สถานการณ์โควิด-19
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ จับมือ มูลนิธิสโกลาร์ส ออฟ ซัสทีแนนซ์ (SOS ประเทศไทย) และบริษัท เก็บ สะอาด จำกัด (GEPP) เปลี่ยนอาหารส่วนเกิน (Surplus Food) เป็นเมนูอร่อย สะอาด ปลอดภัย จำนวน 74,906 มื้อ ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง กว่า 85 ชุมชน ในกทม.และปริมณฑล สานต่อโครงการ “Circular Meal มื้อนี้เปลี่ยนโลก” ปีที่ 2 ช่วยลดก๊าซเรือนกระจก พร้อมเก็บกลับบรรจุภัณฑ์สู่การจัดการแบบ Closed loop ซึ่งเป็นต้นแบบการจัดการอาหารส่วนเกินและรับผิดชอบต่อบรรจุภัณฑ์โดยเก็บกลับแบบครบวงจรครั้งแรกของไทยนายวุฒิชัย สิทธิปรีดานันท์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาความยั่งยืนองค์กร ซีพีเอฟ กล่าวว่า ซีพีเอฟ SOS และ GEPP ร่วมกันขับเคลื่อนโครงการ“Circular Meal มื้อนี้เปลี่ยนโลก” เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 การขาดรายได้ในการประกอบอาชีพ รวมทั้งช่วยลดค่าครองชีพ อีกทั้งยังสนับสนุนกิจกรรมอาสาฝ่าโควิดในพื้นที่ชุมชนเมือง และศูนย์ฉีดวัคซีนในชุมชนแออัด ซึ่งอาสาสมัครเหล่านี้ต้องการมื้ออาหารที่ดีเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงาน โดยตั้งแต่เดือนมิถุนาย
แม้สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยจะเริ่มคลี่คลาย ประชาชนเริ่มกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ แต่ก็ยังคงมาตรการตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข เนื่องจากยังมีผู้ป่วยและผู้ติดเชื้ออย่างต่อเนื่องที่ยังต้องเข้ารับการรักษาและรับยาตามอาการ ขณะเดียวกัน มีงานวิจัยทางการแพทย์ในการเยียวยาการรักษาโรคโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นทางเลือกให้กับประชาชน รวมไปถึงงานวิจัยสารสกัดสมุนไพรออกฤทธิ์ต้านเชื้อไวรัสโควิด-19 และศึกษากลไกการออกฤทธิ์ด้วยเทคโนโลยีแสงซินโครตรอนโดยทีมวิจัยจากสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า วช. ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งเป็นองค์กรของรัฐในการขับเคลื่อนสนับสนุนงานวิจัย นวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์คิดค้นต่างๆ ที่สามารถนำมาต่อยอดใช้ประโยชน์กับประชาชนในเชิงธุรกิจ รวมถึงการเสริมศักยภาพในภาคการผลิตต่างๆ การดูแลด้านคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม จากสถานการ
จากการมุ่งมั่นดำเนินงานช่วยเหลือสังคมมาอย่างต่อเนื่องล่าสุด “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง” องค์กรสาธารณกุศลที่มุ่งมั่นบรรเทาทุกข์ และบำรุงสุขให้แก่เพื่อนมนุษย์ ได้รับรางวัลโล่ประกาศเกียรติคุณเป็น “ค่าของแผ่นดิน” ด้านการพัฒนาสังคมและการส่งเสริมคุณภาพชีวิต จากคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้กับบุคคล หน่วยงาน และโครงการที่ได้ทำคุณประโยชน์ให้แก่ประชาชน สังคม และประเทศชาติ โดยทำการคัดเลือกจากทั่วประเทศ เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติและเป็นขวัญกำลังใจในการทำคุณประโยชน์ รวมทั้งเป็นต้นแบบแห่งการสร้างสรรค์ความดีอันพึงเป็นคุณลักษณะที่ดีแก่สังคมไทยต่อไป โดยการมอบรางวัลโล่ประกาศเกียรติคุณเป็น “ค่าของแผ่นดิน” จะพิจารณาจากผลงานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561- 2563 ซึ่งตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง” ได้ขยายขอบข่ายโครงการงานต่าง ๆ ให้ครอบคลุมมากขึ้น ไม่เพียงบำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากเท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกหลากหลายด้าน จนมีผลงานอันเป็นที่ประจักษ์ครบทุกมิติได้แก่ โครงการมอบเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลส่วนราชการทั้งในกรุงเทพฯ และถิ่นทุรกันดาร ทางมูลนิธิ
การระบาดของโควิด-19 ที่ขณะนี้แม้สถานการณ์ทั่วโลก รวมถึงในไทยจะเริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้น จากการระดมฉีดวัคซีน ไปพร้อมกับผู้คนการ์ดยังไม่ตก อาทิ ภาคธุรกิจได้สกัดการระบาดของโรค เพื่อให้การผลิตสินค้าและบริการสามารถเดินหน้าอย่างไม่สะดุด ด้วยมาตรการป้องกันและควบคุมโรค (Bubble and Seal) และมาตรการแยกกักตัวที่บ้านและสถานประกอบการ (Home and Factory isolation) อย่างเข้มข้น อย่างไรก็ตาม การกลายพันธุ์ของโควิด-19 หลายสายพันธุ์ในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะการระบาดของสายพันธุ์เดลต้า (Delta) ทำให้เชื่อว่าโควิด-19 จะไม่หมดไป ดังนั้น “การเรียนรู้ที่จะอยู่กับโควิด-19” จึงเป็นเรื่องที่ไม่อาจเลี่ยง โดยผ่านมุมมองของ “รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส” กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี ได้เปิดมุมมองแนวคิดสำหรับภาคธุรกิจ มี “4 เทรนด์” สำคัญ ที่จะสร้างภูมิคุ้มกันฝ่าภัยโควิด-19 “พลิกวิกฤตเป็นโอกาส” เทรนด์แรกคือ “Automation” หรือระบบอัตโนมัติ จะไม่ใช่การลงทุนเพื่อต่อยอดธุรกิจอีกต่อไป แต่จะเป็น “ความจำเป็น” ที่ต้องดำเนินการ โดยเฉพาะการนำ AI (Artificial Intelligence) หรือปัญญาประดิษฐ์ต่างๆ มาใช้ในภาคอุตสาหกรรม (Industry Automation) และภาคบ
BEST Express (เบสท์ เอ็กซ์เพรส) ผู้ให้บริการรับส่งพัสดุด่วนทั่วไทย หนึ่งในห้าบริษัทขนส่งพัสดุด่วนเอกชนแถวหน้าของประเทศ เดินหน้าสานต่อโครงการ “BESTปันสุขเพื่อสังคม” ร่วมสมทบของบริจาคมอบแก่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยโควิดจำนวนมาก นำโดย Mr. Au Yeong Shong Kwong ผู้อำนวยการบริหารงานด้านโลจิสติกส์ บริษัท ไช่เหนี่ยว เน็ตเวิร์ค จำกัด บริษัทโลจิสติกส์ประเทศจีน พร้อมด้วยทีมบริหารและพนักงาน บริษัท เบสท์ โลจิสติกส์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด และนายชินวัฒน์ สิทธิสารวัฒนชัย กรรมการบริหาร BEST Express แฟรนไชส์สาขาปราจีนบุรี เข้าร่วมบริจาคครั้งนี้ โดยแบ่งประเภทของบริจาคออกเป็นสิ่งของอุปโภคและบริโภค อาทิ ทิชชูเปียก นมกล่องพร้อมดื่ม น้ำดื่ม ปืนสเปรย์แอลกอฮอล์ กาต้มน้ำไฟฟ้าขนาดเล็กและใหญ่ และอื่น ๆ รวมจำนวน 2 พาเลท มูลค่ากว่า 50,000 บาท มอบให้แด่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร โดยมี เภสัชกรหญิงสุธีวรรณ โหตกษาปน์กุล รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เป็นตัวแทน พญ.โศรยา ธรรมรักษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ในการรับมอบ Mr. Au Yeong Shong Kwong กล่าวว
จากสถานการณ์โควิด-19 ระบาด ส่งผลให้เกษตรกรผู้ปลูกมังคุดในพื้นที่ภาคใต้ซึ่งเป็นแหล่งผลิตสำคัญได้รับผลกระทบอย่างหนัก ผลผลิตล้นตลาด ไม่มีช่องทางขายสินค้า ทั้งภายในและส่งออกต่างประเทศ ซีพี ออลล์ จึงร่วมมือกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ รับซื้อผลผลิตมังคุดจากเกษตรกรใน อ.สุคิริน จ.นราธิวาส กว่า 60 ตัน จำหน่ายผ่านร้านเซเว่นฯ 1,100 สาขา ตั้งแต่วันนี้ ถึง 20 สิงหาคมนี้ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ มีนโยบายส่งเสริมเอสเอ็มอีและเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง ได้ตระหนักถึงปัญหาที่เกษตรกรชาวสวนมังคุดในพื้นที่ภาคใต้ได้รับอยู่ในขณะนี้ พร้อมขานรับนโยบายภาครัฐโดยเข้าไปช่วยรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรวิสาหกิจชุมชนไม้ผลคุณภาพสายแร่ทองคำ อ.สุคิริน จ.นราธิวาส จำนวนกว่า 60 ตัน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ช่วยจำหน่ายมังคุดที่กำลังล้นตลาดให้ถึงมือผู้บริโภคผ่านช่องทางร้านเซเว่นฯ อีกทั้งเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตและกระจายรายได้ให้กลุ่มเกษตกรและชุมชน ให้สามารถเลี้ยงครอบครัวได้ในสถานการณ์โควิด-19 สำหรับมังคุดจากวิสาหกิจชุมชนไม้ผลคุณภาพสายแร่ทองคำ อ.สุคิริน จ.นราธิวาส เป็
• การผลิตขยะพลาสติกทั่วโลกมากถึง 370 ล้านเมตริกตัน ต่อปี คาดการณ์ ภายในปี 2050 ขยะพลาสติกกว่า 12 พันล้านตันจะทับถมอยู่ในหลุมขยะฝังกลบและปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อมในธรรมชาติ • คอร์สแอร์ ผุดนวัตกรรม ไพโรไลซิส เทคโนโลยีสุดล้ำ แปลงขยะพลาสติกเป็นน้ำมันชีวภาพ สามารถหมุนเวียนกลับมาใช้ได้อย่างยั่งยืน กรุงเทพฯ 14 กรกฎาคม 2564 – คอร์สแอร์ กรุ๊ป (Corsair Group) บริษัทผู้พัฒนาโซลูชั่นธุรกิจด้านสิ่งแวดล้อมซึ่งมีฐานการดำเนินงานทั้งในประเทศไทยและเนเธอร์แลนด์ มุ่งมั่นนำเสนอโซลูชั่นใหม่เพื่อแก้ไขปัญหามลภาวะจากขยะพลาสติก มลพิษทางอากาศ และน้ำ ที่ทวีความรุนแรงและส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก พร้อมชูนวัตกรรมใหม่ล่าสุด “เทคโนโลยีไพโรไลซิส (Pyrolysis technologies)” ที่เปลี่ยนแปลงขยะพลาสติกให้เป็นน้ำมันชีวภาพขั้นสูง (Advanced Bio-oil) เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเชื้อเพลิงทางเลือก พร้อมเดินหน้าขยายเครือข่ายความร่วมมือกับองค์กรธุรกิจทุกภาคส่วนทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมให้กับประเทศไทยอย่างยั่งยืน นายยูสซี เว็คโค ซาโลรานตา ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บร
นายบุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เป็นกลุ่มเปราะบางที่ควรได้รับความช่วยเหลือ ซึ่งลูกหลานที่ดูแลผู้สูงอายุกลุ่มนี้หลายคนประสบปัญหาเศรษฐกิจในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ขณะเดียวกัน ผู้สูงอายุหลายคนไม่มีแม้แต่ลูกหลานที่จะมาคอยดูแล ทางสหพัฒน์จึงได้ให้การสนับสนุน โครงการ “มอบธารน้ำใจสู่ผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ทั่วประเทศ” ซึ่งสภากาชาดไทย ร่วมกับ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จัดขึ้นเพื่อออกไปเยี่ยมบ้าน มอบสิ่งของ พร้อมให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแก่กลุ่มเปราะบางดังกล่าว “สหพัฒน์ ได้สนับสนุนโครงการมอบธารน้ำใจสู่ผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ทั่วประเทศ โดยมอบผลิตภัณฑ์บะหมี่ซื่อสัตย์ จำนวน 300,060 ซอง และน้ำเต้าหู้โทฟุซัง จำนวน 50,400 กล่อง รวมมูลค่ากว่า 2.3 ล้านบาท ซึ่งสหพัฒน์คาดหวังว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของผู้สูงวัยที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ และหวังว่ากิจกรรมนี้จะช่วยสร้างสังคมแห่งการแบ่งปัน มีความเอื้ออาทรต่อกัน แล
แรงงานเพื่อนบ้านหรือแรงงานข้ามชาติ ไม่ว่าเมียนมาร์หรือลาวล้วนเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดเชียงรายและในประเทศไทย เมื่อเกิดการระบาดของโควิด-19 กิจการจำนวนไม่น้อยสะดุดล้มลง บางแห่งพัก บางแห่งเลิกกิจการแรงงานเพื่อนบ้านที่เคยเป็นกำลังสำคัญเหล่านั้นจะเป็นอย่างไรระหว่างรอกลับมาทำงานเป็นกำลังให้ผู้ประกอบการ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงในฐานะสถาบันการศึกษาบนพื้นที่ชายแดนมีบทบาทเข้าไปช่วยเหลือแรงงานข้ามชาติในช่วงสถานการณ์โควิด – 19 หลังการระบาดในระลอกแรก ได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่กลางมีนาคม 2563 ต่อเนื่องถึงปัจจุบัน มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงโดยนายสืบสกุล กิจนุกร หัวหน้าศูนย์วิจัยนวัตกรรมสังคมเชิงพื้นที่ ได้เข้าไปช่วยเหลือแรงงานข้ามชาติใน 3 รายการเบื้องต้น ได้แก่ รายงานสถานการณ์โควิด-19 รายวัน เปิดเพจทางเฟสบุคเพื่อเพิ่มช่องทางการสื่อสารให้เข้าถึงข้อมูลข่าวสารโดยง่าย และตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือแรงงานข้ามชาติร่วม 10 องค์กร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นองค์กรภาคประชาสังคม-ประชาชน รุกให้ความช่วยเหลือ 3 ด้าน การยังชีพ สุขภาพ และสิทธิแรงงาน จากระยะเริ่มต้นดำเนินการใน 3 ชุมชนแรงงาน จำนวน 180 คน เด็ก
สวนนงนุชพัทยา…สวรรค์แห่งการพักผ่อน มาที่เดียวเที่ยวได้ครบครัน รับประกันความงดงามด้วยรางวัลชนะเลิศเหรียญทองจากงานประกวดจัดสวนระดับโลก นักท่องเที่ยวได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติที่งดงาม อลังการ บนเนื้อที่กว่า 1,700 ไร่ เก็บรวบรวมพันธุ์ไม้ในเขตร้อนมากกว่า 18,000 ชนิด เป็นศูนย์กลางของสวนพฤกษศาสตร์ระดับโลก เป็นแหล่งเรียนรู้ให้เด็กเยาวชน ภายใต้แนวคิดรักษ์ต้นไม้ ลดโลกร้อน และเป็นสวนสวยสำหรับทุกคนในโลกนี้ โรงละคร “นงนุชเธียเตอร์” สวนนงนุชพัทยา ติด 1 ใน 10 ของสวนสวยที่สุดในโลก โดยได้รับการการันตีจากเว็บไซต์ทั่วโลก พร้อมรางวัลเกียรติยศมากมาย อย่ารอช้า หนีเมืองกรุงไปเติมโอโซนให้เต็มปอดที่ สวนนงนุชพัทยา สถานที่ซึ่งอบอุ่นไปด้วยความรัก ธรรมชาติอันแสนบริสุทธิ์ สัตว์เลี้ยงน่ารัก ดอกไม้แสนสวย ห้ามพลาด…ปักหมุดเอาไว้เลย ต้องแวะเช็คอิน โรงละคร นงนุชเธียเตอร์ หนึ่งในจุดท่องเที่ยวสำคัญของสวนนงนุชพัทยา คุณโต้ง หรือ คุณกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา ทุ่มทุนกว่า 600 ล้านบาท ก่อสร้างโรงละคร นงนุชเธียเตอร์ บนพื้นที่กว่า 7,000 ตารางเมตร รองรับนักท่องเที่ยวได้ถึง 2,030 ที่นั่ง เมื่อม่านเวทีอันสวยงามถูกเปิด
