สัตว์ปีก
ขึ้นชื่อว่า “หงส์” ความรู้สึกสง่างาม ทรงพลัง มีอำนาจในการต่อรอง ยิ่งเมื่อผนวกเข้ากับความเชื่อของชาวจีนด้วยแล้ว หงส์ จัดเป็นสัตว์สิริมงคลและศักดิ์สิทธิ์ เป็นสัญญลักษณ์แห่งดวงอาทิตย์และความอบอุ่นสำหรับฤดูร้อน และฤดูเก็บเกี่ยวพืชไร่ ทั้งยังเป็นเครื่องหมายแห่งคุณงามความดี แต่หงส์ที่กำลังจะกล่าวถึงในที่นี้ อาจต้องพิเคราะห์อีกครั้งว่า จะมีนัยหรือความหมายตามความเชื่อของชาวจีนหรือไม่ เพราะสีขนของหงส์แปรเปลี่ยนเป็นสีดำ จึงเรียกกันว่า “หงส์ดำ” บางท่านอาจเคยเห็นแต่หงส์ขาว หงส์ที่มีขนสีขาวตลอดทั้งตัว คราวนี้ หงส์ขาวละไว้ก่อน ขอยกหงส์ดำ หงส์ที่มีขนสีดำตลอดทั้งตัวขึ้นมาแทน อันที่จริง มีหงส์ที่ขนตลอดลำตัวสีขาว ส่วนขนช่วงลำคอกลับเป็นสีดำ ด้วย แต่ก็ขอกล่าวถึงเฉพาะ “หงส์ดำ” เพียงชนิดเดียวก่อน หงส์ดำ (Black Swan) เป็นสัตว์สวยงามชนิดหนึ่ง มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า “Cygnus atratus” เป็นสัตว์ที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปออสเตรเลีย เป็นสัตว์ปีกที่มีความสง่างาม เวลาว่ายน้ำลำคอจะโค้งเป็นรูปตัวเอส มีลำคอที่ยาวระหง มีขนสีดำตลอดลำตัว มีขนสีขาวแซมอยู่เล็กน้อยบริเวณปีก ลูกตามีสีแดง ที่ปากจะมีสีแดงสดและมีแถบขาวตรงปลายปาก ธรรม
งาน วิฟ เอเชีย 2019 จะจัดขึ้นระหว่าง วันที่ 13-15 มีนาคม 2562 เต็มพื้นที่ของศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ งานนี้ถือเป็นงานแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมสำหรับธุรกิจอาหารสัตว์-อาหารคน ที่ดีที่สุดในเอเชีย ครอบคลุมการผลิตโปรตีนปศุสัตว์ทุกสายพันธุ์และห่วงโซ่อาหารครบวงจร นอกจากนี้ งานนี้ยังถือเป็นงานเจรจาธุรกิจระดับนานาชาติ โดยในครั้งล่าสุดเมื่อปี พ.ศ. 2560 วิฟ เอเชีย ได้ต้อนรับนักธุรกิจและผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมจาก 126 ประเทศ ในครั้งนี้จะมีผู้จัดแสดงสินค้า จำนวน 1,250 ราย จาก 60 ประเทศทั่วโลก ท่านจะได้พบผู้นำตลาดระดับโลกที่มีชื่อเสียง รวมทั้งผู้เล่นระดับภูมิภาคและระดับประเทศของเอเชียที่ทวีความสำคัญ ซึ่งจะมาแสดงสินค้าและบริการใหม่ล่าสุดสำหรับผู้ผลิตและผู้แปรรูปโปรตีนจากสัตว์ทุกราย ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค จะเต็มไปด้วยคูหาแสดงสินค้า โดยในครั้งนี้จะมีพื้นที่จัดแสดงรวมเพิ่มขึ้น ร้อยละ 30 เมื่อเทียบกับงานครั้งที่แล้วเมื่อ พ.ศ. 2560 ความเป็นนานาชาติของบริษัทที่มาจัดแสดงจะเห็นได้จากที่อยู่ของผู้แสดงสินค้า 30 รายแรก ในรายชื่อผู้แสดงสินค้าซึ่งเรียงตามตัวอักษร A-Z ปี 2562 ในเว็บไซต์ของ
ไก่งวง เป็นสัตว์ปีก จัดอยู่ในวงไก่ฟ้าและนกกระทา ในต่างประเทศชาวคริสต์นิยมรับประทานในวันขอบคุณพระเจ้า ไก่งวงมีขนาดใหญ่กว่าไก่ทั่วไป หน้าตาผิดแผกไปจากไก่พื้นบ้าน ปัจจุบัน มีการส่งเสริมการเลี้ยงไก่งวงในภาคอีสาน ว่ากันว่า เริ่มแรกไก่งวงเข้ามาในประเทศไทยโดยทหารอเมริกันเข้ามาประจำในฐานทัพที่ จ.อุดรธานี และ จ.นครราชสีมา ปัจจุบัน เกษตรกรนิยมเลี้ยงไก่งวง 3 สายพันธุ์หลัก คือ พันธุ์เบลท์สวิลล์ สมอล ไวท์ (Beltsville Small White) พันธุ์อเมริกัน บรอนซ์ (American Bronze) และไก่งวงลูกผสม (Crossbred) เกษตรกรได้รับการส่งเสริมการเลี้ยงไก่งวงอย่างแพร่หลาย ปัจจุบัน จังหวัดมหาสารคาม ถือเป็นแหล่งผลิตพ่อแม่พันธุ์ไก่งวงที่ดีที่สุดของประเทศ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการปศุสัตว์ที่ 4 ได้สนับสนุนการเลี้ยงและพัฒนาแม่พันธุ์ไก่งวงตัวใหม่ โดยใช้ชื่อว่า “ไก่งวงเมืองตักสิลา” เพื่อเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดมหาสารคาม “ไก่งวงเมืองตักสิลา” กลายเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่ช่วยให้เกษตรกรผู้เลี้ยงมีรายได้เพิ่มขึ้น จนสามารถจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนในเวลาต่อมา ไก่งวงเมืองตักสิลา เน้นเลี้ยงในวิถีธรรมชาติ เนื้อของไก่งวงจะมีสีแดงน่ารับประทาน ที่สำคั
นายสัตวแพทย์อภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ระบบการเลี้ยงสัตว์ปีกในประเทศไทย ส่วนใหญ่เป็นการเลี้ยงเชิงอุตสาหกรรมภายใต้ระบบฟาร์ม มีการกำหนดมาตรฐานฟาร์มอย่างชัดเจน แต่มีบางส่วนที่เลี้ยงสัตว์ปีก แบบรายย่อย ซึ่งเป็นการเลี้ยงแบบปล่อยเลี้ยงหากินเองตามธรรมชาติ โดยเลี้ยงในบริเวณบ้าน สวนผลไม้ บางราย ไม่มีโรงเรือนสัตว์ปีกอาศัยอยู่ตามต้นไม้หรือใต้ถุนบ้าน ไม่มีการกำหนดมาตรฐานฟาร์มที่ชัดเจน ทำให้มีโอกาสเสี่ยง ต่อการเกิดโรคระบาดในสัตว์ปีกได้ง่าย มีอัตราการป่วยและตายสูง ดังนั้นกรมปศุสัตว์จึงมีจัดทำโครงการยกระดับมาตรฐานการเลี้ยงสัตว์ปีกพื้นเมือง (Good Farming Management, GFM) โครงการดังกล่าวเป็น ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชน ในการยกระดับมาตรฐานการเลี้ยงสัตว์ปีกรายย่อยไปสู่มาตรฐานได้อย่างยั่งยืน ตามนโยบายของ พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในเรื่อง การลดต้นทุนและเพิ่มโอกาสในการแข่งขันสินค้าเกษตร ตลอดจนยกระดับสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพสูงขึ้น ซึ่งการดำเนินงานโครงการดังกล่าว เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกต้องมีโรงเรือนปิดมิดชิดด้วยตาข่าย ป้องกันสัตว์พาหะนำโรค แ
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ แนะนำเกษตรกรเฝ้าระวังสุขภาพสัตว์ ในช่วงรอยต่อของฤดูกาลที่ภาวะอากาศแปรปรวน เน้นการจัดการในโรงเรือนและสร้างความอบอุ่นให้สัตว์ ช่วยป้องกันความเสี่ยงและลดอัตราสูญเสีย พร้อมให้คำปรึกษาด้านสุขภาพสัตว์ครบวงจร น.สพ.นรินทร์ ร่มลำดวน รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สำนักเทคนิคและวิชาการสัตว์บก ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ขณะนี้สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงตลอดวันทั้งร้อนจัด ฝนตก สลับอากาศเย็น ทำให้สัตว์ปีกเลี้ยงแบบปล่อยหรือเลี้ยงในโรงเรือนแบบเปิดไม่สามารถปรับตัวได้ จึงมีคำแนะนำในการดูแลสัตว์ปีก โดยเฉพาะการดูแลสุขภาพสัตว์ เข้มงวดการทำวัคซีนป้องกันโรคตามที่สัตวแพทย์ การเตรียมโรงเรือนให้พร้อมอาจเพิ่มกันสาดหรือปิดผ้าใบเพื่อป้องกันฝนรอบโรงเรือน และต้องให้ความสำคัญกับก๊าซแอมโมเนียในโรงเรือน ที่จะกระทบต่อทางเดินหายใจของสัตว์ปีกโดยตรง เพิ่มหลอดไฟกกเพื่อสร้างความอบอุ่นให้สัตว์ปีกในช่วงที่อากาศเย็นลง โดยต้องควบคุมความเร็วลมให้เหมาะสม และพิจารณาเสริมวิตามินละลายน้ำให้สัตว์กิน 3-5 วันติดต่อกัน เพื่อลดความเครียดและเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับสัตว์ ช่วยลดการใช้ยาในการรักษาสัตว์ทำให้ผู้บร
แชนเนลนิวส์เอเชีย รายงานว่า กองทัพฟิลิปปินส์ได้ใช้กองกำลังทหารจำนวนมาก เพื่อกำจัดไก่หลายพันตัว หลังกระทรวงเกษตรยืนการแพร่ระบาดของไข้หวัดนกลุกลามไปสู่จังหวัดที่สองในตอนเหนือของกรุงมะนิลา โดยทหารกว่า 100 นายถูกส่งไปยังจังหวัดนูวา อีซิจา หลังจากตรวจพบว่ามีนกกระทาติดเชื้อไข้หวัดนก 2 ตัว ซึ่งการติดเชื้อเคสใหม่นี้อยู่ในพื้นที่ที่ห่างจากพื้นที่ที่พบการติดเชื้อครั้งแรกอย่างจังหวัดปัมปางา 50 กิโลเมตร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีนกอพยพมาจากประเทศจีน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ระบุสาเหตุของการระบาดโรคไข้หวัดนก หรือสายพันธุ์ที่แน่นอน โดยกำลังดำเนินการทดสอบอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย นอกจากนี้ ยังไม่พบกรณีการแพร่ระบาดในมนุษย์ และการทดสอบในช่วงแรกๆ ยังได้ตัดสายพันธุ์ H5N1 ออก ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ก่อให้เกิดโรคได้มาก โฆษกกองทัพกล่าวว่า การส่งทหารไปกำจัดไก่ในจังหวัดนูวา อีซิจา ได้ดำเนินการตามคำร้องขอจากสำนักงานอุตสาหกรรมสัตว์ กรมวิชาการเกษตร “หลังจากได้รับการยืนยันว่ามีการติดเชื้อไข้หวัดนกเคสใหม่ขึ้น” ขณะที่จังหวัดปัมปางานั้น เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา กองทัพได้ส่งทหารกว่า 300 นายไปกำจัดไก่กว่า 30,000 ต
วันที่ 17 ส.ค.60 เวลา 08.30 น. สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุทัยธานี ประกาศแจ้งเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีก ให้ทำการเฝ้าระวังและป้องกันโรคระบาดในสัตว์ปีกที่อาจติดต่อสู่คนในช่วงที่มีพายุฝน หลังจากในพื้นที่เริ่มกลับมามีฝนตกชุกอย่างต่อเนื่องติดต่อกัน ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพสัตว์ปีกทำให้อ่อนแอ เน้นย้ำให้เกษตรกรจัดเตรียมโรงเรือน วัสดุปูรองและอาหารสัตว์ให้เพียงพอ รวมถึงการเฝ้าระวังดูอาการอย่างใกล้ชิด โดยนายอภิชาติ สุวรรณชัยรบ ปศุสัตว์จังหวัดอุทัยธานี เปิดเผยว่า เนื่องจากขณะนี้ในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี เริ่มกลับมามีฝนตกทุกติดต่อกันอย่างทั่วถึง จึงอาจส่งผลต่อสุขภาพของสัตว์ปีก ทำให้สัตว์ปีกอ่อนแอแะเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคได้ง่าย อีกทั้งยังมีรายงานข่าวว่า พบสัตว์ปีกป่วยตายในหลายจังหวัด ดังนั้นเพื่อเป็นการเฝ้าระวัง ป้องกันโรคระบาดในสัตว์ปีกที่อาจติดต่อสู่คนได้ ทางสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุทัยธานี จึงได้ทำการแจ้งเตือนไปยังเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกและประชาชนให้ได้ทราบและปฏิบัติ ดังนี้ 1. หากพบสัตว์ปีกป่วยตายผิดปกติ ซึม ไอ จาม หายใจลำบาก หงอนเหนียงคล้ำ ท้องเสีย ชัก ตายกะทันหันไม่แสดงอาการชัดเจน หรือพบอาการตายผิดป
นพ. เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากการเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรค ตั้งแต่ต้นปี 2560 มีรายงานการระบาดของไข้หวัดนกในสัตว์ปีกในหลายประเทศของภูมิภาคเอเชีย ส่วนในประเทศไทยแม้ไม่พบผู้ป่วยโรคไข้หวัดนกมานานประมาณ 12 ปี แต่ยังพบรายงานสัตว์ปีกป่วยตายผิดปกติในบางจังหวัด เฉพาะในเดือนมิถุนายน 2560 ได้รับแจ้งเหตุการณ์สัตว์ปีกป่วยตายใน 5 จังหวัด ได้แก่ สงขลา นครศรีธรรมราช สุพรรณบุรี สุโขทัย และพิษณุโลก ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยไม่พบการระบาดของไข้หวัดนกในสัตว์ปีก “กรมควบคุมโรคขอแนะนำให้เฝ้าระวังผู้ที่เดินทางไปในประเทศที่มีการระบาดของไข้หวัดนก และเฝ้าระวังสัตว์ปีกป่วยตายผิดปกติภายในประเทศ หากประชาชนพบสัตว์ปีกป่วยตายในพื้นที่ ควรแจ้งอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านหรือปศุสัตว์ในพื้นที่ เพื่อดำเนินการหาสาเหตุ เก็บตัวอย่างส่งตรวจและควบคุมโรคในสัตว์ หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ปีกที่มีชีวิตหรือป่วยตายโดยตรง หากมีข้อสงสัยเรื่องสัตว์ปีกป่วยตายสอบถามข้อมูลได้ที่สำนักควบคุมป้องกันและบำบัดโรคสัตว์ กรมปศุสัตว์ โทร 0-2653-444 ต่อ 4137-8” นพ. เจษฎา กล่าว ขอบคุณข้อมูลจากมติชนรายวัน
เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน นายสัตวแพทย์จาตุรนต์ พลราช ปศุสัตว์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยถึงกรณีสัตว์ปีกในฟาร์มของเกษตรกร จำนวนหลายหมื่นตัวล้มตาย โดยบางแห่งเป็นการทยอยตาย และบางแห่งตายยกเล้า และมีรายงานเข้ามาถึง 4 อำเภอแล้ว คือในเขตอำเภอพระนครศรีอยุธยา บางปะอิน บางไทร และนครหลวง ซึ่งสัตว์ปีกที่ตายส่วนใหญ่เป็นไก่ เช่นที่ฟาร์มของนายประทีป โอริส เขตตำบลคุ้งลาน อำเภอบางปะอิน ไก่ไข่ตายแบบยกเล้าทั้งฟาร์ม กว่า 5,000 ตัว และฟาร์มของนายยุพิณ แก้วสมบูรณ์ เขตตำบลบ้านหว้า อำเภอบางปะอิน ทยอยตายทั้งไก่และเป็ดเทศ ก่อนตายสัตว์ปีกทั้งหมด จะมีหน้าสีดำ หงอนดำ หมดแรง หัวทิ่ม ปากจิกพื้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ลงตรวจสอบแล้ว ยืนยันว่าการตายของสัตว์ปีกมาจากโรคประจำท้องถิ่น คือโรคอหิวาไก่ หรือโรคห่า ดังนั้นให้เกษตรกรสามารถ แจ้งการตายเข้ามาเพื่อขอรับสิทธิ์ การจ่ายเงินช่วยเหลือ สำหรับการทำลายให้ใช้วิธี นำซากไก่ใส่ถุงและไปฝังกลบในพื้นที่เท่านั้น ห้ามเคลื่อนย้ายออก ส่วนหากจะนำไปเป็นอาหารปลาดุกในบ่อใต้ฟาร์มไก่นั้น ไม่แนะนำให้ทำ แต่หากจะทำต้องนำซากไก่ที่ตายไปต้มให้สุกทั้งตัว ในน้ำร้อนเสียก่อน ที่นำไปให้ปลาดุกกิน ที่มา :
กรมปศุสัตว์ เร่งผลักดันการผลิตสินค้าปศุสัตว์ทั้งระบบภายใต้มาตรฐานสากล เพื่อครองความเป็นผู้นำด้านการผลิตอาหารปลอดภัยสู่ผู้บริโภคทั่วโลก สร้างโอกาสบุกตลาดในหลายประเทศที่มีความเข้มงวดด้านมาตรฐานสินค้าสูง มั่นใจปีนี้ไทยจะสามารถส่งออกเนื้อไก่และผลิตภัณฑ์ได้ตามเป้า 7.6 แสนตัน นำรายได้เข้าประเทศ 98,000 ล้านบาท น.สพ.สรวิศ ธานีโต รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ ในฐานะโฆษกกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า จากข่าวเจ้าหน้าที่สืบสวนบราซิล จับกุมพนักงานบริษัท JBS และ BRF ซึ่งเป็นผู้ผลิตเนื้อสัตว์รายใหญ่ที่สุดของบราซิล ในข้อหาจ่ายสินบนพนักงานตรวจสอบคุณภาพ เพื่อให้เนื้อสัตว์ปนเปื้อนของบริษัทผ่านการตรวจสอบและนำไปจำหน่าย รวมทั้งส่งออก การจับกุมดังกล่าวจึงส่งผลกระทบอย่างมาก ต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในระบบการตรวจสอบของบราซิลที่เป็นผู้ส่งออกไก่อันดับ 1 ของโลก สำหรับประเทศไทย กรมปศุสัตว์ยืนยันว่ามีความเข้มงวดในการตรวจสอบและกำกับดูแลการผลิตเนื้อสัตว์ตลอดกระบวนการ เพื่อผลิตอาหารปลอดภัยสู่ผู้บริโภคทั้งชาวไทยและทั่วโลก โดยผลักดันให้ผู้ประกอบการและเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ พัฒนาระบบการผลิตให้มีมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะส
