สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
เริ่มแล้ว!!!! งานสังคมสุขใจปี 2562 ที่สวนสามพราน ขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์…สู่ชีวิตสมดุล เปิดตัว แอพพลิเคชั่น Thai Organic Platform เชื่อมห่วงโซ่สินค้าอินทรีย์ วันแรก สุดคึกคัก ชวน ช้อปเปลี่ยนโลก ได้ทั้งสินค้าอินทรีย์ ความรู้ เครือข่าย แรงบันดาลใจ ตั้งแต่13-15 ธันวาคม สามพรานโมเดล ททท. ทีเส็บ เซ็นทรัล สสส. จังหวัดนครปฐม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เครือข่ายเกษตรอินทรีย์ และภาคีพันธมิตร ทั้งภาครัฐ เอกชน การศึกษา และภาคประชาสังคม ผนึกความร่วมมือร่วมจัดงาน “สังคมสุขใจครั้งที่ 6 ขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์…สู่ชีวิตที่สมดุล” ภายใต้คอนเซปต์ ช้อปเปลี่ยนโลก ณ สวนสามพราน จ.นครปฐม ระหว่างวันที่ 13-15 ธันวาคม พ.ศ. 2562 มีเกษตรกรอินทรีย์ในเครือข่ายสามพรานโมเดลและจากทั่วประเทศ นำผลผลิตอินทรีย์สดใหม่จากฟาร์ม และผลิตภัณฑ์แปรรูป มาให้ช้อปสุขภาพดีอย่างจุใจ โดยไฮไลท์เด่น ปีนี้ คือการเปิดตัวแอพพลิเคชั่น Thai Organic Platform เชื่อมโยงคนทั้งห่วงโซ่สินค้าอินทรีย์ เป็นครั้งแรกในไทย มั่นใจช่วยยกระดับผู้บริโภคให้เป็น Active Consumer เข้าถึงสินค้าและกิจกรรมไ
ตลาดสุขใจ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ได้ชื่อว่าเป็น “ตลาดเกษตรอินทรีย์ต้นแบบ” ที่น่าเรียนรู้แห่งหนึ่งของประเทศไทย ภายใต้การสนับสนุนของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เกษตรกรและประชาชนผู้สนใจที่ได้แวะเยี่ยมชมตลาดสุขใจ…ศูนย์รวมความอร่อยไร้สารพิษ แห่งนี้จะได้สัมผัสวิถีเกษตรพอเพียง และเรียนรู้โครงการรวมพลังรักษ์โลกไปพร้อมๆ กัน เรียกว่า ได้ ช็อป ชิม อิ่มท้องและสุขใจที่ตลาดแห่งนี้ได้ทุกวันเลยทีเดียว จุดเริ่มต้น “ตลาดสุขใจ” มีจุดเริ่มต้นจาก สวนสามพรานมีความต้องการวัตถุดิบอินทรีย์ที่ดี มีคุณภาพ สำหรับใช้ในห้องอาหารของโรงแรม รศ. จุฑาทิพย์ ภัทราวาท สถาบันวิชาการด้านสหกรณ์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แนะนำให้ คุณอรุษ นวราช กรรมการผู้จัดการ สามพราน ริเวอร์ไซด์ ชักชวนเกษตรกรที่ต้องการเปลี่ยนจากเกษตรระบบเคมีเป็นเกษตรระบบอินทรีย์ในพื้นที่มารวมกลุ่ม ชื่อ “กลุ่มธุรกิจเชิงคุณภาพสามพราน” โครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ซึ่งปัจจุบันคือ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)โดย ดร. สีลาภรณ์ บัวสาย ร่วมก่อตั้งตลาดสุขใจและดำเนินกิจกรรม
บีโอไอ มุ่งส่งเสริมเกษตรสมัยใหม่ ยกระดับผู้ประกอบการตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ สู่สมาร์ท ฟาร์เมอร์ เผยสถิติ 9 เดือน อุตสาหกรรมเกษตรและแปรรูปอาหารมียอดขอรับส่งเสริมการลงทุน 130 โครงการ มูลค่ากว่า 3 หมื่นล้านบาท รายงานข่าวจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า บีโอไอ มุ่งให้ความสำคัญกับการส่งเสริมกิจการเกษตรและผลิตผลจากการเกษตร ตลอดห่วงโซ่ของการผลิต เพราะเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีในระดับสูง เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขัน พร้อมสนับสนุนให้เกิดกระบวนการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย นำไปสู่การพัฒนาระบบเกษตรสมัยใหม่ให้เกิดขึ้นในประเทศไทยอย่างแท้จริง ปัจจุบัน กิจการในหมวดเกษตรกรรมและผลิตผลจากการเกษตร บีโอไอ ให้สิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล สูงสุด 5-8 ปี รวมไปถึงการให้การส่งเสริมการผลิตหรือบริการระบบเกษตรสมัยใหม่ (Smart Farming) ได้แก่ การออกแบบระบบและซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการบริหารจัดการทรัพยากรที่เกี่ยวข้องในลักษณะ System Integration โดยมีการเก็บข้อมูล แปลผล และวิเคราะห์ข้อมูล ระบบเกษตรอัจฉริยะยังช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุนหรือกระบวน
ภารกิจสำคัญของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในการเตรียมประเทศไทยในศตวรรษที่ 21 โดยมีเป้าหมายสำคัญ 3 ด้าน คือ การสร้างและพัฒนาคน การวิจัยเพื่อสร้างความรู้ และการสร้างและพัฒนานวัตกรรม ตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 “สำนักงาน การวิจัยแห่งชาติ (วช.)” หน่วยงานในสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มีภารกิจสำคัญด้านการสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมหลักของประเทศ จากบทบาทดังกล่าว วช. ดำเนินการสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องในหลากหลายประเด็นสำคัญของประเทศ ซึ่งหนึ่งในภารกิจสำคัญ คือการสนับสนุนทุนวิจัยเพื่อการตอบโจทย์ เรื่องการ “สร้างคน” สอดคล้องกับ การดำเนินงานที่ผ่านมาของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) หรือ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เดิม ทำหน้าที่ดูแลโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) มากว่า 20 ปี สร้างนักวิจัยระดับปริญญาเอกที่มีคุณภาพสูงให้กับประเทศ และ “สร้างปัญญา” ด้วยการผลิต ผลงานวิจัยที่ได้มาตรฐานสากล และยังสร้างความเข้มแข็งให้กับหลักสูตรและระบบบัณฑิตศึกษา ตลอดจนระบบวิจัยในมหาวิทยาลัยไทย อีกทั้งทำให้เ
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับ The Korea Institute of Energy Technology Evaluation and Planning (KETEP) และ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ส่งเสริมและสนับสนุนโครงการความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาบุคลากรการวิจัยด้านพลังงาน โดย KETEP เป็นหน่วยงานให้ทุนด้านการวิจัยและพัฒนาด้านพลังงาน ในสังกัดกระทรวงการค้า อุตสาหกรรม และพลังงาน (Ministry of Trade, Industry & Energy) สาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งมีบทบาทในการวางแผนนโยบายเทคโนโลยีพลังงาน บริหารจัดการและประเมินผลโครงการด้านพลังงาน และความร่วมมือกับประเทศต่างๆ ทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ในฐานะหน่วยงานให้ทุนวิจัยและนวัตกรรมหลักของประเทศ ได้ร่วมผลักดันการวิจัยที่ตอบโจทย์นโยบายด้านพลังงานของรัฐบาลที่มุ่งเน้นส่งเสริมและผลักดันให้อุตสาหกรรมพลังงานสามารถสร้างรายได้ให้ประเทศและพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางธุรกิจพลังงานของภูมิภาคโดยใช้ความได้เปรียบเชิงภูมิยุทธศาสตร์สร้างเสริมความมั่นคงทางพลังงาน ทั้งนี้ สกสว. จะทำหน้าที่พิจารณากรอบนโยบา
ศาสตราจารย์วิจัยดีเด่น สกสว. จาก มจธ. อบรมเทคนิคอบแห้งผลไม้แบบธรรมชาติด้วยการใช้ลมร้อนร่วมกับไมโครเวฟ ช่วยประหยัดพลังงานและเวลาได้ 3 เท่า สี-เนื้อสัมผัสใกล้เคียงของสด อยู่ระหว่างการใช้งานจริงโดยภาคเอกชน หวังเป็นสินค้าพรีเมียมส่งออก ศ.ดร. สมชาติ โสภณรณฤทธิ์ ศาสตราจารย์วิจัยดีเด่น สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) จัดการอบรม “การผลิตผลไม้อบแห้งแบบธรรมชาติ ไม่ใช้สารละลายน้ำตาลที่มีคุณภาพสูง ประหยัด รวดเร็ว และต้นทุนต่ำ” แก่ผู้ประกอบการภาคเอกชนและสถาบันการศึกษา จำนวน 72 คน ณ คณะพลังงานสิ่งแวดล้อมและวัสดุ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) กิจกรรมดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องจากการดำเนินงานวิจัยเรื่อง “เทคนิคขั้นสูงทางวิศวกรรมเกษตรเพื่อส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันด้านการวิจัยพัฒนาและการค้าวัสดุชีวภาพและพลังงานหมุนเวียน” ซึ่งเป็นงานวิจัยที่ร่วมกับภาคอุตสาหกรรมค้นพบวิธีการเตรียมผักและผลไม้ก่อนการอบแห้ง เพื่อให้ได้ผักและผลไม้อบแห้งแบบธรรมชาติ ไม่ใช้สารเคมีและสารละลายน้ำตาลที่มีคุณภาพสูง ด้วยวิธีการอบแห้งแบบผสมผสานระหว่างไมโครเวฟร่วมกับลมร้อนที่สามารถอบแห้งได้
วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 – ผศ. สุภาวดี โพธิยะราช ผู้อำนวยการฝ่ายการวิจัยมุ่งเป้า สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) พร้อมด้วย ผศ.ดร. สุดเขตต์ นาคะเสถียร คณบดีคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และเกษตรกรสักขีพยาน ร่วมพิธีมอบกล้าพันธุ์อ้อยปลอดโรคใบขาวคือ พันธุ์ขอนแก่น 3 และพันธุ์ LK92-11 จำนวนทั้งสิ้น 100,000 ต้น แก่คณะผู้แทนจากโรงงานน้ำตาลต่างๆ รวม 6 โรงงาน เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับเกษตรกรในพื้นที่ ประกอบด้วย บริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) (KSL), บริษัท น้ำตาลบุรีรัมย์ จำกัด (มหาชน), บริษัท ธาอัส จำกัด (Crop Tech Asia, CTA), โรงงานน้ำตาลพิษณุโลก กลุ่มบริษัทน้ำตาลไทยรุ่งเรือง, บริษัท น้ำตาลวังขนาย จำกัด และบริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) พิธีมอบกล้าพันธุ์อ้อยปลอดโรคใบขาวในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อกระจายพันธุ์อ้อยปลอดโรคใบขาวให้กับเกษตรกร และถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตอ้อยปลอดโรคใบขาว รวมถึงชี้แจงแนวปฏิบัติของเกษตรกรที่จะรับต้นพันธุ์อ้อยปลอดโรคใบขาวที่ผลิตได้จากโครงการฯ ให้กับเจ้าหน้าที่โรงงานน้ำตาลและผู้สนใจ เพื่อนำไปปลูกในแปลงพัน
