สูตรน้ำหมัก
หลายคนอาจเคยสงสัยว่าทำไมเวลาไปซื้อปลาสลิด มักไม่ค่อยเห็นหัวปลา บางคนอาจไม่เคยรู้เลยว่าหน้าตาปลาสลิดเป็นยังไง เหตุผลก็คือหัวของปลาสลิดไม่มีเนื้อ และแทบไม่มีประโยชน์อะไรเลย ต่างจากปลาช่อนที่หัวมีทั้งแก้มและคาง แต่ถึงแม้หัวของปลาสลิดจะไม่มีเนื้อแต่ก็มีประโยชน์กว่าการนำไปทิ้งให้ศูนย์เปล่า ด้วยการนำไปทำเป็นปุ๋ยหมักสำหรับใส่สวน กลายเป็นปุ๋ยธรรมชาติที่ดีมากอีกทางหนึ่ง ซึ่งนำมาใช้ประโยชน์ได้ถือว่าใช้ทุกส่วนได้คุ้มค่ามากๆ วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้าน จะพาทุกคนมาทำน้ำหมักชีวภาพจากปลาสลิด สูตรเด็ดนี้ได้มาจาก คุณพ่อวีระ รุ่งแสง เจ้าของปลาสลิดเกษตรพัฒนา ผู้เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงปลาสลิดแห่งบ้านแพ้ว สำหรับใครที่มีสวนครัวเล็กๆ หรือสวนไม้ผล ก็สามารถนำน้ำหมักนี้ไปรดพืชให้เจริญเติบโตได้เร็ว รับรองว่าสวนของคุณจะเขียวชอุ่ม งามสะพรั่งแน่นอน อุปกรณ์ หัวปลาสลิด หรือเศษปลาสลิด 1 กิโลกรัม กากน้ำตาล 1 ลิตร น้ำสะอาด 10 ลิตร จุลินทรีย์ EM 100 มิลลิลิตร ขั้นตอนการทำ หั่นหัวปลาสลิดหรือเศษปลาสลิดเป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อให้หมักได้ง่าย ผสมกากน้ำตาลและจุลินทรีย์ EM ลงในน้ำสะอาด คนให้เข้ากัน ใส่เศษปลาสลิดลงไปในน้ำที่ผสมแล้ว คนให้ส่
เกษตรกรหรือคนปลูกผักสวนครัวหลายรายอาจเคยเจอปัญหา ต้นไม่แข็งแรง กิ่งหักง่าย ใบและยอดไม่สมบูรณ์ ดอกร่วง หรือพืชในช่วงติดผลมีปัญหาผลผลิตไม่เป็นไปตามที่ต้องการ ปัญหาเหล่านี้มีหลายสาเหตุ ทั้งพันธุ์พืช สภาพอากาศ น้ำ การจัดการดิน รวมถึงความสมดุลของธาตุอาหาร หนึ่งในวัสดุเหลือใช้ใกล้ตัวที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ทางการเกษตรได้ก็คือ “เปลือกไข่” เพราะองค์ประกอบหลักของเปลือกไข่คือแคลเซียมคาร์บอเนต ซึ่งเป็นแหล่งแคลเซียมตามธรรมชาติ วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้าน จะมาชวนทำน้ำหมักเปลือกไข่แบบง่ายๆ จากวัสดุที่หาได้ในครัวเรือน เพื่อใช้เป็นตัวช่วยเสริมแคลเซียมให้กับพืช ลดการทิ้งของเหลือในครัว และช่วยลดต้นทุนในการดูแลต้นไม้ สูตรน้ำหมักเปลือกไข่ ทำง่าย ใช้วัสดุใกล้ตัว สูตรหนึ่งที่เผยแพร่โดยสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดตาก ใช้ เปลือกไข่ น้ำซาวข้าว และน้ำส้มสายชู โดยนำเปลือกไข่มาล้าง ตากให้แห้ง แล้วบดหรือทุบให้ละเอียด ก่อนนำไปหมักร่วมกับน้ำซาวข้าวและน้ำส้มสายชูประมาณ 8-10 วัน จากนั้นกรองและนำไปเจือจางก่อนใช้ วัตถุดิบ เคล็ดลับ ควรทำเปลือกไข่ให้มีขนาดเล็กที่สุดเท่าที่ทำได้ เพราะเปลือกไข่ชิ้นใหญ่จะย่อยสลายและปลดปล่อยแ
ในแปลงผักหรือสวนครัว “ผักบุ้ง” อาจไม่ได้มีค่าแค่เป็นผักที่นำมาประกอบอาหารเท่านั้น แต่ส่วนที่เหลือจากการตัดแต่ง เช่น ก้าน ใบ หรือผักบุ้งที่แก่เกินกว่าจะนำมารับประทาน ยังสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ ด้วยการทำเป็น น้ำหมักจากพืช สำหรับนำไปใช้ในแปลงปลูก แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับหลักการจัดการอินทรียวัตถุในภาคการเกษตร เพราะเศษพืชเมื่อผ่านกระบวนการย่อยสลายโดยจุลินทรีย์ จะเปลี่ยนอินทรียวัตถุให้กลายเป็นสารอินทรีย์และธาตุอาหารบางส่วนที่สามารถหมุนเวียนกลับคืนสู่ดินได้ ช่วยลดการทิ้งเศษพืชและเพิ่มการใช้ทรัพยากรภายในฟาร์มให้เกิดประโยชน์สูงสุด ใครที่ปลูกผักสวนครัว แล้วในแปลงมีผักบุ้งอยู่ นอกจากเอาไปทำเมนูต่างๆ ได้แล้ว ยังสามารถนำมาทำน้ำหมักได้ด้วย เนื่องจากในผักบุ้งมีฟอสฟอรัสและไนโตรเจนสูงเมื่อนำมาทำเป็นน้ำหมัก เพื่อเร่งการเจริญเติบโตของพืชและช่วยปรับสภาพดินให้ร่วนซุยอีกด้วย วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านมีสูตร “น้ำหมักจากผักบุ้ง” มาฝากพี่ๆ น้องๆ ใช้บำรุงพืชที่สวนที่แปลงของตัวเองได้ง่ายๆ จะมีวิธีการทำอย่างไรบ้าง มาดูรายละเอียดกันเลย คุณตาอุทัย แก่นสกล เกษตรกรผู้มีความเชี่ยวชาญในด้านการทำเกษตรผสมผสานและทำปุ๋ยห
“กลิ่นคอกหมู” คือหนึ่งในปัญหาใหญ่ที่เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรต้องเผชิญ ไม่เพียงสร้างความรบกวนให้กับผู้อยู่อาศัยโดยรอบ แต่ยังส่งผลต่อสุขภาพของทั้งคนและสัตว์ในฟาร์ม หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่จัดการอย่างเหมาะสม อาจกลายเป็นปัญหาสะสมที่ยากต่อการแก้ไข ในขณะที่หลายฟาร์มเลือกใช้สารเคมีเพื่อควบคุมกลิ่น แต่ก็ต้องแลกมาด้วยต้นทุนที่สูง และความเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อม วันนี้มีอีกหนึ่งทางเลือกที่ทั้ง “ประหยัด ปลอดภัย และได้ผลจริง” นั่นคือ “น้ำหมักมะเฟือง” สูตรธรรมชาติที่เกษตรกรหลายพื้นที่นำมาใช้แก้ปัญหากลิ่นคอกหมูได้อย่างมีประสิทธิภาพ ใครมีปัญหาคอกหมูมีกลิ่น ไม่ว่าจะคอกดินหรือคอกปูน ล้างเท่าไหร่กลิ่นก็ยังเหม็น🍃 วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านขอนำเสนอ “สูตรน้ำหมักมะเฟือง” สูตรที่ใช้ให้หมูกินเพื่อความแข็งแรงและลดปัญหากลิ่นเหม็นในคอกหมู วิธีทำง่ายมากๆ สามารถนำไปทำตามกันได้ ทำไมคอกหมูถึงมีกลิ่นแรง? กลิ่นเหม็นในคอกหมูส่วนใหญ่เกิดจากการย่อยสลายของมูลสัตว์และเศษอาหารที่ตกค้าง โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูงและการระบายอากาศไม่ดี จะทำให้เกิดก๊าซ เช่น แอมโมเนีย และก๊าซไข่เน่า (ไฮโดรเจนซัลไฟด์) ซึ่งเป็นต้นเหตุของก
วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้าน บอกหมดเปลือก เคล็ดไม่ลับ “สูตรน้ำหมักปลา” เป็นแหล่งสารอาหารสำหรับจุลินทรีย์ดิน บำรุงต้น ช่วยให้ออกดอกเร็ว บำรุงต้นก่อนออกดอกช่วยให้ออกดอกเร็ว เก็บผลผลิตได้เร็ว ซึ่งการใส่น้ำหมักปลาลงดินจะช่วยให้จุลินทรีย์ในดินย่อยสลายซากพืชซากสัตว์ได้เร็วยิ่งขึ้น ทำให้ปลดปล่อยธาตุอาหารที่มีประโยชน์ต่อพืชมากขึ้น ได้ผลผลิตปริมาณที่มากขึ้นและมีคุณภาพดี ช่วยให้ช่อดอกมีความยาวเพิ่มขึ้นและช่วยในการแตกยอดใหม่ของพืช แต่ถ้าใช้ในอัตราเข้มข้นก็จะทำหน้าที่ปราบศัตรูพืชได้ รวมถึงพืชสามารถใช้กรดอะมิโนในการผลิตฮอร์โมนพืชในกลุ่มออกซินได้ วิธีสังเกตว่าจะนำน้ำหมักมาใช้ได้ ระยะที่ 1 สังเกตน้ำหมักจะออกเข้มข้นเป็นฟองใหญ่ไม่แตกง่าย ระยะที่ 2 ฟองจะค่อยๆ เล็กและแตกง่ายจะมีกลิ่นหอม ระยะที่ 3 ฟองจะค่อยๆ เล็กลงมากมีกลิ่นน้ำส้มคล้ายกลิ่นแอลกอฮอล์และฟองจะละเอียดมากขึ้น วิธีใช้ : พ่นทางใบ ใช้ปุ๋ยน้ำ 1 ลิตรต่อน้ำ 100-150 ลิตร ปริมาณการพ่น 7-10 วันต่อครั้ง และใช้ราดลงดิน ราดโคน ใช้ปุ๋ยน้ำ 1 ลิตรต่อน้ำ 50 ลิตร ปริมาณการใช้อย่างน้อยปีละ 3-4 ครั้ง หรือ 30-40 วันต่อครั้ง ข้อแนะนำ : กรณีใช้ปลาทะเล ก่อนหมักให้ล้างปลาด
วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้าน บอกหมดเปลือก เคล็ดไม่ลับ “สูตรน้ำหมักฮอร์โมนไข่” เร่งดอกให้ติดดอกได้เร็ว ทำให้พืชสามารถดูดซึมไปใช้ประโยชน์ได้ง่าย ช่วยบำรุงดินให้อุดมสมบูรณ์ ออกดอกออกผล เร่งผลผลิตได้รวดเร็วยิ่งขึ้น นิยมใช้บำรุงพืช ควบคู่กับปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก และปุ๋ยเคมี ส่วนระยะเวลาในการให้ฮอร์โมนไข่นั้น ไม่ควรให้ถี่จนเกินไป ควรเว้นช่วงการให้ ฮอร์โมนไข่ คือ การนำไข่ไก่สดมาผสมกับนมเปรี้ยว และน้ำตาล เพื่อให้จุลินทรีย์ในนมเปรี้ยว ย่อยสลายธาตุอาหารในไข่ไก่ ทำให้พืชสามารถดูดซึมไปใช้ประโยชน์ได้ง่าย สูตรนี้จะนิยมใช้ในการบำรุงพืช ออกดอกออกผล เร่งผลผลิตได้รวดเร็ว “ฮอร์โมนไข่” เรียกได้ว่าเป็นปุ๋ยชั้นดีให้แก่พืชผักเลยทีเดียว ในไข่ไก่มีโปรตีนที่มีประโยชน์มาก นอกจากจะเป็นแหล่งโปรตีนสำคัญของมนุษย์แล้ว ยังมีประโยชน์ที่นำมาใช้กับพืชได้อีกด้วย วิธีใช้ : ผสมฮอร์โมนไข่ 2 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 5 ลิตร ฉีดรดต้นไม้ตอนที่ยังไม่ออกดอก และถ้าหากต้นไม้เริ่มออกดอกใช้เพียง 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 5 ลิตร หากใช้มากเกินไปจะทำให้ดอกร่วงได้ วิธีการเก็บรักษา : หากใช้ไม่หมด ให้นำไปเก็บไว้ในที่ร่มไม่ให้โดนแสงแดด สามารถเก็บได้นานเป็นปี
ในน้ำมะพร้าวจะมีสารไซโตไคนิน น้ำตาล วิตามิน เกลือแร่ และแร่ธาตุอีกหลายชนิด จึงมีประโยชน์ต่อพืช สามารถนำมาใช้เลี้ยงและขยายเชื้อจุลินทรีย์ได้ดี 🪴ขั้นตอนการทำ 1.หั่นมะพร้าวให้เป็นชิ้นเล็กๆ ห่อด้วยมุ้งไนลอน และใส่ลงในถังหมัก 2.เติมน้ำสะอาดลงไป 3.ปิดฝาถังหมักทิ้งไว้ 20 วัน หรือจนกว่าเนื้อมะพร้าวจะย่อยสลาย 4.เติมน้ำหน่อกล้วยลงไป หมักต่ออีก 10 วัน เพื่อเลี้ยงจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง หมายเหตุ : เหลือพื้นที่ให้มีอากาศเพื่อให้จุลินทรีย์หายใจ 10% ของพื้นที่ 🪴วัตถุดิบ เนื้อมะพร้าว 1 กิโลกรัม น้ำสะอาด 5 ลิตร น้ำหน่อกล้วย 1 ลิตร ✨วิธีการนำไปใช้ น้ำเนื้อมะพร้าว 2 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำ 20 ลิตร ใช้รด ราด หรือฉีดพ่นทางใบ จะช่วยเร่งการเจริญเติบโตของพืช 🌱ขอบคุณสูตรจาก : อาจารย์ปรีชา บุญท้วม04 #เทคโนโลยีชาวบ้าน #technologychaoban #สูตรปุ๋ย #สูตรน้ำหมัก #มะพร้าว #น้ำสกัดเนื้อมะพร้าว เผยแพร่ออนไลน์ล่าสุด เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2568
สูตรน้ำหมักที่จะช่วยเร่งพัฒนาการของตาดอกให้เจริญเร็ว ช่วยในการติดดอกและออกดอกดก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับไม้ตัดดอก เช่น ดาวเรือง มะลิ กุหลาบ ทำง่าย ประหยัด และไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อตัวผู้ใช้และธรรมชาติ สูตรนี้จะช่วยกระตุ้นการแตกตาดอกและพัฒนาการของดอกได้ดี เหมาะสำหรับใช้กับไม้ตัดดอกทั่วไป และไม้ผลระยะออกดอกบางชนิด 🪴วิธีการ สับชมพู่ให้เป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำไปใส่ในถังหมัก เติมกากน้ำตาล พด.2 และน้ำเปล่าลงไปในถัง คนให้เข้ากัน หมักไว้นานประมาณ 6 เดือน โดยระหว่างหมักให้แบ่งใส่รำละเอียดลงในถังหมัก อาทิตย์ละครั้ง ครั้งละประมาณ 1 กิโลกรัม แล้วคนรำละเอียดให้เข้ากันกับน้ำหมักไปเรื่อยๆ จนกว่าจะครบเวลาที่กำหนด เมื่อครบกำหนดก็สามารถนำน้ำหมักที่ได้ไปใช้ได้ทันที 🪴วัตถุดิบ ชมพู่ จำนวน 30 กิโลกรัม พด.2 จำนวน 2 ซอง กากน้ำตาล จำนวน 30 กิโลกรัม น้ำเปล่า จำนวน 30 ลิตร รำละเอียด จำนวน 30 กิโลกรัม ✨วิธีการนำไปใช้ ใช้น้ำหมัก 20 ซีซีต่อน้ำ 25 ลิตร ฉีดในช่วงเช้าหรือเย็น ขณะไม่มีแดด หรือช่วงพืชแตกตาดอก 🌱ขอบคุณสูตรจาก : ประสิทธิ์ โสภี. เกษตรกรบ้านเขาดิน 🌐ขอบคุณข้อมูลจาก : rakbankerd.com #เทคโนโลยีชาวบ้าน #technologychaoban
ผักกรอบไม่ง้อเคมี! ด้วย “สูตรน้ำหมักถั่วเหลือง” ฮอร์โมนถั่วเหลือง จะช่วยเร่งต้น เร่งใบ ทำให้ผักอ่อนกรอบ ลำต้นไม่แคระแกร็น ผักสมบูรณ์แข็งแรง และช่วยบำรุงดิน ทำให้ดินดี มีธาตุอาหารมากขึ้น 🔴วัตถุดิบ ถั่วเหลือง 1 กิโลกรัม (ที่ใช้ทำน้ำเต้าหู้) ผงกลูโคส 1 กระป๋อง (ปริมาณ 400 กรัม) น้ำตาลทรายขาว 1 กิโลกรัม โยเกิร์ต (รสธรรมชาติ) 2 ถ้วย หรือ ยาคูลท์ 2 ขวด น้ำส้มสายชู 1/2 ขวด (ขนาดขวดน้ำปลา) มะพร้าว 4 ลูก กลูโคส 400 กรัม น้ำเปล่า 8 ลิตร 🪴ขั้นตอนการทำ ล้างถั่วเหลืองด้วยน้ำเปล่าให้สะอาด นำไปแช่ในน้ำอุ่นทิ้งไว้ 1 คืน จากนั้นเทน้ำทิ้งแล้วล้างให้สะอาดอีกครั้ง นำถั่วเหลืองที่ล้างแล้วผสมกับน้ำสะอาด 8 ลิตรปั่นให้ละเอียด กรองกากถั่วเหลืองครั้งแรกด้วยกระชอน แล้วกรองซ้ำอีกครั้งด้วยผ้าขาวบาง จากนั้นเทใส่ถังที่เตรียมไว้ ใส่ส่วนผสมที่เหลือทั้งหมดตามลงไปในถัง คนให้ส่วนผสมเข้ากันแล้วปิดฝา หมักทิ้งไว้ 1 เดือน 🍀วิธีใช้ ผสมน้ำหมักถั่วเหลือง 2-3 ช้อนลงในน้ำเปล่าประมาณ 5 ลิตร ใช้รดผักสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ช่วยให้ผักเติบโตได้ดี ลำต้นแข็งแรง และทำให้ผักกรอบอร่อย ✨เคล็ดลับ หากใช้ยาคูลท์หมักทิ้งไว้ 1 เดือน หากใ
วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้าน บอกหมดเปลือก เคล็ดไม่ลับ “สูตรน้ำหมักสมุนไพรไล่แมลง” กำจัดแมลงที่ชอบมากัดกินใบทำให้เป็นรู และเหี่ยวแห้ง แต่ไม่อยากใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ไร้สารตกค้าง เรียกได้ว่าวัตถุดิบวันนี้หาได้ง่ายๆ สมุนไพรล้วนๆ ที่มีรสเผ็ดร้อนและมีกลิ่นของน้ำมันหอมระเหย ไม่มีสารเคมีปลอดภัยแน่นอน ซึ่งแต่ละชนิดล้วนมีสรรพคุณช่วยขัดขวางการดูดกินอาหารและยับยั้งการเจริญเติบโตของแมลงหลายชนิด และทำให้ไข่แมลงฝ่อ รวมถึงช่วยกำจัดเชื้อราและแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุโรคพืชได้ 🪣วัตถุดิบ กะเพรา โหระพา ตะไคร้ แมงลัก พริก สะระแหน่ ใบมะกรูด กระชาย อย่างละ 1 กำมือ หัวหอม 3 หัว กระเทียม 1 หัว ข่า 1 แง่ง เมล็ดพริกไทยแห้ง 1 ช้อนชา พริกแกงเผ็ด 2 ช้อนโต๊ะ น้ำส้มสายชู 2 ช้อนโต๊ะ น้ำเปล่า 1 ลิตร 💡วิธีทำ หั่นสมุนไพรที่มีขนาดใหญ่ ได้แก่ ข่า กระชาย ตะไคร้ และหัวหอม ให้เป็นชิ้นเล็กๆ จะช่วยตำหรือปั่นได้ง่ายขึ้น นำสมุนไพรทั้งหมดมาตำหรือปั่นรวมกันให้ละเอียด พร้อมคลุกเคล้าให้เข้ากัน ตักส่วนผสมสมุนไพรทั้งหมดใส่ในโหล ใส่พริกแกงและน้ำส้มสายชู เติมน้ำเปล่าแล้วคนให้เข้ากัน จากนั้นปิดฝาให้สนิท หมักทิ้งไว้ 1 คืน กรองเฉพาะน้ำสกัดมาใช้
