สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง
ศ. (วิจัย) ดร. ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นายวิรัตน์ ปราบทุกข์ ผู้อำนวยการ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. ลงนามบันทึกความเข้าใจผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการวิจัยพัฒนาและต่อยอดงานวิจัย ให้สามารถนำไปพัฒนานวัตกรรมเพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน และร่วมกันสร้างนวัตกรรมใหม่ การแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี ความรู้ ทรัพยากร และบุคลากร ตลอดจนการผลิต/พัฒนาบุคลากร ให้มีคุณภาพ มาตรฐาน โดยมีระยะเวลาดำเนินงานร่วมกัน 5 ปี โอกาสนี้ นายสายันต์ ตันพานิช รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ วว. นางสาวเพชรดา อยู่สุข รองผู้อำนวยการ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูงฯ ดร.รจนา ตั้งกุลบริบูรณ์ ผู้อำนวยการ ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ วว. พร้อมผู้บริหาร บุคลากรทั้งสองฝ่ายร่วมเป็นเกียรติ ผู้ว่าการ วว. กล่าวว่า วว. ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนประเทศด้วย BCG โมเดลเศรษฐกิจใหม่ หรือ Bio-Circular-Green Economy ที่มุ่งบูรณาการองค์ความ
สหกรณ์พัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงสบเมย จำกัด จังหวัดแม่ฮ่องสอน เกิดจากการรวมกลุ่มกันของเกษตรกร ที่ได้รับการส่งเสริมการเกษตรจากสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง(องค์การมหาชน) ในลักษณะกลุ่มเตรียมสหกรณ์ ต่อมาได้จดทะเบียนเป็นสหกรณ์ประเภทการเกษตร และเปลี่ยนชื่อเป็น สหกรณ์พัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงสบเมย จำกัด ดำเนินการธุรกิจ 4 ด่าน ประกอบด้วย ธุรกิจจัดหาสินค้ามาจำหน่ายแก่สมาชิก ธุรกิจรวบรวมผลผลิต ธุรกิจแปรรูป ผลิตภัณฑ์ภาชนะจากธรรมชาติ (กาบหมาก) และ ธุรกิจรับฝากเงินออมทรัพย์ นายมาโนชย์ มิ่งขวัญธารากุล ประธานสหกรณ์พัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงสบเมย จำกัด เผยว่า สมาชิกสหกรณ์จะเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ชนเผ่ากะเหรี่ยงโปว์ เดิมทำไร่แบบหมุนเวียนต่อมาได้ปรับเปลี่ยนเป็นการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีการปลูกพืชผักเมืองหนาว ฟักทอง เสาวรส และไม้ให้ผลชนิดยืนต้น เช่น อโวคาโด “ขอขอบคุณสหกรณ์และโครงการหลวงที่ให้การสนับสนุนมา และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาล ที่ 9 ที่ได้สนับสนุนตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้ว และพระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่ 10 ที่ทรงสืบสานต่อ ต่อจากรัชกาลที่ 9 ทำให้พวกเราได้อยู่ดีกินดี ได้รู้
สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. แจงขั้นตอนและเงื่อนไขวิธีการจำหน่ายเมล็ดกัญชง (Hemp) ที่จะจำหน่ายในปี พ.ศ. 2564 จำนวน 2 พันธุ์ คือ RPF1 และ RPF3 จำนวนประมาณ 5,600 กิโลกรัม ประกอบด้วยเมล็ดพันธุ์รับรองสำหรับปลูกและเมล็ดสำหรับบริโภค พร้อมเผยราคาจำหน่าย ซึ่งอยู่ระหว่าง 250-750 บาท/กิโลกรัม มีเป้าหมายจำหน่ายให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ส่งเสริมของโครงการหลวงและสวพส. หน่วยงานของรัฐหรือภาคเอกชนที่ดำเนินโครงการวิจัยร่วมกับสวพส. หน่วยงานของรัฐ และบุคคลทั่วไปหรือนิติบุคคล ทั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและพัฒนากัญชงเป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ของประเทศ หลังจากที่กฎหมายได้อนุญาตให้ประชาชนทั่วไปสามารถขออนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองกัญชงได้ โดยจะเปิดรับการสั่งซื้อระหว่างวันที่ 26 เม.ย. 64 – วันที่ 5 พ.ค. 64 ซึ่งผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดได้ทางเว็บไซต์ของ สวพส. ได้ที่ : https://www.hrdi.or.th/ นายวิรัตน์ ปราบทุกข์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง เปิดเผยว่า สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. ร่วมกับ มูลนิธิโครงการหลวง
สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. เดินหน้าบูรณาการบริหารจัดการกระบวนการมีส่วนร่วมระหว่างหน่วยงานและชุมชน พร้อมโชว์แนวทางการสร้างชุมชนแม่จริม ให้เป็นชุมชนลดการเผาด้วยวิถีเกษตรตามแนวทางโครงการหลวง โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงแม่จริม จังหวัดน่าน จนคว้ารางวัลเลิศรัฐ สาขาบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ประเภทสัมฤทธิผลประชาชนมีส่วนร่วม ระดับดี ในปี 2562 นายวิรัตน์ ปราบทุกข์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง เปิดเผยว่า ปัญหาหมอกควันที่เกิดขึ้นในประเทศไทยโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือนั้นมีมานานหลายปี ซึ่งภาคเหนือจะถูกปกคลุมด้วยหมอกควันในช่วงระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ – เดือนเมษายน ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของประชากรในพื้นที่ต้องเผชิญกับมลภาวะทางอากาศ ซึ่งสาเหตุของปัญหาเรื่องหมอกควันนั้นเกิดมาจากการเผาพื้นที่เกษตร ทาง สวพส. จึงเข้าดำเนินงานในพื้นที่โดยใช้รูปแบบการบริหารจัดการกระบวนการมีส่วนร่วมเชิงบูรณาการจากหน่วยงานทุกระดับ โดยนำผลสำเร็จของสถาบันในการเป็นต้นแบบของการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงในพื้นที่ ตำบลแม่จริม จังหวัดน่าน ผลักดันให้คนในชุมชนแม่จริมลดการเผาด้วยวิ
ประวัติโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านเลตองคุ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านเลตองคุ ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 10 ตำบลแม่จัน อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2529 หมวดตำรวจตระเวนชายแดนที่มาตั้งฐานปฏิบัติการที่หมู่บ้านเลตองคุ พบว่าประชากรไทยพูดภาษาไทยได้เพียงคนเดียว คือ นายหม่อเอหมี่ ต่อมาในเดือนสิงหาคม 2529 หมวดตระเวนชายแดนที่ 610 ขึ้นปฏิบัติการในพื้นที่ จึงได้เปิดการเรียนการสอน มีเด็กนักเรียนมาเรียน 7 คน เป็นเด็กชาย 4 คน เด็กหญิง 3 คน เปิดสอนได้ประมาณ 1 เดือน ต้องยกเลิกเพราะว่าชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยที่จะให้เด็กเข้าเรียน เพราะกลัวว่าวัฒนธรรมประเพณีลัทธิฤาษีที่พวกตนเองเคารพนับถือจะถูกทำลาย เมื่อปี 2532 ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 34 พ.ต.อ. เทโพ ตรีชนะ และผู้บังคับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 347 ร.ต.อ. ไพศาล สุระวาศรี ได้เดินทางมาเยี่ยมหน่วยและราษฎรในพื้นที่ พบว่าราษฎรในพื้นที่บ้านเลตองคุ ไม่สามารถพูดอ่านเขียนภาษาไทยได้ มีเพียงผู้ใหญ่บ้านคนเดียวเท่านั้นที่พูดภาษาไทยได้บ้าง ในชั้นแรก กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 34 จึงร่วมกับศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดตาก ได้จัดเจ้าหน้าที่
วันที่ 16 กันยายน 2563 – นายวิรัตน์ ปราบทุกข์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง และคณะ เข้าร่วมพิธีมอบรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2563 โดยมี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้เกียติเป็นประธานมอบรางวัล ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อิมแพ็ค เมืองทองธานี สำหรับในปีนี้ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. ได้รับ 3 รางวัล สาขาบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ได้แก่ รางวัลระดับดีเด่น จำนวน 1 ผลงาน และระดับดี จำนวน 2 ผลงาน ดังนี้ ชื่อผลงาน : “คู่วิถีคนอยู่ร่วมกับป่า ลดพื้นที่ทำไร่หมุนเวียน” – โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้รับรางวัลสาขาการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ประเภทสัมฤทธิผลประชาชนมีส่วนร่วม (Effective Change) ระดับดีเด่น ชื่อผลงาน : “บ่อน้ำร่วมแบ่งปัน : ระบบน้ำเพื่อการเกษตร” – โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงแม่มะลอ จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับรางวัลสาขาการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ประเภทสัมฤทธิผลประชาชนมีส่วนร่วม (Effective Change) ระดับดี ชื่อผลงาน : “ปางแดงใน จากภูเขาสีทองสู่ภูเขาสีเขียว” – โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการ
นายอาชว์ชัยชาญ เลี้ยงประยูร รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า องุ่น เป็นไม้ผลทางเลือกที่กรมส่งเสริมการเกษตรแนะนำให้เกษตรกรบนพื้นที่สูงปลูกเป็นอาชีพ เพราะให้ผลตอบแทนสูง เป็นที่ต้องการของตลาด ทดแทนพืชที่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ข้าวโพด เป็นต้น และยังสามารถเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางการเกษตรได้อีกด้วย แต่การปลูกองุ่นในระบบเดิมจำเป็นต้องใช้แรงงานมากและไม่เหมาะสมกับเกษตรกรซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ เนื่องจากทรงต้น และวิธีการตัดแต่งยุ่งยาก ดังนั้น กรมส่งเสริมการเกษตร จึงขอแนะนำวิธีการปลูกองุ่นที่พัฒนาขึ้นใหม่จากผลการศึกษาวิจัยของสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) ได้แก่ รูปแบบการจัดทรงต้น และระยะปลูก 3 แบบ คือ ทรงต้นแบบตัว H ระยะปลูก 6×3 เมตร แบบตัว T ระยะปลูก 6×3 เมตร และแบบตัว T ระยะปลูก 6×1.5 เมตร ซึ่งสามารถให้ผลผลิต 70-100 กิโลกรัมต่อต้นต่อปี นอกจากนี้ ยังมีการวิจัยและพัฒนาต่อยอดรูปแบบค้างองุ่นแบบใหม่ เพื่อเพิ่มคุณภาพและปริมาณผลผลิตต่อพื้นที่ และสะดวกต่อการปฏิบัติดูแลรักษายิ่งขึ้น รวมทั้งเพื่อให้รูปแบบค้าง มีความหลากหลาย สามารถปรับใช้ให้เหมาะสมสภาพพื้นที่แ
สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) มีเป้าหมายในการพัฒนาชมชุนบนพื้นที่สูง โดยสนับสนุนและรักษาซึ่งพันธกิจของโครงการหลวงในการวิจัยและพัฒนา เผยแพร่และสร้างเครือข่ายองค์ความรู้ของการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน มุ่งเน้นการพัฒนาอาชีพบนฐานความรู้ที่เหมาะสมต่อสภาพภูมิสังคมและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกษตรกรในชุมชนมีอาชีพและรายได้เพียงพอ โดยยึดความเหมาะสมตามแผนการใช้ที่ดิน และเกษตรกรได้ผลตอบแทนที่ดีจากการใช้พื้นที่อย่างเหมาะสม นายวิรัตน์ ปราบทุกข์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง หรือ สวพส. เปิดเผยว่า นักวิชาการของ สวพส. ประกอบด้วย นายอิทธิพล โพธิ์ศรี นายพิมุกต์ พันธรักษ์เดชา และ นางสาวดวงดาว กันทะรัตน์ ได้ทำการค้นคว้าและเรียบเรียงข้อมูลเกี่ยวกับ ระบบเกษตรแบบประณีตปลอดภัยของเกษตรกรพื้นที่สูง โดยมีเป้าหมายหลักในการพัฒนาชุมชนบนพื้นที่สูงอย่างยั่งยืนนั้น ซึ่งสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) ได้มุ่งเน้นการพัฒนาอาชีพบนฐานความรู้ที่เหมาะสมต่อสภาพภูมิสังคมและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกษตรกรในชุมชนมีอาชีพและรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีพ โดยยึดความเหมาะสมตามแผนการ
มูลนิธิโครงการหลวง และ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) มีเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของชาวเขาทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยยึดหลักการพัฒนาแบบองค์รวมบนฐานความรู้ที่สอดคล้องกับภูมิสังคม ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มุ่งสร้างความเข้มแข็งของคนและชุมชน รวมถึงบูรณาการระหว่างหน่วยงาน จึงร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำตัวชี้วัดการพัฒนาชุมชนบนพื้นที่สูงคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืนและสนับสนุนให้ชุมชนโครงการหลวงและชุมชนโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงดำรงชีวิตแบบ “ชุมชนคาร์บอนต่ำ สามารถอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมบนพื้นที่สูงได้อย่างยั่งยืน” โดย ดร. สุมาลี เม่นสิน และคณะ จากสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) ได้ทำการค้นคว้าและเรียบเรียงข้อมูล ได้ว่า “วิกฤตการณ์ภาวะโลกร้อนและภัยพิบัติธรรมชาติ.. ส่งผลกระทบต่อมนุษย์และสิ่งมีชีวิตทั่วโลก” ไม่ว่าจะเป็นการละลายของน้ำแข็งขั้วโลก น้ำท่วม ฤดูกาลแปรปรวน ขาดแคลนน้ำ ไฟไหม้ป่า ภูเขาไฟระเบิด ดินถล่ม และการเกิดพายุ แม้กระทั่งการระบาดของโรคชนิดใหม่ “ใครทำให้เกิด” คำตอบคือ มนุษย์ เป็นผู้สร้างและ
สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. จัดตั้งขึ้นเนื่องจากรัฐบาลมี นโยบายที่จะสนับสนุนงานโครงการหลวงและขยายผลงานโครงการหลวงในการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมและสิ่งแวดล้อมบนที่สูงของประเทศไทยให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างยั่งยืน และขณะนี้สืบเนื่องจากปัญหาฝุ่นควันและไฟป่ายังเป็นปัญหาเรื้อรัง นักวิจัยของ สวพส. ได้ทำการค้นคว้าวิจัยและสามารถหาแนวทางร่วมกับชุมชนไว้ 3 แนวทาง เพื่อเป็นแนวทางในการนำไปปฏิบัติต่อไป โดย ว่าที่เรือตรี ศุลิเชษฐ์ ทองกล่ำ เจ้าหน้าที่ โครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการเพื่อพื้นฟูและส่งเสริมการใช้ประโยชน์เห็ดท้องถิ่นบนพื้นที่สูง และ ดร. จารุณี ภิลุมวงค์ นักวิจัย สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง ได้ทำการค้นคว้าวิจัยและเรียบเรียงเกี่ยวกับแนวทางการใช้เห็ดป่า แก้ปัญหาฝุ่นควันไฟป่า ไว้ว่า จากปัญหาฝุ่นควันไฟป่าที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย มักจะถูกสังคมมองว่าเกิดจากการเก็บหาของป่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเห็ดเผาะหรือเห็ดถอบ มักจะตกเป็นจำเลยของสังคม เนื่องจากเป็นเห็ดที่มีความต้องการบริโภคของคนทั่วไปค่อนข้างสูงและมีราคาดี อีกทั้งยังมีเรื่องของความเชื่อที่สืบต่อกันมาว่าต้องเกิดไฟไหม้ก่
