ราคาสินค้าเกษตร
คุณมงคล จอมพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 2 จังหวัดราชบุรี เปิดเผยว่า สำนักงานได้จัดประกวดแปลงใหญ่ดีเด่นระดับเขต ประจำปี 2563 ขึ้น โดยเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา ได้มีการจัดประชุมคัดเลือกการประกวดแปลงใหญ่ดีเด่นระดับเขต ประจำปี 2563 โดยมีประธานแปลงใหญ่ดีเด่นระดับจังหวัดทั้ง 8 จังหวัดภาคตะวันตก เข้าร่วมประชุม พร้อมนำเสนอผลการดำเนินงานแปลงใหญ่ ณ ห้องประชุมสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 2 จังหวัดราชบุรี จากนั้นคณะกรรมการได้มีการพิจารณา ผลปรากฏว่าแปลงใหญ่ดีเด่นระดับเขต ประจำปี 2563 ประกอบด้วย รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ แปลงใหญ่สับปะรดผลสด ตำบลบ้านบึง อำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ แปลงใหญ่เมล่อน ตำบลดอนตาเพชร อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ แปลงใหญ่โคนมนครปฐม 1 หมู่ที่ 6 ตำบลทุ่งลูกนก อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม และรางวัลชมเชย ได้แก่ แปลงใหญ่มะพร้าว ตำบลบางคนที อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม สำหรับแปลงใหญ่ที่ได้รับรางวัลระดับเขตจะได้รับรางวัลโดย รางวัลชนะเลิศ รับเงินรางวัล 20,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบ
ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม ธ.ก.ส. คาดการณ์ราคาสินค้าเกษตร เดือนพฤษภาคม 2563 ได้แก่ ข้าวเปลือกเจ้า ข้าวเปลือกหอมมะลิ ข้าวเปลือกเหนียว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ น้ำตาลทรายดิบ มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน สุกร และกุ้งขาวแวนนาไม มีแนวโน้มราคาเพิ่มขึ้น มีเพียงยางพาราแผ่นดิบที่มีแนวโน้มราคาปรับตัวลดลง นายสมเกียรติ กิมาวหา รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม ธ.ก.ส. คาดการณ์ราคาสินค้าเกษตรในเดือนพฤษภาคม 2563 โดยส่วนมากมีแนวโน้มราคาปรับตัวสูงขึ้น ได้แก่ ข้าวเปลือกเจ้าความชื้น 15% ราคาอยู่ที่ 9,525-10,412 บาท/ตัน เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนร้อยละ 1.10-10.52 เนื่องจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ของโลก อาทิ ประเทศอินเดียและเวียดนาม มีมาตรการล็อกดาวน์และชะลอการส่งออกข้าว ประกอบกับประเทศฟิลิปปินส์ซึ่งเป็นผู้นำเข้าข้าวอันดับ 1 ของโลกอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อนำเข้าข้าว จึงเป็นโอกาสของประเทศไทยในการส่งออกข้าว ข้าวเปลือกหอมมะลิ ราคาอยู่ที่ 14,496-14,579 บาท/ตัน เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนร้อยละ 0.88-1.46 เนื่องจากมีคำสั่งซื้อข้าวจากประเทศฮ่อ
ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม ธ.ก.ส. คาดการณ์ราคาสินค้าเกษตร เดือนกุมภาพันธ์ 2563 ทั้งข้าวเปลือกเจ้า ข้าวเปลือกหอมมะลิ ข้าวเปลือกเหนียว ยางพาราแผ่นดิบ ปาล์มน้ำมัน และสุกร มีแนวโน้มราคาเพิ่มขึ้น ด้านข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ น้ำตาลทรายดิบ มันสำปะหลัง กุ้งขาวแวนนาไม มีแนวโน้มราคาปรับตัวลดลง นายสมเกียรติ กิมาวหา ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม ธ.ก.ส. คาดการณ์ราคาสินค้าเกษตรในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ได้แก่ ข้าวเปลือกเจ้าความชื้น 15% ราคาอยู่ที่ 7,764-8,466 บาท/ตัน เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ร้อยละ 0.52-9.61 เนื่องจากภาวะภัยแล้งทำให้ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำในการผลิตข้าวนาปรังรอบแรกและรอบที่สอง ส่งผลให้ผลผลิตข้าวนาปรังทั้งปี อยู่ที่ 4.814 ล้านตันข้าวเปลือก ลดลงมากถึงร้อยละ 32.86 เมื่อเทียบกับปีก่อน ข้าวเปลือกหอมมะลิ ราคาอยู่ที่ 13,790-13,939 บาท/ตัน เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ร้อยละ 0.09-1.18 เนื่องจากผลผลิตข้าวหอมมะลิส่วนใหญ่เก็บเกี่ยวไปในช่วงเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม 2562 ทำให้ไม่มีผลผลิตออกสู่ตลาด ประกอบกับภาวะภ
รมว.กษ. รุกนโยบายการผลิตสินค้าเกษตร ให้สอดคล้องความต้องการของตลาด เพื่อให้ราคาสินค้าเกษตรมีเสถียรภาพ นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรฯ ต้องการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวไม่ให้ตกต่ำกว่าต้นทุนการผลิตของชาวนา จึงได้จัดทำโครงการปลูกพืชอื่นๆ หลังฤดูทำนาปี โดยในรายการพืชอื่นๆ นั้น มีข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เป็นทางเลือกหนึ่งและมีพืชใช้น้ำน้อยอื่นๆ ด้วย แต่สำหรับมันสำปะหลังนั้นไม่ได้อยู่ในรายการพืชอื่นๆ หลังฤดูทำนาปี อย่างไรก็ตาม ในส่วนของมันสำปะหลัง กระทรวงเกษตรฯ พิจารณาว่าเป็นพืชอีกชนิดหนึ่งซึ่งมีอนาคต ที่จะปรับปรุง พัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอย่างต่อเนื่อง สำหรับสถานการณ์การผลิตข้าว ปัจจุบัน พบว่า ข้าว มีผลผลิตส่วนเกินจากความต้องการตลาด โดยไทยมีพื้นที่เพาะปลูกทั้งประเทศ ประมาณ 71.8 ล้านไร่ ปริมาณผลผลิตประมาณ 32.63 ล้านตัน ในขณะที่ความต้องการทั้งในและนอกประเทศเฉลี่ย 5 ปี ประมาณ 30.88 ล้านตัน ดังนั้น จึงเกิดผลผลิตส่วนเกิน 1.75 ล้านตัน เมื่อคำนวณกลับเป็นพื้นที่จะมีเนื้อที่ปลูกข้าวมากเกินความต้องการ 2.6 ล้านไร่ ขณะที่พืชเศรษฐกิจหลักอีกหลายชนิดที่ให้ผลตอบแทนสูงก
นายสมศักดิ์ กังธีระวัฒน์ รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ศูนย์วิจัยและพัฒนาธ.ก.ส. คาดการณ์สถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นต้อนรับปีใหม่ 2561 ได้แก่ข้าวเปลือกเจ้า 5% คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 1.52-4.87% อยู่ที่ราคา 8,440-8,719 บาท/ตันข้าวเปลือกหอมมะลิเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 2.30-3.85% อยู่ที่ราคา 12,470-12,658 บาท/ตัน และข้าวเปลือกเหนียวเมล็ดยาวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 1.20-4.32% อยู่ที่ราคา 9,515-9,810 บาท/ตัน เนื่องจากยังมีความต้องการของตลาดต่างประเทศและมาตรการโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี 2560/61 ที่ช่วยชะลอผลผลิตออกสู่ตลาดและมาตรการภาครัฐ โดยกระทรวงพาณิชย์จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายตลาดข้าวเหนียวและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าวเหนียวเพื่อช่วยสนับสนุนราคาให้สูงขึ้น ส่วนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ความชื้นไม่เกิน 14.5% จะปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 0.10-0.30% อยู่ที่ราคา 6.79-6.93 บาท/ก.ก. เนื่องจากเข้าสู่การปลูกข้าวโพดช่วงฤดูแล้ง (เริ่มปลูกเดือนธ.ค.) ประกอบกับมาตรการดำเนินการเชื่อมโยงตลาดสินค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของภาครัฐที่ได้เริ่มขยายผลจา
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในวันที่ 22 ธันวาคมนี้ จะเชิญนายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมจัดทำแผนเร่งด่วนกับพาณิชย์จังหวัด เกษตรจังหวัดและสหกรณ์จังหวัดทั่วประเทศ ในการผลักดันปัญหาราคาสินค้าเกษตรแบบครบวงจร ทั้งราคายางพารา ปาล์ม ข้าว,มันสำปะหลัง และผลไม้ เป็นต้น ถือเป็นการทำงานร่วมกันเป็นครั้งแรก หลังจากที่ผ่านมา ต่างฝ่ายต่างแก้ปัญหา ทำให้ราคาสินค้าเกษตรไม่มั่นคง เบื้องต้นเน้นการส่งเสริมด้านพันธุ์พืช พื้นที่เพาะปลูก การทำเกษตรแปรรูป การสร้างแบนรด์สินค้า และการหาตลาดทั้งในและต่างประเทศ “ พาณิชย์จังหวัด เกษตรจังหวัด และสหกรณ์ มีข้อมูลที่สมบูรณ์อยู่แล้ว แต่หากไม่มีการบูรณาการร่วมกัน ก็จะไปกันคนละทิศคนละทาง ช่วงที่ผ่านมาได้หารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรแล้ว จนในที่สุดจึงเป็นที่มาในการประชุมร่วมกันทั้งสองกระทรวง ดังนั้น มั่นใจว่าเมื่อมีการทำแผนและทำงานร่วมกันจะช่วยผลักดันให้ราคาสินค้าเกษตรค่อยๆฟื้นตัว และอยู่ในระดับที่เกษตรกรค่อนข้างพอใจแน่นอน ” นายสนธิรัตน์ กล่าว
น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังตรวจสอบสถานการณ์ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ณ ตลาดหลังห้างวันเดอร์ เขตบางแค กรุงเทพฯ วันที่ 13 ธันวาคม ว่า สินค้าอุปโภคบริโภคและอาหารสดโดยภาพรวมยังอยู่ในภาวะปกติและราคาทรงตัว ส่วนอาหารสดบางชนิดราคาลดลงเล็กน้อยตามฤดูกาลหน้าหนาว เช่น ไก่สด เนื้อหมู ผักชี ลดลง 2-3 บาท/กิโลกรัม รวมถึงการตรวจสอบการจำหน่ายน้ำตาลทราย พบว่า ปริมาณวางขายในตลาดลดลง คาดว่าผู้ค้าน้ำตาลทรายรอดูสถานการณ์และความชัดเจนของประกาศลอยตัวน้ำตาลทราย แต่ยังไม่พบการกักตุน และราคาจำหน่ายยังเท่าเดิม เนื่องจากเป็นสินค้าควบคุม หากขายเกินราคาหรือกักตุนจะมีความผิด แต่อย่างไรก็ตาม กรมการค้าภายใน มีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ” เมื่อราคาอาหารสดลดลง ทำให้มีผลต่อดัชนีราคาผู้บริโภค (เงินเฟ้อ) แต่จะมากน้อยเพียงใด ต้องติดตามคู่กับราคาสินค้าทั่วไปด้วยซึ่งประเมินว่าเงินเฟ้อทั้งปี 2560 อยู่ที่ 0.4-1.0% ” ด้านนายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ยังไม่มีรายงานพบความผิดปกติของการจำหน่ายและราคาน้ำตาลทรายในตลาด เพราะน้ำตาลทรายเป็นสินค้าควบ
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) รายงานดัชนีรายได้เกษตรกร 3 ไตรมาส ปี 2560 (ม.ค.-ก.ย.) อยู่ที่ระดับ 155.34 เพิ่มขึ้น 8.88% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากดัชนีผลผลิตปรับตัวเพิ่มขึ้น 10.50% ขณะที่ดัชนีราคาปรับตัวลดลง 1.47% หากพิจารณาแนวโน้มดัชนีรายได้เกษตรกรทั้งปี 2560 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปี ส2559 เนื่องจากผลผลิตสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผลผลิตข้าวรวมทั้งประเทศเพิ่มขึ้น แม้เกิดน้ำท่วมในบางพื้นที่ ขณะที่สินค้าพืชอื่น ๆ ที่มีความสำคัญในไตรมาส 3 เช่น ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และลำไย มีทิศทางเพิ่มขึ้น ส่วนสินค้าปศุสัตว์เพิ่มขึ้นตามความต้องการของตลาดและเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าสำคัญ เช่น สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น หากพิจารณารายสาขาพบว่า สาขาพืช ขยายตัว 7.4% โดยผลผลิตพืชสำคัญเพิ่มขึ้น ได้แก่ ข้าวนาปี ข้าวนาปรัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง สับปะรดโรงงาน ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ลำไย มังคุด และเงาะ สาขาปศุสัตว์ ขยายตัว 2.3% ส่วนดัชนีรายได้เกษตรกร 3 ไตรมาส ที่ลดลงคือ สุกรและไก่ไข่ เนื่องจากผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก สาขาบริการทางการเกษตร ขยายตัว 5.0% สาขา
พาณิชย์ถกเกษตรฯ-คลัง แก้ปมวัตถุดิบอาหารสัตว์ หากขึ้นภาษีนำเข้าข้าวสาลี 27% ยกเลิกมาตรการ 3 ต่อ 1 ปลายปีนี้ ดันต้นทุนอาหารสัตว์พุ่ง หวั่นกระทบผู้ส่งออกกุ้ง-เกษตรกร-ผู้ผลิตอาหารคน “อภิรดี” นำคณะลงพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ติดตามสถานการณ์ผลผลิตข้าวโพดปี’60/61 รายงานข่าวระบุว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ กรมการค้าภายในได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กรมประมง สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กรมศุลกากร กรมปศุสัตว์ เพื่อให้ความเห็นกรณีพิจารณายกเลิกมาตรการบังคับให้ซื้อข้าวโพด 3 ส่วน เพื่อนำเข้าข้าวสาลี 1 ส่วน หรือ (มาตรการ 3 ต่อ 1) ในปลายปีนี้ แล้วให้มีการปรับขึ้นภาษีนำเข้าข้าวสาลี 27% เท่าเดิม แต่ที่ประชุมยังไม่ได้ข้อสรุป แหล่งข่าวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า กรมการค้าภายในวิเคราะห์ว่า หากปรับเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าข้าวสาลีเป็น 27% จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตอาหารสุนัขและแมว จากปัจจุบันใช้ข้าวสาลี กก.ละ 11.18 บาท หากรวมภาษีนำเข้าเพิ่มเป็น 14.20 บาท ซึ่งมีปริมาณการใช้ข้าวสาลีในสูตรอาหารสัตว์ 8-45% จะทำให้ต้นทุนอาหารสุนัขและแมวที่จำหน่ายในประเทศเพิ่มขึ้นตันละ 338.74 บาท, อาหารสุนัขส่งออกเพิ่ม
สศก. ระบุ แนวทางการรับมือแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ โดยเฉพาะช่วงผลผลิตออกตามฤดูกาลพร้อมกัน ต้องเน้นตลาดนำการผลิต สร้างมูลค่าเพิ่ม ส่งเสริมตลาดออนไลน์ แจง กระทรวงเกษตรฯ พร้อมวางแนวทางช่วยเกษตรกรรอบด้าน เน้นลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการบริหารจัดการในสินค้าสำคัญเพื่อรักษาเสถียรภาพราคา นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำในปัจจุบัน เป็นผลมาจากอุปสงค์หรือความต้องการสินค้าเกษตรมีน้อยกว่าอุปทานหรือปริมาณผลผลิตในแต่ละฤดูกาล โดยเฉพาะในช่วงที่ผลผลิตออกมาพร้อมกันมากที่สุด (Peak) และราคาสินค้าเกษตรยังขึ้นอยู่กับกลไกตลาดทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งบางสินค้ายังพึ่งพาตลาดส่งออกหลักเพียงตลาดเดียว อีกทั้งยังขึ้นกับตลาดล่วงหน้าต่างประเทศ เช่น ยางพารา เป็นต้น รัฐบาลได้พยายามแก้ไขปัญหาเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร โดยใช้ตลาดนำการผลิตหรือผลิตตามตลาดต้องการ รวมทั้งแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม และส่งเสริมระบบตลาดออนไลน์ ในขณะที่ต้นทุนขึ้นอยู่กับค่าใช้จ่ายของปัจจัยการผลิตที่ใช้ในแต่ละขั้นตอนกิจกรรมการผลิต ซึ่งกระทรวงเ
