หอการค้าไทย
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงความสำเร็จ ของการจัดงานแสดงสินค้าอาหารเสมือนจริง THAIFEX – Virtual Trade Show (THAIFEX-VTS) ว่ากรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ได้จัดกิจกรรมนี้ผ่านแพลตฟอร์ม www.thaifex-vts.com เป็นเวลา 5 วัน ระหว่างวันที่ 29 กันยายน – 3 ตุลาคม 2564 ซึ่งผลการจัดงานนับว่าประสบความสำเร็จเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ สามารถสร้างโอกาสทางการค้าให้กับผู้ประกอบการอาหารและเครื่องดื่มของไทยในช่วงที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 โดยมีมูลค่าการซื้อขายสูงถึง 2,362 ล้านบาท จากที่ตั้งเป้าไว้ที่ 830 ล้านบาท THAIFEX – VTS มุ่งเน้นการขยายโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้แสดงสินค้าให้ผู้ซื้อจากทั่วโลก เข้าชมตลอด 24 ชั่วโมง ผ่าน www.thaifex-vts.com ที่ให้ความรู้สึกเสมือนได้เดินชมงานจริง สามารถดูรายละเอียดสินค้าได้แบบ 360 องศา และเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการไทยผ่าน VDO Call ในช่วงวันจัดงาน รวมถึงพูดคุยผ่าน Chat และการ Call บนแพลตฟอร์ม ตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับภาพรวมการจัดงาน THAIFEX-VTS ครั้งนี้ มีผู้ร่วมแสดงสินค้า 386 ราย แบ่งเป็นผู้
นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หอการค้าไทยได้มีการสร้างความร่วมมือกับสมาชิกและเครือข่ายบริษัทต่างๆ ในการขับเคลื่อนโครงการให้เกิดผลเป็นรูปธรรมมาอย่างต่อเนื่อง โดยกว่า 8 ปี ที่ผ่านมา ความร่วมมือดังกล่าวกับ กลุ่มซีพี ออลล์ ถือว่ามีผลสัมฤทธิ์ชัดเจนเป็นอย่างมาก ซึ่งแบ่งเป็น 4 ด้าน ดังนี้ 1) การพัฒนาศักยภาพ SMEs และส่งเสริมช่องทางการจัดจำหน่าย สู่ Modern Trade 2) การเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันและเข้าสู่ตลาด 3) การสร้างนักธุรกิจด้านเกษตรและยกระดับสินค้า ผ่านโครงการสร้างปั้นนักธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม และโครงการอบรมมาตรฐานความปลอดภัยในสินค้าเกษตรด้วยมาตรฐาน ThaiGAP 4) การส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้ หอการค้าไทยได้ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงเข้าไปส่งเสริมการเลี้ยงโคเนื้อให้ได้คุณภาพมาตรฐาน และมีการบริหารจัดการโคเนื้ออย่างครบวงจร อย่างไรก็ตาม สินค้าประเภทพืช ผัก ผลไม้ มักประสบกับปัญหาผลผลิตล้นตลาด และราคาตกต่ำ อีกทั้งสถานการณ์โควิดในปัจจุบัน ยังส่งผลกระทบต่อการจัดจำหน่ายสินค้าของเกษตรกร ทั้งตลาดภายในประเทศและการส่งออกไปต่างประเทศ หอการค้าไทยและสภาหอการค้า
บริษัท ซี.พี.อินเตอร์เทรด จำกัด ภายใต้แบรนด์ “ตราฉัตร” เข้ารับรางวัลประกาศเกียรติคุณจรรยาบรรณดีเด่น หอการค้าไทย ประจำปี 2563 (องค์กรขนาดใหญ่) จากหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ตอกย้ำมาตรฐานองค์กรสม่ำเสมอ ด้วยจรรยาบรรณนำธุรกิจยั่งยืน จากรางวัลประกาศเกียรติคุณจรรยาบรรณดีเด่น หอการค้าไทย เมื่อปี 2553 และ ปี 2563 การันตีความสำเร็จองค์กรในกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจข้าวสารบรรจุถุงแบรนด์คนไทย ที่ดำเนินธุรกิจอย่างมีจรรยาบรรณ และยึดหลักบรรษัทภิบาล จนเป็นที่ยอมรับ และผ่านเกณฑ์การพิจารณาของคณะกรรมการฯ พร้อมพันธกิจสำคัญ คือการดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณธรรม เพื่อตอบสนองความต้องการให้กับผู้บริโภค ภายใต้ดูแลรับผิดชอบต่อสังคม นายฐิติ ลุจินตานนท์ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ธุรกิจการค้าข้าวและอาหารในประเทศและต่างประเทศ บริษัท ซี.พี. อินเตอร์เทรด จำกัด (ข้าวตราฉัตร) เปิดเผยว่า ซี.พี.อินเตอร์เทรด หรือตราฉัตร ยึดหลักดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานค่านิยม 3 ประโยชน์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่มุ่งสร้างสรรค์ประโยชน์แก่ประเทศชาติ ประชาชน และองค์กร รวมไปถึงบริหารองค์กรบนพื้นฐานหลักธรรมาภิบาล มีความรับผิดชอบต่อสังคม ตลอ
หอการค้าไทย จับมือเครือข่าย ส่งเสริมและพัฒนา SMEs เติมองค์ความรู้ พร้อมสร้างโอกาสการเข้าสู่ Modern Trade บรรเทาผลกระทบจากวิกฤตโควิด เตรียมความพร้อมสำหรับการกลับเข้าสู่ตลาดแรงงาน หรือการผันตัวไปเป็นผู้ประกอบการได้อย่างเข้มแข็งในอนาคต นายภูมินทร์ หะรินสุต รองประธานกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยว่า การแพร่ระบาดของโรค Covid-19 ส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจโดยรวม ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ หรือ SMEs ต่างก็ได้รับผลจากวิกฤตครั้งนี้ ซึ่งทำให้เกิดการชะลอตัวในภาคการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายของภาคเอกชน ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ในไตรมาส 2/2563 ติดลบ 12.2% โดยเฉพาะตัวเลขสถานการณ์การจ้างงานในปัจจุบันมีความน่ากังวลอย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับช่วงก่อนการล็อกดาวน์ในไตรมาส 1 ที่มีอัตราการว่างงานเพียง 1% หรือประมาณ 4 แสนคน พุ่งสูงขึ้นเป็น 8 แสนคน หรือ 1.95% ทั้งนี้ จากผลสำรวจของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พบว่า หากสถานการณ์เศรษฐกิจไม่ดีขึ้นภายใน 6 เดือน จนถึงสิ้นปีนี้ ธุรกิจ SMEs อาจมีการปลดคนงานสูงถึง 2 ล้านคน “หอการค้าไทย มิได้นิ่งนอนใจ และได้พยายามหาหนทางในการบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการมาโดยตลอด แต่ด้วยภาวะชะลอต
กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศร่วมกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ลงพื้นที่จังหวัดตรัง สำรวจศักยภาพสหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านหนองครก จำกัด ถกประเด็นการใช้ประโยชน์และขยายโอกาสการค้าผ่านเอฟทีเอ พร้อมทั้งจัดเสวนาเข้มติดอาวุธเกษตรกรและสหกรณ์ยางพารา ระหว่างวันที่ 25-26 กรกฎาคม 2562 นางสาวบุณิกา แจ่มใส ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาความพร้อมทางการค้า กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2562 คณะกรมเจรจาฯ ได้ร่วมกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ ลงพื้นที่พบปะสหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านหนองครก จำกัด เพื่อสำรวจศักยภาพสหกรณ์กองทุนสวนยาง และหารือเรื่องการใช้ประโยชน์จากความตกลงค้าเสรี (เอฟทีเอ) เจาะตลาดต่างประเทศ โดยพบว่าสหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านหนองครก จำกัด มีสมาชิก 86 ราย พื้นที่ประมาณ 4,600 ไร่ รับซื้อน้ำยางจากสมาชิกเพื่อแปรรูปเป็นหมอนและที่นอนยางพารา. ผลิตหมอนยางพาราได้เดือนละ 5,000 ใบ จำหน่ายภายในประเทศภายใต้เครื่องหมายการค้า Nong Krok โดยส่งออกไปจีนซึ่งเป็นตลาดหลักเดือนละ 4,000 ใบ โดยใช้ตราสินค้าตนเอง รวมทั้งยังรับจ้างผลิต (OEM) ส่งออกไปมาเลเซียและเมียนมาร์ด้วย ซึ่งสหกรณ์ฯ สามารถส่งออกผลิตภัณฑ์ยางพาราโดยใช้ประโยชน
หากพูดถึงประเทศที่เหมาะแก่การลงทุนทำธุรกิจ คงหนีไม่พ้นประเทศมหาอำนาจอย่าง “จีน” ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่จีนกำลังเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การค้าในจีนขยายตัวเพิ่มขึ้นทุกปี รวมทั้งจำนวนประชากรกว่า 1,400 ล้านคน มากกว่าจำนวนประชากรในไทยหลายเท่าตัว ทำให้ผู้ประกอบการในไทยต่างมองเห็นโอกาสเข้าไปลงทุนสร้างรายได้ในจีน ในงานสัมมนา “เดินหน้าสินค้าไทยไปตลาดจีน มิติใหม่ของผู้ประกอบการไทย” ที่สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ รองศาสตราจารย์ ดร.สมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดี สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ฉายภาพว่า ในช่วง 5 เดือน ที่ผ่านมา ระบบเศรษฐกิจในประเทศจีนขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องการค้ามีรายได้ขยายตัวกว่า 6.5% มีสัดส่วนการส่งออกสินค้า 10% การนำเข้าสินค้า 16% และในอนาคตมีแนวโน้มโตขึ้น ด้วยกำลังซื้อของผู้บริโภคจีนอยู่ในช่วงที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด และมีความต้องการบริโภคอย่างไม่จำกัด ซึ่งกลุ่มผู้บริโภคจีนเป็นกลุ่มซื้อสินค้ามากที่สุดในโลก โดยเฉพาะสินค้าประเภทแบรนด์เนมต่างๆ อย่างเช่น กระเป๋า เครื่องสำอาง บวกกับค่าเงินหยวนที่แข็งค่าขึ้น ทำให้ชาวจีนมีกำลังซื้อสินค้านำเข้าจากต่างประเทศมากขึ้น ด
เอสซีจี เทรดดิ้ง ลุยตลาดสินค้าเกษตรพรีเมี่ยม ประเดิม “ทุเรียนนาโนแรปปิ้ง” ยั่วลูกค้าจีนในคิง เพาเวอร์-เอเชียทีค ขยายฐานตลาดนอกอาเซียน รุกจีน-อินเดีย ผนึกประชารัฐ D4 จับมือพันธมิตรต่อยอดอีคอมเมิร์ซ เปิดแผนสเต็ปแรกดิสทริบิวชั่นเซ็นเตอร์กระจายสินค้าเครือ เอสซีจี สู่ strategic city ก่อนขยับลงทุน นายบรรณ เกษมทรัพย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสซีจี เทรดดิ้ง จำกัด ในเอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในปีที่ผ่านมา ยอดขายเอสซีจี เทรดดิ้ง มีมูลค่า 37,000 บาท ขยายตัว 13% จากปี 2559 โดยสัดส่วนกำไรประมาณ 1-2% ในปี 2561 ซึ่งเป็นปีที่เอสซีจี เทรดดิ้ง ดำเนินการมาครบรอบ 40 ปี มีแผนจะขยายธุรกิจตามทิศทางนโยบายหลักของเครือเอสซีจี เพื่อก้าวสู่การเป็น “regional company” จากในอดีตที่เป็น “ASEAN company” สัดส่วน 75-80% และนอกอาเซียนมีเพียง 20-30% แต่จากนโยบายดังกล่าว บริษัทจะมุ่งเป้าขยายตลาดไปสู่จีนและอินเดีย “ขณะนี้ได้มีการตั้งทีมงานเพื่อศึกษากลยุทธ์ในการทำตลาดจีน และอินเดียขึ้นมา โดยมี นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เป็นประธาน China Exploration Team เริ่มศึ
หอการค้าชี้ร่างพ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ยังมีจุดอ่อน เอกชนห่วงกระทบผู้ประกอบการขนาดกลาง-เล็ก หวั่นมีปัญหาหากบังคับใช้จริงปี 2562 ชี้ทรัพย์ส่วนกลาง-สาธารณูปโภคในโครงการไม่ควรถูกนำมาคำนวณเป็นฐานจัดเก็บภาษี นายอธิป พีชานนท์ กรรมการบริหาร สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ประธานสมาคมการค้ากลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง กล่าวในงานสัมมนา “เจาะลึกกับภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง” ว่า ร่างพ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ… อยู่ระหว่างการพิจารณาของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ และเริ่มจัดเก็บได้ในปี 2562 แต่การจัดทำร่างกฎหมาย ดังกล่าว ยังไม่ได้มีการรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชนครอบคลุมมากเท่าที่ควร ซึ่งเอกชนก็ไม่ได้คัดค้านการ ออกกฎหมายดังกล่าว และเห็นว่าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับภาคอสังหาริมทรัพย์ด้วย แต่รายละเอียดของกฎหมายมีบางประเด็นที่อาจเกิดความไม่เป็นธรรม เช่น อัตราการจัดเก็บที่ต้องคิดคำนวณ ที่แบ่งเก็บไม่เท่ากัน จึงอยากให้ปรับทำให้ผู้จ่ายภาษีเข้าใจได้ง่าย นอกจากนี้ ยังมีรายละเอียดบางข้อที่ให้ใช้ดุลพินิจในการพิจารณาจัดเก็บ อาจจะส่งผลต่อความไม่เป็นธรรม และอาจจะเป็
ดร.สมบัติ ธีระตระกูลชัย ประธานหอการค้าไทย-รัสเซีย และกรรมการรองเลขาธิการของหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ในวาระครบรอบ “120 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-รัสเซีย” ในปีพ.ศ. 2560 นี้ กระทรวงการต่างประเทศ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ นายดอน ปรมัตถ์วินัย ได้จัดงานกิจกรรมเพื่อเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ที่ดีของทั้งสองประเทศที่มีมายาวนาน นับตั้งแต่ปีพ.ศ.2437 เป็นต้นมา โดยจัดมหกรรมขึ้นในระหว่างวันที่ 14-16 กรกฎาคม พ.ศ. 2560 ณ Fashion Hall ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยได้รับเกียรติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศเป็นประธานเปิดงาน และเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย H.E. Dr. Kirill Barsky มาร่วมกล่าวเปิดงาน ซึ่งภายในงานประกอบด้วยการจัดแสดงนิทรรศการ การเปิดบูธจำหน่ายสินค้า และกิจกรรมบนเวทีจากภาครัฐและเอกชน เพื่อแสดงถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและประเทศรัสเซียในทุกมิติ ภายในงานนี้จะได้พบกับโซนกิจกรรม 5 โซน คือ โซนนิทรรศการ 12 ทศวรรษ แห่งความสัมพันธ์, โซนเศรษฐสัมพันธ์, โซนความร่วมมือด้านการศึกษา, โซนความร่วมมือทางวัฒนธรรมและท่องเที่ยว และสุดท้ายคือการแสดงบนเวที จัดให้ชมฟรีตลอดทั้งงาน “ข
