สภาพภูมิอากาศ
ผู้สื่อข่าวรายงานจากการตรวจสอบแบบจำลองสภาพอากาศ(วาฟ-รอม) ของสถาบันสารสนเทศน้ำและการเกษตร(สสนก.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(วท.) พบว่า ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคมเป็นต้นไป ความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนจะเริ่มแผ่กำลังกำลังลงมายังประเทศไทยตอนบนทำให้อุณหภูมิประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือตอนบนมีอุณหภูมิลดลง “อย่างไรก็ตามความกดอากาศสูงดังกล่าวนี้ ยังไม่แรงเพียงพอที่จะมาถึงกรุงเทพมหานคร จนกระทั่งวันที่ 19-21 ธันวาคม จะมีความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่ลงมาสมทบเสริม ทำให้ความกดอากาศสูงมีกำลังแรงเพิ่มมากขึ้น เส้นความกดอากาศที่ 1018 เฮกโตปาสคาลจะลงมาถึงบริเวณภาคกลางตอนล่าง และเส้น 1020 อาจต่ำลงมาถึง ภาคกลางตอนกลาง ทำให้อุณหภูมิระหว่างวันที่ 19-21 ธันวาคม ของพื้นที่ประเทศไทยตอนบน ลงมาถึงกรุงเทพมหานคร ลดต่ำลงอย่างมาก โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลนั้น อุณหภูมิจะต่ำสุดในช่วงเวลาเช้าอยู่ที่ 17 องศาเซลเซียส จากเหตุปัจจัยเดียวกันนี้ สอดคล้องกับแบบจำลองการพยากรอากาศแห่งสหภาพยุโรป(ECMWF) ระบุว่า ความกดอากาศสูงกำลังแรงที่แผ่ลงมาจากประเทศจีนนั้น จะทำให้ ช่วงเช้า กรุงเทพมหานครมีอุณหภูมิลดลงถึง 14 อ
เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน สภาพอากาศในพื้นที่ จ.ลำปาง เช้าวันนี้ยังคงเกิดความหนาวเย็น และมีหมอกหนาเกิดขึ้นด้วย ซึ่งบางแห่งเกิดหมอกหนาลงมาปกคลุมมาก โดยเฉพาะถนนที่ตัดผ่านหุบเขา ทั้งถนนทางหลวงพหลโยธินสายลำปาง-ตาก ในเขต อ.เกาะคา อ.สบปราบ และ อ.เถิน และถนนซุปเปอร์ไฮเวย์สายลำปาง-งาว-พะเยา เขต อ.งาว จ.ลำปาง ก็เกิดมีหมอกหนาลงมาปกคลุมในช่วงเช้ามืดและเช้าตรู่ จึงทำให้ผู้ขับขี่รถต้องชะลอความเร็วและเปิดไฟส่องสว่างอยู่ตลอดเวลา เพื่อค่อยๆ ผ่านในจุดที่มีหมอกหนาวหนาทึบปกคลุมพื้นที่ นับเป็นผลกระทบต่อทัศนวิสัยในการขับขี่ผ่านพื้นที่หุบเขาในเขต จ.ลำปาง อย่างมาก โดยนายชาคร ณ ลำปาง หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำปาง สาขาเถิน กล่าวกำชับให้ผู้ขับขี่ที่วิ่งรถผ่านพื้นที่อำเภอทางตอนใต้ของ จ.ลำปาง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ในความดูแล ได้แก่ อ.สบปราบ เถิน และแม่พริก ให้ระวังการเกิดหมอกหนาปกคลุมถนนทางหลวงพหลโยธินสายลำปาง-ตาก เนื่องจากที่ผ่านมาเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งจากทัศนวิสัยที่มองเห็นไม่ดีนักจากหมอกหนาปกคลุม จึงทำให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินอย่างต่อเนื่องในทุกช่วงฤดูหนาว ฉะนั้นอย่าได้ขับรถเ
วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 เมื่อเวลา 07.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์พื้นที่การเกษตร ของชาวนาในช่วงนี้ หลังสภาพอากาศที่กลับหนาวเย็นลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้พื้นที่นาข้าวของเกษตรกรนั้น เกิดปัญหาข้าวได้รับผลกระทบในช่วงฤดูหนาว หรือ “ข้าวกระทบหนาว” ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อรา ทำให้เกิดใบจุด ใบเหลือง ต้นข้าวหยุดการเจริญเติบโต ไม่ดูดซับอาหาร คอรวงสั้น ออกรวงโผล่ไม่พ้นกาบใบ หรือเรียกว่า โรคจู๋ มีความเสี่ยงต่อการที่รวงไม่ผสมเกสรจนเป็นหมันและจะทำให้ เมล็ดข้าวเล็ก แบน ลีบ ผลผลิตตกต่ำ และได้รับความเสียหาย เช่นในพื้นที่บ้านทุ่งทอง ต.บ้านเก่า อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี ซึ่งเป็นพื้นอีกหนึ่งพื้นที่การเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากอากาศหนาวเย็น ทำให้เกษตรกรในพื้นที่นั้นเริ่มกังวลว่าข้าวที่ได้ทำการปลูกไว้และกำลังเจริญเติบโตนั้นจะเกิดปัญหาดังกล่าว ซึ่งจะทำให้เกิดความเสียหายเป็นอย่างมาก ทำให้ต้องคอยดูแลเฝ้าระวังสังเกตุและต้นข้าวในพื้นที่นากันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถแก้ปัญหาที่เสี่ยงจะเกิดขึ้นได้ทันท่วงที ซึ่งปัญหาที่เกษตรขึ้นกับพืชผลการเกษตรในช่วงฤดูหนาวนั้น เป็นช่วงที่เกษตรกรชาวนาต้องในการดูแลและเฝ้าระวังไป
วันที่ 25 มกราคม 2560 เมื่อเวลา 06.00 น. สภาพอากาศในพื้นที่ทั้ง 8 อำเภอของ จ.ชัยนาทยังคงมีอากาศที่หนาวเย็นลงอย่างต่อเนื่อง อุณหภูมิวัดได้ 19.4 องศาลเซลเซียส ทำให้บรรยากาศโดยทั่วไปมีหมอกปกคลุมและมีลมกระโชกอยู่ตลอดเวลา ทำให้อากาศยิ่งหนาวเย็นประชาชนต้องสวมใส่เสื้อกันหนาว ในการออกมาทำธุระนอกบ้าน ขณะเดียวกันพื้นที่เชิงเขาใน อ.หนองมะโมง อ.หันคา อ.เนินขาม และ อ.วัดสิงห์ เมื่อคืนที่ผ่านมาอุณหภูมิลดต่ำเหลือ 15 องศาเซลเซียส โดยปศุสัตว์จังหวัดชัยนาทได้แจ้งเตือนเกษตรกรให้สังเกตอาการของสัตว์เลี้ยง หากพบความผิดปกติหรือสัตว์มีการเจ็บป่วยโดยเฉพาะ โรคปากเท้าเปื่อยขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ หรือผู้นำท้องถิ่นเพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้เข้าวางมาตรการป้องกันการระบาดได้ทันท่วงที แต่จากข้อมูลล่าสุดยังไม่พบการระบาดของโรคปากเท้าเปื่อยในสัตว์ของพื้นที่ จ.ชัยนาทแต่อย่างใด
วันที่ 11 มกราคม แบบจำลองสภาพอากาศ(วาฟ) ของสถาบันสารสนเทศน้ำและการเกษตร(สสนก.) รายงานสภาพอากาศ ช่วงวันที่ 11-13 มกราคม ว่า บริเวณความกดอากาศสูงที่แผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนยังคงมีกำลังอ่อน ประกอบกับจะมีกระแสลมตะวันตกในระดับลมชั้นบนพัดปกคลุมภาคเหนือ ส่งผลให้ภาคเหนือจะมีฝนเกิดขึ้น ส่วนหย่อมความกดอากาศต่ำในทะเลอันดามันจะเคลื่อนตัวออกไปยังอ่าวเมาะตะมะ ทำให้ลมที่พัดปกคลุมภาคใต้มีกำลังอ่อนลง ส่งผลให้ภาคใต้มีฝนลดลง วาฟระบุอีกว่า ช่วงวันที่ 13-16 มกราคม บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะเริ่มแผ่กลับลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ในช่วงวันที่ 15 มกราคม ทำให้ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกลับมามีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำได้เคลื่อนตัวผ่านประเทศฟิลิปปินส์ตอนล่างเข้าสู่ทะเลจีนใต้และจะเคลื่อนตัวเข้าสู่ชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนล่าง โดยจะอ่อนกำลังลงและเคลื่อนตัวเข้ามายังอ่าวไทย จากนั้นจะเคลื่อนตัวผ่านภาคใต้ในช่วงวันที่ 15 มกราคม ส่งผลให้ภาคใต้กลับมามีฝนเพิ่มขึ้นและตกหนักบางแห่งในช่วงวันที่ 15-16 มกราคม โดยขอให้เฝ้าติดตามการคาดการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้เฝ้าติดตามการเคลื่อนตัวของหย่อมความกดอากาศต่ำอีกลู
เมื่อวันที่ 5 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวัดเชียงใหม่มีฝนตกโปรยปรายตั้งแต่ช่วงเช้า ท้องฟ้ามืดครึ้ม มีลมหนาวพัดแรงมาเป็นระยะ สร้างความสดชื่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เพราะมองเห็นทะเลหมอกขาวเป็นสายบริเวณดอยสุเทพ-ปุยได้อย่างชัดเจน ส่วนทางด้านนายวุฒิพงศ์ ดงคำฟู ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เปิดเผยว่าบนดอยอินทนนท์มีฝนชุ่มฉ่ำตั้งแต่เช้า คาดว่าหลังฝนชุดนี้ผ่านไป มวลความเย็นจะพาอากาศหนาวจะเข้ามาแรงๆ คงทำให้เกิดทะเลหมอกและเหมยขาบที่สวยงาม ช่วงนี้ดอกนางพญาเสือโคร่งกำลังบานต้อนรับ ทำให้บรรยากาศท่องเที่ยวสวยงามและสร้างความสุขให้กับนักท่องเที่ยวได้พอสมควร โดยยอดดอยอินทนนท์ ต่ำสุดยอดหญ้า 7.8 องศาเซลเซียส กิ่วแม่ปาน ตำ่สุด 9.2 องศาเซลเซียส คาดมีฝนตกตลอดทั้งวัน อย่างไรก็ตามสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ รายงานว่า ตั้งแต่เวลา 01.25 น.-04.36 น. เชียงใหม่เกิดเหตุแผ่นดินไหวตลอดรวม 6 ครั้งแล้วสำหรับวันนี้ โดยมีศูนย์กลางและรู้สึกได้ที่ อ.จอมทอง 5 ครั้ง และ 1 ครั้งที่ อ.แม่วาง แต่ยังไม่มีรายงานความเสียหายแต่อย่างใด
