มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.)
รศ.ดร. วีระพงษ์ แพสุวรรณ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) เปิดเผยถึงผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยระดับโลก ประจำปี ค.ศ. 2018 ในกลุ่มสาขาวิชาด้านวิทยาศาสตร์กายภาพ จัดทำโดยไทม์ส ไฮเออร์ เอดูเคชั่น (Times Higher Education-THE) สถาบันจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกจากสหราชอาณาจักร ว่า การจัดอันดับครั้งนี้มีมหาวิทยาลัยเข้ารับการจัดอันดับจำนวน 500 แห่ง จาก 50 ประเทศ ซึ่งผลปรากฏว่ามหาวิทยาลัยที่ได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 1-3 เป็นมหาวิทยาลัยของสหรัฐอเมริกา ได้แก่ มหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด และมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ตามลำดับ ส่วนมหาวิทยาลัยของไทยที่ได้รับการจัดอันดับในสาขาวิชานี้มี 2 แห่ง ได้แก่ มทส. และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี อยู่ในกลุ่มอันดับที่ 401-500 อธิการบดี มทส. กล่าวว่า กลุ่มสาขาวิชาด้านวิทยาศาสตร์กายภาพ ประกอบด้วย สาขาวิชาด้านฟิสิกส์และดาราศาสตร์ เคมี คณิตศาสตร์และสถิติ ธรณีวิทยา วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม วิทยาศาสตร์โลกและวิทยาศาสตร์ทางทะเล โดยเกณฑ์ที่ใช้ในการจัดอันดับ ประกอบด้วย 5 ตัวชี้วัดหลัก ซึ่งเป็นเกณฑ์เดียวกับการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก หรือเวิลด์ ยูนิเวอร์ซิต
รศ.ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) เผยว่า การจัดอันดับของวารสารเนเจอร์ (Nature) ประจำปี 2017 ซึ่งเป็นวารสารทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีชื่อเสียงระดับโลก จัดอันดับบทความวิจัยจากนักวิจัยทั่วโลกที่ได้รับการเผยแพร่ภายในเครือเนเจอร์ พับลิชชิ่ง นั้น ผลปรากฏว่า มทส. ได้รับการจัดเป็นอันดับ 4 ของประเทศไทย รองจากมหาวิทยาลัยมหิดล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยนเรศวร มีอันดับสูงขึ้นจากนี้ 2016 ที่อยู่อันดับที่ 5 ของประเทศ โดยการจัดอันดับครั้งนี้มีตัวชี้วัดแบ่งได้เป็น จำนวนบทความวิจัย ค่าความเป็นเจ้าของผลงานวิจัย และค่าความเป็นเจ้าของผลงานวิจัยโดยให้ความสำคัญกับวารสารแตกต่างกัน และในภาพรวมนักวิจัยของ มทส. ได้รับการเผยแพร่บทความวิจัย จำนวน 20 เรื่องเป็นอันดับ 4 ของประเทศ “การที่คณาจารย์ของมหาวิทยาลัยสร้างสรรค์ผลงานวิจัยเป็นที่ยอมรับในวารสารระดับโลก ในระยะเวลาก่อตั้งเพียง 27 ปีที่ผ่านมา แสดงถึงศักยภาพด้านการวิจัยของคณาจารย์ และมหาวิทยาลัยยังคงมาตรการเชิงรุกด้านการวิจัยอย่างต่อเนื่อง ทั้งการสนับสนุนจัดสรรเครื่องมืออุปกรณ์วิจัยที่ทันสมัย การสร้างเครือข่ายวิจัย
รศ.ร.อ.ดร. กนต์ธร ชำนิประศาสน์ คณบดีสำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) เปิดเผยถึงการก่อตั้งศูนย์การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพสุรนารี ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง มทส. กับ บ.เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ว่า มทส. ร่วมกับศูนย์การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพสุรนารีจะบริหารงานภายใต้คณะกรรมการทั้งจากภาครัฐและภาคอุตสาหกรรม เป้าหมายสำคัญคือพัฒนาครูอาชีวะและบุคลากรสายอาชีพให้มีทักษะความรู้ที่ทันสมัย เพื่อนำไปถ่ายทอดให้กับนักเรียนอาชีวะ คณบดีสำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มทส. กล่าวต่อไปว่า มทส.ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางเชื่อมต่อระหว่างภาคอุตสาหกรรมกับวิทยาลัยเทคนิคต่างๆ ในภาคอีสานที่จะร่วมกันพัฒนาหลักสูตรและเพิ่มทักษะให้ครูอาชีวะสามารถนำไปปรับรูปแบบการเรียนการสอนเพื่อผลิตช่างเทคนิคได้ตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมไมโครอิเล็กทรอนิกส์ทุกระดับ ตั้งแต่เอสเอ็มอีจนถึงบริษัทข้ามชาติ “ศูนย์แห่งนี้ ประกอบด้วยห้องปฏิบัติการ 3 ส่วน ได้แก่ 1. ห้องปฏิบัติการฝึกทักษะขั้นพื้นฐาน เพื่อเติมองค์ความรู้ด้านสะเต็มสำหรับอาชีวศึกษา 2. ห้องปฏิบัติการฝึกทักษะด้านแมนูแฟคเจอริ่ง เน้นการประยุกต์ใช้กระบวนกา
ศ.ดร. ประสาท สืบค้า อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) เปิดเผยว่า การจัดอันดับเว็บโอเมตริกส์ แรงกิ้ง ออฟ เวิลด์ ยูนิเวอร์ซิตี้ จัดทำโดยกลุ่มวิจัยของสภาวิจัยแห่งชาติ ประเทศสเปน เริ่มดำเนินการตั้งแต่ ปี ค.ศ.2004 โดยประกาศผลการจัดอันดับเว็บไซต์ 2 ครั้ง ต่อปี คือช่วงเดือนมกราคมและกรกฎาคมของทุกปี ผ่านทางเว็บไซต์ www.webometrics.info ทั้งนี้ การจัดอันดับเว็บไซต์นั้นเพื่อวัดผลงานทางวิชาการที่มีการเผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ตนอกเหนือจากผลงานที่ตีพิมพ์ลง ในวารสาร หรืออื่นๆ วัดความสามารถการเป็นมหาวิทยาลัย อิเล็กทรอนิกส์ หรือ อี-ยูนิเวอร์ซิตี้ และเป็นความริเริ่มเพื่อส่งเสริมการเข้าถึงความรู้อย่างเปิดกว้างทั่วโลก อธิการบดี มทส. เผยว่า ล่าสุดผลการจัดอันดับ 2017 ปรากฏว่า มทส. ได้รับการจัดอันดับอยู่ในอันดับ 7 ของประเทศไทย โดยมีอันดับสูงขึ้น 2 อันดับจากเดือนมกราคมที่ผ่านมา เป็นอันดับ 2 ของประเทศในกลุ่มมหาวิทยาลัยเฉพาะทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อันดับที่ 262 ของเอเชีย และอันดับที่ 1,045 ของโลก ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาเฉพาะกลุ่มมหาวิทยาลัยเฉพาะทางแล้ว มทส. ได้รับการจัดอันดับที่ 2 รองจากมหาวิทยาลัยเทค
