วานิลลา
‘ไข่ผำ’ พืชอนาคตไซซ์จิ๋ว อุดมไปด้วยโปรตีนที่ให้คุณค่าทางอาหารสูง และยังขึ้นชื่อว่าเป็นพืชโปรตีนแห่งอนาคต ‘วานิลลา’ เครื่องเทศมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงอันดับ 2 ของโลก นิยมบริโภคและใช้ประโยชน์ ทั้งการแต่งกลิ่นในอาหาร ขนม ไอศกรีม อุตสาหกรรมยาและเครื่องสำอาง โดยทั้งสองชนิดได้สร้างอาชีพและทำรายได้ให้เกษตรเกษตรได้อย่างมหาศาล เพื่อเจาะลึกถึงทิศทาง ความสำคัญ และแนวโน้ม ‘เทคโนโลยีชาวบ้าน’ จึงจัดเวทีสัมมนา ‘ไข่ผำ – วานิลลา : เจาะลึกโอกาสธุรกิจพืชเทรนด์ใหม่’ ขึ้น ในวันศุกร์ที่ 31 มกราคม 2568 เวลา 10.30 – 16.30 น. ณ อาคารข่าวสด ถนนเทศบาลนิมิตใต้ หมู่บ้านประชานิเวศน์ 1, แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เข้าร่วมฟังฟรี ในยุคที่เทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจส่งผลกระทบต่อการเกษตรอย่างรวดเร็ว การปรับตัวให้ทันกับแนวโน้มใหม่ๆ ของพืชเศรษฐกิจย่อมจะเป็นกุญแจสร้างความยั่งยืนสำคัญทางธุรกิจและสร้างโอกาสใหม่ๆ สำหรับเกษตรกรในอนาคต ไข่ผำ และ วานิลลา ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น พืชเศรษฐกิจแห่งอนาคต นับว่าเป็นพืชที่มีศักยภาพต่อการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง และตอบโจทย์ความต้องการของตลาดในระดับโลก โดยเฉพาะในย
“ไข่ผำ” หรือ “ผำ” เป็นพืชน้ำขนาดเล็กที่มีลักษณะเด่นคือสีเขียวสด รูปร่างคล้ายกับสาหร่ายหรือไข่ปลา เป็นพืชที่ไม่มีรากและใบ แต่สามารถเจริญเติบโตในน้ำสะอาด โดยมักจะลอยอยู่ตามผิวน้ำ ผำไม่เพียงแต่เป็นอาหารท้องถิ่นที่คนไทยรู้จักกันดี แต่ยังมีคุณค่าทางโภชนาการที่น่าทึ่งจนได้รับการยอมรับว่าเป็น “ซูเปอร์ฟู้ด” ( super food ) แห่งแหล่งน้ำอีกด้วย คุณค่าทางโภชนาการของไข่ผำ (100 กรัม) ประกอบด้วย 1. ไฟเบอร์ ไข่ผำมีไฟเบอร์เทียบเท่ากับการบริโภคขึ้นฉ่ายฝรั่งถึง 2 กำ ช่วยเสริมระบบขับถ่ายและบำรุงสุขภาพลำไส้ 2. วิตามิน A ปริมาณวิตามิน A ในไข่ผำเทียบเท่ากับการบริโภคแครอท 4 หัว ช่วยบำรุงสายตาและเสริมภูมิคุ้มกัน 3. วิตามิน B12 ไข่ผำเป็นแหล่งสำคัญของวิตามิน B12 ซึ่งมีปริมาณเทียบเท่ากับไข่ไก่ถึง 9 ฟอง ช่วยเสริมการทำงานของระบบประสาทและการสร้างเม็ดเลือด 4. โพแทสเซียม มีปริมาณโพแทสเซียมเทียบเท่ากับมันฝรั่ง 2 หัว ช่วยควบคุมความดันโลหิตและการทำงานของกล้ามเนื้อ 5. ฟอสฟอรัส ไข่ผำให้ฟอสฟอรัสในปริมาณเทียบเท่านมถั่วเหลือง 2 ถ้วย ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟัน 6. ธาตุเหล็ก ปริมาณธาตุเหล็กในไข่ผำเทียบเท่ากับบรอกโคลี 3 ถ้วย ช่วย
“วานิลลาเป็นพืชที่มีการซื้อขายกันทั่วโลก เอาราคาที่ขายในเมืองไทย ถ้าเป็นราคาปลีกฝักเกรดเออยู่ที่นำเข้าก็จะอยู่ที่ประมาณ 150-250 บาท ถ้าฝักเกรดจัมโบ้มากๆ บางทีทะลุถึง 300 บาทก็มี ต่อ 1 ฝักนะ” . วานิลลา พืชที่น่าจับตามอง ใช้พื้นที่น้อย ใช้น้ำน้อย ใช้แรงงานน้อย ผลตอบแทนต่อพื้นที่สูง และที่น่าสนใจคือมีเพียงไม่กี่ประเทศในโลกที่สามารถปลูกวานิลลาได้ เพราะว่าวานิลลาเป็นพืชเขตร้อนชื้น เพราะฉะนั้นประเทศไทยเรียกว่ามีภูมิศาสตร์ที่เหมาะสมกับการปลูกต้นวานิลลามากๆ แล้วปลูกได้เจริญเติบโตดีด้วย อ่านเพิ่มเติม : https://www.technologychaoban.com/bullet-news-today/article_264246 #วานิลลา #ปลูกวานิลลา #ปลูกวานิลลาในไทย #ฝักวานิลลา #วานิลลาบ่มแห้ง #เทคโนโลยีชาวบ้าน #technologychaoban
เข้าสู่ฤดูหนาว ฤดูแห่งการท่องเที่ยวมาเยือน สำหรับท่านใดที่เบื่อแสงสี อยากหลีกหนีความวุ่นวายในเมืองหลวง นิตยสารเทคโนโลยีฉบับนี้ตอบโจทย์ทุกท่านแน่นอน โดยในฉบับนี้ผู้เขียนมีสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งที่ภูมิใจนำเสนอมากๆ และอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง ทุกท่านก็จะได้พบกับธรรมชาติสีเขียวขึ้นเต็มสองข้างทาง ที่นั่นก็คือ “วังน้ำเขียว” แหล่งโอโซนอันดับ 7 ของโลก นั่นเอง โดยสถานที่ที่ผู้เขียนภูมิใจนำเสนอก็คือ “สวนแม่หม่อน” ตั้งอยู่ที่ 201 หมู่ที่ 5 ตำบลวังหมี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นสถานที่ตัวผู้เขียนเองเคยได้มีโอกาสไปแวะเยี่ยมเยือนสวนมาแล้วเมื่อ 4 ปีก่อน ก็ยังจำความรู้สึกอบอุ่นได้ไม่รู้ลืม จนมาถึงวันนี้ สวนแม่หม่อนได้มีการพัฒนาสำเร็จไปอีกขั้น จากที่เคยเป็นเพียงสวนมัลเบอร์รี่เล็กๆ ตอนนี้พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร มีไฮไลต์เด็ดอยู่ที่แปลงวานิลลา ที่ปลูกสำเร็จเป็นที่แรกๆ ของอำเภอวังน้ำเขียว รับรองได้ว่ามาที่นี้แล้วทุกท่านจะสำลักความสุขกลับไปแน่นอน คุณนันทวัน โตอินทร์ หรือ ครูไก่ เจ้าของสวนแม่หม่อน อดีตแม่พิมพ์ของชาติ ลาออกจากรา
ถั่วไอศครีม (Ice Cream Bean) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Inga edulis มีถิ่นกำเนิดในประเทศอเมริกากลางและอเมริกาใต้ ลักษณะรูปร่างฝักยาวทรงกระบอก เปลือกสีเขียว เมื่อสุกเปลือกจะมีสีออกสีน้ำตาลอมเหลือง ผลมีสีขาว รสชาติหวานเหมือนไอศครีมรสวานิลลา ถั่วไอศครีม ผลไม้แปลกแต่กินได้ เป็นผลไม้ที่มีลักษณะคล้ายๆ ลูกสะบ้าบ้านเรา และยังติด 1 ใน 10 ผลไม้แปลกของโลกอีกด้วย โดยมีถิ่นกำเนิดในอเมริกากลาง และอเมริกาใต้ โดยเป็นต้นไม้พื้นเมืองในเขตอบอุ่นและเขตร้อนของอเมริกาใต้ มีทั้งแบบฝักยาวและแบบฝักสั้น ซึ่งชื่อเรียกของมัน จะเปลี่ยนไปตามแต่ละท้องถิ่น ซึ่งไม้พันธุ์ชนิดนี้ (Inga) มีประมาณ 300 ชนิดเป็น และไม้พุ่ม มีความสูงโดยทั่วไป 10 เมตรขึ้นไป ซึ่งในประเทศออสเตรีย สามารถปลูกในวงบ่อ ให้บังคับความสูงจะอยู่ประมาณ 5-6 เมตรได้ ขนาดของลำต้นสามารถเจริญเติบโตได้ 2.5 เซนติเมตร ต่อปี ขนาดของฝักจะอยู่ประมาณ 30-40 เซนติเมตร หรืออาจยาวได้เกือบ 1 เมตร เป็นได้ทั้งไม้ผลและไม้ประดับ ดีสำหรับการตกแต่งสวนขนาดเล็ก รวมถึงนำมาแปรรูปเป็นอาหาร และรสชาติจะเหมือนไอศครีมถั่ว รสชาติอร่อย เนื้อในผลสีขาว เหมือนปุยฝ้าย รสหวาน มีลักษณะคล้ายไอศครีมวา
