สมุนไพรอภัยภูเบศร
การดูแลสุขภาพไต ควรให้ความสำคัญกับทุกส่วนของไต ได้แก่ ส่วนก่อนไต การดูแลระบบหัวใจและหลอดเลือดให้มีสุขภาพแข็งแรง เส้นเลือดแข็งแรง มีความยืดหยุ่น เพื่อให้เลือดที่ไหลผ่านไตมีปริมาณเพียงพอ ไม่มีความดันสูง ไม่มีสารพิษ ยาสารเคมี แอลกอฮอล์ รวมทั้ง เกลือ น้ำตาล ไขมันในปริมาณสูงๆ ดูแลตัวเองไม่ให้เป็นเบาหวาน ความดัน ไขมันสูง ถ้าเป็นโรคเหล่านี้ รวมทั้งเกาต์ ต้องควบคุมให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ดื่มน้ำให้เพียงพออย่างน้อย 2 ลิตร ต่อวัน กินอาหารที่สมดุลและปลอดภัย เลือกผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์จะดีที่สุด และหลีกเลี่ยงอาหารขยะ ตัวไต ระวังอย่าให้ไตช้ำ เช่น ได้รับการกระทบกระเทือน การกระแทก การมีก้อนนิ่ว การติดเชื้อ การได้รับสารที่เป็นพิษต่อไตโดยตรง เช่น แคดเมียม เป็นต้น ส่วนใต้โต อย่าให้มีการคั่งของน้ำปัสสาวะ ไม่กลั้นปัสสาวะนานๆ อย่าให้มีการติดเชื้อ อย่าให้เกิดนิ่ว นอกจากนี้ ควรผ่อนคลาย พักผ่อนให้เพียงพอ รักษาอารมณ์ให้สมดุลเป็นปกติ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และการทำงานของอวัยวะต่างๆ รวมทั้งฝึกออกกำลังกายในท่าที่เป็นประโยชน์ต่อไต งดสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจาก
พญายอ หรือมีอีกชื่อว่า “เสลดพังพอน” นิยมใช้ตัวเมียเป็นยา เพราะตัวผู้ลำต้นมีหนาม เก็บใช้ทำยาลำบาก จัดเป็นสมุนไพรที่เป็นยาในบัญชียาหลักแห่งชาติ มีฤทธิ์ลดอักเสบ ต้านเชื้อไวรัสเริม และงูสวัด ถูกพัฒนาเป็นยาในหลายรูปแบบคือ แบบกลีเซอรีนป้ายปาก ใช้รักษาแผลในปาก เริมที่ริมฝีปาก และยังใช้บรรเทาอาการเยื่อบุช่องปากอักเสบ จากการฉายแสงหรือให้ยาเคมีบำบัด กลีเซอรีนพญายอ เป็นยาตัวแรกของอภัยภูเบศรที่ถูกพัฒนาขึ้นมาตั้งแต่ปี 2529 สำหรับเด็กที่ป่วยเป็นเริมที่ปาก และยังมีงานวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดลว่า การใช้ยากลีเซอรีนพญายอทาแผลในช่องปากวันละ 3 ครั้ง ในผู้ป่วยมะเร็งศีรษะและลำคอที่ฉายแสง โดยทายาตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดที่ฉายแสง ช่วยลดความรุนแรงของเยื่อบุปากอักเสบ ลดความปวด และลดการอักเสบได้ดีกว่ายาแผนปัจจุบัน แบบครีม สำหรับใช้ทาผดผื่นคัน เริม งูสวัด แบบขี้ผึ้ง ใช้สำหรับทาถู ทาถูบริเวณที่แมลงสัตว์กัดต่อย (บางคนใช้ทาแก้ปวดเมื่อย) แบบคาลาไมน์ ใช้ทาแก้ผื่นลมพิษ หรือผดผื่นคันก็ใช้ได้เหมือนกัน โดยถ้ามีอาการคันมาก หรือมีอาการผดผื่นคันที่ผิวบริเวณกว้าง ใช้คาลาไมน์ก็จะสะดวกกว่าแบบครีม เพราะตัวยาจะกระจายตัวได้ดีกว
อายุเมื่อล่วงเลยผ่านไป สิ่งที่จะตามมาคือการเปลี่ยนแปลงของสรีระต่างๆ ในร่างกาย ผิวหนังเริ่มจะเหี่ยวย่น และอีกหลายปฏิกิริยาที่จะเกิดขึ้น แต่มีสิ่งหนึ่งที่มีโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงไปได้ก่อนวัย และสร้างความกลุ้มใจให้กับหลายคน ก็คือ ภาวะการเกิดผมหงอกก่อนวัย สมุนไพรที่จะช่วยรักษาผมหงอก ให้ได้คลายกังวลและนำไปใช้กัน ผมหงอกรักษาได้ด้วย 4 สมุนไพรไทย 1. ว่านหางจระเข้ กับสมุนไพรใกล้ตัวที่ให้คุณประโยชน์ต่อคนเราต่างๆ มากมายเลยทีเดียว ซึ่งการใช้ว่านหางจระเข้รักษาผมหงอกนั้น จะมีส่วนผสมที่ต้องนำมาใช้ 3 อย่างด้วยกัน คือ ว่านหางจระเข้ น้ำมันจมูกข้าว และน้ำกะทิ วิธีทำ ให้นำทุกส่วนประกอบมาผสมกัน ชโลมให้ทั่วศีรษะ นวดทิ้งไว้สักพักราว 30 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด วิธีนี้จะช่วยป้องกันอาการผมหงอกก่อนวัย และยังช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับเส้นผม ผมนุ่ม แก้ปัญหาผมร่วง ลดอาการคันบนหนังศีรษะ เส้นผมที่หลุดจะงอกใหม่ได้เร็วขึ้น 2. ใบฝรั่ง สรรพคุณของใบฝรั่งนอกจากจะช่วยแก้อาการท้องเสียแล้ว ยังช่วยแก้ปัญหาอาการผมขาว ผมร่วง และบำรุงผมเสียด้วยนะคะ วิธีทำ นำใบฝรั่งมาใช้กับเส้นผมของเราก็คือ นำใบฝรั่งมาบดและมาผสมกับน้ำ หมักผ
ในสหรัฐอเมริกา ผู้คนเสียชีวิตด้วยสาเหตุจากโรคหัวใจและโรคมะเร็ง คิดเป็น 23 เปอร์เซ็นต์ ของสาเหตุการเสียชีวิตทั้งหมด มีการคาดการณ์ว่า ปี 2020 จะมีคนเสียชีวิตประมาณ 12 ล้านคนจากโรคมะเร็ง ด้วยเหตุนี้เอง จึงมีการประกาศสงครามกับโรคมะเร็ง การค้นหาและลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ จึงเป็นแนวทางการเอาชนะโรคมะเร็งที่เหล่านักวิจัยได้มีการศึกษาและนำมาประยุกต์ใช้ในทางการแพทย์ จากความเชื่อที่ว่ามะเร็งนั้น หากพ่อแม่เป็น ลูกจะมีโอกาสสูงที่จะเป็นด้วย ความจริงแล้วปัจจัยด้านพันธุกรรมมีผลประมาณ 5-10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น นอกนั้นเป็นปัจจัยเสี่ยงจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต ปัจจัยเสี่ยงด้านการสูบบุหรี่ ในบุหรี่มีสารก่อมะเร็งอย่างต่ำ 50 ชนิด กลไกการก่อมะเร็งของบุหรี่ เรายังไม่เข้าใจทั้งหมด แต่ทราบว่าการสูบบุหรี่ทำให้เกิดการอักเสบภายในร่างกายได้ ซึ่งมีงานวิจัยพบว่า Curcumin ที่สกัดจากขมิ้นชัน สามารถยับยั้งกระบวนการอักเสบที่ถูกกระตุ้นจากการสูบบุหรี่ได้ ปัจจัยด้านการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แอลกอฮอล์อาจไม่ใช่สารก่อมะเร็งโดยตรง แต่ถือว่าเป็นผู้ร้ายร่วมที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งกล่องเสียง มะเร็งหลอดลม ถ้าสูบบ
ตอนนี้มองไปทางไหนก็เจอแต่คนบ่นว่าอากาศร้อน โลกร้อน บางคนถึงกับเพลีย หรือบางคนทนไม่ไหวถึงกับเป็นลมไปเลยก็มี ทราบไหมว่าอาการดังกล่าว จัดเป็นโรคอย่างหนึ่งที่มากับความร้อน คือ โรคเพลียความร้อน (Heat exhaustion) เป็นโรคที่เกิดขึ้นในขณะที่ร่างกายต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูงหรือจากการออกกําลังกายหนักจนทําให้อุณหภูมิ (core temperature) ในร่างกายสูงมากกว่า 37 องศาเซลเซียส แต่น้อยกว่า 40 องศาเซลเซียส แต่หากอุณหภูมิของร่างกายสูงมากกว่า 40 องศาเซลเซียส จะเรียกว่า โรคลมแดด (Heat Stroke) หรือโรคอุณหพาต หรือโรคลมเหตุร้อน ซึ่งจะมีอาการคล้ายคลึงกันกับโรคเพลียความร้อน แต่โรคลมแดดจะมีความรุนแรงมากกว่า และอาจทำให้เสียชีวิตได้ อาการที่พบคือ ร่างกายจะขาดน้ำและเกลือแร่ อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน เหงื่อออกมาก หน้าซีด หน้ามืด เป็นลม ตัวร้อนจัด เมื่อยล้า เกิดตะคริว วิตกกังวล สับสน ปวดศีรษะ และหากรุนแรงอาจพบภาวะเหล่านี้ร่วมด้วย เพ้อ ชัก ช็อก ไม่รู้สึกตัว กล้ามเนื้อลายสลาย อวัยวะต่างๆ เกิดการล้มเหลว เช่น ไตล้มเหลว เซลล์ตับตาย กล้ามเนื้อหัวใจตาย หัวใจวาย เป็นต้น โรคนี้มักเกิดในคนที่ออกกําลังหักโหมเกินไป ส
คอลัมน์ พืชใกล้ตัว โดย ภญ.ผกากรอง ขวัญข้าว ในอภัยภูเบศรสาร ปีที่ 10 ฉบับที่ 115 เดือนมกราคม พ.ศ. 2556 ระบุว่า อภัยภูเบศร มีสมุนไพรเด็ดๆ มาต่อกรกับโรคกรดไหลย้อน และกระดูกพรุน อย่างดีเยี่ยม ไม่น้อยหน้ายาแผนปัจจุบัน โรคกรดไหลย้อน หรือที่ภาษาอังกฤษ เรียกว่า Gastroesophageal reflux disease, GERD เป็นโรคที่มีการไหลย้อนของน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อหลอดอาหาร และบริเวณลำคอ ทำให้มีอาการแสบลิ้นปี่ คล้ายเป็นโรคกระเพาะเรื้อรัง โรคนี้เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของการทำหน้าที่ของกล้ามเนื้อหูรูดที่อยู่ตรงส่วนล่างของหลอดอาหาร ผู้ที่เป็นโรคกรดไหลย้อนนั้น กล้ามเนื้อหูรูดตรงส่วนล่างของหลอดอาหารนี้จะหย่อนสมรรถภาพ ทำให้มีน้ำย่อยไหลย้อนขึ้นไปที่หลอดอาหารมากกว่าปกติ การรักษาผู้ป่วยโรคนี้มักจะเน้นการใช้ยาจำพวกที่ไปลดการสร้างกรด ร่วมกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม แต่ก็มักจะพบว่าการรักษาไม่ได้ผล ต้องมีการปรับเปลี่ยนยาที่ใช้ไปเรื่อยๆ จนมีคำถามว่า ยาสมุนไพรจะสามารถเป็นอีกทางเลือกของผู้ป่วยกลุ่มนี้ได้หรือไม่ งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พบว่า ยอนั้น สามารถลดการอักเสบของหลอดอาหารจากการไหลย้อนของก
ภญ.สุภาภรณ์ ปิติพร เลขาธิการมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า ขณะนี้อภัยภูเบศรได้ปั้นแบรนด์เครื่องสำอางผักเบี้ยใหญ่ ซึ่งเป็นการนำสมุนไพรมาผลิตเป็นเครื่องสำอางครั้งแรกในประเทศไทย และได้ทดลองตลาดมา 1 ปีเต็ม ได้รับความนิยมจากผู้ใช้ในระดับที่น่าพอใจ โดยผักเบี้ยใหญ่ อภัยภูเบศรเป็นเจ้าแรกในประเทศไทยที่นำสมุนไพรพื้นบ้านชนิดนี้มาใส่ในกลุ่มเครื่องสำอาง เช่น คลีนซิ่งวอเตอร์ ซึ่งกำลังเป็นที่นิยม และมีอีกกว่า 9 รายการในกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ ความพิเศษ คือ ไม่ใส่สารกันเสียพวกพาราเบน สี แอลกอฮอล์ น้ำหอม จึงเป็นทางเลือกสำหรับผู้ทีมีปัญหาผิวแพ้ง่ายเลือกใช้ได้ และอภัยภูเบศรเองได้จัดทัพปรับกลยุทธ์การตลาดใหม่ โดยเน้นการกระจายสินค้าให้ทั่วถึง เข้าถึงง่ายมากขึ้นในแต่ละพื้นที่ พัฒนาระบบอีคอมเมิร์ส คือ ให้ข่าวสารความรู้และจำหน่ายออนไลน์ทาง www.abhaiherb.com และเป็นพี่เลี้ยงเปิดเอาท์เล็ทสมุนไพรอีกกว่า 13 โรงพยาบาลศูนย์ทั่วประเทศ รวมถึงเตรียมพัฒนารูปแบบแฟรนไชส์ทั้งการจำหน่ายผลิตภัณฑ์และส่วนของบริการคิวซีนสุขภาพ คาดว่าจะสามารถขยายตลาดสมุนไพรได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 30 ในปี 2561 ผักเบี้ยใหญ่ “มูลนิธิ โรงพยาบาลเจ
