หมอดินอาสา
ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ หมู่ที่ 5 ตำบลช้างซ้าย อำเภอพระพรหม จังหวัดนครศรีธรรมราช มี นายช่วง สิงโหพล เป็นหัวหน้าศูนย์ หนึ่งในศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ จากจำนวน 221 แห่งทั่วประเทศ ที่สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ( สำนักงาน กปร. ) ได้พิจารณาตามหลักเกณฑ์การประเมินและกระบวนการตามหลัก Plan Do Check Act : PDCA จัดตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ ในโครงการขยายเสริมเพิ่มเครือข่ายศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ อีกหนึ่งกลยุทธ์ในการพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ที่มีอยู่ให้กระจายครอบคลุมทุกพื้นที่ และสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงให้แก่เกษตรกรหลากหลายสาขา ได้แก่ ด้านเกษตรผสมผสาน เกษตรทฤษฎีใหม่ เกษตรอินทรีย์ ประมง ปศุสัตว์ อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และอื่นๆ เพื่อให้ผู้สนใจได้เข้าไปศึกษาหาความรู้ นำมาประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิตและประกอบอาชีพให้เกิดความยั่งยืนต่อไป สำหรับนายช่วง สิงโหพล ปัจจุบันมีอาชีพเป็นเกษตร เดิมเป็นข้าราชการบำนาญอยู่กับภรรยาพื้นที่ทำกินสภาพเดิม ดินเสื่อมโทรมต้องปรับปรุงก่อนปลูกพืช จึงสมัครเป็นหมอดินอาสาในโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินการสรรหาและยกย่อง “ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน” เป็นประจำทุกปี เพื่อเชิดชูเกียรติบุคคลที่มีภูมิปัญญาด้านการเกษตร มีคุณธรรม ความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ เป็นแบบอย่างแก่เกษตรกรไทย โดยปีนี้ กรมพัฒนาที่ดิน ได้คัดเลือก “นางราตรี บัวพนัส” หมอดินอาสาตำบลจันเสน อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ รับรางวัล “ปราชญ์เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง” เพราะมีผลงานเด่น เป็นผู้นำชุมชนขับเคลื่อนการเกษตรยั่งยืนและถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เกษตรกรในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้ นางราตรีเคยได้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาการพัฒนาที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ประจำปี พ.ศ. 2568 ดร.สุมิตรา วัฒนา อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า “หมอดินราตรี” เริ่มต้นทำเกษตรโดยพึ่งพาสารเคมี แต่ต้องเผชิญปัญหาทั้งด้านสุขภาพ ศัตรูพืช น้ำท่วม ภัยแล้ง และต้นทุนการผลิตที่สูง จึงตัดสินใจปรับเปลี่ยนแนวทางการผลิตสู่การทำเกษตรอินทรีย์อย่างจริงจัง โดยน้อมนำหลัก “พอกิน พอใช้ พออยู่ พอร่มเย็น” ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มาประยุกต์ใช้ ควบคู่กับการบริหารจัดการดิน น้ำ และพื้นที่อย่างเป็นระบบ หมอดินราตรีได้
“ดิน” เป็นอีกสิ่งสำคัญในการผลิตสินค้าทางการเกษตร ถ้ามีการจัดการและบำรุงดินอยู่เสมอ นอกจากจะช่วยให้การปลูกพืชได้ผลผลิตที่ดี เมื่อมองไประยะยาวยังช่วยส่งเสริมผลผลิตทางการเกษตรให้เกษตรกรได้อย่างต่อเนื่อง เพราะอย่างน้อยในเรื่องของการลดต้นทุนการผลิตที่ไม่ต้องใส่ปุ๋ยเคมีอยู่ตลอด ก็ช่วยทำให้มีผลกำไรเพิ่มขึ้นเมื่อมีการใช้ปุ๋ยเคมีลดลง คุณดีน หะยีมะแซ เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรต้นแบบ ที่ได้ยึดมั่นในเรื่องของการปรับปรุงบำรุงดินเป็นอย่างมาก สิ่งที่กำลังทำเขาได้มาถูกทาง และจะเดินในเส้นทางนี้ต่อไป คือการทำเกษตรในแบบที่เขารัก พร้อมทั้งถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับเพื่อนเกษตรกรรายอื่นๆ จากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้รู้จักการทำเกษตร คุณดีน เล่าให้ฟังว่า พื้นเพเดิมครอบครัวทำอาชีพเกี่ยวกับเกษตรกรรมอยู่แล้ว มีพื้นที่ในการผลิตสินค้าทางการเกษตรออกจำหน่าย ซึ่งก่อนหน้านั้นเขาเองได้ไปทำงานประจำอยู่ เป็นงานที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการทำเกษตรเลยก็ว่าได้ แต่เมื่อมีการระบาดของโรคโควิด-19 เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา ทำให้เขามีเหตุจำเป็นต้องการกลับมาอยู่บ้านในระยะยาว อาชีพทางการเกษตรคือสิ่งเดียวที่เขาต้องทำหลังจากนี้จึงได้มองปัญหาที่สะสมม
นางปิ่นเพชร ดีล้อม ผู้อำนวยการสำนักวิทยาศาสตร์เพื่อการพัฒนาที่ดิน กรมพัฒนาที่ดิน (พด.) เปิดเผยว่า กรมพัฒนาที่ดิน ส่งเสริมเกษตรกรใช้ระบบ e-Service ตรวจสอบดินเพื่อการเกษตร เพื่อให้ได้ผลการวิเคราะห์ดิน ที่จะนำไปสู่คำแนะนำในการใช้ปุ๋ย และวัสดุปรับปรุงดินที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ส่งผลให้พืชเจริญเติบโตดี เพิ่มผลผลิต และลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยที่เกินความจำเป็น ทั้งนี้ กรมพัฒนาที่ดินมุ่งหวังให้การวิเคราะห์ดิน เป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนการผลิต นำไปสู่เกษตรกรรมที่ยั่งยืนในระยะยาว โดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้เกษตรกร ใช้ที่ดินของตนเองได้อย่างเหมาะสม ตรงตามศักยภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด โดยอำนวยความสะดวกด้านการเกษตร ตามนโยบายของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งระบบ e-Service ออกแบบมาเพื่อรองรับผู้ใช้งานทุกกลุ่ม ทั้งเกษตรกร นักวิชาการ และนักวิจัยจากหน่วยงานต่าง ๆ ปี 2568 มีเกษตรกรสนใจขอรับบริการตรวจวิเคราะห์ดินจำนวนไม่ต่ำกว่า 15,000 ราย “ดินที่ดีควรมีธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช ดังนั้นการวิเคราะห์ตรวจสอบธาตุอาหารในดินจึงเป็นเรื่องที่จำเป็น เพื่อให้สามารถใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินได้อย่างแม่นยำ ให
บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด โดย นางวราภรณ์ โอสถาพันธุ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส (ที่ 2 จากซ้าย) นายสมศักดิ์ มาอุทธรณ์ ที่ปรึกษา สำนักงานกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) (ขวาสุด) พร้อมด้วย ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ที่ 3 จากซ้าย) และ นายฉัตรเชาวสิโรตม์ ยอดคีรี ประธานวิสาหกิจชุมชนทำนาห้วยตาดข่า และประธานศูนย์เรียนรู้ชุมชนพลังเกษตรสร้างสุขสยามคูโบต้า – ห้วยตาดข่า(ซ้ายสุด) ร่วมเปิดตัว “โรงเรียนดินและปุ๋ย” พื้นที่ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการพัฒนาดินและการตรวจคุณภาพดินจากหมอดินอาสาของจังหวัดอุดรธานี ภายใต้โครงการ “คูโบต้า พลิกฟื้นผืนดิน” เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนองค์ความรู้สู่เกษตรและผู้สนใจ ให้ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาคุณภาพดินเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของผลผลิตในการเพาะปลูก โดยหมอดินอาสาที่มีความเชี่ยวชาญที่คอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด สู่การต่อยอดการทำเกษตรอย่างยั่งยืน ณ วิสาหกิจชุมชนทำนาห้วยตาดข่า อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายให้ความสำคัญกับการดำเนินงานด้านอาสาสมัครเกษตร ซึ่งเป็นภาคีเครือข่ายสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ในการพัฒนาการเกษตรและการให้บริการแก่เกษตรกรในระดับพื้นที่ ตามหลักการบริหารราชการแผ่นดินแนวใหม่ ที่เปิดโอกาสให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศในรูปแบบร่วมคิด ร่วมปฏิบัติ และร่วมรับผลประโยชน์ อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) คือ ตัวแทนของอาสาสมัครเกษตรที่ได้รับการคัดเลือกจากอาสาสมัครเกษตรทั้ง 16 ประเภทของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็นบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถเฉพาะด้านเพื่อทำหน้าที่ช่วยในการสนับสนุนภารกิจของหน่วยงาน โดยมีโครงสร้างการบริหารงานอาสาสมัครเกษตรในรูปแบบของคณะกรรมการอาสาสมัครเกษตรในระดับต่างๆ ต่อไป นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ในปี 2566 กรมส่งเสริมการเกษตร ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายอาสาสมัครเกษตร (คน.กษ.) ได้ดำเนินการจัดให้มีการคัดเลือกอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) ชุดใหม่ (ปี 2566 – 2570) ตามโครงสร้างการบริหารงานอาสาสมัครเกษตรให้เกิดความต่อเนื่องของการดำเนินงานในภาคการเกษ
มหาอุทกภัยครั้งร้ายแรงเมื่อปลายปี 2554 ที่มีมวลน้ำก้อนมหึมา ถาถมเข้าใส่พื้นที่หลายจังหวัด นับตั้งแต่ตอนบนของประเทศเรื่อยมาจนถึงกรุงเทพมหานคร ในครั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นใครที่อยู่ในเหตุการณ์ต้องประสบชะตากรรมเดียวกัน ซึ่งไม่ต่างจากความเดือดร้อนของคู่สามีภรรยาคือ ป้าสาวและลุงเนียร ในยามบั้นปลายของชีวิตที่บอกว่าไม่เคยมีเหตุการณ์น้ำท่วมร้ายแรงเช่นนี้มาก่อน กระทั่งทำให้พื้นที่ทั้งหมดของตำบลบางม่วง จังหวัดนครสวรรค์ และพื้นที่อีกหลายแห่งต้องจมอยู่กับความสูงของระดับน้ำ 4 เมตร เป็นเวลานานถึง 2 เดือน ซาบซึ้งในโครงการหลักเศรษฐกิจพอเพียง ลาออกจากงาน เดินหน้าตามโครงการ ผู้เขียนได้เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 39/1 หมู่ที่ 2 ตำบลบางม่วง อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อไปพบกับ ป้าสาว หรือ คุณมันทนา กลิ่นนิ่มนวล และ ลุงเนียร หรือ คุณจำเนียร กลิ่นนิ่มนวล คู่ชีวิตที่เพิ่งผ่านการต่อสู้กับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมมาไม่นาน เพราะทราบมาว่าท่านทั้งสองใช้ชีวิตคู่ด้วยการทำไร่นาสวนผสม ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ป้าสาว ในวัย 70 ปีเศษ เดิมเคยทำงานที่ท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ฝ่ายการเงิน แต่เมื่อซาบซึ้งในโครงการหลักเศรษฐกิจพอเพีย
ลุงสิงทอง นาชัย เกิดวันที่ 10 มิถุนายน 2489 ปัจจุบัน อายุ 71 ปี สัญชาติไทย เชื้อชาติไทย ศาสนาพุทธ จบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 สมรสกับ ป้าเพ็ญ นาชัย มีบุตรด้วยกันจำนวน 2 คน ปัจจุบัน อยู่บ้านเลขที่ 49 หมู่ที่ 13 บ้านทรัพย์ภูเก้า ตำบลหนองเรือ อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู เป็นเกษตรกรที่ไฟแรง เพราะทำการเกษตรมาหลายปี ทำให้ชีวิตดีขึ้น ฐานะครอบครัวเข้มแข็ง ฐานะการเงินมั่นคง และเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรของอำเภอโนนสัง ข้อมูลเกี่ยวกับประเภททางการเกษตรที่ดำเนินการ ตำแหน่งทางสังคม 1. หมอดินอาสา 2. ประมงอาสา 3. คณะกรรมการบริหารศูนย์บริการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลหนองเรือ 4. อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน ประเภททางการเกษตรที่ดำเนินการ มีประสบการณ์ในการทำงานภาคเกษตรมาแล้ว 25 ปี ดำเนินงานทางด้านการเกษตร ได้แก่ การทำไร่นาสวนผสม และการเกษตรทฤษฎีใหม่ กิจกรรมการทำไร่นาสวนผสม โดยแบ่งพื้นที่สำหรับการทำกิจกรรมทางการเกษตร มีพื้นที่ทั้งหมด จำนวน 32 ไร่ พื้นที่อยู่อาศัย จำนวน 1 ไร่ พื้นที่สระน้ำ จำนวน 5 ไร่ (เลี้ยงปลานิล ปลาจีน ปลาตะเพียน) พื้นที่ปลูกผัก จำนวน 1 ไร่ (บวบ และถั่วฝักยาว) พื้นที่ปลูกไม้ผล
หญ้าแฝก เป็นพืชที่มีระบบรากลึกและแผ่กระจายลงไปในดินตรงๆ เป็นพืชที่มีอายุได้หลายปี ขึ้นเป็นกอแน่น สามารถขยายพันธุ์ที่ได้ผลรวดเร็ว การปลูกหญ้าแฝกส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นในเรื่องการอนุรักษ์ดินและน้ำ ลดการชะล้างพังทลายของดิน การช่วยเก็บกักตะกอนดินในพื้นที่ลาดชัน แต่จากผลของการวิจัยพบว่า หญ้าแฝกยังมีลักษณะในด้านการฟื้นฟูทรัพยากรดินด้วย ซึ่งช่วยให้ดินมีศักยภาพในการให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น การปลูกหญ้าแฝกในพื้นที่ดินเสื่อมโทรมหรือพื้นที่ดินมีปัญหาจึงมีส่วนช่วยฟื้นฟูและปรับปรุงดินให้มีสภาพดีขึ้น เนื่องจากผลของอินทรียวัตถุที่เพิ่มขึ้น และกิจกรรมของจุลินทรีย์บริเวณรากหญ้าแฝก รวมทั้งการมีความชื้นที่ยาวนานขึ้น สภาพดินจึงมีการพัฒนา และความอุดมสมบูรณ์เพิ่มขึ้นเป็นลำดับ คุณอนุสิทธิ์ พวงมาลัย หรือ พี่ป๋อ อยู่บ้านเลขที่ 82 หมู่ที่ 6 ตำบลไผ่ดำพัฒนา อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง เกษตรกรเจ้าของบ้านสวนอนุลักษณ์ ผิดหวังจากการปลูกพืชผสมผสาน เนื่องจากพื้นที่ทำกินต้องประสบปัญหาน้ำท่วมทุกปี จึงหาทางออกด้วยการนำหญ้าแฝกมาปลูกเพื่อลดการชะล้างพังทลายของดิน และเพื่อปรับปรุงพื้นดินเสื่อมโทรมให้กับมาอุดมสมบูรณ์เหมาะกับการเพาะปลู
“หมอดินอาสา” เป็นเกษตรกรอาสาเข้ามาเป็นตัวแทนของเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาที่ดิน โดยเป็นเครือข่ายที่ช่วยถ่ายทอดข้อมูลข่าวสาร องค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านการพัฒนาที่ดินต่างๆ ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ทั่วประเทศ และยังเป็นต้นแบบด้านการจัดการดินอย่างถูกต้อง สามารถแก้ไขปัญหาดินเพื่อการใช้ประโยชน์ทรัพยากรดินให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและยั่งยืน คุณเบญจพร ชาครานนท์ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า “กรมพัฒนาที่ดินให้ความสำคัญกับการพัฒนาหมอดินอาสา ทั้งหมอดินอาสาประจำหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ และจังหวัด ซึ่งมีอยู่มากถึง 77,672 รายทั่วประเทศ ให้มีองค์ความรู้ด้านการพัฒนาที่ดินอย่างต่อเนื่อง โดยนำกิจกรรมต่างๆ พร้อมอุปกรณ์ในการถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาที่ดิน ปัจจัยการผลิตแจกจ่ายให้กับหมอดินอาสาทั่วประเทศ ตลอดจนเข้าพัฒนาพื้นที่ของหมอดินอาสาให้เป็นศูนย์เรียนรู้การพัฒนาที่ดินตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเป็นตัวอย่างการพัฒนาที่ดินของเกษตรกรในหมู่บ้านนั้นๆ และให้หมอดินอาสาเป็นศูนย์กลางสำหรับเกษตรกรในการเข้าถึงงานบริการของกรมพัฒนาที่ดินได้อย่างเต็มที่ ปัจจุบันกรมพัฒนาที่ดิน ได้เร่งพัฒนาศักยภาพหมอดินอาสา 4.0 ให้เพิ่มพูนความรู้และเข
