อาหารสุขภาพ
ทำไม ฝรั่งจึงหันมานิยมกินปลีกล้วย? กระแสสนใจการกินพืชผักมากขึ้น กินเนื้อสัตว์ลดลง และมีคนจำนวนมากหันมากินมังสวิรัติด้วย แต่ก็ต้องยอมรับว่าอาหารการกินนั้นเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง รสชาติการปรุงแต่งเมื่อได้เคี้ยวกินแล้วย่อมให้รสกลิ่นสีมีความอร่อยด้วย ปรากฏว่าลิ้นฝรั่งกินปลีกล้วยแล้วได้รสสัมผัสคล้ายกินเนื้อสัตว์ จึงเริ่มนิยมนำไปปรุงแต่งอาหารแนวอาหารสุขภาพที่ลดเนื้อสัตว์ แต่ยังได้กลิ่นรสแบบเนื้อสัตว์นั่นเอง พอฝรั่งหันมาสนใจปลีกล้วย ก็เท่ากับมากระตุ้นให้คนไทยรื้อฟื้นภูมิปัญญาดั้งเดิมที่เราคุ้นเคยมานาน นั่นคือยาบำรุงน้ำนม ซึ่งในอดีตแทบทุกบ้านที่มีหญิงคลอดบุตรจะรู้จักปรุงอาหารและปรุงยาประจำบ้านเพื่อบำรุงน้ำนมกันเป็นเรื่องปกติ หากจะพูดให้เก๋ เป็นจุดขาย ก็น่าจะพูดได้ว่า “เมนูดอกไม้” บำรุงน้ำนม เพราะหัวปลี หรือ banana blossom ก็คือ ส่วนของดอกกล้วย ที่ยังไม่ได้โตจนกลายเป็นผลกล้วย จึงยังเป็นส่วนที่มีกาบห่อหุ้มอยู่ภายนอกเรียงตัวทับซ้อนกันแน่นเป็นรูปดอกบัวตูมทรงสูงนั่นเอง หัวปลีนำมากินดิบและสุกก็ได้ เช่น กินดิบเป็นผักเคียง เช่น กินกับผัดไทย ซึ่งจะมีรสชาติฝาดๆ แต่ถ้าต้มสุกจะมีรสชาติอร่อยมีหวานน้อยๆ ในทางยา
โรคหัวใจ เป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ของการเสียชีวิตทั่วโลก จำนวนผู้เสียชีวิตและป่วยโรคหัวใจมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปี สำหรับในประเทศไทย ข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555-2559 ระบุว่า ในแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจกว่า 54,530 คน เฉลี่ยวันละ 150 คน หรือเฉลี่ยชั่วโมงละ 6 คน อีกทั้งยังเป็นโรคที่เป็นสาเหตุการป่วยและเสียชีวิตของคนไทยเป็นอันดับที่สองรองจากโรคมะเร็ง โรคหัวใจ สามารถป้องกันได้ด้วยการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง เพราะโรคหัวใจเป็นผลมาจากโรคอื่นๆ ที่เกิดจากไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของเรา เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือด และความอ้วน นายแพทย์วิวัฒน์ แสงเลิศศิลปชัย จากศูนย์หัวใจโรงพยาบาล บีเอ็นเอช กล่าวว่า การที่อวัยวะทุกส่วนของร่างกายจะทำหน้าที่ได้ดีนั้น หัวใจต้องสูบฉีดเลือดไปหล่อเลี้ยงอย่างสม่ำเสมอโดยไม่สะดุด ดังนั้น หากหัวใจไม่แข็งแรง การทำงานของระบบอื่นๆ ในร่างกายก็จะสะดุดตามไปด้วย เรียกได้ว่าหัวใจเป็นศูนย์กลางของระบบอวัยวะอื่นๆ ในร่างกายทั้งหมด นายแพทย์วิวัฒน์ ให้ข้อมูลว่า หนึ่งในสาเหตุการเกิดโรคหัวใจคือ การรับประทานอาหาร การรู้จักเลือกรับประทานอาหารเป็นเรื่องสำคัญม
“เห็ดหอม” เป็นอาหารที่มีคุณค่าด้วยสารอาหารมากมาย อุดมไปด้วยแร่ธาตุและกรดอะมิโนจำเป็นต่อร่างกายและมีสรรพคุณเป็นยาอายุวัฒนะ บริโภคได้ทั้งดอกสดและดอกแห้ง คนไทยบางคนบริโภคเห็ดหอมจากต่างประเทศ แต่ในประเทศไทยก็ผลิตได้แล้ว ผู้เขียนได้ไปชมกิจการการเพาะเห็ดหอมที่จังหวัดลำปาง จึงใคร่เชิญชวนให้คนไทยสนับสนุนและบริโภคเห็ดหอมที่ผลิตโดยเกษตรกรไทยให้มากขึ้นครับ บ้านปางมะโอ หมู่บ้านเห็ดหอม แห่งเดียวในจังหวัดลำปาง บ้านปางมะโอ อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง มีพื้นที่เพียง 21 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของจังหวัดลำปาง ระยะทางห่างจากตัวจังหวัดลำปาง ตามเส้นทาง สายลำปาง-เด่นชัย 39 กิโลเมตร ก่อนเข้าเขตบ้านปางมะโอ สองข้างทางจะพบเห็นเพิงร้านขายสินค้าเกษตร ทั้งของป่าจำพวก ผักหวานป่า เห็ดป่า และสินค้าเกษตรที่เกษตรกรผลิตขึ้นจากแปลงเกษตร ได้แก่ หน่อหวาย หน่อไม้ เห็ดหอม ฯลฯ ลักษณะภูมิประเทศของบ้านปางมะโอ ตั้งอยู่บนที่สูงล้อมรอบด้วยแนวเขาทั้งสี่ด้าน ติดเขตอุทยานแห่งชาติเวียงโกศัย สภาพอากาศจึงเย็นสบาย อุณหภูมิโดยเฉลี่ย 25-28 องศาเซลเซียส ลักษณะภูมิสังคม เป็นชุมชนที่มีความสามัคคีร่วมมือกันในทุกกิจกรรม มีวิถีชี
จะให้อายุยืนต้อง “กินผักครึ่งหนึ่ง อย่างอื่นครึ่งหนึ่ง” ท่องกันมา ฟังกันมาจนเบื่อหู แต่ตัวเลขของคนไทยที่ป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs (Non-Communicable Diseases) ยังคงเพิ่มมากขึ้นทุกขณะ เพราะพฤติกรรมการใช้ชีวิตของ “คนเมือง” ประการหนึ่ง ที่นั่งติดที่ กิน-ดื่มเป็นอาจิน แต่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย แล้วยังเลือกอาหารแบบตามใจปาก เช่น อาหารฟาสต์ฟู้ด หรืออาหารรสจัด ประเภทเผ็ดมันเค็มหวาน ภาวะทุพโภชนาการเช่นนี้เกิดขึ้นกับทั่วโลก โดยองค์การอนามัยโลกมีรายงานว่า ทุกปีทั่วโลกจะพบการเสียชีวิตของผู้ที่ป่วยเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง อาทิ โรคเบาหวาน หลอดเลือดสมองและหัวใจ มะเร็ง ความดันโลหิตสูง โรคอ้วน เป็นต้น ประมาณ 36 ล้านคน สำหรับประเทศไทย พบว่า โรคไม่ติดต่อเรื้อรังเป็นสาเหตุการเสียชีวิตถึงร้อยละ 73 ของประชากรทั้งหมด โดยเฉพาะโรคหลอดเลือดหัวใจ พบว่าอัตราตายเท่ากับ 28.92 ต่อประชากรแสนคน หรือ เท่ากับ 18,922 คน เฉลี่ยชั่วโมงละ 2 คน ส่วนหลอดเลือดสมองมีอัตราตายสูงสุด และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยในปี 2557 มีจำนวนตาย 25,114 คน หรือเฉลี่ยทุกๆ 1 ชั่วโมง จะมีคนตายด้วยโรคหลอดเลือดสมองประมาณ 3 คน นอกจากนั้นยังพบว
7 หน่วยงานภาครัฐ (สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยมหิดล) จัดสัมมนาและระดมความคิด “นวัตกรรมและเครือข่ายการพัฒนาอาหารสุขภาพเพื่อสังคมผู้สูงอายุ” รวมตัวสร้างเครือข่าย CARE FOOD มองอนาคตข้างหน้าไปด้วยกัน ตั้งเป้าจัดทำโรดแมปการพัฒนาเทคโนโลยี กำหนดทิศทางการวิจัยเพื่อสร้างนวัตกรรมผลิตภัณฑ์อาหารที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตในสังคมสูงวัยของประเทศไทยให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ลดความซ้ำซ้อนการให้ทุนวิจัย และผลักดันให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ผู้ประกอบการสามารถผลิตและจำหน่ายได้จริงเชิงพาณิชย์ โดยเครือข่าย CARE FOOD มุ่งมั่นขับเคลื่อนงานวิจัยเชิงพาณิชย์สู่เป้าหมายรองรับสังคมผู้สูงอายุของไทยอย่างสมบูรณ์แบบในปี 2564 ร่วมกัน ดร.จันทรวิภา ธนะโสภณ รองผู้อำนวยการ สกว. กล่าวว่า “สกว. และหน่วยงานเครือข่าย Care Food มีเป้าหมายร่วมกันในการกำหนดทิศทาง
