มาตรฐาน GAP
“นราพัฒน์” กระทุ้งเกษตรกร-ล้งผลไม้ภาคตะวันออก เร่งยื่นขอรับรองมาตรฐาน GAP และ GMP สู้ศึกมาตรการคุมเข้มนำเข้าผลไม้จากไทยของ”จีน” ด้านสวพ.6 มั่นใจส่งออกลำไยนอกฤดูปีนี้ฉลุย เกษตรกรรายย่อยตื่นตัวเข้าสู่มาตรฐาน นายนราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดงาน”รวมพลังชาวสวนภาคตะวันออกเข้าสู่ระบบรับรองมาตรฐานการผลิตพืช GAP” ณ ลานขนถ่ายสินค้า องค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรีว่า ปัจจุบันภาคตะวันออกมีความตื่นตัวและให้ความสำคัญกับระบบรับรองมาตรฐานการผลิตพืชGAP เป็นจำนวนมาก นโยบายของรัฐบาลและกระทรวงเกษตร เน้นการลดต้นทุนการผลิตเพิ่มโอกาสทางการแข่งขัน สร้างการชื่อมโยงผลผลิตที่มีคุณภาพและได้รับการรับรองมาตรฐานจากกิจกรรมแปลงใหญ่ เกษตรทฤษฎีใหม่ไปยังตลาดต่างประเทศ ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลได้พยายามออกมาตรการแก้ปัญหาผลไม้ราคาตกต่ำและปริมาณผลผลิตล้นตลาดมาอย่างต่อเนื่อง โดยพัฒนาระบบการผลิตเพื่อให้มีคุณภาพ จนทำให้ผลไม้ไทยเป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะทุเรียน มังคุด และลำไยซึ่งภาคตะวันออกเป็นแหล่งผลิตที่สำคัญของประเทศแนวทาง
อาชีพดั้งเดิมของชาวบ้านในอำเภอท่าวังผา ส่วนใหญ่ถนัดปลูกพริกและฟักทอง แต่วันนี้ได้รับโอกาสจาก สหกรณ์การเกษตรปฏิรูปที่ดินท่าวังผา จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ เข้ามาสนับสนุนต่อยอดผลผลิตของเกษตรกร โดยการยกระดับไปสู่การแปรรูปพืชผักซึ่งเป็นผลผลิตภายในชุมชน ด้วยการนำมาอบแห้งและบดละเอียดเป็นผงบรรจุซองสุญญากาศจำหน่าย ซึ่งผักบางชนิดสามารถนำไปชงดื่ม และมีประโยชน์ต่อร่างกาย เพื่อสะดวกต่อผู้บริโภค นายพนมเทียน พินิจทะ ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรปฏิรูปที่ดินท่าวังผา จำกัด จังหวัดน่าน เปิดเผยว่า สหกรณ์ก่อตั้งเมื่อปี 2532 เดิมมีสมาชิกเพียง 100 คน ปัจจุบันมีสมาชิกประมาณ 1,200 คน ธุรกิจหลักคือการรวบรวมผลผลิตการเกษตรจากชาวบ้านในพื้นที่ การ แปรรูป และการให้สินเชื่อเพื่อการทำการเกษตร มูลค่าธุรกิจปัจจุบันประมาณ 30 ล้านบาท รายได้ของสหกรณ์ 80% มาจากการส่งเสริมอาชีพการผลิตพืชผัก และการบริการปัจจัยการผลิตให้กับสมาชิก ทั้งเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย และเคมีเกษตร ซึ่งสมาชิกกว่า 500 คน มีอาชีพในการปลูกผักขาย พืชหลัก ได้แก่ พริกสด พริกซอส พริกแห้งปลอดสาร พริกป่นปลอดสาร ฟักทอง และฟักเขียว ฯลฯ โดยสหกรณ์จะมีการกำหนดราคารับซื้อผลผลิต
นายสมมาตร ยิ่งยวด ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 5 จังหวัดนครราชสีมา (สศท.5) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงตัวอย่างผลสำเร็จของการรวมกลุ่มเกษตรกรในรูปแบบวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ (Mega Farm Enterprise) ของจังหวัดชัยภูมิ ที่ได้มีการรวมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่กล้วยหอมทอง ตำบลถ้ำวัวแดง อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ จำหน่ายผลผลิตในประเทศและส่งออกตลาดต่างประเทศ สามารถสร้างมูลค่าทางการค้าเข้าสู่จังหวัดได้เป็นอย่างมาก ยกระดับและต่อยอดจนเป็นที่ยอมรับของตลาด ช่วยให้ผู้บริโภคมีทางเลือกสินค้าที่ปลอดจากสารเคมีมากขึ้น กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่กล้วยหอมทองตำบลถ้ำวัวแดง เกิดขึ้นจากเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยหอมทองรวมกลุ่มกันผลิตและจำหน่ายในรูปแบบแปลงใหญ่ ในปี 2560 ปัจจุบันมีสมาชิกเกษตรกรประมาณ 34 ราย พื้นที่รวม 220 ไร่ ได้รับมาตรฐาน GAP (Good Agricultural Practice) และมีโรงงานคัดแยกแปรรูปที่ได้มาตรฐาน GMP (Good Manufacturing Practice) ซึ่งการผลิตกล้วยหอมทอง ทางกลุ่มฯ มีการดำเนินงานในรูปแบบคณะกรรมการ และวางแผนการผลิตและการตลาดอย่างเป็นระบบ ซึ่งในแต่ละปีจะจัดสรรพื้นที่เพื่อผลิตกล้วยประมาณ 6 ร
วันที่ 22 กรกฎาคม 2562 เวลา 15.00 น. นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ให้เกียรติเป็นประธานเปิด “ศูนย์เรียนรู้การบริหารจัดการสินค้าเกษตร ตลาดเกษตรกรจังหวัดกระบี่” โดยมี พ.ต.ท.ม.ล. กิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ นายสมโภช โชติชูช่วง รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ นายนันธวัช เจริญวรรณ ปลัดจังหวัดกระบี่ หัวหน้าส่วนราชการ บุคลากรหน่วยงานท้องถิ่น ผู้แทนภาคเอกชน และสื่อมวลชนร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดงาน มี นางระนอง จรุงกิจกุล เกษตรจังหวัดกระบี่ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้ ณ อาคารศูนย์บริหารจัดการสินค้าเกษตร ตลาดเกษตรกรจังหวัดกระบี่ อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ “ตลาดเกษตรกร” เป็นหนึ่งในโครงการที่สำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งเน้นให้ทุกจังหวัดมีสถานที่จำหน่ายผลผลิตและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรคุณภาพที่มีความปลอดภัยได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP เกษตรอินทรีย์ และมาตรฐานเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ เช่น GMP อย. ให้แก่ผู้บริโภค โดยเกษตรกรเป็นผู้จำหน่ายเอง มีผู้จัดการตลาดเกษตรกรเป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำ ส่งเสริม สนับสนุน ผลักดันและขับเคลื่อน ในทุกมิติ สอดรับกับนโยบายของรัฐบา
นางอัญชนา ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงแนวทางบริหารจัดการพื้นที่ตามแผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก (Agri-Map) ในพื้นที่จังหวัดแพร่ ซึ่งสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 จังหวัดพิษณุโลก (สศท.2) ได้ทำการศึกษาเศรษฐกิจสินค้าเกษตรที่สำคัญ รวมทั้งสินค้าทางเลือกที่มีศักยภาพสำหรับปรับเปลี่ยนการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และข้าวเหนียวนาปี โดยผลการศึกษาพบว่า กลุ่มที่ 1 การผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และข้าวเหนียวนาปีในพื้นที่เหมาะสมมาก (S1) และเหมาะสมปานกลาง (S2) ควรส่งเสริมและพัฒนาโดยมุ่งเน้นให้เกษตรกรเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพิ่มผลผลิตต่อไร่ ลดต้นทุนการผลิตด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ยกระดับคุณภาพสินค้าสู่มาตรฐาน ควบคู่กับการสร้างกลุ่มที่เข้มแข็งและพัฒนาระบบการบริหารจัดการกลุ่มที่มีประสิทธิภาพ กลุ่มที่ 2 การผลิตในพื้นที่เหมาะสมน้อย (S3) และพื้นที่ไม่เหมาะสม (N) ในกรณีที่เกษตรกรสนใจปรับเปลี่ยนการผลิต ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (มีพื้นที่ S3 และ N รวม 305,665 ไร่) พื้นที่อำเภอร้องกวาง อำเภอเมือง และอำเภอลอง พบว่า สามารถปลูกไม้ผลเป็นพืชทางเลือกได้ 2,613 ไร่ และใ
