หน่อไม้ฝรั่ง
แม่บ้านที่คุ้นเคยกับการเข้าครัว คงจะรู้ดีว่า เวลาซื้อหน่อไม้ฝรั่งมาทำอาหาร ต้องเลือกหน่ออ่อนๆ รสชาติหวานกรอบมาทำอาหาร ส่วน”โคนหน่อไม้ฝรั่ง” มักถูกตัดทิ้งกลายเป็นขยะ เพราะโคนหน่อไม้ฝรั่งมีลักษณะแข็ง ไม่นิยมนำมารับประทาน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง เพราะหน่อไม้ฝรั่งเป็นผักที่มีราคาค่อนข้างสูง แต่ที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่าเท่าที่ควร ความจริง โคนหน่อไม้ฝรั่งสามารถนำมาแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม คือ ” หน่อไม้ฝรั่งแผ่นปรุงรส” ที่มีลักษณะเหมือนสาหร่ายแผ่นที่ขายตามท้องตลาดได้ ผลงานดังกล่าวเกิดจากการคิดค้นของ “ คุณจันทร์จีรา ทองร้อยยศ ” เมื่อครั้งที่เธอเป็นนักศึกษา ภาควิชาอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ก่อนหน้านี้ คุณจันทร์จีรา พบเห็นโคนหน่อไม้ฝรั่งในชุมชนที่เหลือทิ้งจำนวนมาก เห็นแล้วรู้สึกเสียดาย เพราะราคาหน่อไม้ฝรั่งค่อนข้างแพง น่าจะนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ เพราะหน่อไม้ฝรั่งเป็นผักเพื่อสุขภาพ ที่มีคุณประโยชน์มากมาย ผลงานวิจัยทางการแพทย์พบว่า ในหน่อไม้ฝรั่ง มีสารช่วยขับปัสสาวะ มีวิตามินบี 3 บ
หน่อไม้ฝรั่ง เป็นพืชผักที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจค่อนข้างสูงชนิดหนึ่ง ประเทศไทยส่งออกทั้งแช่แข็งและบรรจุกระป๋อง ตามสถิติที่ผ่านมา มีพื้นที่เพาะปลูก 25,000 ไร่ ปริมาณการผลิต 37,685 ต้น ประเทศผู้นำเข้ามากที่สุดและลดหลั่นกันไปตามลำดับ ได้แก่ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย เม็กซิโก ฟิลิปปินส์ และสหรัฐอเมริกา ส่วนอาการของโรคที่คุณเล่ามา เรียกว่า โรคลำต้นไหม้ในหน่อไม้ฝรั่ง เกิดจากการเข้าทำลายของเชื้อราชนิดหนึ่ง การระบาดมักพบในฤดูฝนที่มีความชื้นในอากาศสูง สปอร์ของโรคสามารถปลิวไปในอากาศและไหลไปตามน้ำได้ มีความสามารถอาศัยอยู่ในซากได้ข้ามปี วิธีป้องกันกำจัด ให้รักษาความสะอาดในแปลงปลูกอยู่เสมอ ต้องถอนต้นที่เป็นโรคออกมาเผาทำลายทิ้งไป ไม่ควรปลูกซ้ำที่เดิม หากปลูกพืชหมุนเวียนในแปลงได้จะยิ่งดี การใช้สารเคมี ให้เป็นตัวเลือกสุดท้ายเมื่อเกิดการระบาดรุนแรง ให้ฉีดพ่นด้วยคาร์เบนดาซิม 50 เปอร์เซ็นต์ เอสซี อัตรา 50 กรัม ต่อน้ำ 1 ปี๊บ สลับกับคอปเปอร์ออกซี่คลอไรด์ 80 เปอร์เซ็นต์ ดับบลิวพี อัตรา 50 กรัม ต่อน้ำ 1 ปี๊บ ห่างกัน 1 สัปดาห์ และต้องห้ามฉีดพ่นก่อนเก็บเกี่ยวผลผลิต 5-7 วัน ครับ
หน่อไม้ฝรั่ง เป็นพืชเศรษฐกิจที่ปลูกได้ดีในเมืองไทย เพราะหน่อไม้ฝรั่งเป็นพืช ที่ต้องการแสงแดดจัด อุณหภูมิกลางวัน 24-25 องศาเซลเซียส ส่วนกลางคืนไม่ต่ำกว่า 18 องศาเซลเซียส และมีปริมาณน้ำฝนไม่เกิน 1,600 มิลลิเมตร ต่อปี ปัจจุบันมีแหล่งปลูกสำคัญอยู่ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ราชบุรี นครปฐม สุพรรณบุรี ระยอง และนครราชสีมา แหล่งปลูก แหล่งผลิตที่เหมาะสมสำหรับผลิตหน่อไม้ฝรั่งคือ ไม่มีปัญหาน้ำท่วมขัง มีแหล่งน้ำสะอาดอย่างพอเพียงตลอดปี เป็นดินร่วนปนทรายหรือดินร่วน มีความอุดมสมบูรณ์สูงจนถึงปานกลาง ระบายน้ำและถ่ายเทอากาศได้ดี หน้าดินลึกอย่างน้อย 75 เซนติเมตร มีความเป็นกรด-ด่าง ระหว่าง 6.0-7.5 หรือมีฤทธิ์เป็นกรดหรือด่างอย่างอ่อนๆ เกือบเป็นกลาง การเตรียมดิน การเตรียมดินปลูกหน่อไม้ฝรั่ง ด้วยวิธีไถดะไถแปร และตากดินไว้ 1-2 สัปดาห์ แล้วไถพรวนย่อยดินให้แตกละเอียด พร้อมหว่านปูนขาว อัตรา 100-150 กิโลกรัม ต่อไร่ พร้อมใส่ปุ๋ยคอกเก่าอัตรา 1,000-2,000 กิโลกรัม ต่อไร่ ไถคลุกเคล้าลงในดินอย่างทั่วถึง การเตรียมต้นกล้า ปัจจุบันนิยมเพาะหน่อไม้ฝรั่งในถุงเพาะกล้าสีดำ ขนาด 4×6 นิ้ว ภายในถุงบรรจุวัสดุ ประกอบด้
