็นระบบ มะเขือเทศที่ยังสุกไม่เต็มที่ “ในช่วงแรกที่ทำเกษตรผสมผสานได้เริ่มต้นจากการปลูกมะเขือเทศและกะหล่ำปลี ต่อมาจึงค่อยๆ ขยายและนำผักชนิดอื่นมาลงปลูกเพิ่ม ทำให้ในตอนนี้ผักที่ปลูกจึงมีทั้งมะเขือเทศลูกเล็ก มะเขือเทศลูกใหญ่ กะหล่ำปลี กำหล่ำดอก มะเขือเปราะ ข้าวโพด รวมถึงฟักทอ
ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืชจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นหน่วยงานในสังกัดกรมส่งเสริมการเกษตร ภายใต้การดูแลของสำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรเขต 2 จังหวัดราชบุรี เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2544 ตั้งอยู่เลขที่ 2 หมู่ที่ 12 บ้านดอนห้วยราบ ตำบลพลับพลาไชย อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ความเป็นมานั้นเริ่มจากได้รับการสนับสนุนจาก ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรีคนที่ 11 คุณปราโมทย์ รักษาราษฎร์ อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร จัดหาที่ดินราชพัสดุเพื่อก่อสร้างศูนย์ จำนวน 100 ไร่ และได้รับบริจาคจาก คุณนภดล มาตรศรี รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี ในสมัยนั้น อีกจำนวน 94 ไร่ รวมเป็นพื้นที่ 194 ไร่ ในส่วนของกรมส่งเสริมการเกษตรได้จัดสรรงบประมาณก่อสร้างอาคารที่ทำการ อาคารฝึกอบรม อาคารโรงอาหาร อาคารหอพัก อาคารผลิตขยายศัตรูพืชธรรมชาติ ภายในวงเงิน 54 ล้านบาท ได้ทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2545 คุณสมคิด เฉลิมเกียรติ ผู้อำนวยการศูนย์ เล่าให้ฟังว่า ศูนย์มีบทบาทในการศึกษา ทดสอบการใช้เทคโนโลยีการควบคุมศัตรูพืชในพื้นที่รับผิดชอบ ส่งเสริมและถ่ายทอดความรู้ด้านการใช้เทคโนโลยีควบคุมศัตรูพืช
สศก. เผย สินค้าเกษตรมีทิศทางดีขึ้น โดยดัชนีรายได้เกษตรกรในปี 2560 เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.97 จากปี 2559 หลังผ่านพ้นช่วงประสบภัยแล้งและน้ำท่วมในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คาดปี 2561 ดัชนีรายได้ภาคเกษตรยังคงขยายต่อเนื่อง ย้ำชัด กระทรวงเกษตรฯ ยังคงเฝ้าระวัง และเดินหน้าแก้ปัญหาผลผลิตและราคาสินค้าเกษตรต่อเนื่อง นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตร และดัชนีราคาสินค้าเกษตรที่เกษตรกรขายได้ นับเป็นตัวชี้วัดทางด้านเศรษฐกิจการเกษตรที่สำคัญ สะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์การผลิตและราคาสินค้าเกษตรในภาพรวม ซึ่งประกอบด้วยหมวดพืชผล หมวดปศุสัตว์ และหมวดประมง จากที่ สศก. ได้วิเคราะห์ดัชนีรายได้เกษตรกรในปี 2560 พบว่า เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.97 เมื่อเทียบกับปี 2559 ซึ่งเป็นผลจากดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตรที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.87 ขณะที่ดัชนีราคาสินค้าเกษตรที่เกษตรกรขายได้ลดลงร้อยละ 2.74 โดยเมื่อพิจารณาถึงรายได้เกษตรกรในแต่ละหมวดสินค้า พบว่า หมวดพืชผลเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.42 ซึ่งรายได้เกษตรกรมาจากสินค้าพืชสำคัญที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ ข้าวนาปรัง ยางพาร
เมื่อวันที่ 27 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บนเนื้อที่ 2 ไร่ติดชายเขาพื้นที่หมู่ 5 ต.ควนสะตอ อ.ควนโดน จ.สตูล ซึ่งประกอบด้วยพืชผักและพรรณไม้นานาชนิด ที่ปลูกอย่างผสมผสานเกื้อกูลซึ่งกันและกัน น.ส.ฟ้าใส บุญส่ง เจ้าของฟ้าใสฟาร์ม วัย 42 ปี เล่าให้ฟังถึงที่มาที่ไปว่า “ย้อนกลับไปเมื่อปี 2553 ขณะนั้นสำเร็จการศึกษาปริญญาโทด้านการส่งเสริมกรเกษตรจากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช(มสธ.) เริ่มอาชีพการเป็นนักวิจัยอิสระ ควบคู่กับทำงานประจำ และได้ศึกษาแนวทางเกษตรธรรมชาติของมาซาโนบุ ฟูกูโอกะ เจ้าของแนวคิดชาวญี่ปุ่น กระทั่งเล็งเห็นว่าปัจจุบันคนเรามีอายุเฉลี่ยที่สั้นลง เนื่องจากกินพืชผักที่มีสารพิษไปสะสมในร่างกาย จึงผันตัวมาทำการเกษตรที่ปลอดภัย ก่อนจะตัดสินใจลาออกจากงานประจำ โดยมีความตั้งใจแน่วแน่มาทำการเกษตรตามแนวทางเกษตรธรรมชาติ ซึ่งเน้นให้การเพาะปลูกพืชทุกชนิดเป็นไปตามธรรมชาติ ไม่มีการใช้ปุ๋ยเคมี ไม่ใช้สารเคมีใดๆทั้งสิ้น” น.ส.ฟ้าใส กล่าวต่อว่า จากนั้นในปี 2554 ได้เข้ามาซื้อที่ต่อจากเจ้าของเดิมบนพื้นที่ 2 ไร่ ลงมือลงแรงร่วมกับนายนิเวศ ชายฝั่ง ผู้เป็นคู่ชีวิต ซึ่งลาออกจากงานประจำตำแหน่งนักพัฒนาองค์กรเอกชนมาช่ว
วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 จากการติดตามสภาพอากาศในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูหนาวสู่ฤดูร้อน สภาพอากาศมีทั้งหนาว ร้อนในวันเดียวกัน โดยช่วงกลางดึกจนถึงเช้าตรู่ อุณหภูมิต่ำบริเวณพื้นราบเฉลี่ยที่ 22 องศาเซลเซียส ขณะที่บริเวณยอดเขาพื้นที่ติดกับภูเขา ตามเขตเทือกเขาภูพานอุณหภูมิต่ำสุดวัดได้ที่ 20 องศาเซลเซียส ขณะที่กลางวันอุณหภูมิสูงเฉลี่ย 35-37 องศาเซลเซียส โดยทางนายสุพจน์ ปั้นทรัพย์ ผอ.สถานีอุตุนิยมวิทยา จ.กาฬสินธุ์ ยังได้แจ้งเตือนว่าระหว่างวันที่ 23-26 ก.พ.นี้อุณหภูมิในพื้นที่จะลดลงอีก 2-4 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นสภาวะอากาศแปรปรวน บางพื้นที่มีลมกรรโชกแรงและมีฝน นอกจากนี้ยังมีหมอกหนาในตอนเช้า ประชาชนต้องเพิ่มความระมัดระวังในการเดินทางให้มาก อีกทั้งสภาพอากาศที่มีทั้งร้อนและหนาวเย็น ได้ส่งผลกระทบต่อพืชสวนพืชไร่ ที่กำลังเจริญเติบโต ทำให้ชะงักการเจริญเติบโต และแห้งเฉาเหี่ยวตายก่อนเก็บเกี่ยวผลผลิต และเป็นสัญญาณเตือนภาวะแล้งเริ่มส่อเค้า เนื่องจากแหล่งน้ำตามธรรมชาติแห้งขอดอย่างรวดเร็ว นายฤทัยวุฒิ ภูโทถ้ำ อายุ 50 ปี เกษตรกร หมู่ 7 ต.ดอนสมบูรณ์ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่าหลังการเก
วันที่ 25 มกราคม 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดตาก หลังจากได้สำรวจการจำหน่ายสินค้าเกษตร ในพื้นที่ตลาดสดแม่สอด ตำบลแม่สอด อำเภอแม่สอด จ.ตาก เพื่อรับเทศกาลตรุษจีน พบว่า บรรดาผู้ประกอบการจำหน่ายผัก เริ่มนำผักมาวางจำหน่ายเพิ่มมากขึ้น และผักบางชนิดเริ่มมีราคาสูงขึ้น เช่น ถั่วฝักยาว 1 มัด น้ำหนัก 5 กิโลกรัม ราคา 120 บาท ปรับขึ้น 30 บาท เป็นราคา 150 บาท , ดอกกะหล่ำ ราคา 25 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้นเป็น 30 บาทต่อกิโลกรัม และผลไม้สาลี่ จาก 3 ลูกราคา 20 บาท เป็น 2 ลูก ราคา 20 บาท ปรับขึ้นมา 5 บาท นับเป็นราคาสินค้าเกษตรที่เริ่มขยับราคาขึ้นเพื่อรับเทศกาลตรุษจีน ส่วนราคาผักชนิดอื่นๆ ยังปกติ แต่มีแนวโน้มปรับราคาขึ้นเช่นกัน นอกจากนี้ ผู้ประกอบการจำหน่ายผักผลไม้ เริ่มรวบรวมสินค้าพืชผักต่างๆ เพื่อจำหน่ายในช่วงเทศกาลตรุษจีนกันแล้ว อย่างไรก็ดีนอกจากลูกค้าชาวจีนในพื้นที่อำเภอแม่สอด และ 5 อำเภอชายแดนของจังหวัดตากแล้ว ยังมีชาวเมียนมาร์ เชื้อสายจีน เริ่มมาซื้อสินค้าตามเพื่อไปประกอบศาสนกิจตามประเพณีชาวจีนด้วย
วันที่ 6 มกราคม 2560 ภายหลังจากในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมากำลังประสบกับสภาพอากาศที่แปรปรวน โดยในช่วงเย็นจนถึงเช้าจะมีสภาพอากาศที่หนาวเย็น และในช่วงกลางวันจะมีสภาพอากาศที่ร้อนจัดนั้นก็ส่งผลดีต่อพืชผักของเกษตรกรในหลายพื้นที่ของจังหวัดนครราชสีมา อย่างเช่นที่ชุมชนท่าตะโก อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นพื้นที่หนึ่งที่มีการเพาะปลูกผักนานาชนิด อาทิ ผักคะน้า พริก ผักสลัด กวางตุ้ง ผักชี ต้นหอม และผักชีลาว ที่ได้รับอานิสงส์จากสภาพอากาศที่แปรปรวน เนื่องจากผักที่เกษตรกรได้เพาะปลูกนั้นมีการเจริญเติบโตเร็วและมีความสมบูรณ์ ทำให้เป็นที่ต้องการของพ่อค้าแม่ค้าเป็นจำนวนมาก นายเด่น พรหมศรี อายุ 44 ปี เกษตรกรผู้ปลูกผัก เปิดเผยว่า ตนเองนั้นได้ทำการเพาะปลูกพริกและคะน้า ซึ่งสภาพอากาศที่เป็นอยู่ในขณะนี้ได้ส่งผลดีต่อพืชผักที่ตนเองเพาะปลูกเป็นอย่างมาก เนื่องจากผักมีการเจริญเติบโตได้รวดเร็วและมีความสมบูรณ์ อีกทั้งวัชพืชและศัตรูพืชก็น้อย ดังนั้น จึงทำให้การเก็บเกี่ยวได้แต่ละครั้งนั้นจะได้ผลผลิตอย่างเต็มที่ ซึ่งจะแตกต่างจากช่วงฤดูฝนหรือฤดูร้อน ที่จะส่งผลต่อพืชผักเป็นอย่างมาก อีกทั้งการดูแลก็จะดูแลยาก ทำ
เกษตรกรรม เป็นกิจกรรมการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ และประมง แต่การเลือกทำเพียงกิจกรรมเดียว จะมีความเสี่ยงค่อนข้างสูงที่จะไม่ได้รับผลผลิตเมื่อต้องประสบกับภัยสิ่งแวดล้อมธรรมชาติ แต่ถ้าเลือกทำ “เกษตรผสมผสาน” คือมีตั้งแต่ 2 กิจกรรมขึ้นไป มีการวางแผนการผลิต ใช้ปัจจัยผสมผสานเพื่อลดต้นทุนการผลิต ความเสี่ยงก็ลดลง ในสภาวะวิกฤตเศรษฐกิจแปรปรวนเกษตรผสมผสานจึงเป็นทางเลือกในการยกระดับรายได้เพื่อนำไปสู่การดำรงชีพที่มั่นคง วันนี้จึงนำเรื่อง เกษตรผสมผสาน วิถีพอเพียง บนพื้นที่ 2 ไร่ ที่สิงห์บุรี มาบอกเล่าสู่กัน คุณยศพนธ์ ทัพพระจันทร์ เกษตรจังหวัดสิงห์บุรี เล่าให้ฟังว่า จังหวัดสิงห์บุรีมีพื้นที่การเกษตร 418,781 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ทำนา 377,826 ไร่ พื้นที่ปลูกพืชไร่ 11,002 ไร่ พื้นที่ปลูกพืชสวน เช่น ปลูกไม้ผล พืชผัก 26,895 ไร่ พื้นที่เลี้ยงสัตว์ 1,189 ไร่ และพื้นที่ประมง 1,869 ไร่ ประชากรส่วนใหญ่ทำอาชีพเกษตรกรรม ทั้งทำการเกษตรเชิงเดี่ยว ทำไร่นาสวนผสม หรือเกษตรผสมผสาน เกษตรผสมผสาน เป็นงานเกษตรที่ทำตั้งแต่ 2 กิจกรรม ขึ้นไป เพื่อลดความเสี่ยง โดยได้ส่งเสริมให้เกษตรกรปฏิบัติตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ให้วางแผนการปลูกและ
