ศัตรูพืช
ระยะนี้มีอากาศเย็นและมีหมอกในตอนเช้า กลางวันมีแสงแดดจัด กลางคืนมีความชื้นสูง กรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันเฝ้าระวังหนอนหน้าแมวระบาด มักพบหนอนหน้าแมวเข้าทำลายต้นปาล์มน้ำมันที่มีอายุมากกว่า 4 ปี หนอนหน้าแมวจะกัดทำลายใบปาล์มน้ำมัน หากระบาดรุนแรง ใบจะถูกกัดกินจนเหลือแต่ก้านใบ ทำให้ผลผลิตลดลง ต้นปาล์มน้ำมันชะงักการเจริญเติบโต และจะใช้เวลาในการฟื้นตัวของต้นปาล์มน้ำมันนาน การระบาดของหนอนหน้าแมวในแต่ละครั้งจะต้องใช้เวลาการกำจัดนาน เนื่องจากหนอนหน้าแมวมีหลายระยะในเวลาเดียวกัน เช่น ระยะหนอนและระยะดักแด้ ทำให้ไม่สามารถกำจัดให้หมดในเวลาเดียวกันได้ ดังนั้น เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันควรตัดทางใบปาล์มน้ำมันที่มีหนอน หรือจับผีเสื้อหนอนหน้าแมวที่เกาะนิ่งในเวลากลางวันตามใต้ทางใบ หรือเก็บดักแด้ตามซอกโคนทางใบรอบต้นมาทำลายทิ้งนอกแปลงปลูก หากพบหนอนหน้าแมวเข้าทำลายเฉลี่ย 20 ตัว ต่อทางใบ ให้เกษตรกรพ่นด้วยสารฆ่าแมลงคาร์บาริล 85% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 10 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารแลมบ์ดาไซฮาโลทริน 2.5% อีซี อัตรา 10 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารคลอร์ไพริฟอส 40% อีซี อัตรา 20-30 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20
ในตอนเช้ามีหมอกลง กลางวันอากาศร้อน และมีฝนตกเล็กน้อยเช่นนี้ กรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรสวนส้มเปลือกล่อนเฝ้าระวังแมลงศัตรูพืช 3 ชนิด คือเพลี้ยไก่แจ้ส้ม เพลี้ยไฟ และหนอนชอนใบส้ม จะพบในระยะที่ส้มแตกยอดอ่อนและติดผล สำหรับเพลี้ยไก่แจ้ส้ม เกษตรกรควรสังเกตตัวอ่อนและตัวเต็มวัยดูดกินน้ำเลี้ยงจากตาและยอดอ่อน โดยตัวอ่อนจะกลั่นสารสีขาวเป็นเส้นด้ายทำให้เกิดราดำ ใบถูกทำลายจะหงิกงอและแห้งเหี่ยว อีกทั้งเพลี้ยยังเป็นพาหะของโรคกรีนนิ่งที่สามารถแพร่กระจายไปเกือบทุกแหล่งที่ปลูกส้ม ทำให้ต้นส้มทรุดโทรมและตายในที่สุด ให้เกษตรกรหมั่นสำรวจต้นส้มในระยะแตกตาและยอดอ่อน หากสุ่มพบเพลี้ยไก่แจ้ส้ม 5 ยอด ต่อต้น จำนวน 10-20 ต้น ต่อสวน ควรพ่นด้วยสารฆ่าแมลงสารอิมิดาโคลพริด 10% เอสแอล อัตรา 8 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารโคลไทอะนิดิน 16% เอสจี อัตรา 1 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารไดโนทีฟูแรน 10% ดับเบิ้ล ยูพี อัตรา 4 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ส่วนเพลี้ยไฟ จะพบตัวอ่อนและตัวเต็มวัยใช้ปากเขี่ยดูดกินน้ำเลี้ยงจากใบอ่อนและผลอ่อน ส่งผลให้ใบผิดปกติ แคบเรียว กร้าน มักพบเพลี้ยไฟทำลายรุนแรงในระยะผลอ่อน ตั้งแต่กลีบดอกร่วงจนถึงผลส้ม มีเส้นผ
“ผีเสื้อมวนหวาน” โจมตีสวนผลไม้ในวงกว้างหลายจังหวัด สูญเสียรายได้หลักล้าน เกษตรกรแนะใช้กรงดักผีเสื้อม้วนหวานได้ผลดีที่สุด คุณสุชาติ ธนะพฤกษ์ เจ้าของสวนผลไม้ในพื้นที่อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี เปิดเผยว่า ในปีนี้ แหล่งปลูกผลไม้ในหลายจังหวัด เช่น สวนส้ม จังหวัดปราจีนบุรี สวนมะละกอฮอลแลนด์ในอำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา สวนลองกอง จังหวัดอุตรดิตถ์ ฯลฯ ต่างประสบปัญหาการแพร่ระบาดของแมลงศัตรูพืช คือ “ผีเสื้อมวนหวาน” ในวงกว้าง สร้างความเสียหายแก่ผลผลิตจำนวนมาก ประกอบกับปีนี้สวนผลไม้ส่วนใหญ่มีปริมาณผลผลิตค่อนข้างน้อยและมีราคาสูง คาดว่าปัญหาผีเสื้อมวนหวานโจมตีสวนผลไม้ในครั้งนี้ ทำให้เกษตรกรชาวสวนผลไม้สูญเสียรายได้ถึงหลักล้าน ความจริง “ผีเสื้อมวนหวาน” ก็คือ ผีเสื้อกลางคืนขนาดใหญ่ชนิดหนึ่ง อาศัยตามป่าธรรมชาติโดยกินผลไม้ป่าเป็นอาหาร ในอดีต พบการแพร่ระบาดของผีเสื้อมวนหวานในสวนผลไม้ที่อยู่ใกล้กับป่าธรรมชาติ เช่น จันทบุรี ตาก เพชรบูรณ์ เชียงใหม่ ฯลฯ แต่ระยะ 1-2 ปีนี้ กลับพบการแพร่ระบาดผีเสื้อมวนหวานในสวนผลไม้ทั่วไปมากขึ้น สันนิษฐานว่าเป็นผลพวงจากปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงและต่
