สกว.
ชาวสวนพอใจหลังคณะวิจัยผนึกกำลังใช้เทคโนโลยี “การเกษตรแม่นยำ” พัฒนาสวนส้มคุณภาพให้เกิดความยั่งยืนและแก้ปัญหาโรคต้นโทรมอย่างตรงจุดที่จังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้การสนับสนุนของ สกว. ศ.ดร.อรรถชัย จินตะเวช ผู้ประสานงานเครือข่ายวิจัยพัฒนาและนำใช้เกษตรแม่นยำ คณะเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า แนวโน้มการทำการเกษตรในปัจจุบันเกี่ยวข้องกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีหลายด้าน เรียกรวมๆ ว่า “การเกษตรแม่นยำ” ซึ่งเป็นเครือข่ายที่ได้รับการก่อตั้งภายใต้ฝ่ายเกษตร สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ในการเชื่อมโยงและสร้างเวทีให้ผู้เกี่ยวข้อง 3 กลุ่มมีเวทีและโอกาสร่วมกันแก้ไขสถานการณ์ ได้แก่ เกษตรกรกับนโยบาย นักวิจัย และแหล่งทุน เพื่อร่วมกันยกระดับทางเกษตรอย่างแม่นยำ สร้างต้นแบบและตัวอย่างแม่นยำของส้ม ทุเรียน ลำไย มะพร้าว น้ำหอม ปาล์มน้ำมัน ตัวอย่างงานวิจัยขณะนี้คือ การจัดการโรคต้นโทรมของส้มเขียวหวานอย่างแม่นยำและยั่งยืนในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมี ศ.ดร.ชัยวัฒน์ โตอนันต์ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นหัวหน้าโครงการ เพื่อศึกษาถึงสาเหตุของโรคต้นโทรม โดยพบว่าเกิดจากสภาพดินเสื่อม เป็นกรด เนื่องจากใช้ปุ๋ยเคมีเป็นเวลานาน
ชาวสวนพอใจหลังคณะวิจัยผนึกกำลังใช้เทคโนโลยี “การเกษตรแม่นยำ” พัฒนาสวนส้มคุณภาพให้เกิดความยั่งยืนและแก้ปัญหาโรคต้นโทรมอย่างตรงจุดที่จังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้การสนับสนุนของ สกว. ศ.ดร.อรรถชัย จินตะเวช ผู้ประสานงานเครือข่ายวิจัยพัฒนาและนำใช้เกษตรแม่นยำ คณะเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า แนวโน้มการทำการเกษตรในปัจจุบันเกี่ยวข้องกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีหลายด้าน เรียกรวมๆ ว่า “การเกษตรแม่นยำ” ซึ่งเป็นเครือข่ายที่ได้รับการก่อตั้งภายใต้ฝ่ายเกษตร สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ในการเชื่อมโยงและสร้างเวทีให้ผู้เกี่ยวข้อง 3 กลุ่มมีเวทีและโอกาสร่วมกันแก้ไขสถานการณ์ ได้แก่ เกษตรกรกับนโยบาย นักวิจัย และแหล่งทุน เพื่อร่วมกันยกระดับทางเกษตรอย่างแม่นยำ สร้างต้นแบบและตัวอย่างแม่นยำของส้ม ทุเรียน ลำไย มะพร้าว น้ำหอม ปาล์มน้ำมัน ตัวอย่างงานวิจัยขณะนี้คือ การจัดการโรคต้นโทรมของส้มเขียวหวานอย่างแม่นยำและยั่งยืนในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมี ศ.ดร.ชัยวัฒน์ โตอนันต์ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นหัวหน้าโครงการ เพื่อศึกษาถึงสาเหตุของโรคต้นโทรม โดยพบว่าเกิดจากสภาพดินเสื่อม เป็นกรด เนื่องจากใช้ปุ๋ยเคมีเป็นเวลานาน
โรคติดเชื้อเป็นโรคที่พบได้บ่อยที่สุดในจำนวนโรคทั้งหมด และเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตในอันดับต้นๆ โดยประเทศไทยประสบปัญหาแบคทีเรียดื้อยามากติดอันดับของภูมิภาคเอเชีย ไม่มีการผลิตยาต้านแบคทีเรียกลุ่มใหม่มานานกว่า 30 ปี การค้นหายากลุ่มใหม่และแนวทางใหม่ในการรักษาโรคติดเชื้อดื้อยาจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ได้สนับสนุนทุนแก่ ศ.ดร.ศุภยางค์ วรวุฒิคุณชัย เมธีวิจัยอาวุโส สกว. และผู้อำนวยการสถานวิจัยความเป็นเลิศด้านผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อพัฒนาอุปกรณ์ทางการแพทย์จากสารธรรมชาติในสมุนไพรไทย โดยใช้นาโนเทคโนโลยีเพิ่มคุณค่าและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ งานวิจัยสำคัญภายใต้โจทย์จากแพทย์ปฏิบัติการเวชบำบัดวิกฤต คือ การคิดค้นสารเคลือบที่ผิวท่อหายใจและถุงมือเพื่อลดการเกิดไบโอฟิล์มของเชื้อแบคทีเรียบริเวณผิวท่อหายใจที่ทำให้เข้าถึงยาปฏิชีวนะได้ยาก โดยท่อหายใจเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่สำคัญในการช่วยชีวิตผู้ป่วยที่มีภาวะหายใจล้มเหลว ผู้ป่วยในห้องไอซียู หรือการกู้ชีพ แต่หากใส่เกิน 48 ชั่วโมงผู้ป่วยกว่าร้อยละ 70 จะเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และถ้าเกิน 5 วันมักทำให้เกิดปอ
เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2561 ที่ผ่านมา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) โดยฝ่ายสวัสดิภาพสาธารณะ จัดงานเสวนา “ขีดสมรรถนะในการขับเคลื่อน วาระการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” ณ โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค กรุงเทพ โดยมี ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดงาน รศ.ดร.สิตานนท์ เจษฎาพิพัฒน์ นักวิจัยจากวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต หัวหน้าโครงการวิจัย “ขีดสมรรถนะที่จำเป็นของหน่วยงานไทยในการสนับสนุนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” สกว. กล่าวว่า เวทีเสวนาดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัยของโครงการ ตลอดจนเปิดโอกาสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ ความคืบหน้าด้านการดำเนินงานและประสบการณ์ในปัจจุบันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคมและวงการวิชาการ โดยโครงการนี้คณะผู้วิจัยได้พัฒนาเครื่องมือที่จะใช้ประเมินขีดสมรรถนะโดยปรับจากเครื่องมือที่พัฒนาแล้วของ องค์กรเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (USAID) และ สำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ที่นำไปประยุกต์พร้อมปรับใช้มาแล้
ท่ามกลางบรรยากาศของประชาคมโลก นโยบายประเทศ และผู้คนในสังคมที่ต่างให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่ยั่งยืนตามกรอบเป้าหมายตัวชี้วัด SDGs ย่อมเป็นโอกาสดีในการริเริ่มนวัตกรรมตัวแบบธุรกิจตามแนวทาง Inclusive Business Model (IBM) ที่มุ่งเน้นการสร้างทางเลือกแก่เกษตรกรรายย่อยให้เข้าไปมีส่วนร่วมในโซ่คุณค่าผลิตภัณฑ์ และได้รับประโยชน์ในการทำธุรกิจอย่างเป็นธรรม ประเด็นท้าทายคือ การสร้างกลไกการจัดการความสัมพันธ์ใหม่ในการดำเนินธุรกิจร่วมกันระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในโซ่คุณค่าผลิตภัณฑ์ซึ่งประกอบด้วยเกษตรกรรายย่อยที่อยู่ในฐานะผู้ผลิต สถาบันเกษตรกร และภาคีผู้ประกอบการในการดำเนินธุรกิจร่วมกัน เพื่อนำผลผลิตการเกษตรไปยังผู้บริโภคในตลาดเป้าหมาย และมีการจัดสรรผลประโยชน์อย่างเป็นธรรม อันเป็นที่มาของแนวคิดการพัฒนาตัวแบบธุรกิจ IBM เพื่อการสร้างสรรค์ระบบธุรกิจเกษตรในรูปแบบและแนวทางที่ก่อให้เกิดสมดุลทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยเกษตรกรรายย่อยที่เข้ามามีส่วนร่วมในธุรกิจได้รับโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ ปัจจัยการผลิต ตลาด และได้รับประโยชน์อย่างเป็นธรรม โดยใช้สถาบันเกษตรกรเป็นกลไกในการดำเนินธุรกิจบนหลักการ
สกว.ส่ง 3 นักวิจัยนำเสนอผลงาน ซีเมนต์กระดูกแบบฉีดสำหรับทดแทนกระดูกและสภาวะกระดูกพรุน หมอนรักษ์หลังจากวัสดุธรรมชาติ และพุดดิ้งผักสำหรับผู้สูงวัย เพื่อจับคู่ธุรกิจกับผู้ประกอบการหวังผลิตเชิงพาณิชย์ตามนโยบายประเทศไทย 4.0 กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) หรือ TCELS ผนึกกำลังเดินหน้าขับเคลื่อนงานวิจัยด้านชีววิทยาศาสตร์สู่ธุรกิจและการลงทุน “โครงการส่งเสริมนวัตกรรมชีววิทยาศาสตร์ด้วยการลงทุน” Promoting I with I Espisode 2/2018 Thailand 4.0 จับมือกับสมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพไทย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว). สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) จัดกิจกรรมนำเสนอแผนธุรกิจจับคู่ทางธุรกิจ ณ โรงแรมอโนมา ดร.นเรศ ดำรงชัย ผู้อำนวยการ TCELS กล่าวว่า โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนงานวิจัยและเทคโนโลยีชีวภาพทางด้านวิทยาศาสตร์ รวมทั้งพัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ และปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม อีกทั้งเป็นกา
สกว.ผนึกกำลัง สวทช. เตรียมลงนามพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลางในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและอุตสาหกรรมอื่นที่เกี่ยวข้อง ระยะที่ 3 พร้อมอวดร้อยผลิตภัณฑ์จาก 8 กลุ่มงานวิจัย คนดังตบเท้าร่วมเวทีเสวนา ชู “แป้งสมุนไพรลดสิวและรอยด่างดำปราศจากทัลคัม” เตรียมโกอินเตอร์ไปจีนและอเมริกา รศ. ดร.พงศ์พันธ์ แก้วตาทิพย์ ผู้อำนวยการฝ่ายอุตสาหกรรม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เปิดเผยว่า วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 สกว.จะร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ ภายใต้โครงการ “การสนับสนุนการวิจัยเพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลางในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและอุตสาหกรรมอื่นที่เกี่ยวข้อง ระยะที่ 3” และมอบรางวัลผลงานวิจัยประจำปีงบประมาณ 2559 Innovative House Awards ณ โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค กรุงเทพฯ พร้อมทั้งนำเสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรมจากงานวิจัยจำนวนกว่า 100 ผลิตภัณฑ์จาก 8 กลุ่มงานวิจัยมานำเสนอ ประกอบด้วย กลุ่มผลิตภัณฑ์สมุนไพรและเวชสำอาง ขนมขบเคี้ยว เครื่องดื่ม อาหารพร้อมรับประทาน อาหารพร้อมปรุง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ผลิตภัณฑ์ที่เป็นส่วนประก
“ศ.นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ” ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และ “ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์” อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกันลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “โครงการชี้ทิศทางและสร้างนวัตกรรมเทคโนโลยีฐานด้านตัวเร่งปฏิกิริยาและวิศวกรรมปฏิกิริยาเคมี สำหรับอุตสาหกรรมไบโอดีเซล อุตสาหกรรมเอทานอลและอุตสาหกรรมที่ใช้ตัวเร่งปฏิกิริยา เพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน” (CAT-REAC industrial project) เป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง สกว. กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด, บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน), บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) และบริษัท ที พี เค เอทานอล จำกัด ซึ่งมี “ศ.ดร.ปิยะสาร ประเสริฐธรรม” อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นหัวหน้าโครงการวิจัย “ศ.นพ.สุทธิพันธ์” กล่าวว่า ระยะแรกของโครงการ สกว.จะสนับสนุนงบประมาณวิจัยปีละ 15 ล้านบาท เป็นเวลา 3 ปี นอกจากนี้ ยังมีบริษัทเอกชนร่วมทุนอีกปีละ 7.3 ล้านบาท รวมงบประมาณในเฟสแรกทั้งสิ้น 66.9 ล้านบาท เพื่อสร้างองค์ความรู้สู่การพัฒนาเทคโนโลยีด้า
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ร่วมโชว์ผลงานวิจัยกินได้ ขายได้ และงานวิจัยที่มีศักยภาพพร้อมต่อยอดพาณิชย์ ในงาน “ตลาดนัดเปิดโลกผลงานวิจัยและนวัตกรรม” ครั้งที่ 2 ภายใต้แนวคิด “วิจัยขายได้” ระหว่างวันที่ 23-24 กันยายน 2560 ณ อาคารไปรษณีย์กลางบางรักและศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ บางรัก ซึ่งจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ในฐานะสำนักงานเลขานุการร่วมของสภานโยบายวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวนช.) ร่วมกับพันธมิตรและหน่วยงานวิจัยต่าง ๆ โดยมี พล.อ.อ. ดร.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน งานดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อนำเสนอผลงานวิจัยในระดับที่มีความพร้อมใช้ โดยเป็นผลผลิตที่คัดกรอง วิเคราะห์ข้อมูลจากคลังข้อมูลงานวิจัยไทยที่เชื่อมโยงข้อมูลจากฐานข้อมูลการวิจัยของหน่วยงานทั่วประเทศ จำนวน 172 หน่วยงาน เพื่อขยายไปสู่การใช้ประโยชน์ในมิติต่าง ๆ เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มในเชิงพาณิชย์ เชิงชุมชนและสังคม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยรวมของประเทศ รวมถึงผลักดันให้เกิดกลไกและกิจกรรมที่สร้างความเชื่อมโยงในรูปแบบต่าง ๆ ระหว่างนักวิจัย เจ้าของผลงานวิจัย และผู้ใช้ประโยชน์จากงานวิจัยทั้งภา
