สหกรณ์การเกษตร
กรมส่งเสริมสหกรณ์เดินหน้าหนุนสหกรณ์การเกษตรร่วมรักษาเสถียรภาพราคาข้าวของประเทศ ภายหลังคณะกรรมการนโยบาย และบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) เคาะมาตรการสินเชื่อชะลอและรวบรวมข้าวช่วยเหลือชาวนา เพื่อดันราคาข้าวเปลือก ปีการผลิต 2567/68 ให้สูงขึ้น นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้สหกรณ์จังหวัดทั่วประเทศเตรียมความพร้อมสหกรณ์การเกษตรที่จะเข้าร่วมมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าว ภายหลังที่คณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) มีมติเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2567 เห็นชอบมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ปีการผลิต 2567/68 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและดูแลราคาข้าวให้เป็นธรรมแก่เกษตรกร ซึ่งมาตรการดังกล่าวมี 2 โครงการสำคัญ ที่สหกรณ์การเกษตรจะเข้ามาร่วมขับเคลื่อน ได้แก่ 1. โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี และ 2. โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ทั้งนี้ โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2567/68 เป้าหมาย 3 ล้านตัน วงเงิน 43,843.76 ล้านบาท แบ่งเป็นวงเงินสินเชื่อ 35,481 ล้านบาท วงเงินจ่ายขาด 8,362.76 ล้านบาท โดย
จากประสบปัญหาการดำเนินงานในอดีต คณะกรรมการสหกรณ์จับมือสมาชิกมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาโดยใช้แนวทาง ที่สำคัญ คือ ส่งเสริมให้สมาชิกมีส่วนร่วมในการดำเนินธุรกิจแบบครบวงจร ทั้งการรับฝากเงิน การจ่ายเงินกู้ จัดหาสินค้ามาจำหน่าย และรวบรวมผลผลิตจากสมาชิก รับซื้อในราคายุติธรรม พร้อมสนับสนุนเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ สร้างอาชีพสร้างรายได้ สมาชิกเชื่อมั่นเกิดความศรัทธาในระบบสหกรณ์ นายไมตรี ลาสา ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรโขงเจียม จำกัด กล่าวว่า ย้อนไปเมื่อปี 2539 สหกรณ์เกิดข้อบกพร่อง เริ่มขาดสภาพคล่องทางการเงิน ได้ทำการตรวจสอบพบการทุจริตในสหกรณ์ ยอดความเสียหายมูลค่า 8 ล้านบาทเศษ และได้ดำเนินคดีกับผู้ทุจริตทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา ภายหลังจากประสบปัญหาการดำเนินงาน ทำให้สหกรณ์ขาดสภาพคล่องทางการเงิน ดำเนินธุรกิจค่อนข้างลำบาก ต้องแก้ปัญหาในหลายด้าน รวมทั้งสมาชิกหลายร้อยรายขอลาออก และไม่มีความเชื่อมั่นต่อสหกรณ์ทำให้สหกรณ์และเจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์ลงพื้นที่เร่งทำความเข้าใจ ชี้แจงปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมชี้แจงแนวทางการดำเนินงานเพื่อฟื้นฟูสหกรณ์ให้สมาชิกรับทราบ ซึ่งจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นต่อสหกรณ์ด้วย นอกจากนี้ ยังได้รับควา
ตามที่ปรากฎเป็นข่าว “ชาวบ้านในอำเภอเปือยน้อย จ.ขอนแก่น นับร้อยคนรวมตัวกันร้องเรียนผ่านสื่อฯ ช่วยเป็นกระบอกเสียง หลังพากันไปเบิกเงินที่สหกรณ์การเกษตรเปือยน้อย จนท.บอกว่าไม่มีเงิน เพราะถูก จนท.การเงินยักยอกไปกว่า 20 ล้าน” นั้น นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาการทุจริตของสหกรณ์การเกษตรเปือยน้อย จำกัด ว่า ไม่ได้นิ่งนอนใจได้สั่งการให้สหกรณ์จังหวัดขอนแก่นลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง เบื้องต้นพบว่า เจ้าหน้าที่การเงินของสหกรณ์ได้ทำการยักยอกเงินฝากสมาชิก ปลอมแปลงลายมือชื่อถอนเงินออกจากระบบ ซึ่งสมาชิกนำสมุดคู่ฝากบัญชีเงินออมทรัพย์และสมุดคู่ฝากบัญชีเงินออมทรัพย์พิเศษมาตรวจสอบกับข้อมูลที่สหกรณ์ ซึ่งสรุปยอดรับฝากไม่ถูกต้อง ไม่ตรงกับสมุดคู่ฝากของสมาชิก จำนวน 69 บัญชี ยอดเงิน 12 ล้านบาทเศษ และสมาชิกลาออกแล้วไม่ได้รับเงินค่าหุ้นคืน รวมทั้งสมาชิกสหกรณ์ที่เป็นสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์เสียชีวิตแล้วไม่ได้รับเงินค่าสงเคราะห์ศพ บางส่วนที่ได้รับเงินแต่ไม่ครบตามจำนวน จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สำนักงานสหกรณ์จังหวัดขอนแก่นลงพื้นที่ประชุมหารือร่วมกับผู้แทนสมา
การันตีด้วยรางวัลชนะเลิศระดับประเทศการประกวดผลงานการขับเคลื่อนหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในสหกรณ์และกลุ่มเกษตรเมื่อปี 2561 ก่อนถูกผลักดันเข้าประกวดแข่งขันในโครงการรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2566 สำหรับ”สหกรณ์การเกษตรคอนสาร จำกัด” ตั้งอยู่เลขที่ 154 ม.3 ต.ดงบัง อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ ชูจุดเด่นสมาชิกมีอาชีพที่หลากหลายสร้างรายได้ตลอดทั้งปี “จุดเด่นชาวบ้านมีช่องทางที่หลากหลายสามารถสร้างอาชีพในชุมชนเชิงเกษตรผสมผสาน เกษตรกรจึงไม่ค่อยมีเวลาว่าง” อัมพร เดชพรม ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรคอนสาร จำกัด เผย เธอกล่าวต่อว่าอาชีพหลักของสมาชิกคือการทำนา ปลูกข้าวหอมมะลิ 105 เพื่อจำหน่ายและปลูกข้าวเหนียวไว้เพื่อรับประทานในครัวเรือน หลังว่างเว้นจากอาชีพหลักก็หันมาปลูกพืชหลังนา อาทิ ถั่วเขียว ถั่วเหลือง แตงโม ข้าวโพดหลังนา ตลอดจนเลี้ยงปศุสัตว์ ได้แก่ วัว สุกร ไก่ เลี้ยงปลาชนิดต่าง ๆ ทำให้สมาชิกมีรายได้ตลอดทั้งปี ส่วนสหกรณ์มีหน้าที่เป็นผู้รวบรวมผลผลิตจากสมาชิกเพื่อจำหน่ายและหาตลาดรองรับผลผลิตส่วนหนึ่งก็จะนำมาแปรรูปเพิ่มมูลค่าเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นข้าวหอมมะลิ105 บรรจุถุง ๆ ละ 5 กิโลกรัม ถั่วแปรรูปต่าง ๆ เช่นถั่วค
จากสถานการณ์วิกฤตราคายางพาราที่ปรับตัวลดลง ส่งกระทบต่อรายได้ของเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราเป็นอย่างมาก สหกรณ์การเกษตรรัตภูมิ จำกัด อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา จึงแก้ปัญหาของสมาชิกด้วยการส่งเสริมการผลิตยางพาราที่ได้มาตรฐาน รวบรวม รับซื้อน้ำยางสด และยางแผ่นรมควันจากสมาชิก รวมไปถึงแปรรูปผลิตภัณฑ์จากยางพาราและสร้างตลาดเพื่อยกระดับราคายางพาราให้สูงขึ้น โดยเช่าพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรมยางพารา (Rubber City) ในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตั้งโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์จากยางพาราที่มีคุณภาพและมีความหลากหลาย สร้างเครือข่ายรับซื้อน้ำยางสดและยางแผ่นจากสมาชิกเพื่อป้อนโรงงานในราคานำตลาด ทำให้สมาชิกขายน้ำยางได้ในราคาที่พึงพอใจ มีรายได้เพิ่มขึ้น นายมนุชาธิป วรกาญจนานนท์ สหกรณ์จังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันและพัฒนาอุตสาหกรรมยางพาราของไทยให้ยั่งยืน ด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้ายางพารา ซึ่งจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมการแปรรูปจากการวิจัย โดยได้กำหนดเป้าหมายเพิ่มความต้องการใช้ยางพาราในประเทศ เกิดเป็นโครงการนิคมอุตสาหกรรมยางพารา (Rubber City) ในพื้นที่จังหวัดสง
สำนักงานสหกรณ์จังหวัดกำแพงเพชร ร่วมกับ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ประสานความร่วมมือขับเคลื่อนโครงการตลาดนำการผลิต ใช้รูปแบบพันธสัญญาทำข้อตกลงซื้อขายมันสำปะหลังระหว่างสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส.กำแพงเพชร จำกัด โดยดำเนินธุรกิจรวบรวมและแปรรูปมันเส้นสะอาดกับสหกรณ์เครือข่ายโคนม ซึ่งต้องการวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์ และผู้ประกอบการส่งออกมันสำปะหลัง โดยมีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ซื้อ-ขาย มันเส้นสะอาด ปริมาณ 17,040 ตัน มูลค่า 136.795 ล้านบาท ณ ตลาดกลางการเกษตรสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส.กำแพงเพชร จำกัด ตำบลมหาชัย อำเภอไทรงาม จังหวัดกำแพงเพชร โดยการสนับสนุนร่วมกันแบบบูรณาการของส่วนงาน ที่เกี่ยวข้อง ภายใต้ยุทธศาสตร์และแผนพัฒนาของจังหวัดกำแพงเพชร การพัฒนาศักยภาพสหกรณ์ ตามนโยบายของกรมส่งเสริมสหกรณ์ และแหล่งเงินทุนจาก ธ.ก.ส. นายอัชฌา สุวรรณนิตย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นายณรงค์ ขันติวิริยะกุล ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และ นายสุวิทย์ สันตติวงศ์ไชย ปลัดจังหวัดกำแพงเพชร เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ซื้อ-ขาย มั
แลกเปลี่ยนผลผลิต-รุกตลาดค้าออนไลน์ ช่องทางกระจายสินค้าสหกรณ์ยุคโควิด-19 คงปฏิเสธไม่ได้ว่าด้วยสถานการณ์โควิด-19 บางช่วงเวลาระบบโลจิสติกส์มีปัญหา ทำให้การกระจายสินค้าจากแหล่งผลิต ไม่เป็นไปตามเป้า ตลาดไม่เอื้ออำนวย ส่งผลให้เกิดปัญหาทางด้านราคา โดยเฉพาะผลผลิตอายุสั้นอย่างผลไม้ ที่ผ่านมา กรมส่งเสริมสหกรณ์มีนโนบายให้สหกรณ์ต่างๆ มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างกัน ซึ่งสามารถช่วยบรรเทาความ เดือดร้อนของเกษตรกรสมาชิกได้ระดับหนึ่ง “ในช่วงโควิด-19 ทำให้การขนส่ง การค้าการขายยากลำบาก เราก็เลยทำโครงการแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างกัน อย่างเช่น ข้าวของทางภาคอีสานแลกกับผลไม้ทางภาคใต้ในช่วงที่ผลไม้ออกมามาก ๆ เช่น มังคุด เงาะ ทุเรียน หรือแลกสินค้าประมง เช่น ปลาเค็ม ปลาหมึกแห้ง สหกรณ์ต่างๆ ก็มีการแลกเปลี่ยนสินค้ากัน ทำมาได้ระยะหนึ่งก็มีผลตอบรับที่ดี” นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เผยถึงการแก้ปัญหาการกระจายผลไม้จากแหล่งผลิตในช่วงที่ผ่านมา โดยระบุว่ามีการแลกเปลี่ยนผลผลิตระหว่างข้าวกับผลไม้(ข้อมูล ณ 30 ส.ค.64)ระหว่างสหกรณ์ด้วยกัน จำนวน 1,993.94 ตัน รวมมูลค่ากว่า 54.93 ล้านบาท แบ่งเป็น ข้าว 1,0
นางจรรยา อินทะนิน ผู้จัดการสหกรณ์แก้วเกษตร จำกัด จังหวัดนครปฐม เปิดเผยว่า การทำเกษตรจะปลูกผักอินทรีย์ 100% ตามแนวทางของสหกรณ์ฯ ว่า ต้องมีใจรักสุขภาพ ต้องเข้าไปอบรมทุกขั้นตอนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จากสหกรณ์จังหวัด จากกรมส่งเสริมสหกรณ์ รวมไปถึงการได้รับการส่งเสริมจากนโยบายของ นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช. เกษตรและสหกรณ์ ที่เมล็ดพันธุ์ต้องรู้ที่มา โดยทางกรมวิชาการเกษตรได้เข้ามาแนะนำและช่วยตรวจสอบด้วย สำหรับ สหกรณ์แก้วเกษตร จำกัด จังหวัดนครปฐม มีภารกิจ สนับสนุนสินค้าเกษตรอินทรีย์เเละจำหน่ายสินค้าที่ผ่านการตรวจสอบสินค้าปลอดสารพิษ ซึ่งเป็นผลผลิตจากสมาชิกสหกรณ์และเกษตรกรที่อยู่ในจังหวัดใกล้เคียง ที่ทำผักและผลไม้อินทรีย์ โดยมีการยืนยันการตรวจสอบ คือมีใบมาตรฐานออร์เเกนิกไทยเเลนด์เป็นเครื่องรับรอง ทางสหกรณ์ถึงจะรับซื้อสินค้านั้น ปัจจุบันมีลูกค้าเป็นห้างสรรพสินค้าโมเดิร์นเทรด โดยส่งไปกระจายสินค้าส่งท็อปส์ซุปเปอร์มาร์เก็ต เริ่มต้นดำเนินธุรกิจตั้งแต่ ปี 2561 แต่เมื่อ ปี 2563 ก็ได้รับผลกระทบกับโรคระบาดโควิด-19 ทำให้รายได้ลดลง ที่นี่เน้นย้ำว่า ส่งเสริมให้ปลูกพืชผักและผลไม้อินทรีย์ ถ้าไม่มีเกษต
คุณอัชฌา สุวรรณนิตย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวระหว่างการลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการปลูกข้าวโพดหวาน เพื่อสร้างรายได้ให้แก่สมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ที่สหกรณ์การเกษตรโพทะเล จำกัด จังหวัดพิจิตร ว่า เป็นการติดตามโครงการภายหลังที่ตัวแทนสหกรณ์ประสงค์เข้าร่วมโครงการ และได้รับแจกเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดหวานจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ ทดลองปลูกตั้งแต่ 7 มิถุนายน 2563 ขณะนี้เกษตรกรได้เก็บผลผลิตจำหน่ายในพื้นที่และสามารถสร้างรายได้ในระยะเวลาสั้นๆ เป็นโครงการที่กรมตั้งใจจะช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบในช่วงที่วิกฤตโควิด-19 ระบาด โดยหวังว่าจะเป็นช่องทางสร้างรายได้เพิ่มให้เกษตรกรอีกทางหนึ่งไม่มากก็น้อย “จากการสอบถามเกษตรกรที่เราคัดให้เข้าโครงการภายใต้การสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ของบริษัท แปซิฟิคเมล็ดพันธุ์ จำกัด ส่วนใหญ่มีความพอใจกับผลตอบแทนที่ได้รับ หักต้นทุน แล้วมีกำไรประมาณ 15,000 บาท ต่อรอบการผลิต 73 วัน ในพื้นที่ทดลองปลูกเพียง 300 ตารางวา ซึ่งในอนาคตเกษตรกรที่เป็นสมาชิกสหกรณ์จะเดินหน้าต่อโครงการนี้หรือไม่ เป็นเรื่องที่สหกรณ์นั้นต้องไปหารือ
เพราะกล้าที่จะเปลี่ยน จึงทำให้ก้าวชีวิตของ นพดล สว่างญาติ อดีตวิศวกร ได้ก้าวมาสู่ความสำเร็จในการเป็นเกษตรกรชาวนาต้นแบบของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรรม หรือ ส.ป.ก. พลิกฟื้นผืนนาบนแผ่นดินพระราชทาน จำนวน 19-1-49 ไร่ ตั้งอยู่เลขที่ 13 หมู่ที่ 2 บ้านข้าวใหญ่ ตำบลช้างใหญ่ อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โทร. 08-7519-0999 ให้เป็นแหล่งผลิตข้าวคุณภาพและปลอดภัย ภายใต้มาตรฐานรับรองการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี หรือ Good Agricultural Practices : GAP ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พระนครศรีอยุธยา เป็น 1 ใน 5 จังหวัด อันเป็นที่ตั้งของที่ดินพระราชทานโดยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งทรงตระหนักถึงปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยเฉพาะปัญหาเรื่องที่ดินทำกินและการพัฒนาการเกษตร จึงทรงพระราชทานที่ดินให้กับเกษตรกร โดยมี ส.ป.ก. เป็นหน่วยงานหลักในการบริหารจัดการพร้อมทั้งขับเคลื่อนกิจกรรมสู่เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินพระราชทาน ดำเนินการสืบสานพระปณิธานแผ่นดินของพ่อ เพื่อการพัฒนาศักยภาพผืนดินทำกิน เพิ่มผลผลิต สร้างรายได้ ให้ความช่วยเหลือด้านองค์ความรู้ และเข้าถึงโอกาสทางเลื
