สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
สสว.จัดเสวนา “ถอดรหัส ไขเคล็ดลับ BDS : SME ปังตังได้คืน”เปิดตัวโครงการส่งเสริมผู้ประกอบการผ่านระบบ BDS ต่อเนื่องปีที่ 2 ณ โรงแรม เดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ 16 มีนาคมนี้ สสว. พร้อมเดินหน้า พัฒนาผู้ประกอบการ เตรียมจัดเสวนา “ถอดรหัส ไขเคล็ดลับ BDS : SME ปังตังได้คืน ก้าวสู่ปีที่ 2” ภายใต้โครงการส่งเสริมผู้ประกอบการผ่านระบบ BDS ภายใต้โปรแกรม MSME Recovery & Beyond เปิดตัวบริการด้านการตลาดที่เข้มข้นทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งการจัดงานครั้งนี้ ผู้ประกอบการจะทราบถึงเคล็ดลับการขอรับการสนับสนุนจากภาครัฐ และหน่วยให้บริการต่างๆ ของรัฐบาล ในแบบร่วมจ่าย ทั้งการจัดเตรียมเอกสารอย่างไร ให้ได้รับอนุมัติเร็ว การเสวนา “ถอดรหัส ไขเคล็ดลับ BDS” จัดขึ้น ในวันพฤหัสบดีที่ 16 มีนาคม 2566 เวลา 09:00 น.ณ ห้อง Jubilee ชั้น 11 โรงแรม เดอะ เบอร์เคลีย์ โฮเทล ประตูน้ำ กรุงเทพฯ ภายในงาน ได้รับเกียรติจาก นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และผู้บริหาร สสว. ตลอดจน ผู้บริหารพันธมิตร ทั้งภาครัฐและเอกชน ร่วมบอกเล่าถึง การดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการ วิสาหกิจขนาดกลาง
สสว. ร่วมกับ ม.อ. และ มศก. ส่องธุรกิจ ร่วมวินิจฉัย เพื่อเติมเต็มกระบวนการทางความคิด และเชื่อมโยงเอสเอ็มอีสู่โอกาสทางธุรกิจ จัดทำโครงการ “ระบบวินิจฉัย 360 องศา เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ระบบของภาครัฐ (SME Formalization)” ให้เอสเอ็มอีไทยสามารถยกระดับพัฒนาศักยภาพเพื่อเพิ่มโอกาสในการแข่งขันทางธุรกิจ และผลักดันเข้าสู่ระบบการพัฒนายกระดับธุรกิจอย่างครบวงจรของภาครัฐและหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการผ่านระบบออนไลน์ ได้ที่ www.sme360d.com ตั้งแต่วันนี้ ถึง 15 สิงหาคม 2566 นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างมาก จากสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวในช่วงที่ผ่านมา ก่อให้เกิดปัญหาการว่างงานของคนรุ่นใหม่ การถูกเลิกจ้าง ถึงแม้จากรายงานภาวะสังคมไทยของ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระบุการจ้างงานเพิ่มขึ้น และอัตราการว่างงานปรับตัวดีขึ้นก็ตาม แต่วิกฤตครั้งนี้ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงสำคัญหลายประการให้แก่โครงสร้างสังคม พฤติกรรมของผู้คนที่เปลี่ยนแปลงไป ผอ.สสว.
เครือซีพีเดินหน้าแพลตฟอร์มแห่งโอกาสต่อเนื่อง ขยายความร่วมมือหอการค้าและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเวทีจับคู่ธุรกิจ SME Online Business Matching ครั้งที่ 3 หนุน SME – เกษตรกรไทยเติบโตอย่างยั่งยืน เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ร่วมกับหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเวทีเจรจาจับคู่ธุรกิจ SME Online Business Matching ครั้งที่ 3 ประจำปี 2565 ระหว่าง วันที่ 29-30 พฤศจิกายน 2565 ภายใต้โครงการ “แพลตฟอร์มแห่งโอกาส” เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการSME และเกษตรกรไทยได้มาเจรจาธุรกิจนำเสนอสินค้าทุกประเภททั้งสินค้าอุปโภคและบริโภคเพื่อจัดจำหน่ายกับ 3 กลุ่มธุรกิจค้าปลีกในเครือซีพี ได้แก่ เซเว่น อีเลฟเว่น แม็คโคร และโลตัส พร้อมการได้รับคำแนะนำจากพันธมิตรในโครงการ นายปิยะวัฒน์ ฐิตะสัทธาวรกุล รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การจัดเวทีเจรจาจับคู่ธุรกิจ SME Online Business Matching ครั้งท
สสว. ผนึก หน่วยงานพันธมิตร 90 หน่วยงาน เดินหน้า “มาตรการ SME ปัง ตังได้คืน” ตอบโจทย์ความช่วยเหลือให้กับผู้ประกอบการ SME ในทุกด้าน พร้อมอุดหนุนค่าใช้จ่ายในการพัฒนารายละไม่เกิน 200,000 บาท ตั้งเป้ายกระดับ SME กว่า 6,000 ราย ภายใต้วงเงิน 400 ล้านบาท นายวชิระ แก้วกอ รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินงานในแคมเปญ “มาตรการ SME ปัง ตังได้คืน” ภายใต้ โครงการส่งเสริมผู้ประกอบการ (BDS) ว่า สสว. ได้พยายามปรับปรุงการให้บริการ และการพัฒนาผู้ประกอบการ SME ให้ประสบความสำเร็จสูงสุด และตอบโจทย์ตามที่ผู้ประกอบการต้องการ โดยในอดีตที่ผ่านมาการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME มักเป็นรูปแบบของการช่วยเหลือผ่านโครงการ ต่างๆ ที่มีกรอบของความช่วยเหลือตามเป้าหมายของแต่ละโครงการ ซึ่งผู้ประกอบการอาจได้รับบริการที่ไม่ตรงกับความต้องการทั้งหมด ประกอบกับสภาพแวดล้อมในการทำธุรกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงที่เร็วมากขึ้น ดังนั้น ความต้องการในการรับความช่วยเหลือของผู้ประกอบการ จึงมีความหลากหลายมากขึ้น ทำให้การจะช่วยเหลือ SME ตามรูปแบบเดิม อาจจะไม่ทันกับความต้องการของผู้ประกอบก
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม แถลงข่าวความสำเร็จ “งานพัฒนาสิทธิประโยชน์และผลักดันให้เกิดขึ้นจริงเพื่อการประกอบการ” บูรณาการความร่วมมือเชื่อมโยงเครือข่ายภาครัฐและเอกชน ผลักดันสิทธิประโยชน์ผู้ประกอบการ เพิ่มผลิตภาพ/ลดต้นทุน ขยายช่องทางการตลาด และเชื่อมโยงแหล่งเงินทุน นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) แถลงข่าวความสำเร็จ “งานพัฒนาสิทธิประโยชน์และผลักดันให้เกิดขึ้นจริงเพื่อการประกอบการ” ผ่านช่องทางออนไลน์ Facebook Fanpage สสว. โดยมีเครือข่ายสื่อมวลชนร่วมเผยแพร่การแถลงข่าวจาก สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม อาคารทีเอสที ถนนวิภาวดีรังสิต เขตจตุจักร กรุงเทพฯ นายวีระพงศ์ กล่าวว่า การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก รวมถึงระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยด้วย มีผู้ประกอบการได้รับผลกระทบจากมาตรการต่างๆ ที่สืบเนื่องจากการระบาดเป็นจำนวนมาก รัฐบาลตระหนักถึงความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าไปช่วยเหลือให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ในยุค New Normal และ Next Normal สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ห
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) มุ่งมั่นยกระดับผู้ประกอบการ SME ไทย ให้เติบโตได้อย่างมีศักยภาพและมีศักยภาพการแข่งขันในตลาดสากล จึงทุ่มงบประมาณกว่า 400 ล้านบาท ออกมาตรการ “SME ปัง! ตังได้คืน” รวมบริการสนับสนุนด้านการพัฒนาธุรกิจ ผ่านระบบ BDS (Business Development Service) ที่สมัครง่าย อนุมัติไว ตังได้คืน จากการช่วยอุดหนุนค่าใช้จ่ายในการพัฒนาธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการแบบร่วมจ่าย (co-payment) ในสัดส่วน 50-80% สูงสุดรายละไม่เกิน 200,000 บาท ตามขนาดของธุรกิจ นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า “มาตรการ SME ปัง! ตังได้คืน” เป็นมาตรการใหม่ของ สสว. เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ SME เข้าถึงบริการสนับสนุนด้านการพัฒนาธุรกิจจากหน่วยงานชั้นนำต่างๆ ทั่วประเทศ โดยในปี 2565 มีบริการครอบคลุม 3 หมวด ได้แก่ หมวดการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานสินค้าและบริการ หมวดการพัฒนาช่องทางการจำหน่ายและการตลาด และการพัฒนาตลาดต่างประเทศ ขณะนี้มีผู้ประกอบการ SME สมัครใช้งานผ่านระบบ BDS เพื่อขอรับบริการและขอรับการช่วยเหลืออุดหนุนค่าใช้จ่ายในการพัฒนาแล้วกว่า
สสว. ร่วมกับ ช้อปปี้ จัดแคมเปญออนไลน์ “SME Hybrid Fair” บนแพลตฟอร์มช้อปปี้ 16 มิถุนายน – 15 กันยายน 2565 นี้ เชิญชวนร่วมสนับสนุนผู้ประกอบการกว่า 1,000 ร้านค้า จัดส่วนลดและโปรโมชั่นพิเศษตลอดแคมเปญ พร้อมรับสมัครผู้ประกอบการเพิ่ม เดินหน้าพัฒนาศักยภาพและขยายช่องทางตลาด SME ต่อเนื่อง นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า ในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 กว่า 2 ปีที่ผ่านมา สสว. ได้ยังคงเดินหน้าโครงการต่างๆ เพื่อพัฒนาศักยภาพและสร้างโอกาสให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีภายใต้สถานการณ์ที่มีข้อจำกัดอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานพันธมิตร ทั้งภาครัฐและเอกชน ร่วมกันดำเนินกิจกรรมต่างๆ นำมาสู่แนวทางความร่วมมือที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบันซึ่งมีการลงนามความร่วมมือเพื่อสิทธิประโยชน์ของผู้ประกอบการกับหน่วยงานองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนกว่า 10 แห่ง ทั้งด้านการเพิ่มผลิตภาพและลดต้นทุน การเชื่อมโยงแหล่งเงินทุน และการขยายช่องทางการตลาด ผอ.สสว. เผยอีกว่า ภายใต้ความร่วมมือกับ ช้อปปี้ (ประเทศไทย) ได้ร่วมกันจัดแคมเปญ “SME Hybrid Fair” บนแพลตฟอร
ปลาช่อนแม่ลา เป็นปลาที่อาศัยอยู่ในลุ่มน้ำแม่ลา จังหวัดสิงห์บุรี ซึ่งเป็นดินโคลนและน้ำอุดมสมบูรณ์ด้วยแร่ธาตุอาหาร ทำให้ปลาช่อนมีลักษณะตัวอ้วนโต หัวหลิม หางเป็นแบบใบพัด คลีบหูสีชมพูปนส้ม มีไขมันปลาแทรกอยู่ในเนื้อปลา รสชาติอร่อยเป็นพิเศษ ปัจจุบันปลาช่อนในลำน้ำแม่ลาเริ่มลดน้อย เกษตรกรก้าวหน้าจึงนำพันธุ์ปลาช่อนคุณภาพมาเพาะเลี้ยงในบ่อ จากนั้นแปรรูปเป็นปลาช่อนแดดเดียวเพื่อเพิ่มมูลค่า และสร้างรายได้ให้ครัวเรือนมั่นคง วันนี้จึงนำเรื่อง “ป.แดน เกษตรฟาร์ม ผลิตปลาช่อนแม่ลาแดดเดียว รายได้หลักแสน” มาบอกเล่าสู่กัน คุณศรัญญา เพ็ชรรักษ์ หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต สำนักงานเกษตรจังหวัดสิงห์บุรี เล่าให้ฟังว่า จังหวัดสิงห์บุรีมีลำน้ำแม่ลาซึ่งเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ด้วยแร่ธาตุอาหารให้ประชาชนใช้ประโยชน์เพื่อการยังชีพและการเกษตร ในแหล่งน้ำมีปลาช่อนหรือปลาหลายชนิดอาศัย มีการเจริญเติบโตสมบูรณ์ โดยเฉพาะเมื่อนำปลาช่อนมาทำเป็นอาหารเมนูต่างๆ เนื้อปลาจะแน่นนุ่มหนึบ รสชาติอร่อย มีกรดไขมัน โอเมก้า 3 และโอเมก้า 6 เทียบเท่ากับปลาทะเลที่ให้คุณค่าทางโภชนาการสูง ด้านพัฒนาการผลิตได้ส่งเสริมเกษตรกรรวมกลุ่
เซเว่น อีเลฟเว่น จับมือ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ชวนฟังบรรยายพิเศษออนไลน์ “การสร้างแบรนด์ SME ในยุค Next Normal” โดย โอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านแบรนด์และการสื่อสาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) นักสร้างแบรนด์ระดับแนวหน้าของเมืองไทย ที่จะถ่ายทอดความรู้ แชร์ประสบการณ์ และบอกเคล็ดลับการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งในยุคโควิด-19 ในงานมอบรางวัลเซเว่น อีเลฟเว่น เอสเอ็มอียั่งยืน 2021 วันศุกร์ที่ 19 พฤศจิกายน 2564 เวลา 13.30-16.00 น. สามารถติดตามชมฟรี ได้ทางเฟซบุ๊ก ไลฟ์ https://www.facebook.com/cpall7
กิจกรรมพัฒนาคลัสเตอร์ Digital Content ชวนพันธมิตรสอนร้านออนไลน์ “โฆษณายังไง ให้ยอดขายปัง” กิจกรรมพัฒนาคลัสเตอร์ Digital Content ภายใต้โครงการสนับสนุนและพัฒนาคลัสเตอร์ SME ปี 2564 ร่วมกับ มหาวิทยาลัยศิลปากร พร้อมพันธมิตรในอุตสาหกรรมต่างๆ อาทิ เครือสหพัฒน์ ช้อปปี้ (ประเทศไทย) จัดสัมมนาออนไลน์ เชิญผู้เชี่ยวชาญจาก Shopee University ให้ความรู้ในหัวข้อ Getting Started with “Shopee Ads” ติดปีกผู้ค้าออนไลน์ ถึงวิธีการกระตุ้นยอดขายและการรับรู้ของร้านค้า ด้วยการทำโฆษณาบน ช้อปปี้ อย่างทรงประสิทธิภาพ โดยสัมมนาครั้งนี้เป็นกิจกรรมต่อยอดจากโครงการ Thai Character Designer X Fashion Collaboration Project ที่รับสมัครและคัดเลือกผู้ประกอบการ SME และนักออกแบบ นำผลงานด้านคาแรคเตอร์มาต่อยอดเป็นสินค้า ในกลุ่ม Fashion อาทิ เสื้อผ้าบุรุษ-สตรี-เด็ก ชุดชั้นใน Home textile และ Gift / Dolls เพื่อจัดทำ Pilot Products โดยทำงานร่วมกับบริษัทชั้นนำด้านธุรกิจ สิ่งทอ-แฟชั่นของประเทศ บมจ.ไทยวาโก้ บมจ.ธนูลักษณ์ บมจ.บูติคนิวซิตี้ บจ.ไหมทอง บจ.เอช แอนด์ บี อินเตอร์เท็กซ์ บจ.ราชาอูชิโน และทดลองตลาดจัดจำหน่า
