ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟพัฒนาผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำมีผลิตภัณฑ์กว่า 700 รายการ ได้รับรองฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ทั้งหมู ไก่ กุ้ง อาหารสัตว์ และ 30 รายการ ได้รับรองฉลากลดโลกร้อน เพื่อให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดโลกร้อน ซึ่งในปี 2021 ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 1.483 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ล่าสุด อบก.รับรองฉลากลดโลกร้อน “ผลิตภัณฑ์ไข่ไก่สด” ของซีพีเอฟ นางสาวกุหลาบ กิมศรี รองกรรมการผู้จัดการ สำนักระบบมาตรฐานสากล ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ซีพีเอฟ มุ่งมั่นพัฒนาการผลิตตลอดห่วงโซ่อุปทาน ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ (Low-Carbon Products) ในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ เช่น หมู ไก่ กุ้ง และอาหารสัตว์ และล่าสุดได้รับรองฉลากลดโลกร้อน “ผลิตภัณฑ์ไข่ไก่สด” 25 รายการ จาก อบก. ได้แก่ ไข่ไก่เคจฟรี และไข่ไก่สดปลอดสารขนาดบรรจุต่างๆ ซึ่งประมาณการว่าผลิตภัณฑ์ไข่ไก่สดสามารถช่วยลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เพิ่มขึ้นกว่า 532,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซีพีเอฟ มุ่งมั่นลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกลุ่มผลิตภ
นางอัญชนา ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ถือเป็นวาระที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ โดยในส่วนของภาคเกษตร แม้จะยังไม่มีเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก แต่กลับเป็นภาคที่มีความเสี่ยงสูงต่อสถานการณ์ภาวะโลกร้อน ซึ่งจะเห็นได้ชัดเจนจากสถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม 2562 ที่กระทบพื้นที่เกษตรประสบภัยแล้ง ต่อมาเพียง 2 สัปดาห์ เกิดพายุโซนร้อนฝนตกหนักจนเกิดน้ำท่วมฉับพลันในภาคอีสานตอนล่าง มีพื้นที่การเกษตรเสียหายกว่า 3.36 ล้านไร่ (ข้อมูลศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร กระทรวงเกษตรฯ ณ วันที่ 20 กันยายน 2562) ซึ่งทั้ง 2 เหตุการณ์เป็นผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศอย่างเห็นได้ชัด โดยองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ ได้ประเมินไว้ว่า ในปี พ.ศ. 2573 หรืออีก 11 ปีหลังจากนี้ ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะส่งผลอย่างรุนแรงต่อภาคเกษตรในทุกพื้นที่ทั่วโลกหากไม่มีการรับมือจริงจัง การจัดอันดับดัชนีความเสี่ยงจากสภาพอากาศโลก ระหว่างปี ค.ศ. 1998 – 2017 ในรายงาน Global Climate Risk Index 2019 ระบุว่
องค์การจัดการน้ำเสีย (อจน.) และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทย จัดพิธีปิดโครงการลดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระบบน้ำและน้ำเสีย (WaCCliM) ประเทศไทย โดยโครงการฯ สามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคส่วนน้ำและน้ำเสียให้แก่พื้นที่นำร่อง 4 พื้นที่ของประเทศ ขณะที่ทั่วโลกกำลังวิตกกังวลกับการควบคุมการเพิ่มของอุณหภูมิโลกให้ได้ 1.5 องศาเซลเซียส ทุกภาคส่วนได้เริ่มวางแผนเพื่อแก้ไขปัญหาเพื่อบรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก โดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกได้ระบุว่าการบำบัดน้ำเสียในเขตเทศบาลคิดเป็นร้อยละ 47.5 ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคส่วนของเสียในประเทศไทย หรือคิดเป็นร้อยละ 2 ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของทั้งประเทศ จากแผนที่นำทางการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยปีพ.ศ. 2564-2573 ได้กำหนดเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรงจากภาคการจัดการน้ำเสียไว้ที่ 700,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ในปีพ.ศ. 2573 โครงการลดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระบบน้ำและน้ำเสีย หรือโครงการ WaCCliM ภายใต้แผนงานปกป้องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับสากล (IKI) ได้รับการสนับสนุนงบปร
