อาหารแห่งอนาคต
ท่ามกลางความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศ ความผันผวนทางเศรษฐกิจ ภูมิรัฐศาสตร์ และความไม่มั่นคงของห่วงโซ่อุปทานอาหารที่กำลังส่งผลกระทบต่อผู้คนทั่วโลก งาน Future Food System Conference and Show 2026 ได้กลายเป็นเวทีสำคัญที่รวบรวมผู้นำระดับโลกจากภาครัฐ ภาคเอกชน นักลงทุน สถาบันการเงินระหว่างประเทศ นักวิจัย และผู้กำหนดนโยบายเพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางใหม่ของ “ระบบอาหารแห่งอนาคต” งานดังกล่าวจัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง Taste Bud Lab และ Bio Buddy และได้รับการรับรองให้เป็นหนึ่งในกิจกรรมคู่ขนานของการประชุมประจำปี IMF และ World Bank Group 2026 ภายใต้แนวคิด “Thailand’s New Horizon: Empowering People, Building Resilience” เวทีครั้งนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า “ระบบอาหาร” ไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้านการเกษตรอีกต่อไป หากแต่เป็นวาระสำคัญระดับโลกที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจ สุขภาพ พลังงาน สภาพภูมิอากาศ และความมั่นคงของมนุษยชาติในระยะยาว ความสำเร็จและผลลัพธ์สำคัญจากการจัดงาน Future Food System Conference and Show 2026 ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมกว่า 300 คน จาก 12 ประเทศ โดยมาจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งภาคเอกชน หน่วยงานภ
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โชว์ต้นแบบการเพาะเลี้ยง “ไข่ผำ” พืชน้ำโปรตีนสูง สู่การผลิต “ผำพรีเมียม” ด้วยเทคโนโลยีเกษตรแม่นยำ ระบบการจัดการฟาร์มแบบครบวงจร ซึ่งเป็นความร่วมมืองานวิจัยเพื่อขยายผลสู่ชุมชนพร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม ไข่ผำเป็นพืชน้ำพื้นบ้านที่พบได้ทั่วไปในประเทศไทยมีปริมาณโปรตีนและคุณค่าทางอาหารสูง อย่างไรก็ตามการผลิตไข่ผำแบบดั้งเดิมยังประสบปัญหาความไม่สม่ำเสมอของผลผลิต การปนเปื้อน และขาดมาตรฐาน ทำให้ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดที่กำลังเติบโต โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคตและอาหารเฉพาะบุคคล Functional Food โดยความร่วมมืองานวิจัยเพื่อขยายผลสู่ชุมชนนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างมาตรฐานการผลิตผำที่แตกต่างจากผำทั่วไปในท้องตลาด นำไปสู่การแบ่งเกรดและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี สวทช. หัวใจสำคัญในการยกระดับการผลิต ผำพรีเมียมปลอดภัย โตไว ได้โปรตีนสูงภายใน 5-7 วัน ดร.เกรียงไกร โมสาลียานนท์ หัวหน้าทีมวิจัยนวัตกรรมโรงงานผลิตพืชสมุนไพร ไบโอเทค สวทช. กล่าวว่า ไบโอเทค สวท
สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) แนะ “ซูเปอร์ฟู้ด” ไทย หนุน “ผำ หรือไข่ผำ (Wolffia)” เป็นโปรดักต์แชมเปี้ยนตัวใหม่ ชูจุดเด่นโภชนาการสูง ปลูกง่าย ตอบโจทย์เมกะเทรนด์โปรตีนพืช (Plant-based) ของโลก แนะผู้ประกอบการไทยยกระดับการผลิตสู่มาตรฐานสากล เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจากสินค้าเกษตรสู่ “อาหารแห่งอนาคต” นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ ชี้ว่า ปัจจุบันผู้บริโภคมีพฤติกรรมการบริโภคที่ใส่ใจสุขภาพมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งภาคเกษตรทั่วโลกให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากขึ้น “ผำ” ซึ่งเป็นพืชอาหารพื้นบ้านดั้งเดิมของไทย จึงตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพและความยั่งยืนได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยผำมีโปรตีนประมาณ 30-50% ของน้ำหนักแห้ง พร้อมกรดอะมิโนจำเป็นใกล้เคียงกับโปรตีนจากสัตว์ อุดมด้วยใยอาหาร วิตามินเอ วิตามินบี ธาตุเหล็ก แคลเซียม และสารต้านอนุมูลอิสระ จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการโปรตีนทางเลือกและอาหารสุขภาพจากธรรมชาติที่ผ่านการแปรรูปต่ำ ในด้านสิ่งแวดล้อม ผำดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้ดี เติบโตเร็ว และใช้ทรัพยากรต่ำ เป็นพืชน้ำจืดที่ใช้น้ำน้อย ใช้พื้นที่น้อย เลี้
ในวันที่ภาคเกษตรไทยกำลังเผชิญทั้งความท้าทายและโอกาสครั้งใหญ่ ชื่อของ คุณสันติ อาภากาศ CEO & Co-Founder ของ Tastebud Lab และ BIO Buddy กลายเป็นหนึ่งในคนรุ่นใหม่ที่พยายามเชื่อมโลกของ “เกษตร” เข้ากับ “อาหารแห่งอนาคต” อย่างมีทิศทาง โดยไม่ได้มองตัวเองเป็นเพียงผู้ประกอบการ แต่เลือกวางบทบาทเป็น “บัดดี้” หรือเพื่อนร่วมทางของเกษตรกร ผู้ประกอบการ SME และสตาร์ทอัพ ที่ต้องการยกระดับผลผลิตไปสู่ตลาดมูลค่าสูง แนวคิดนี้เริ่มต้นจากการมองปัญหาให้กลายเป็นโอกาส ย้อนกลับไปเมื่อกว่า 10 ปี คุณสันติมองเห็นความเคลื่อนไหวของโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่การบริโภคเพื่อสุขภาพและความยั่งยืน จึงได้ตั้งคำถามว่าเหตุใดผลผลิตทางการเกษตรของไทยที่มีความหลากหลายและมีศักยภาพ จึงยังไม่ถูกต่อยอดไปสู่ตลาดระดับโลกอย่างเต็มที่ คำตอบของคือการขาดการเชื่อมโยงระหว่าง “ต้นน้ำ” อย่างเกษตรกร กับ “ปลายน้ำ” อย่างตลาดและนวัตกรรม “Tastebud Lab จึงถือกำเนิดขึ้นในฐานะแพลตฟอร์มที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อทุกภาคส่วน ตั้งแต่เกษตรกร หน่วยงานวิจัย มหาวิทยาลัย ไปจนถึงหน่วยงานสนับสนุนด้านทุนและตลาด โดยมีเป้าหมายชัดเจนคือ การผลักดันผลผลิตเกษตรไทยไปสู่ระบ
ปัจจุบันทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญกับเทรนด์อุตสาหกรรม “อาหารแห่งอนาคต (Future Food)” คือ เทรนด์อาหารอย่างหนึ่งของอุตสาหกรรมอาหารโลกที่ต่อยอดกระบวนการผลิตอาหารแบบเดิม ให้ตอบโจทย์การลดสภาวะโลกร้อนไปพร้อมกับสร้างระบบอาหารที่เน้นคุณค่าทางโภชนาการสูงและดีต่อความยั่งยืนของโลก เป็นที่มาของความหลากหลายในการต่อยอดที่ไม่จำกัดรูปแบบหน้าตาของอาหารอนาคต ขอเพียงทำแล้วตอบโจทย์แนวทาง “ดีต่อใจ-ดีต่อสุขภาพ-ดีต่อโลก” จิ้งหรีด จัดอยู่ในเทรนด์อุตสาหกรรม Novel Food หรือที่เรียกในภาษาไทยว่า “อาหารใหม่” เป็นซุปเปอร์ฟู้ด (Super Food) ที่ให้สารอาหารสูง โดยจิ้งหรีดถือเป็นอีกแหล่งโปรตีนแห่งอนาคตที่สำคัญ หากประเทศไทยมีการสนับสนุนส่งเสริมการเลี้ยงในระบบที่ทันสมัยมากขึ้น ได้ปริมาณและคุณภาพของผลผลิตที่แม่นยำ ในอนาคตจิ้งหรีดจะกลายเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สร้างรายได้เข้าประเทศได้อย่างมหาศาล ด้วยสภาพอากาศของประเทศไทยที่เหมาะสำหรับการเลี้ยงจิ้งหรีดเป็นที่สุด คุณบัญชร นามธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท สามสิบสอง อินโนเวท จำกัด (32 BUG FARM) ตั้งอยู่ที่ ตำบลบึงยี่โถ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ผู้ประกอบธุรกิจฟาร์มจิ้งหรีดแนวตั้ง นว
ในยุคที่ผู้คนหันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น ทำให้ตลาดอาหารเพื่อสุขภาพเติบโตอย่างก้าวกระโดด ผู้คนเริ่มมองหาอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ปลอดภัย และมาจากธรรมชาติ กลายเป็นจุดเชื่อมโยงที่ทำให้ ซุปเปอร์ฟู้ด (Superfood) กลายเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ซุปเปอร์ฟู้ดคืออาหารที่มีสารอาหารจำเป็นต่อร่างกายสูงมาก เช่น วิตามิน แร่ธาตุ สารต้านอนุมูลอิสระ และไฟเบอร์ เมื่อเทียบกับปริมาณอาหารทั่วไป ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ที่ต้องการสุขภาพดีแบบไม่ต้องยุ่งยาก เพราะให้สารอาหารที่จำเป็นอย่างครบถ้วน “ผำ” จัดเป็นหนึ่งในซุปเปอร์ฟู้ดที่กำลังมาแรง และกำลังจะมีอนาคตสดใส จาก “ผำ” ที่เปรียบเสมือนสาวน้อยบ้านๆ ได้ถูกนำมาจับแต่งตัวใหม่ ให้มีความทันสมัยสอดคล้องกับเทรนด์ในปัจจุบันมากขึ้น “ผำ” จึงกลายเป็นพืชที่ถูกจับตามอง ตลาดในประเทศตื่นตัวรู้จักกันเป็นวงกว้างมากขึ้น ซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้ “ผำ” จะไม่ใช่สาวน้อยพื้นบ้านอีกต่อไป แต่กำลังไปเฉิดฉายในตลาดต่างประเทศ ทีนี้มาดูกันว่าจะมีประเทศอะไรบ้างที่เปิดรับ “ผำ” และเกษตรกรรวมถึงผู้ประกอบการที่สนใจส่งออก ต้องเตรียมตัว และเตรียมเอกสารอย่างไรบ้าง เงื่อนไขการนำเข
บ้านไข่ผำ by ThaiWolffia นับเป็นฟาร์มเพาะเลี้ยงไข่ผำในโรงเรือนระบบปิดแห่งแรกของกรุงเทพฯ อยู่ในซอยเอกชัย 119 อำเภอบางบอน บ้านไข่ผำ ร่วมมือกับสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ไข่ผำในรูปแบบต่างๆ เช่น บะหมี่ไข่ผำ โปรตีนชงดื่มจากผงไข่ผำ ฯลฯ โดยวางเป้าหมายเจาะตลาดโกอินเตอร์ในอนาคต สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Page : บ้านไข่ผำ by Thai Wolffia หรือทางโทรศัพท์ 065 583 9150 .
สาหร่ายผักกาดทะเล อาหารแห่งอนาคต แหล่งโปรตีน คุณค่าทางอาหารสูง สามารถขยายพันธุ์สู่การเพาะเลี้ยง ลงทุนน้อย ให้ผลผลิตไว ดูแลง่าย นับเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่สามารถต่อยอดสร้างมูลค่าได้ สำหรับสาหร่ายผักกาดทะเล หรือ Sea Lettuce นั้นเป็นสาหร่ายที่มีศักยภาพด้านโภชนาการสูงเพราะมีโปรตีนถึง 25-30 กรัม และใยอาหาร 9.79 เปอร์เซ็นต์ มีไขมันและพลังงานที่ต่ำ อุดมด้วยเกลือแร่ วิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระ มีกรดไขมันกลุ่มโอเมก้า 3 โอเมก้า 6 และ โอเมก้า 9 โดยเฉพาะ EPA และ DHA ซึ่งสามารถนำไปแปรรูปเป็นอาหารได้หลายรูปแบบ ทั้ง ต้ม ผัด แกง ทอด และยำ โดยเฉพาะอาหารเพื่อสุขภาพ ที่ปัจจุบันมีผู้บริโภคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การเตรียมบ่อ บ่อที่ใช้เลี้ยงสาหร่ายมี 2 รูปแบบ ได้แก่ บ่อปูนและบ่อผ้าใบ ล้างขัดฆ่าเชื้อด้วยคลอรีน แช่ทิ้งไว้ 1 คืน ล้างด้วยน้ำสะอาด ตากบ่อให้แห้ง การเตรียมน้ำ ใช้น้ำทะเลความเค็ม 25-30 ส่วนในพันส่วน ที่สูบจากทะเลหรือบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ นำมาพักให้ตกตะกอน หลังจากนั้นสูบน้ำส่วนใสผ่านถุงกรองสักหลาดความละเอียด 10 ไมครอน นำน้ำเข้าบ่อเลี้ยงสาหร่ายผักกาดทะเลต่อไป ปัจจัยแวดล้อมที่เหมาะสมในการเลี้ยงสาหร่าย
วันที่ 20 มิถุนายน 2567 นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังงานสัมมนานำเสนอผลการจัดทำภาพอนาคตสินค้าอาหารจากพืช (Plant-Based Food) ภายใต้โครงการจัดทำภาพอนาคตสินค้าเกษตรสำคัญของประเทศไทย โดยสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ร่วมกับ มูลนิธิสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง (สวค.) ดำเนินโครงการ ว่าเพื่อชี้ให้เห็นถึงภาพอนาคตสินค้า Plant-Based Food ของไทย ซึ่งจะทำให้สามารถวางแผนและออกแบบนโยบายได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ สำหรับประเทศไทย Krungthai Compass (2020) คาดการณ์ว่าในปี 2567 จะมีมูลค่า 45,000 ล้านบาท มีอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปีแบบทบต้น (CAGR) อยู่ที่ร้อยละ 10 ใกล้เคียงกับอัตราการเติบโตของตลาดโลก โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนมาจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภค ที่ตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และจริยธรรมที่มีต่อสัตว์มากขึ้น อีกทั้งการสนับสนุนจากภาครัฐที่ส่งเสริมให้เกิดความก้าวหน้าในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิต ประกอบกับในโลกยุคดิจิทัลที่การสื่อสารสะดวกรวดเร็ว เพิ่มการรับรู้และยอมรับสินค้าชนิดใหม่ๆ นอกจากนี้ ยัง
จัดพิธีเปิดอย่างยิ่งใหญ่ สำหรับมหกรรมความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน Sustainability Expo 2023 (SX2023) ซึ่งจะจัดขึ้นตั้งแต่วันนี้จนถึง 8 ตุลาคม 2566 ชวนคนยุคใหม่มาถอดรหัสการ “ลงมือทำ” เพื่อร่วมสร้าง “สมดุลที่ดี เพื่อโลกทีดีกว่า” Good Balance, Better World พร้อมเกาะติดเทรนด์ยั่งยืนของโลกในทุกมิติ สัมผัสโลกแห่งอนาคตที่ยั่งยืน พร้อมกิจกรรม และสาระมากมาย ร่วมสนุกและเพลิดเพลินไปกับความรู้รอบตัว ทั้งเรื่่องอาหาร สุขภาพ การใช้ชีวิตประจำวัน ไปจนถึงความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ พลังงาน ความหลากหลายทางชีวภาพ บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก ฯลฯ และโมเดลต้นแบบด้านความยั่งยืนมิติต่างๆ ของภาคธุรกิจที่จะมาร่วมพลังเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีให้กับโลกใบนี้ให้น่าอยู่อย่างยั่งยืน งานในครั้งนี้ นับเป็นต้นแบบของงานมหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ และมีเครือข่ายองค์กรด้านความยั่งยืนระดับประเทศ และระดับโลกที่มารวมตัวกันมากที่สุดของภูมิภาคอาเซียนกับงาน Sustainability Expo 2023 หรือ (SX2023) ที่จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 4 ตอกย้ำแนวคิดหลักการจัดงาน “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” (Sufficiency for Sustainability) ที่น้อ
