ยะลา
ยะลา – นายนันตชาติ จัยห้าว ประธานเครือข่ายชาวสวนยาง อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช เผยว่า ตอนนี้ประสบปัญหาราคายางตกต่ำกว่าต้นทุน ต้นทุนยางประมาณ 62 บาท แต่มาขายได้แค่ราคา 45-46 บาท เกษตรกรเดือดร้อน โรงรมก็ขาดทุน เดินทางมาขายยาง ที่ตลาดกลางยะลาเพราะมีบริษัทร่วมทุนของการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เข้ามารับซื้อ ในขณะที่ตลาดกลางอื่นๆ มีบริษัทร่วมทุนเข้าไปน้อย บริษัทร่วมทุนเข้ามาซื้อราคาจะสูงกว่า อยู่จังหวัดนครศรีธรรมราช ยังนำยางมาขายที่จังหวัดยะลา ค่ารถ ค่าเดินทางก็ยังคุ้มค่า ยางที่นำมาขายเป็นทั้งสหกรณ์ กลุ่มรัฐวิสาหกิจ กลุ่มเอกชนประมาณ 20 กว่าสหกรณ์ รวมกลุ่มกันมาสองเที่ยวแรกไม่มีปัญหาขายได้ปกติ แต่พอมาเที่ยวที่สามที่สี่ตลาดกลางยางยะลาล้น แต่ทางตลาดกลางจังหวัดยะลาก็รับฝากไว้ ที่ผ่านมามีบริษัทมาประมูลแล้ว แต่ประมูลราคาต่ำกว่าราคากลางที่กำหนด ทำให้ไม่สามารถระบายยางได้ ก็ต้องรอเพื่อบริษัทเข้ามาประมูล แก้ปัญหาระยะยาว พูดกันมานานแล้วคือให้นำมาใช้ในประเทศให้มากที่สุด อย่าหวังตลาดต่างประเทศ ทำถนนลาดยางแต่ทำไมรัฐบาลทำไม่ได้ ไม่ได้จริงจัง นอกจากนี้หากรัฐบาลทำโรงอัดก้อนเก็บไว้ให้แต่ละสหกรณ์ รั
นายชาตรี เกตุเรน สหกรณ์จังหวัดยะลา เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการเตรียมความพร้อมการผลิตลองกองคุณภาพ (Premium) การรวบรวมและการเชื่อมโยงสู่ตลาด Modern trade ณ สหกรณ์อิสลามซอฮาบะฮ์ จำกัด อำเภอรมัน จังหวัดยะลา ว่า ปัจจุบันโครงการดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมโครงการเป็นสมาชิกสหกรณ์ในเขตพื้นที่ อำเภอรามัน จำนวน 100 คน เพื่อเตรียมความพร้อมให้เกษตรกรมีองค์ความรู้แบ่งปันข้อมูลร่วมกันในการผลิตลองกองคุณภาพ (Premium) หรือ เกรด A และ B โดยมีการเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างกัน มีเจ้าภาพหรือแกนกลางในการผลักดันและสร้างกลไกในการบริหารจัดการที่เข้มแข็ง มีประสิทธิภาพ เพื่อพัฒนาขีดความสามารถ นำนวัตกรรมมาพัฒนาผลผลิตให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เน้นการสร้างองค์ความรู้ที่นำไปสู่การเปลี่ยนพฤติกรรมาการผลิตแบบเดิมๆ สู่การผลิตสินค้าในเชิงธุรกิจเกษตรรูปแบบใหม่ เกษตรกรต้องรวมกลุ่มการผลิต ขับเคลื่อนกิจกรรมการบริหารจัดการให้เกิดประสิทธิภาพให้กลุ่มเป็นแกนหลักในการดำเนินงานบนความต้องการ ร่วมกันหาวิธีการลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลผลิตสร้างอำนาจในการต่อรอง และการเชื่อมโยงตลาดอย่างเป็นระบบ ดังนั้น สำนักงาน ธ.ก.ส. จังหวัดยะลา จึงไ
ยะลา – นายพิพัฒน์ ว่องปิติธวัช อายุ 32 ปี เกษตรกรชาวสวนรุ่นใหม่ เผยว่า เดิมทำสวนยางพารา และสวนผลไม้ อยู่ที่หมู่ที่ 1 ตำบลตาชี อำเภอยะหา จังหวัดยะลา แต่หลังจากราคายางตกต่ำ ได้หันมาทดลองปลูกเมล่อน ลองผิด ลองถูกหลายปี โดยนำเมล็ดมาปลูกปรากฏว่าได้ผล แต่คุณภาพไม่เหมือนเมล็ดพันธุ์แท้ๆ ที่นำเข้า จึงทดลองปลูกถึง 4-5 ปี ทั้งในดิน ทั้งในถุง ต่อมาจึงทำจริงจัง ด้วยการทำโรงเรือนแบบออร์แกนิกระบบปิด ส่วนวีธีจำหน่ายใช้โซเชี่ยลมีเดีย และตลาดมีการตอบรับที่ดี ผลเมล่อนชุดนี้ที่จะออกในเดือนสิงหาคมนี้จะส่งขายไปยังต่างจังหวัด และที่สำคัญคือตลาดรัฐปีนัง ประเทศมาเลเซีย ที่ได้ติดต่อจะมาดูงานด้วย ทั้งนี้ ลงทุนครั้งแรก 200,000 บาท ส่งขาย 2-3 ครั้ง ก็จะคืนทุน สำหรับล็อตนี้จะเก็บเกี่ยวได้ 300 ลูก คาดว่าจะได้กำไร 5-6 หมื่นบาท จากการใช้ระยะเวลาการปลูก เพียง 3 เดือน ซึ่งตามท้องตลาดขณะนี้ ผลเมล่อนอยู่ที่กิโลกรัมละ 150 บาท ในอนาคตมีโครงการ จะปลูกองุ่น สตรอเบอร์รี่ และลูกฟิก อยู่ระหว่างเตรียมพื้นที่เพื่อวางแผนการปลูก สำหรับการให้ปุ๋ยระบบน้ำ ตั้งเวลาอัตโนมัติ (timer) ใช้ขี้เลื่อยเป็นวัสดุปลูกเพื่อยึดระบบราก และปลูกใน
เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม กรณี นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา ร่วมกับ นายสมบัติ ตงเต๊า ผอ.สถาบันวิจัยพืชสวน กรมวิชาการเกษตรเกษตร พร้อมคณะ ประกอบด้วย นายธวัชชัย นิ่มกิ้งรัตน์ ผอ.ศูนย์วิจัยพืชสวนจังหวัดศรีสะเกษ นายศุกร์ เก็บไว้ ผอ.ศูนย์วิจัยพืชสวนจังหวัดตรัง นายสิทธิ์ แดงประดับ ผอ.ศูนย์วิจัยพืชสวนยะลา นายทวีศักดิ์ แสงอุดม นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ และ นายสุภรณ์ ด้วงดี ตัวแทนกลุ่มนายทุนผู้ร่วมโครงการจัดสร้างสถานที่เก็บและช่วยเหลือด้านตลาด ลงพื้นที่สำรวจแหล่งกำเนิดการปลูกกาแฟดั้งเดิมในพื้นที่ อำเภอธารโต บันนังสตา และ เบตง จังหวัดยะลา เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรหันมาปลูกกาแฟเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ มีทางเลือกมากขึ้น ประเดิมหาพื้นที่ของชาวบ้านที่สนใจเข้าร่วม 1 พันไร่ จะเน้นปลูกในสวนยางพาราเดิม มีทางเลือกมากหลังจากการปลูกยางพาราประสบปัญหาราคาตกต่ำอย่างหนัก นายสมบัติ เผยว่า ได้เก็บเมล็ดพันธุ์กาแฟตัวอย่างในพื้นที่ไปตรวจระดับคุณภาพให้ได้มาตรฐาน ก่อนจะลงมาเร่งการส่งเสริมครบวงจร จะส่งเสริมปลูกกาแฟแซมกับพืชอื่นๆ เพื่อสร้างความมั่นใจ นายธวัชชัย กล่าวว่า พื้นที่ยะลามีความเหมาะสมลงตัวที่จะปล
พันธุ์ขนุนที่ได้ยินครั้งแรกและเข้าใจว่ามีการขยายพันธุ์ด้วยวิธีการสมัยใหม่ พันธุ์แรกคือ ขนุน “ตาบ๊วย” จากนั้นก็เป็นขนุนสามใบเถาจากจังหวัดปราจีนบุรี คือฟ้าถล่ม ทองสุดใจ และจำปากรอบ เจ้าของคือ คุณสมปอง ตวงทอง ฟ้าถล่ม ทองสุดใจ และจำปากรอบ ครองตลาดอยู่นาน ยุคเก่าก่อนเมื่อแวะไปหาซื้อกิ่งพันธุ์ไม้ที่บ้านหนองเต่า อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี ผู้ค้าต้องมี 3 สายพันธุ์นี้ไว้ตอบสนองผู้ซื้อ เพราะขยายพันธุ์ขนุนด้วยวิธีการเพาะเมล็ด จึงเกิดการกลายพันธุ์ใหม่ๆ ขึ้นมามากมาย เจ้าของเห็นว่า ขนุนลักษณะใหม่ๆ ที่ได้น่าสนใจ ก็ขยายพันธุ์โดยการติดตา ทาบกิ่ง และเสียบยอด เพื่อให้ได้ลักษณะสายพันธุ์เดิ เนื่องจากยุคเก่าก่อน มีคนสนใจปลูกขนุนกันมาก จึงมีสายพันธุ์ใหม่ๆ ขึ้นมาประดับวงการ ว่าไปแล้ว การแข่งขันของสายพันธุ์ขนุน คล้ายกับการแย่งตำแหน่งตัวจริงของนักฟุตบอล นักฟุตบอลตำแหน่งปีกซ้าย ในสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาจจะมี 2 คน ใครที่ฟิตหรือฟอร์มดีกว่าจะได้เป็นตัวจริง ใครที่ฟอร์มไม่ดี ต้องตกเป็นตัวสำรอง หากทนนั่งในเก้าอี้สำรองไม่ได้ อาจจะต้องย้ายไปทีมอื่น วงการขนุนนั้น เจ้าของจะนำเสนอว่า ขนุนตัวเองนั้นดูแลรักษาไม่ยาก ผล
