อาชีพทำเงิน
ในช่วงนี้ธุรกิจในครัวเรือนถือว่าได้รับกระแสนิยมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะของกินนั้นหากขายผ่านเฟซบุ๊กแล้ว มีคนชื่นชอบและสั่งกินกันจำนวนมาก โดยเฉพาะการแปรรูปมะม่วงฝานตากแห้งที่จังหวัดพิษณุโลก ที่กำลังมีผู้สั่งจองกันจำนวนมาก นางปริญรัตน์ หรือ คุณแป๋ม อ้นชาวนา ชาวเมืองพิษณุโลก และครอบครัวทำมะม่วงแปรรูปฝานตากแห้ง ขายตามผู้สั่งจอง ทั้งทางผ่านเฟซบุ๊กและโทรศัพท์สั่งจองมานานกว่า 12 ปีแล้ว โดยไม่ต้องมีหน้าร้านแต่อย่างใด แค่เพียงบอกต่อๆ กันจนติดปากถึงการแปรรูปมะม่วงฝานตากแห้งขาย สร้างรายได้ให้ครัวเรือนเป็นอย่างดี ตอนแรกครอบครัวนางปริญรัตน์ ขายของทั่วไป แต่เมื่อ 12 ปีที่ผ่านมาได้ลองรับซื้อมะม่วงกะล่อนมาปอกเปลือกแล้วฝานตากแห้ง แล้วใส่แพ็กเกจให้สวยงามส่งขายให้กับผู้ที่สนใจ ตอนแรกก็คิดว่าทำกันเล่นๆ ในครอบครัว แต่เมื่อเห็นมีผู้สั่งจองเยอะก็เริ่มเป็นรายได้เข้ามาในครอบครัว โดยแต่ละปีนั้นเมื่อถึงฤดูของมะม่วงสุกก็จะมีลูกค้าเริ่มโทร.มาสั่งจองมะม่วงฝานตากแห้งกันจำนวนมาก บางปีมะม่วงกะล่อนหายากแทบจะหาซื้อไม่ได้ จึงได้นำมะม่วงแก้มแหม่ม หรือมะม่วงแก้มแดง หรือมะม่วงอินทผลัม ซึ่งจะมีรสชาติหวาน หอม มากกว่ามะม่วงกะล่อนท
โลกที่น่ารักน่าอยู่ใบนี้ มีของขวัญที่มอบให้กับทุกคนอยู่ 2 อย่าง คือ เวลา กับ ความยุติธรรม สามารถมีและได้เท่ากันหมด จะเดินคู่พร้อมกันไปการเปลี่ยนแปลงเสมอ ความเปลี่ยนแปลงจะสามารถให้เราสามารถเรียนรู้ทุกสรรพสิ่งได้อย่างชัดเจน พร้อมขยายทำให้มีพื้นที่ของชีวิตในการก้าวเดินได้มากเพิ่มขึ้น เราจำเป็นต้องเป็นผู้เลือกทางเดินของชีวิตพร้อมยอมรับและต้องมีชีวิตที่อยู่กับมันให้ได้อย่างมีความสุขอย่างที่เราต้องการ ปัจจุบัน เป็นเวลาที่ดีที่สุด เพราะมันคือชีวิต สวัสดีครับแฟนๆ ที่เคารพรักทุกท่าน ก่อนอื่นขอกราบขอบพระคุณแฟนๆ อย่างมากๆ จากนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านและผู้เขียน ที่ได้ให้แรงใจตลอดมา เนื่องจากจะได้รับการส่งเสียงไปหาที่โทร. (081) 846-0652 หรือใน เฟซบุ๊ก ที่ใช้ชื่อ สมยศ ศรีสุโร หรือ ID Line. Janyos ชนิดไม่ขาดหาย ที่ผู้เขียนย้ำเสมอว่า ปลื้มเป็นอย่างมากๆ คือ บอกไปว่าชอบทุกเรื่องราวที่นำมาเสนอ สนุก ไม่เครียด ขอขอบคุณจริงๆ อีกสักครั้ง ปักษ์นี้สุดยอดเยี่ยมจริงๆ ครับ มีความภูมิใจอย่างมากที่นำเสนอเรื่องราวของหนุ่มสาวคู่นี้ คุณจีรศักดิ์ (ต่อ) และ คุณรัชนก (นก) ปิตุรักษ์วงศ์ ที่ร่วมกันสร้างสรรค์ “ขยะไร้ค่า สู่
สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่รักและคิดถึงทุกท่าน มาอีกรอบ โควิด-19 รอบที่สาม ที่ว่ากันว่าทำเอาตัวเลขผู้ติดเชื้อพุ่งขึ้นสูงและตีไข่แตกไปทุกจังหวัดในประเทศไทย ที่มาที่ไปเราคงไม่ไปค้นหา เพราะมีเรื่องราวในข่าวทุกๆ ช่องอยู่แล้ว ตอนนี้อยู่ที่เราจะต้องตั้งมั่น รักษาระยะห่าง กินร้อน ช้อนใครช้อนมัน ล้างมือ และสวมหน้ากากอนามัย ดูแลตัวเองให้ดี และก็ดูแลคนรอบข้าง เท่านี้ก็จะทำให้เราผ่านช่วงที่น่ากลัวไปได้แน่ๆ ผมมีน้องชายที่รู้จักอยู่คนหนึ่ง ชีวิตพลิกผันไป-มาจนเหมือนละครหลังข่าว จากเด็กน้อยในร้านขายของชำประจำหมู่บ้าน วันๆ ขลุกอยู่กับนกกรงหัวจุกมาเนิ่นนาน มีการเลี้ยงกันตั้งแต่รุ่นคุณปู่มารุ่นพ่อ จนมาถึงในรุ่นปัจจุบัน ป้อนข้าวป้อนกล้วย จับนกอาบน้ำบ้าง สารพัดที่เด็กผู้ชายซนๆ คนหนึ่งจะทำได้ วงจรชีวิตเป็นเช่นนั้นอยู่หลายปีจนกระทั่งไปเป็นนิสิตในรั้วมหาวิทยาลัย เจอรุ่นพี่ที่หอพักเลี้ยงนกกรงหัวจุก พอปิดเทอมก็เลยไปหามาเลี้ยงบ้าง ทำเป็นแฟชั่นของวัยรุ่นในช่วงนั้นไปเลย เลี้ยงแบบเอาไว้พุดคุยกัน ไม่รู้หรอกว่าจะสอนนกอย่างไร จวบจนเรียนจบ ได้ทำงานก็ยังมีนกกรงเกี่ยวข้องอยู่ในชีวิตประจำวันตลอด ร้านขายของชำก็ยังคงอยู่ แจ๊ค
คุณอาธัญฤทธิ์ สีท้าว เกษตรกรรุ่นใหม่เจ้าของไร่ธัญฤทธิ์ อำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ เขาสนใจปลูกพริกไทยพันธุ์ซีลอน (ยอดขาว) ซึ่งพันธุ์ซีลอนยอดขาว ซึ่งนำมาจากประเทศศรีลังกา พริกไทยพันธุ์นี้มีลักษณะเถาอ่อน สีเขียวอ่อนเกือบขาว โดยเฉพาะที่ยอดอ่อน จึงนิยมเรียกว่าส่วนยอด ช่อผลจะยาว การเจริญเติบโตเร็วกว่าพันธุ์ซาราวัก ผลสดจะมีลักษณะโตกว่าพันธุ์ซาราวัก นิยมปลูกเพื่อจำหน่ายเป็นพริกไทยสด เพื่อส่งโรงงานทำพริกไทยดอง กำลังเป็นที่นิยมปลูก เนื่องจากสามารถปลูกและเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ราบหรืออากาศร้อน เพียงแต่จะต้องมีสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม มีการพรางแสงช่วย ขั้นตอนการปลูกพริกไทย 1.การเตรียมดิน ใช้ดินในส่วนแรก หน้าดิน จำนวน 70% ผสมขุยมะพร้าว จำนวน 10% ผสมปุ๋ยคอกเก่า จำนวน 10% ผสมเศษวัสดุการเกษตร เช่น เปลือกถั่วต่างๆ ใบก้ามปู ใบไผ่ จำนวน 10% เคล้าส่วนผสมให้เข้ากัน โดยเรียงลำดับชั้น โดยแต่ละชั้นจะราดน้ำยาช่วยย่อยสลายพวกปุ๋ยน้ำหมักจุลินทรีย์ลงไปเพื่อให้เกิดการย่อยสลายที่เร็วขึ้น และหมักทิ้งไว้ ประมาณ 2-3 สัปดาห์ และค่อยนำมาลงหลุมปลูก หรืออาจใช้แค่ซากพืชและพรวนดินพร้อมใช้น้ำยาช่วยย่อยสลายก็ได้เช่นกัน 2.
พริก กับคนไทยเป็นของคู่กันมาช้านาน ในสำรับกับข้าวของคนไทยจึงไม่เคยขาดอาหารจานเผ็ด ไม่ว่าจะเป็น ต้ม ผัด แกง แม้แต่ของทอดยังต้องมีน้ำจิ้มรสเผ็ดเป็นของคู่กัน แต่ในวันนี้วันที่คนกินหวาดหวั่นพรั่นพรึงกับสารเคมีที่ปะปนอยู่กับผลผลิตเกษตร ที่กาญจนบุรี สวนพริกที่นี่พยายามจะใช้สารอินทรีย์ชีวภาพให้มากขึ้น ลดสารเคมีให้น้อยลง อยู่ในระดับที่สมดุลเพื่อไม่ให้ตกค้างมาถึงคนกินอย่างเราท่าน เกษตรกรผู้ปลูกพริกที่นี่มีดีอย่างไร ปลูกพริกอาศัยน้ำฝน คุณสมยศ นิลเขียว เกษตรกรผู้ปลูกพริกที่บ้านโป่งกะอิฐ ตำบลหนองขาว อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี คุณสมยศ เล่าว่า มีพื้นที่ปลูกพริกอยู่ 3 ไร่ ในแต่ละปีจะปลูกพืชหมุนเวียนคือ ปลูกผักชีสลับกับพริก โดยจะหว่านผักชีก่อนในช่วงประมาณเดือนกุมภาพันธ์ หลังจากหว่านแล้ว 45 วัน ก็สามารถเก็บเกี่ยวผักชีได้ จากนั้นจึงตัดหญ้าโดยใช้เครื่องตัดหญ้าแบบสะพาย ตัดหญ้าออกให้หมดก่อนที่จะปลูกพริกต่อไป สำหรับพริกที่คุณสมยศปลูกจะใช้พริกพันธุ์ดวงมณี ซึ่งเป็นพริกพันธุ์เบา ข้อดีของพริกพันธุ์นี้คือ ออกผลผลิตได้ก่อนพันธุ์อื่นๆ มีต้นเตี้ย แต่มีปัญหาอยู่บ้างคือ พริกพันธุ์นี้ไม่ค่อยทนต่อโรค คุณสมยศ บอกว่า ก
มะสัง เป็นไม้ยืนต้นแผ่กิ่งก้านจำนวนมาก ลำต้นและกิ่งก้านมีหนามแหลมยาว แข็ง ใบประกอบแบบขนนก แผ่นใบโค้งขึ้นด้านบนเล็กน้อย สีเขียวเข้ม เป็นมันวาว ตามผิวใบมีต่อมน้ำมัน ดอกออกเป็นช่อแยกแขนงที่ซอกใบ คล้ายดอกกระถิน เป็นปุยๆ มีสีขาว มีลักษณะผลทรงกลมสีเขียวคล้ายผลมะนาว ผิวเปลือกของผลมีลายเป็นคลื่น เปลือกแข็งและหนามาก ผลอ่อนเปลือกสีเขียว เมื่อแก่จัดสีน้ำตาล มีเมล็ดจำนวนมาก การนำมาใช้ประโยชน์หลักๆ แล้วจะนิยมมาทำเป็นไม้ประดับ โดยเฉพาะการดัดเข้ากับลวดเพื่อให้เกิดเป็นทรงต่างๆ ตามที่ต้องการ พร้อมทั้งนำมาจัดในสวนถาดหรือปลูกลงกระถาง สร้างเป็นไม้แคระหรือบอนไซก็เกิดความสวยงามไม่น้อยทีเดียว คุณประเสริฐ ศรีสุข อยู่บ้านเลขที่ 1 หมู่ที่ 6 ตำบลดงขี้เหล็ก อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี ได้ปลูกต้นมะสังเป็นอาชีพมากว่า 30 ปี พร้อมทั้งพัฒนาการปลูกมาเรื่อยๆ โดยนำมาจัดเป็นไม้ในสวนถาดสร้างมูลค่าเพิ่มเกิดเป็นรายได้มากขึ้น ส่งผลให้เป็นอาชีพมาจนถึงทุกวันนี้ คุณประเสริฐ เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนนั้นยึดอาชีพทำสวนไผ่และไม้ผลสร้างรายได้ ต่อมาได้ปรับเปลี่ยนมาทำไม้ประดับเพื่อให้สอดรับกับความต้องการของตลาดคือ การปลูกต้นมะสัง เพราะตล
ปัจจุบัน กระแสความนิยมของการชนโค หรือวัวชน หนึ่งในเอกลักษณ์ชื่อดังของภาคใต้ กำลังเป็นที่สนใจกันอย่างกว้างขวาง แต่กว่าที่วัวแต่ละตัวจะมีมูลค่าขึ้นไปสูงถึงหลักแสน-ล้านบาท ต้องผ่านการดูแลอย่างดี โดยใช้เวลาต่อเนื่องยาวนานหลายปี จนถึงกับมีการเปรียบเปรยว่า “รักและดูแลยิ่งกว่าลูกเสียอีก” เพื่อให้สัตว์เจ้าพละกำลังชนิดนี้สามารถโค่นคู่ต่อสู้ลงได้ราบคาบในทุกสังเวียน นายยรรยงค์ แก้วละเอียด เจ้าของค่ายวัวชนบ้านโพธิ์ ซอย 6 ในอำเภอเมืองตรัง บอกว่า วัวชนของตนทุกตัวจะต้องตื่นตั้งแต่ตี 5 เพื่อกินหญ้า แล้วพาไปเดินวิ่งออกกำลังกาย รวมทั้งฝึกเดินวง เดินขึ้นเนิน และแทงดิน เพื่อเพิ่มความฟิตให้มากที่สุด แล้วกลับมากินหญ้า อาบน้ำ และเช็ดตัว จากนั้นในช่วงบ่าย ก็ต้องพาไปเดินวิ่งออกกำลังกายอีกรอบ ก่อนพากลับมากินหญ้า อาบน้ำ และนอนพักยาวถึงเช้ามืด ซึ่งบางวันก็จะมีการให้อาหารเสริม นวดตัว และทำความสะอาดตามจุดต่างๆ เพิ่มเป็นพิเศษ เพื่อให้วัวชนมีความสมบูรณ์มากที่สุด ทั้งนี้ ด้วยขั้นตอนที่มากมาย และการดูแลที่แสนพิถีพิถัน ถึงแม้จะได้วัวชนที่ออกมามีคุณภาพดี แต่ก็ทำให้มีต้นทุนที่สูงไม่น้อย เฉพาะหญ้าที่ต้องให้พวกมันกิน ตัวละไ
ปลาทับทิม เป็นสัตว์น้ำอีกชนิดหนึ่งที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ เพราะยังเป็นที่นิยมบริโภคไม่แพ้ปลาชนิดอื่นกันเลยทีเดียว โดยสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นปลาทับทิมย่างเกลือ ต้มยำปลาทับทิม ตลอดไปจนถึงทอดให้กรอบราดด้วยน้ำจิ้มสามรสหรือน้ำจิ้มซีฟู้ดก็เข้ากันได้ดีเลยทีเดียว ซึ่งวิธีการเลี้ยงปลาทับทิมสามารถจัดการได้หลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงในบ่อดินหรือเลี้ยงในกระชังควบคู่ไปกับการเลี้ยงปลานิลก็ได้ คุณชบา จิตรภักดี อยู่บ้านเลขที่ 62 ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี เป็นเกษตรกรที่เลี้ยงปลาทับทิม เพื่อเป็นอาชีพสร้างรายได้ของครอบครัว โดยเธอได้นำมาเลี้ยงภายในกระชัง ในแม่น้ำปราจีนบุรี จึงทำให้เจริญเติบโตมีคุณภาพและตลาดมีความต้องการ ถึงกับมีแม่ค้าติดต่อมารับซื้อถึงหน้าฟาร์มกันเลยทีเดียว จากเจ้าของร้านอินเตอร์เน็ต สู่ชีวิตเกษตรกร คุณชบา เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนนั้นได้ประกอบสัมมาอาชีพหลากหลาย แต่อาชีพสุดท้ายก่อนที่จะมาเลี้ยงปลาในกระชัง ได้เปิดร้านคอมพิวเตอร์ที่ให้บริการอินเตอร์เน็ต ต่อมาเห็นเพื่อนบ้านได้ริเริ่มเลี้ยงปลากระชัง ในช่วงนั้นลูกชายของเธอรู้สึกสนใจ เพราะชอบในการเลี
เมื่อ 3 ปีก่อน คุณสุธิดา สุขวิเศษ นักศึกษาสาววัย 21 ปี ตัดสินใจลงทุนทำอาชีพเพาะพันธุ์ปูนาขาย สร้างรายได้เป็นทุนการศึกษาระหว่างเรียน ในวันนี้กิจการฟาร์มปูนาขนาดเล็กๆ ของเธอ พัฒนาเป็นฟาร์มปูนา ที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งใน จ.ราชบุรี ผลิตสินค้าส่งขายทั่วไทยและป้อนตลาดส่งออก โกยรายได้ก้อนโตเลี้ยงดูครอบครัวได้อย่างมั่นคง ทุกวันนี้ เธอเปิดบ้านให้ผู้สนใจจากทั่วประเทศเข้ามาเยี่ยมชมกิจการและเรียนรู้เริื่องการเลี้ยงปูนากันแบบไม่หวงวิชา ปัจจุบัน คุณสุธิดา สุขวิเศษ วัย 24 ปี อาศัยอยู่บ้าน หมู่ที่ 13 ต.คุ้งพะยอม อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี เธอพาชมจุดเพาะเลี้ยงบริเวณข้างบ้าน พบพ่อแม่พันธุ์ปูนาขนาดใหญ่ ก้ามโต รวมไปถึงลูกปูนาอีกจำนวนมาก ถูกแยกเลี้ยงเป็นอย่างดีอยู่ในรองปูนและกะละมังพลาสติก เพื่อเตรียมจำหน่ายให้แก่ผู้ที่สนใจนำไปเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ต่อ และผู้ที่นำไปบริโภค คุณสุธิดา เปิดเผยว่า ช่วงที่ตนกำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 3 สาขาสังคมศึกษา คณะมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม มีค่าใช้จ่ายมาก จึงคิดอยากหาอาชีพระหว่างเรียน เพื่อแบ่งเบาภาระครอบครัวอีกทางหนึ่ง จึงหาข้อมูลอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร ด้วยม
การเลี้ยงแพะเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่น่าสนใจ เพราะเป็นสัตว์ที่ให้ลูกเร็ว โตเร็ว ลงทุนน้อย ขายได้เร็ว อีกทั้งไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่มาก รวมถึงตลาดยังมีความต้องการสม่ำเสมอต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศ ขณะเดียวกัน คนไทยมีศักยภาพที่เลี้ยงแพะได้เก่ง ประกอบกับความเอื้ออำนวยของสภาพพื้นที่และสภาพอากาศ ทำให้การเลี้ยงแพะเป็นอาชีพที่น่าสนใจแล้วมีชาวบ้านหันมาทำกันเพิ่มมากขึ้น ทั้งเป็นอาชีพเสริมและหลัก คุณดิเรก มะหะหมัด อยู่บ้านเลขที่ 10 ไมตรีจิต 7/1 แขวงสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ มีอาชีพการเกษตรกรรมหลายอย่าง ทั้งการทำนา รับจ้างทั่วไปทางเกษตร เลี้ยงวัว และเลี้ยงแพะเนื้อหรือแพะขุน คุณดิเรกชี้ว่า เลี้ยงแพะได้ประโยชน์มากกว่าวัว เพราะมีข้อดีหลายอย่าง ทั้งการมีลูกเร็ว ลงทุนน้อย ขายได้เร็ว และตลาดยังมีความต้องการตลอดเวลา เพียงแต่การเลี้ยงแพะมีความยุ่งยากกว่า เพราะต้องเลี้ยงหลายตัว ดังนั้น หากเทียบการลงทุนระหว่างเลี้ยงแพะกับวัวด้วยจำนวนเงินที่เท่ากันแล้วจะพบว่าการเลี้ยงแพะคุ้มค่ากว่า แนวทางการเลี้ยงแพะเนื้อของชาวบ้านรายนี้จะซื้อแพะที่มีความเด่นของแต่ละสายพันธุ์มาผสมกันเพื่อให้ได้แพะที่ตรงตามความต้องการ
