มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท
มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท และ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ร่วมกับ หอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ หรือ เจซีซี ร่วมส่งมอบโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน ประจำปี 2565 ณ โรงเรียนบ้านนางแลใน ตำบลนางแล อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ได้รับเกียรติจาก นางสุภาพรรณ หมั่นเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธี โดยมี นายโนริอากิ ยามาชิตะ รองประธานหอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ และประธานส่วนการศึกษาคณะกรรมการฝ่ายความช่วยเหลือสังคม นายสมคิด วรรณลุกขี รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ซีพีเอฟ นายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมมอบโครงการ พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดเชียงราย ครู นักเรียน และผู้แทนโรงเรียนจากทั่วประเทศ ปัจจุบัน มีโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวัน 930 โรงเรียน มีนักเรียนกว่า 180,000 คน และชุมชน 1,900 ชุมชนได้รับประโยชน์ คุณครูและบุคลากรทางการศึกษาได้เรียนรู้จากโครงการฯ กว่า 1,000 คน ดำเนินงานใน 75 จังหวัดทั่วประเทศไทย และนอกจากนี้ ยังได้รับการสน
“โครงการครอบครัวอุปการะในชุมชนวัฒนธรรม เกิดขึ้นจากการที่ ท่านประธานอาวุโส คุณ ธนินท์ เจียรวนนท์ ได้รับการถ่ายทอดจาก ดร. โทมัส หยี นักวิชาการด้านการเกษตรจากประเทศไต้หวัน ที่กล่าวไว้ว่า สถิติอาชญากรรมในประเทศไต้หวัน ผู้กระทำผิดส่วนใหญ่ มีประวัติเป็นเด็กกำพร้าจากสถานสงเคราะห์ เพราะเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่ขาดความรัก ความอบอุ่น ขาดความผูกพัน เป็นเหมือนระเบิดเวลาของสังคม ควรหาครอบครัวช่วยดูแลทดแทนพ่อแม่ที่เด็กขาดไป การทำให้เด็กๆ เติบโตมาในครอบครัวที่อบอุ่น อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี อยู่ในชุมชนที่มีวัฒนธรรมอันดีงาม มีสถาบันครอบครัวและชุมชนเป็นแกนหลัก พัฒนา หล่อหลอม อบรมบ่มนิสัยให้เด็กๆ เจริญเติบโตทั้งด้านร่างกายและจิตใจ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง” นายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ และผู้ช่วยบริหารสำนักประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ในฐานะกรรมการมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท เล่าถึงที่มาของโครงการฯ ด้วยความเชื่อมั่นว่าเยาวชนที่ได้เรียนรู้ถึงความรัก ความผูกพัน ความเอื้ออาทร การเกื้อกูล
องคมนตรี และประธานกรรมการมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานหมู่บ้านสหกรณ์ ในโครงการตามพระราชประสงค์หุบกะพง จังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2565 พลอากาศเอก ชลิตพุกผาสุข องคมนตรี และประธานกรรมการมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท ให้เกียรติเป็นประธานตรวจเยี่ยมการดำเนินงานโครงการตามพระราชประสงค์หุบกะพง มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท ในพื้นที่ จ.เพชรบุรีโดยมี นายอภัยชนม์ วัชรสินธุ์ กรรมการและเลขาธิการ มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท นายจอมกิตติ ศิริกุล กรรมการมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท นายสมคิด วรรณลุกขี รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกลุ่มธุรกิจในเครือเจริญโภคภัณฑ์ และผู้บริหารส่วนราชการในพื้นที่ให้การต้อนรับ นอกจากนั้น ท่านองคมนตรีฯ ได้เป็นประธานการส่งมอบโรงเรือนเลี้ยงไก่ไข่ ในโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน โรงเรียนบ้านหุบกะพง พร้อมทั้งรับฟังการบรรยายการบริหารจัดการและการดูแลโครงการฯ โดยครูและนักเรียน เข้าเยี่ยมชมกระบวนการผลิตป่านศรนารายณ์ ตั้งเเต่ต้นน้ำ กลางน้
มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท ผนึกกำลัง โลตัส รับซื้อ “ฟักทอง” ล็อตแรกจากเกษตรกรในโครงการอมก๋อยโมเดล พร้อมส่งเสริมโมเดลเกษตรมูลค่าสูง เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ที่ยั่งยืน เครือซีพี โดยมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท ผนึกกำลังกลุ่มธุรกิจในเครือฯ บริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด (โลตัส) เข้ารับซื้อ “ฟักทอง” ซึ่งเป็นผลผลิตทางการเกษตรในโมเดลเกษตรมูลค่าสูง จากโครงการ “อมก๋อย โมเดล” ในพื้นที่บ้านผีปานเหนือ ตำบลนาเกียน อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ โดยเป็นกระบวนการรับซื้อโดยตรงจากเกษตรกร เพื่อเพิ่มช่องทางด้านการตลาดและสร้างรายได้ที่เป็นธรรมและมั่นคงให้กับกลุ่มเกษตรกรในโครงการ โดยในครั้งนี้เป็นผลผลิตล็อตแรก จากเกษตรกรรุ่นที่ 1-2 จำนวน 7.73 ตัน บนพื้นที่ 5 ไร่ โดยสามารถสร้างรายได้กว่า 110,000 บาท และส่งจำหน่ายที่ศูนย์กระจายสินค้าโลตัส เขตภาคกลาง นายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ และผู้ช่วยบริหาร สำนักประธานคณะกรรมการบริหาร บมจ. เจริญโภคภัณฑ์อาหาร หรือซีพีเอฟ เปิดเผยว่า โมเดลเกษตรมูลค่าสูง เป็นยุทธศาสตร์ในก
เครือเจริญโภคภัณฑ์ และมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท สานต่อความสำเร็จ “โครงการพัฒนาอาชีพตำบลปากรอ อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา” ด้วยการนำ “ศาสตร์พระราชา” พัฒนาสู่ “สงขลาโมเดล” เพื่อขับเคลื่อนการดำรงชีวิตตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง เน้นการลดรายจ่าย สร้างรายได้ ส่งเสริมการออม ใช้ทรัพยากรอย่างมีคุณค่า ควบคู่ไปกับการฟื้นฟูอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สร้างชุมชนเข้มแข็งและยั่งยืน นายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ และผู้ช่วยบริหาร สำนักประธานคณะกรรมการบริหาร บมจ. เจริญโภคภัณฑ์อาหาร หรือซีพีเอฟ ในฐานะกรรมการมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท เปิดเผยว่า โครงการพัฒนาอาชีพตำบลปากรอ อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา เกิดจากดำริของ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ ที่ต้องการแก้ปัญหาความยากจน เนื่องจากตำบลปากรอ มีสภาพพื้นที่ติดทะเลสาบสงขลา เกษตรกรประกอบอาชีพประมง มีพื้นที่ทำนาบางส่วน และอยู่ห่างจากอำเภอหาดใหญ่ซึ่งเป็นแหล่งเศรษฐกิจและท่องเที่ยวสำคัญของภาคใต้ ส่งผลให้ราษฎรในพื้นที่ยากจนที่สุดในจังหวัด จึง
ซีพี จับมือ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ และมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท ขับเคลื่อนโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน เข้าสู่ปีที่ 34 ส่งเสริมเด็กและเยาวชนเข้าถึงอาหารปลอดภัย เสริมสร้างความมั่นคงด้านอาหารและโภชนาการให้น้องๆ นักเรียน เป้า 1,000 โรงเรียนทั่วประเทศ ในพื้นที่ชนบทห่างไกล เป็นห้องเรียนสร้างอาชีพจากการเรียนรู้การเลี้ยงไก่ไข่ แปรรูปอาหารจากผลผลิตไข่ไก่ ต่อยอดสู่การบริหารจัดการของเสียจากมูลไก่นำมาทำเป็นปุ๋ย ขยายผลสู่ชุมชนเป็นคลังเสบียงในสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 นายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือซีพี และผู้ช่วยบริหาร สำนักประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า เครือซีพี ซีพีเอฟ และมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท น้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตาม “โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน” สานต่อดำเนิน “โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน” ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนใ
มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท มุ่งมั่นสานต่อโครงการเกษตรผสมผสานตามแนวพระราชดำริ โดยเน้นให้เกษตรกรมีรายได้มั่นคงสามารถพึ่งพาตนเองได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถเป็นแบบอย่างที่ขยายผลได้ ด้วยการทำเกษตรผสมผสานและอาชีพที่หลากหลาย ภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2540 จนถึงปัจจุบันใน 2 พื้นที่คือ จังหวัดบุรีรัมย์และจังหวัดขอนแก่น และยังมีเป้าหมายส่งเสริมเกษตรกรเพิ่มขึ้นในแต่ละปี ตามความสนใจและความสมัครใจของเกษตรกร เมื่อเร็วๆ นี้ มูลนิธิฯ ได้เข้าเยี่ยมชมแปลงเกษตรผสมผสานของ นายทำนอง บุญปลูก ในพื้นที่บ้านบุโพธิ์ ตำบลบุโพธิ์ อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ โดยมีการจัดสรรพื้นที่กว่า 16 ไร่ เพื่อการทำเกษตรผสมผสาน อาทิ ปลูกมะพร้าวน้ำหอม บ่อเลี้ยงปลา ปลูกพืชผักสวนครัว การเลี้ยงไก่ เลี้ยงเป็ด เลี้ยงวัว ทำปุ๋ยจากมูลสัตว์ บ่อเผาถ่าน และติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ จึงทำให้พื้นที่ดังกล่าวกลายเป็นแปลงสาธิตต้นแบบให้แก่เกษตรกรในชุมชน นายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ และผู้ช่วยบริหาร สำนักประธานคณะกรรมการบริหาร บมจ. เจร
นายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ และ ผู้ช่วยบริหาร สำนักประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 33 ปี ของการดำเนินงานของมูลนิธิฯ มุ่งมั่นสานต่อภารกิจ สร้าง 4 ดี พัฒนา 4 ด้าน “สร้างคนดี พลเมืองดี อาชีพดี และชุมชนสิ่งแวดล้อมดี” โดยภารกิจหลักที่สำคัญอีกด้านหนึ่งคือ ร่วมขจัดความยากจน ยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของชุมชน จากการที่มูลนิธิฯ ดำเนินโครงการต่างๆ ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง อาทิ โครงการศูนย์ฝึกอาชีพเยาวชนเกษตรเป็นแหล่งเรียนรู้ของเกษตรกรที่อยู่โดยรอบ ‘ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ’ ตำบลสามพระยา อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี โครงการหมู่บ้านสหกรณ์ตามพระราชประสงค์ รวม 7 แห่ง โครงการห้วยองคตอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดกาญจนบุรี โครงการเกษตรผสมผสานตามแนวพระราชดำริ อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ โครงการพัฒนาอาชีพตำบลปากรอ จังหวัดสงขลา ตามดำริของ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ จังหวัดสงขลา และโครงการพัฒนาการตลาดร้านค้าชุมชนและ E Commerce เ
“ผมชอบเล่นกีฬามาตั้งแต่เด็ก ปัจจุบันได้เป็นนักฟุตซอลตัวแทนโรงเรียนวังไกลกังวลฯ และเป็นตัวแทนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไปแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้งที่ 47 ได้ที่ 3 มาครอง ซึ่งส่วนหนึ่งของความสำเร็จเกิดจากการได้รับโอกาสมาอาศัยและเรียนต่อที่ศูนย์ฝึกอาชีพเยาวชนเกษตร มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท ทำให้ผมมีระเบียบวินัยในหน้าที่ของตนเอง ทั้งยังรู้จักอดออม และได้รับทักษะอาชีพจากการฝึกการทำการเกษตร นอกจากนี้ การเรียนที่นี่เราได้เรียนฟรี จึงช่วยลดภาระของพ่อแม่ และได้มีอนาคตที่ดี รวมถึงได้ทำตามความฝัน ผมอยากเป็นครูพละ หรือสานฝันสู่การเป็นนักฟุตซอลอาชีพ” คำบอกเล่าอย่างภูมิใจของ เพชรบุญ โจโฉ หรือ น้องเพชร นักเรียนทุนรุ่น 14 ใน “โครงการสนับสนุนทุนการศึกษานักเรียนในพระราชานุเคราะห์ฯ” น้องเพชร เล่าย้อนที่มาว่า ตอนที่เรียนประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านโป่งลึก อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ได้มีโอกาสเข้าสอบคัดเลือกนักเรียนทุนในพระราชานุเคราะห์ ที่กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 และได้เป็นนักเรียนทุน จึงสมัครมาเรียนที่โรงเรียนวังไกลกังวล ในพระบรมราชูปถัมภ์ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคี
เป้าหมาย “การสร้างพลเมืองดีชายแดน” ที่มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท มุ่งสนับสนุนให้เยาวชนในถิ่นทุรกันดารที่ขาดโอกาสทางการศึกษา ให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ด้วยการติดอาวุธทางปัญญา ผ่านการส่งเสริมด้านการศึกษาให้กับพวกเขา เพื่อเสริมสร้างพื้นฐานการศึกษาให้เข้มแข็ง สามารถนำไปพัฒนาศักยภาพของตนเอง สู่การสร้างอาชีพที่ยั่งยืนในอนาคต คุณชินกร ขจรแสง นักเรียนทุนรุ่นที่ 2 “โครงการสนับสนุนทุนการศึกษานักเรียนในพระราชานุเคราะห์ฯ” คือหนึ่งในภาพสะท้อนความสำเร็จ สู่การเป็นพลเมืองดีชายแดนที่สามารถต่อยอดความรู้ที่ได้รับจากการเรียนในระบบการศึกษา ผสานเข้ากับการเรียนรู้วิธีจัดการชีวิต และการจัดการอาชีพเกษตรขั้นพื้นฐานที่ได้สั่งสมตลอด 6 ปี จากการร่วมเป็นครอบครัวนักเรียนทุนฯ ที่สามารถประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพ และส่งต่อความสำเร็จสู่ชุมชนบ้านเกิดไปพร้อมๆ กัน ที่มาของการเป็นนักเรียนทุนฯ คุณชินกร เล่าว่า ตอนที่เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนวังศรีทอง ตำบลวังสมบูรณ์ อำเภอวังสมบูรณ์ จังหวัดสระแก้ว มีโอกาสได้สอบคัดเลือกที่กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 และได้เป็นนักเรียนทุนใ
