มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
“เชื้อพันธุกรรมพืช” นับเป็นต้นทุนสำคัญของการพัฒนาพันธุ์พืช หากสามารถรวบรวมและครอบครองพันธุกรรมพืชได้มากเท่าไร ก็จะยิ่งเพิ่มจุดแข็งและสร้างโอกาสทางการค้าได้มากเท่านั้น นักวิจัยสามารถเลือกใช้ประโยชน์จากเชื้อพันธุกรรมพืชที่มีจำนวนมากและหลากหลายชนิดได้ตามที่ต้องการแล้ว ยังช่วยเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุนได้ในปริมาณสูงอีกด้วย หน่วยบริหารจัดการเชื้อพันธุกรรมพืช มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา (มทร. ล้านนา) เล็งเห็นประโยชน์ของการรวบรวมพันธุกรรมพืช จึงได้จัดตั้ง “ศูนย์พันธุกรรมพืช” ตั้งแต่ พ.ศ. 2557 ถึงปัจจุบัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้ของพืชผักและถ่ายทอดเทคโนโลยีการปรับปรุงพันธุ์และผลิตเมล็ดพันธุ์ผัก และสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน ต่อมามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาได้ร่วมมือกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ จัดตั้ง “หน่วยบริการจัดการเชื้อพันธุกรรมพืชวงศ์แตง” โดยดำเนินการ 6 ระยะ ระหว่าง พ.ศ. 2550-2565 โดยเก็บรวบรวม ประเมินลักษณะพันธุกรรม ขยายพันธุ์ และให้บริการเชื้อพันธุกรรมพืชแก่ผู้สนใจที่จะนำเชื้อพันธุกรรมดังกล่าวไปใช้ป
สทนช. ลงนามบันทึกความเข้าใจฯ ร่วมกับมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง บูรณาการความร่วมมือโครงการวิจัยร่วมบริหารจัดการน้ำแก้ไขอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ลุ่มน้ำสาย – น้ำรวก ระหว่างไทยและเมียนมา พร้อมนำเทคโนโลยีทันสมัยปรับใช้เพื่อความยั่งยืน หวังความสำเร็จของโครงการช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน 2 ประเทศ เม่ื่อวันที่ 27 มกราคม 2563 ดร. สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) โครงการวิจัยร่วมเพื่อการบริหารจัดการน้ำข้ามพรมแดนด้านอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ลุ่มน้ำสาย-น้ำรวก ระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา (Joint assessment of Thailand and Myanmar on flood and drought for transboundary water resources management) ร่วมกับ รองศาสตราจารย์ ดร.ชยาพร วัฒนศิริ อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ณ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ดร. สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า การลงนามความร่วมมือระหว่างสองหน่วยงาน เพื่อดำเนินโครงการวิจัยร่วมเพื่อการบริหารจัดการน้ำข้ามพรมแดนด้านอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ลุ่มน้ำสาย-น้ำรวก ระห
เมืองนวัตกรรมอาหาร (Food Innopolis) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย FI Accelerator ร่วมกับ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เปิดรับสมัครผู้ประกอบการ SMEs ทายาทธุรกิจด้านนวัตกรรมอาหาร ที่ต้องการพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ รวมถึงบุคลากรที่รับผิดชอบการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมอาหารขององค์กร โดยต้องจดทะเบียนนิติบุคคลมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 ปี เข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการใน “โครงการอบรมเพื่อพัฒนาผู้ประกอบการอาหาร SMEs ด้านนวัตกรรมอาหารของไทย ครั้งที่ 5 (PADTHAI #5)” หลักสูตรเข้มข้น 5 วัน 5 คืน จากผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจอาหารโดยตรง พร้อมรับโอกาสมากมาย เช่น การเข้าถึงแหล่งสนับสนุนทุน ตลาด และการแข่งขันนำเสนอแผนธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ เปิดรับสมัครวันนี้ – 6 ม.ค. 63 และจะฝึกอบรมแบบเข้มข้น 3 – 7 ก.พ. 63 ณ โรงแรมแสนโฮเทล จังหวัดเชียงราย มีค่าใช้จ่ายลงทะเบียนฝึกอบรม ดูข้อมูลเพิ่มเติมและลิงค์สมัครที่ https://forms.gle/KPrgbi19gq59o1DXA หรือเพจเฟซบุ๊ก PADTHAI by Food Innopolis สอบถามโทร. ( 091) 713-5433 (กรองจิตร), (082) 441-4169 (สันติ)
“กาแฟ” เป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจหลักที่สร้างรายได้ก้อนโตให้แก่ชาวเชียงรายมานานกว่า 40 ปี ชาวบ้านเริ่มปลูกกาแฟตั้งแต่ ปี 2516 ภายใต้โครงการปลูกพืชทดแทน และพัฒนาเศรษฐกิจชาวไทยภูเขา ไทย/สหประชาชาติ ที่ส่งเสริมการปลูกกาแฟพันธุ์อาราบิก้า ทดแทนการปลูกฝิ่น ผสมผสานกับไร่ชาอัสสัม ที่ให้ผลผลิตที่ดีและสร้างรายได้ที่มั่นคง ทำให้ปริมาณการผลิตฝิ่นลดลงไปมาก ต่อมามีการทดลองปลูกชา กาแฟ ไม้ผลเมืองหนาวอีกหลายชนิด ณ พื้นที่มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ดอยตุง สถานีทดลองเกษตรที่สูงจังหวัดเชียงราย หลังจากนั้นมีการแจกจ่ายพันธุ์พืชคุณภาพดีสู่เกษตรกรและชาวไทยภูเขา ทำให้ผลผลิตชาและกาแฟคุณภาพดี กลายเป็นเศรษฐกิจหลักของจังหวัดเชียงรายจนถึงทุกวันนี้ กาแฟ สามารถเจริญเติบโตและให้ผลผลิตที่ดีในพื้นที่สูง เพราะมีอากาศหนาวเย็นเกือบตลอดทั้งปี ทุกวันนี้ จังหวัดเชียงรายมีแหล่งกาแฟ จำนวน 35 หมู่บ้าน ในพื้นที่ 10 ตำบล 7 อำเภอ โดยมีพื้นที่ปลูกกาแฟพันธุ์อาราบิก้ามาเป็น อันดับ 1 ของประเทศไทย พื้นที่ปลูกรวมทั้งสิ้น 42,566 ไร่ ให้ผลผลิตเฉลี่ย ไร่ละ 215 กิโลกรัม เมื่อปี 2557 ให้ผลผลิตสูง 9,328 ตัน มีเกษตรกรปลูกและผู้แปรรูปกาแฟรวม 4,277 ราย โดยมีพ
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) ได้รับการสถาปนาเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับรัฐ เมื่อวันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2541 ที่จังหวัดเชียงราย ตามความต้องการของประชาชน และเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ตลอดระยะเวลา 19 ปี ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ได้ตามรอยพระราชปณิธานสมเด็จย่า “ปลูกป่าสร้างคน” พลิกฟื้นพื้นที่ดั้งเดิมที่เป็นป่าเสื่อมโทรมให้กลายเป็นสวนพฤษศาสตร์ในมหาวิทยาลัย และทำโครงการรักษ์ป่าน่าน ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำ ที่มีบทบาทสำคัญต่อความมั่นคงทางนิเวศของลุ่มน้ำในภาคเหนือและภาคกลาง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ได้ทำหน้าที่ “ผลิตบัณฑิต” ซึ่งเป็นอนาคตสำคัญของประเทศชาติไปแล้ว กว่า 20,000 คน ทำงานอยู่ในทุกภาคส่วนของสังคม และสร้างมหาวิทยาลัยให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางปัญญา พัฒนาผลงานทางวิชาการมากมายที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติมาอย่างต่อเนื่อง ยกตัวอย่าง เช่น การแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มสมุนไพรไทย มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ตระหนักถึงคุณประโยชน์สมุนไพรไทย จึงศึกษาวิจัยสมุนไพรไทยอย่างครบวงจร ตั้งแต่การรวบรวมพันธุ์พืชสมุนไพร และนำมาแปรรูปจนได้ผลิตภัณฑ์ต้นแบบ ภายใต้แนวคิด “The Power of Nature” ใ
มฟล.เปิดตัว ‘เจ้าคุณวัน’ งานวิจัยต่อยอดเพิ่มมูลค่าสมุนไพรไทย พร้อมประกาศจัดตั้งโครงการศูนย์บริการสุขภาพแบบครบวงจรในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง รศ.ดร.วันชัย ศิริชนะ อธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) เปิดเผยว่า ทางมหาวิทยาลัยได้ตระหนักถึงคุณประโยชน์สมุนไพรไทย จึงทำการศึกษาวิจัยสมุนไพรอย่างครบวงจร ตั้งแต่การรวบรวมพันธุ์พืชสมุนไพร การแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มจนได้ผลิตภัณฑ์ต้นแบบ ด้วยแนวคิด ‘The Power of Nature’ ภายใต้ชื่อแบรนด์ ‘เจ้าคุณวัน’ จำนวน 11 ชนิด ได้แก่ เจลกากเมล็ดชา ขี้ผึ้งเสลดพังพอน ขมิ้นชัน ยาเขียวหอม ฟ้าทะลายโจร เม็ดอมอดบุหรี่โปร่งฟ้า ยาธาตุบรรจบ และยาหอมเนาวโกฐ โดยผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่เป็นไฮไลต์ คือ ผลิตภัณฑ์สมุนไพรมะแขว่น ซึ่งเป็นสมุนไพรในกลุ่มเครื่องเทศ ที่มีรสเผ็ดร้อนและมีกลิ่นหอม พบมากในแถบพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย ทีมนักวิจัย มฟล.ได้ค้นพบว่า ผลมะแขว่นมีฤทธิ์ยับยั้งกระบวนการอักเสบของร่างกาย และบรรเทาอาการปวดได้ และการสูดดมน้ำมันมะแขว่น มีผลต่อการเพิ่มค่าความดันโลหิตและช่วยกระตุ้นระบบประสาทให้ตื่นตัว ทำให้รู้สึกสดชื่นและกระปรี้กระเปร่ามากขึ้น จึงนำมาพัฒนาในรูปแบบผลิตภัณฑ์สมุน
