มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
อุทยานการเรียนรู้ ป๋วย 100 ปี หรือ สวนป๋วย เนินเขากลางกรุง ผืนเกษตรชุ่มน้ำ แหล่งเรียนรู้การเพาะปลูกปลอดสาร และประชาธิปไตย บนพื้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เปิดให้บริการแล้ว พร้อมเดินหน้าพัฒนาองค์ความรู้ ชูเกษตรกรรมสร้างสรรค์ อาหารมั่นคงและปลอดภัย เปิดโครงการ “ธรรมศาสตร์ทำนา และปลูกผัก บนหลังคาลอยฟ้า” ครั้งที่1 บนสวนผักไร้สารเคมีลอยฟ้าใหญ่ที่สุดในเอเชีย และอันดับ 2 ของโลก รองจากมหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา โครงการ “ธรรมศาสตร์ทำนา และปลูกผัก บนหลังคาลอยฟ้า” หรือ “Thammasart Urban Rooftop Organic Farm” เป็นความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ สำนักส่งเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เกษตรอินทรีย์อย่างถูกต้องและสามารถปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งเป็นกุศโลบายในการสร้างความตระหนักให้เกิดขึ้นในสังคมไทยในการให้ความสำคัญกับเกษตรปลอดภัยอย่างจริงจัง นำไปสู่ความมั่นคงทางด้านอาหารและปลอดภัยต่อผู้บริโภค ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและความยั่งยืน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า “
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้จัดงาน “วันนักประดิษฐ์” เป็นประจำทุกปี เพื่อระลึกถึงวันประวัติศาสตร์ของการจดทะเบียนและทูลเกล้าฯ ถวายสิทธิบัตรการประดิษฐ์ “เครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุนช้าแบบทุ่นลอย” หรือ “กังหันน้ำชัยพัฒนา” แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งเป็นสิทธิบัตรในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์พระองค์แรกของไทย และเป็นครั้งแรกของโลก รวมทั้งทรงเป็นแบบอย่างที่ดีแก่นักประดิษฐ์ไทย ในการสร้างสรรค์ผลงานสิ่งประดิษฐ์ที่ช่วยแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนและสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวว่า ในปีนี้ วช. ได้จัดงานวันนักประดิษฐ์ขึ้นเป็นครั้งที่ 22 ระหว่าง วันที่ 2-6 กุมภาพันธ์ 2563 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา เพื่อนำเสนอความก้าวหน้าของนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ของประเทศไทย ภายใต้แนวคิด “สิ่งประดิษฐ์สร้างสรรค์ พัฒนาก้าวไกล นวัตกรรมไทยยั่งยืน” ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม สอดคล้องกับแผนการขับเคลื่อนของประเทศไทย 4.0 และยุทธศาสตร์ช
วช. ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตร 11 องค์กร จัดระดมสมอง สะท้อนความคิด นโยบายสิ่งแวดล้อมเมือง ผ่านงานวิจัย เพื่อส่งต่อ (ว่าที่) ผู้ว่ากรุงเทพมหานคร ปัญหาสิ่งแวดล้อมในกรุงเทพมหานคร เป็นปัญหาเกิดขึ้นมานาน ทวีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งการแก้ไขปัญาต้องใช้องค์ความรู้จากงานวิจัย ไปสู่การแก้ปัญหาทางนโยบายและปฏิบัติ ที่ผ่านมาสิ่งแวดล้อมในเมืองใหญ่แบบกรุงเทพมหานครได้ทวีความรุนแรงและเผชิญกับปัญหาในหลายประเด็น ที่มีผลต่อคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ และที่เดินทางเข้ามาทำงานในกรุงเทพมหานคร ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวในการประชุมระดมสมอง สะท้อนความคิด…นโยบายสิ่งแวดล้อมเมือง…ผ่านงานวิจัย เพื่อส่งต่อ…(ว่าที่) ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร วันจันทร์ที่ 16 กันยายน 2562 ณ ห้องประชุมกมลทิพย์ โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพมหานคร สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ในฐานะเป็นหน่วยงานส่งเสริมงานวิจัยและนำผลวิจัยไปสู่การขยายผลในทางปฏิบัติได้มีงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเมืองน่าอยู่และแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมเมืองหลายแผนงานเป็นเวลามากก
กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เชิญชวนผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมโคแปรรูปสมัครเข้าร่วมโครงการ “จัดทัพโคนมไทย บุกตลาดต่างประเทศด้วย FTA” หวังดึงผู้ประกอบการเป้าหมายที่ผลิตสินค้านมโคแปรรูป ให้ใช้ความตกลง เอฟทีเอเป็นเครื่องมือลดต้นทุนการทำธุรกิจส่งออกสินค้าไทยสู่ตลาดต่างประเทศ และใช้ประโยชน์จากการที่คู่ค้าลดภาษีโดยเฉพาะประเทศคู่ค้าในอาเซียน โดยเป็นโครงการปีที่ 2 หลังจากประสบความสำเร็จในปี 2561 นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมเจรจาฯ ร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดำเนินโครงการ “จัดทัพโคนมไทย บุกตลาดต่างประเทศด้วยเอฟทีเอ” ซึ่งเป็นโครงการในปีที่ 2 จากความสำเร็จของโครงการ “จับมือผู้ประกอบการโคนมไทยบุกตลาดต่างประเทศ โดยใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอ” เข้าสู่ตลาดจีน ในปี 2561 ซึ่งเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการพอใจเมื่อประเมินผลความคุ้มค่าและประโยชน์ที่ได้รับ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ จึงได้ดำเนินโครงการต่อในปี 2562 โดยเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์นมโคแปรรูปโดยมีความตั้งใจที่จะกระตุ้นให้ผู้ประกอบการนมโคแปรรูปได้ใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี โดยเฉพาะเอฟทีเอระหว่างอาเซียน ขยายช่องทางการจำ
นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เตรียมการรองรับการกระจายผลผลิตทุเรียน กระตุ้นให้เกษตรกรเน้นการผลิตทุเรียนคุณภาพ เพื่อจำหน่ายตลาดค้าส่งภายในประเทศให้มากขึ้น เพื่อลดการพึ่งพาตลาดต่างประเทศ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแนวทางการวางแผนพัฒนาการบริหารจัดการทุเรียนในอนาคตได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะชาวสวนทุเรียนควรปรับเปลี่ยนวิธีการผลิตจากเดิม เป็นการผลิตคุณภาพมาตรฐาน GAP พร้อมตรวจสอบย้อนผ่าน QR Code มุ่งสร้างความเชื่อมั่นสู่ผู้บริโภค นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า สถานการณ์การผลิตทุเรียนของประเทศไทยว่า มีแหล่งผลิตสำคัญ 2 แหล่ง คือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ในปี 2562กรมส่งเสริมการเกษตรได้วางแผนบริหารจัดการผลผลิตทุเรียนที่จะเข้าสู่ตลาดไว้เรียบร้อยแล้ว โดยมีสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นตลาดส่งออกสำคัญ นอกจากนี้ยังเน้นกระจายสินค้าผ่านตลาด Modern trade และ ตลาดในประเทศ ตามการคาดการณ์ปริมาณผลผลิตทุเรียนออกสู่ตลาดกว่า 495,543 ตัน ขณะนี้มีผลผลิตออกสู่ตลาดไปแล้วกว่า 74% สถานการณ์ผลผลิตทุเรียนโดยรวมในปีนี้ อยู่ในเกณฑ์ที่ดี ทุเรียนเกรด A เกษตรกรขายได้ร
