อาหารปลอดภัย
สวัสดีค่ะ ผู้อ่านท่านผู้เจริญคะ ท่านเคยคิดกันหรือไม่ว่า ที่ดินในไทยแลนด์แดนมหัศจรรย์นั้น มันไม่มีทางงอกออกมาได้ สมมติว่ารุ่นปู่ รุ่นย่า ของเราอาจจะเคยครอบครองที่ทำกินเป็นร้อยไร่ ตกมาถึงมือพ่อแม่เรา 20-30 ไร่ พอมาถึงมือเราเหลือที่ดิน 5-10 ไร่ แล้วลูกหลานของเราจะเหลือที่ดินกันคนละกี่ไร่ จำนวนคนไทย ลูกท่าน หลานเดี๊ยน ที่เกิดมาทุกวันจนใกล้ 70 ล้านคน อยู่รอมร่อ จะมีโอกาสเป็นเจ้าของที่ดินกันคนละกี่ไร่ แล้วที่ดินที่มีกันคนละเท่าแมวดิ้นตายนั้น เราจะปลูกอะไรเอาไว้กินไว้ขายได้บ้าง เราท่านเคยคิดกันไว้หรือยังคะ ถ้ายังรันตีขอพาไปชม “โครงการ 1 ไร่ไม่ยากจน” ของมหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี กันค่ะ ที่มาของโครงการ ฟาร์ม 1 ไร่ไม่ยากจน รันตี พาท่านมาพบกับ อาจารย์ธนากร เที่ยงน้อย อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิทยาศาสตร์การเกษตร และดำรงตำแหน่ง รองหัวหน้าสำนักวิชาสหวิทยาการ ด้านบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี และยังเป็นหัวหน้าโครงการ “ฟาร์มเกษตรและอาหารปลอดภัย 1 ไร่ไม่ยากจน” อาจารย์เล่าที่มาที่ไปของโครงการนี้ให้ฟังว่า “โครงการฟาร์มเกษตรและอาหารปลอดภัย 1 ไร่ไม่ยากจน เป็นงานที่ผมเริ่มต้นทำเมื่อ ุ
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ขับเคลื่อนนโยบาย BCG พัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมและนวัตกรรมอาหารปลอดภัย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ณ พื้นที่จังหวัดพิษณุโลก บูรณาการวิจัยประสบผลสำเร็จพัฒนาและทดสอบ “ข้าวสมุนไพรที่มีสารสำคัญถั่งเช่า” ที่มีคุณสมบัติเด่นช่วยต้านอนุมูลอิสระ สร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย พร้อมต่อยอดแปรรูปเพิ่มมูลค่าเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มสมุนไพรเพื่อสุขภาพ สร้างงาน สร้างเงินให้เกษตรกร สร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจประเทศ ศ. (วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. กล่าวว่า วว. โดย ศูนย์ทดสอบและมาตรวิทยา กลุ่มงานบริการอุตสาหกรรม ภายใต้การดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมและนวัตกรรมอาหารปลอดภัย ได้ลงพื้นที่ ณ จังหวัดพิษณุโลก นำองค์ความรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) มาพัฒนารวมกับเกษตรกร เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ต่อยอดฐานความเข้มแข็งเดิม นั่นก็คือ ผลผลิตทางการเกษตรเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า ด้วยการพัฒนาพันธุ์ข้าวที่มีสารสำคัญของถั่งเช่า ซึ่ง วว. ได้ดำเนินการวิเคราะห์ทดสอบปริมาณสาร
เครือเบทาโกร ครบรอบ 54 ปี สร้างความเชื่อมั่น พร้อมปรับตัวอยู่ร่วมกับโควิดอย่างมั่นคง ปลอดภัย และมีความสุข เครือเบทาโกร หนึ่งในผู้นำอุตสาหกรรมอาหารที่มีคุณภาพและปลอดภัยสูงระดับประเทศ จัดงานครบรอบ 54 ปี ในรูปแบบนิวนอร์มอล ภายใต้แนวคิด “GOING FORWARD WITH TRUST” เน้นการสร้างความรู้ ความเข้าใจ เสริมสร้างกำลังใจ และความเชื่อมั่นให้พนักงานทุกคน สังคม และธุรกิจปรับตัวให้อยู่ร่วมกับโควิดได้อย่างมั่นคง ปลอดภัย และมีความสุข โดยยังคงยึดมั่นในจุดประสงค์องค์กร (Purpose Driven) พร้อมขับเคลื่อนองค์กรด้วยข้อมูล (Data Driven) ผ่าน Mega Project Betagro Transformation อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อความต่อเนื่องในการส่งมอบอาหารคุณภาพและปลอดภัยสู่ผู้บริโภค เพื่อชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนของทุกคน นายวสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ เครือเบทาโกร กล่าวว่า “ไม่ว่าสถานการณ์ใด เครือเบทาโกรยังคงยึดมั่นในจุดประสงค์องค์กร (Purpose Driven) เพื่อช่วยให้ประชาชนและชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยอาหารที่มีคุณภาพมากขึ้น ปลอดภัยมากขึ้นในราคาที่เป็นธรรม พร้อมขับเคลื่อนองค์กรด้วยข้อมูล (Data Driven) เพ
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ เดินหน้ามาตรการ Seal ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ ดูแลสุขภาพพนักงานลดความเสี่ยง ป้องกันโรคโควิด-19 และโรคสำคัญในสัตว์ มุ่งดูแลเกษตรกรคอนแทรคฟาร์ม พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ต่อเนื่อง เพื่อสร้างหลักประกันความปลอดภัยและความมั่นคงทางอาหารแก่ผู้บริโภค นายสมพร เจิมพงศ์ รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ซีพีเอฟให้ความสำคัญกับมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันโรคอย่างเข้มงวดมาโดยตลอด โดยฟาร์มเลี้ยงสัตว์ของบริษัททุกแห่งมีการซีล (Seal) ให้บุคลากรทำงานที่ฟาร์มพักอาศัยอยู่ภายในฟาร์ม งดการออกนอกพื้นที่ เพื่อการป้องกันและควบคุมความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคในสัตว์อย่างต่อเนื่อง และเมื่อเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มาตรการที่ดำเนินการอย่างเข้มข้นอยู่แล้ว ได้ถูกยกระดับการป้องกันสูงสุดทั้งโรคในสุกรและบุคลากร โดยเฉพาะระบบไบโอซีเคียวริตี้ (Biosecurity) ที่เป็นกุญแจสำคัญสำหรับการป้องกันโรคต่างๆ ที่ซีพีเอฟปฏิบัติมาโดยตลอด ช่วยให้การป้องกันโรคมีประสิทธิภาพสูง ควบคู่กับการอบรมและให้ความรู้แก่พนักงาน และเกษตรกรในโครงการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงสุกร หรือคอนแทรค
เบทาโกร ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารคุณภาพชั้นนำของประเทศไทย ตอกย้ำความมุ่งมั่นช่วยให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยอาหารที่มีคุณภาพ ปลอดภัยมากขึ้น ในราคาที่เป็นธรรม เปิดตัวโครงการเฉพาะกิจ ‘BETAGRO #recover19 #เราจะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน’ ยืนหยัดเคียงข้างสังคมไทยในวิกฤตสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เติมเต็มให้คนไทยมีสุขภาพดีผ่านอาหารคุณภาพ ปลอดภัย ในราคาที่เป็นธรรม มอบความช่วยเหลือเร่งด่วน และสนับสนุน 3 ภาคส่วนหลัก ทั้งภาคสาธารณสุข, ภาครัฐบาล และภาคประชาชน ให้สามารถก้าวข้ามผ่านวิกฤตการณ์ครั้งนี้ไปด้วยกันอย่างดีที่สุด นายวสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ เครือเบทาโกร กล่าวว่า “นับแต่เริ่มมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เมื่อธันวาคมที่ผ่านมา มีผู้ติดเชื้อภายในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุข และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องปฏิบัติงานกันอย่างหนัก ประกอบกับความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นทำให้สินค้าจำเป็นบางประเภทมีราคาสูงขึ้น เครือเบทาโกร ในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจอุตสาหกรรมอาหารของคนไทยที่ตระหนัก และให้ความสำคัญกับมาต
นายไพศาล จิระกิจเจริญ ประธานผู้บริหารฝ่ายการเงิน พร้อมด้วย นายสุจริต มัยลาภ รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ธุรกิจการค้าในประเทศ และคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ร่วมส่งมอบอาหารสำเร็จรูป CP ในโครงการ “CPF ส่งอาหารจากใจ ร่วมต้านภัย COVID-19” เพื่อเป็นกำลังใจแก่แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ที่ดูแลคัดกรองผู้ป่วย และเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคมและประเทศไทยให้รอดพ้นวิกฤตโควิด-19 ไปด้วยกัน โดยมี นายแพทย์ขจรศักดิ์ แก้วจรัส รองอธิบดีกรมควบคุมโรค พร้อมด้วย ดร. ณัฏฐญาพัฒนะวาณิชนันท์ ที่ปรึกษาระดับกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์อภิชาต วชิรพันธุ์ ผู้อำนวยการสถาบันบำราศนราดูร และคณะผู้บริหาร เป็นผู้รับมอบ ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ สถาบันบำราศนราดูร นายสุจริต กล่าวว่า ปัจจุบัน ซีพีเอฟได้สนับสนุนอาหารปลอดภัยให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ ในโรงพยาบาลของรัฐทั่วประเทศ กว่า 30 แห่ง และมีกลุ่มผู้ต้องเฝ้าระวังลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ เป็นจำนวนมากกว่า 10,000 ราย นอกจากนี้ ยังร่วมกับกลุ่มทรู แจกซิมในแคมเปญ ซิมกักตัว ไม่กลัวเหงา จากทรูมูฟ เอช ฟรีเน็ตไม่อั้น ไม่ลดสปีด ความเร็ว 10 Mbps.
สภาพแวดล้อมเดิมของตำบลพันเสา อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก เกือบทั้งหมดทำเกษตรกรรม และรับจ้างทั่วไป เมื่อถึงจุดที่เกษตรกรเห็นว่ารายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย จึงเริ่มรวมกลุ่มและมองหาแนวทางพัฒนาอาชีพเพื่อให้เกิดความยั่งยืนในอนาคต การนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ ทำให้เกิดแนวคิด การปลูกผักสวนครัวไว้รับประทานเอง โดยเริ่มในพื้นที่ของโรงเรียนประดู่มะค่าประชาสรรค์ ด้วยเป้าหมายหลัก 2 ประการ คือ สร้างองค์ความรู้ในการทำเกษตรให้กับเด็กนักเรียนและคนในชุมชน รวมถึงผลิตวัตถุดิบปลอดภัยเพื่อใช้เป็นอาหารกลางวัน และสร้างรายได้เสริมให้กับนักเรียนใช้พัฒนาคุณภาพชีวิต จากแปลงเกษตรเล็กๆ ในโรงเรียน จึงเริ่มขยับขยายสู่บ้านเรือน กระทั่งเกิดเป็นวิสาหกิจชุมชนพันเสา ร่วมกันพัฒนาองค์ความรู้การทำเกษตรอินทรีย์ในทิศทางที่ชัดเจน พร้อมหาตลาดรองรับสินค้าเพื่อสร้างงานและกระจายรายได้ให้แก่คนในชุมชนในระยะยาว การพัฒนาดำเนินมาเรื่อยๆ กระทั่งปี 2559 จึงเกิดการนำร่องพัฒนาพื้นที่รกร้าง บริเวณ หมู่ที่ 1 ตำบลพันเสา จำนวน 25 ไร่ เพื่อเปลี่ยนแปลงเพาะปลูกผักอินทรีย์ ตามมาตรฐานการรับรองแบบมีส่วนร่วม หรือ PGS (Participatory Guarantee Sy
นักวิจัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ลงพื้นที่ช่วยวิสาหกิจชุมชนแปลงไผ่ใหญ่ จังหวัดปราจีนบุรี พัฒนาคุณภาพการผลิตหน่อไม้ดอง สู่อาหารปลอดภัย ลดปริมาณเกลือ ผ่านการฆ่าเชื้อ บรรจุแบบสุญญากาศ เพิ่มศักยภาพการขาย ทีมอาจารย์และนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ประกอบด้วย ดร.อารณี โชติโก ผศ.ดร.สมพงศ์ แสนเสนยา คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผศ.ดร.ปาลิดา ตั้งอนุรัตน์ คณะเทคโนโลยีการเกษตร พร้อมด้วย อาจารย์ ดร.ปพนพัชร์ ภัทรฐิติวัสส์ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ ร่วมกันบูรณาการข้ามศาสตร์วิจัย “การพัฒนาและยกระดับหน่อไม้ดองปี๊บสู่หน่อไม้ดองแบบบรรจุสุญญากาศ” โดยการพัฒนาและยกระดับหน่อไม้ดองปี๊บสู่หน่อไม้ดองแบบบรรจุสุญญากาศ แบ่งออกเป็น 4 ส่วน คือ การวิเคราะห์สารปนเปื้อนและสารเจือปนในหน่อไม้สดและผลิตภัณฑ์จากหน่อไม้ การใช้กล้าเชื้อแบคทีเรียกรดแลกติกเพื่อยกระดับคุณภาพการผลิตหน่อไม้ดอง การศึกษาอุณหภูมิและเวลาที่เหมาะสมในการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนของผลิตภัณฑ์หน่อไม้ดอง และ 4 การประเมินและทำนายอายุการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์หน่อไม้ดองภายใต้สภาวะต่างๆ ดร.อารณี เปิดเผยว่า ปราจีนบุรีเป็นจังหวัด
“พื้นที่ภาคกลางน้ำดี อยู่ใกล้ตลาด…ใช้การตลาดนำหน้าการผลิต” การเกษตรในภาคกลางมีหลายรูปแบบ ตั้งแต่ปลูกพืช เลี้ยงปศุสัตว์ ประมง ท่องเที่ยวเชิงเกษตร และอื่นๆ ภูมิภาคนี้สามารถปลูกพืชอายุสั้น เช่น ข้าว (โดยเฉพาะการปลูกข้าวนาปรัง) พืชไร่ พืชผักมากกว่า 1 ครั้งในรอบปี โดยจังหวัดที่มีความถี่ของการใช้พื้นที่เพื่อเพาะปลูกค่อนข้างสูงคือ ชัยนาท สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา และอ่างทอง ส่วนการทำการเกษตรแบบผสมผสานนั้นสิ่งที่จะต้องมีและพร้อมมากที่สุดคือ ที่ดิน ทุน แรงงาน ที่เหมาะสมกับการทำการเกษตร จะต้องมีความอดทนสูง มีความขยัน จึงจะสามารถที่จะประสบความสำเร็จในการวางแผนและการจัดการทรัพยากรต่างๆ ให้ดีและมีประสิทธิภาพ แม้ว่าธุรกิจเกษตรพืชไร่ในภาคกลางจะเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มีความน่าสนใจ แต่ผู้ประกอบการควรที่จะศึกษาถึง จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรคของการดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบ เพื่อนำมาประกอบการตัดสินใจลงทุนและการวางแผนต่อยอดธุรกิจต่อไปในระยะยาว กองบรรณาธิการนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ คุณทวี มาสขาว ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท กรมส่งเสริมการเกษตร ซ
วิสาหกิจเพื่อสังคม แล็บอาหารยั่งยืน (ประเทศไทย) ร่วมกับสามพรานโมเดล การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดงาน “สรุปผล 1 ปี การขับเคลื่อน Organic Tourism และร่วมกำหนดทิศทางการขยายผล” โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อให้ภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนรับทราบความก้าวหน้าของการขับเคลื่อน Organic Tourism หรือ การท่องเที่ยววิถีอินทรีย์ ร่วมสร้างระบบอาหารภายในประเทศให้สมดุลยั่งยืน ณ ห้องกมลพร โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพ ภายในงานมีการจัดเสวนาหัวข้อ “เส้นทางการขับเคลื่อนโรงแรมต้นแบบ Organic Tourism” โดยมีผู้บริหารจากภาคส่วนต่างๆ ที่ร่วมขับเคลื่อน ร่วงวงเสนา ได้แก่ สสส. ททท. ห้องอาหารสีฟ้า ร้านอาหาร S&P โรงแรมเดอะ สุโกศล โรงแรมรายา เฮอริเทจ และแทมมารินวิลเลจ จ.เชียงใหม่ แล็บอาหารยั่งยืน (ประเทศไทย) โดยมี ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมเสวนาด้วย พร้อมให้แนวทางในการขับเคลื่อน จะต้องมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และมีความต่อเนื่อง เพราะการปรับเปลี่ยนเพิ่มพื้นที่เกษตรอินทรีย์ และการยกระดับผู้บริโภคให้หันมาสู่วิถีอินทรีย์เป็นเรื่องใหญ่ที่จะต
