อินทผลัม
สวนภูผาลัม อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นสวนแรกๆ ที่เริ่มลงปลูกด้วยต้นพันธุ์เพาะเนื้อเยื่อ และครั้งนี้เป็นการพูดคุยเพื่อให้เห็นความก้าวหน้าของผู้ปลูกอินทผลัมรายต้นๆ ของประเทศ ว่าประสบความสำเร็จหรือพบกับปัญหาอุปสรรคอย่างไร คุณอภิชน วรรณี เจ้าของสวนภูผาลัม ยังคงให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นเช่นเคย ที่นี่ปลูกต้นอินทผลัมทั้งพันธุ์แบบเพาะเมล็ด พันธุ์จากการแยกหน่อ รวมถึงพันธุ์ที่ซื้อต้นเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อมาปลูก โดยนำเข้ามาจากต่างประเทศในกลุ่ม UAE ซึ่งสามารถคัดแยกเพศ พร้อมกับระบุสายพันธุ์ได้อย่างชัดเจน พร้อมกับขายผลผลิตที่ปลูก แล้วยังขายต้นพันธุ์จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อจากต่างประเทศ ต้นพันธุ์ที่คุณอภิชนสั่งซื้อมา เป็นต้นอินทผลัมจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อนำเข้า ซื้อมาหลายพันธุ์จากทาง UAE เขาให้เหตุผล เพราะต้องการทดสอบปลูกในแต่ละพันธุ์เพื่อหาความเหมาะสมในพื้นที่ แต่พันธุ์ที่เน้นมากคือ บาร์ฮี (Barhi) เพราะเป็นพันธุ์ที่เหมาะสำหรับการรับประทานผลสดโดยเฉพาะ สัดส่วนระหว่างต้นตัวเมียและต้นตัวผู้ควรมีความเหมาะสม อย่างที่ได้ศึกษามาหลายแห่ง พบว่า จะให้ต้นตัวผู้มี 1 ต้น ต้นตัวเมีย 30-40 ต้น ซึ่งเป็น
อินทผลัม เป็นพืชตระกูลปาล์ม มีหลากหลายสายพันธุ์ มีถิ่นกำเนิดในแถบตะวันออกกลาง โดยสามารถเจริญเติบโตได้ดีในภูมิภาคที่มีอากาศร้อนและแห้งแบบทะเลทราย ลำต้นมีความสูงได้ถึงประมาณ 30 เมตร โดยใบติดอยู่บนต้น 40-60 ก้าน ทางใบยาว 3-4 เมตร มีลักษณะเป็นแบบขนนก ใบย่อยพุ่งออกหลายทิศทาง ช่อดอกของอินทผลัมจะออกจากโคนใบ เมื่อติดผลลักษณะของผลเป็นรูปทรงรี ยาวประมาณ 2-4 เซนติเมตร มีรสหวานฉ่ำ รับประทานได้ทั้งผลสดและสุก ซึ่งผลจะมีสีเหลืองถึงสีส้มและเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลถึงสีน้ำตาลเข้มเมื่อแก่จัด โดยผลสุกจะนิยมนำไปตากแห้ง อินทผลัมในบ้านเรากำลังเป็นพืชที่ได้รับความนิยมอยู่เช่นกัน แต่จะเน้นไปในเรื่องของการนำมารับประทานแบบผลสด โดยไม่ผ่านการตากแห้งแบบต่างประเทศ จึงทำให้ได้รับประทานอินทผลัมที่มีรสสัมผัสกรอบหวานอร่อย เป็นอีกหนึ่งผลผลิตทางการเกษตร ที่ใน 1 ปี จะได้รับประทานเพียงครั้งเดียว ส่งผลให้เป็นที่ต้องการของตลาด คุณปรีชา ธรรมชูเชาวรัตน์ เกษตรกรชาวจังหวัดนนทบุรี เป็นผู้ที่เห็นถึงลักษณะพิเศษของอินทผลัม จึงได้นำมาทดลองปลูกภายในสวน จนประสบผลสำเร็จ ทำให้ในเวลานี้ที่สวนของคุณปรีชามีผลผลิตอินทผลัมเพื่อตอบสนองต่อความต้องกา
อินทผลัม เป็นไม้ผลเศรษฐกิจตัวใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง เนื่องจากอินทผลัมเป็นพันธุ์พืชต่างถิ่นจากต่างประเทศ แม้จะนำพันธุ์มาปลูกในไทยได้หลายปี แต่ยังถือเป็นพันธุ์ใหม่สำหรับคนไทย ดังนั้น หากใครสนใจที่จะปลูกไม้ผลชนิดนี้ ก็จำเป็นต้องใช้เวลาศึกษาเรียนรู้เพื่อเข้าใจธรรมชาติของไม้ผลชนิดนี้อย่างถูกต้องและเหมาะสม คุณชัยอารีย์ วงศ์หาญ (เบอร์โทร./ไลน์ 082-198-2255) เจ้าของกิจการ “บ้านสวนอำพันธ์อินทผลัม” จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเป็นประธานชมรมศูนย์ส่งเสริมปลูกอินทผลัม ภาคกลาง ได้พาผู้เขียนแวะไปเยี่ยมชม “อินทผลัมสวนพูนทวี” อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นกิจการร่วมทุนของ คุณสุภารวี ฐานจารุกาญจน์ และ คุณปาริชาติ ชาลีเครือ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ ซึ่งปัจจุบันรับตำแหน่งที่ปรึกษา ฝ่ายยุทธศาสตร์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ คุณชัยอารีย์ หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ “บังรี” รับหน้าที่เป็นที่ปรึกษาเรื่องการปลูกดูแลต้นอินทผลัมให้กับสวนพูนทวีมานานหลายปีแล้ว บังรี เล่าว่า สวนพูนทวีนำเข้าอินทผลัมสายพันธุ์แท้จากอาบูดาบี ซึ่งเป็นเมืองหลวงของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ดูไบ) ม
ระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายน เป็นช่วงเวลาที่อินทผลัมผลสดให้ผลผลิตมากที่สุด บางปีอาจจะเหลื่อมระยะเวลาไปบ้าง แต่ก็ไม่เร็วหรือช้าไปกว่านี้ และจำนวนผลผลิตอินทผลัมผลสดที่ได้แต่ละปี อาจแปรผันมากน้อยขึ้นกับสภาพอากาศ กลุ่มอินทผลัมภาคตะวันตก หรือ Western Date Palm Group (WDP) เป็นกลุ่มที่เริ่มจากเกษตรกรจำนวนหนึ่งในแถบภาคตะวันตก ที่ปลูกอินทผลัมจากต้นเพาะเนื้อเยื่อ แรกเริ่มมีเพียงเกษตรกรในพื้นที่ภาคตะวันตก แต่เมื่อการบริหารจัดการภายในกลุ่มมีประสิทธิภาพ ทำให้เกษตรกรที่สนใจปลูกอินทผลัมภาคอื่นๆ ให้ความสนใจ จึงเปิดกว้างรับสมาชิกผู้ปลูกอินทผลัมเพาะเนื้อเยื่อทั่วประเทศ มีสมาชิกจากหลายภาคหลายจังหวัด อาทิ เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง พะเยา อุบลราชธานี อุดรธานี เป็นต้น ยกเว้นภาคใต้ที่แม้จะสมัครเป็นสมาชิกแล้ว แต่ไม่สามารถปลูกอินทผลัมได้ เนื่องจากสภาพอากาศไม่เหมาะสม จึงเป็นสมาชิกในรูปแบบของตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปของกลุ่ม รวมสมาชิกจากทั่วประเทศ ทั้งหมด 150 ราย พื้นที่ปลูกอินทผลัมทั้งสิ้น ประมาณ 2,000 ไร่ จำนวน 55,000-60,000 ต้น เป็นจำนวนต้นที่ให้ผลผลิตแล้วเพียง 30 เปอร์เซ็นต์ ประมาณ 200 ตัน ใกล้เคียงก
อินทผลัม เป็นพืชตระกูลปาล์ม มีถิ่นกำเนิดในแถบตะวันออกกลาง โดยสามารถเจริญเติบโตได้ดีในภูมิภาคที่มีอากาศร้อนและแห้งแบบทะเลทราย ลำต้นมีความสูงประมาณ 30 เมตร มีใบติดอยู่บนต้น 40-60 ก้าน ทางใบยาว 3-4 เมตร ลักษณะใบของอินทผลัมเป็นแบบขนนก ใบย่อยพุ่งออกหลายทิศทาง ช่อดอกจะออกจากโคนใบ เมื่อติดผลมีลักษณะเป็นรูปทรงรี ยาวประมาณ 2-4 เซนติเมตร มีรสหวานฉ่ำ รับประทานได้ทั้งผลสดและสุก ซึ่งผลมีสีเหลืองถึงสีส้มและเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลถึงสีน้ำตาลเข้มเมื่อแก่จัด โดยผลสุกจะนิยมนำไปตากแห้ง จึงเป็นหนึ่งพืชที่น่าจับตามองในเรื่องของการทำตลาด ปัจจุบัน ในบ้านเรามีเกษตรกรหลายพื้นที่ปลูกกันมากขึ้น เกิดผลผลิตที่มีคุณภาพ นำมาจำหน่ายเป็นสินค้าคุณภาพตามฤดูกาล สร้างรายได้ดีไม่น้อยทีเดียว คุณธัญญา กาญจนประดิษฐ์ เป็นเกษตรกรชาวกาญจนบุรี ที่ได้มองเห็นถึงอนาคตการทำตลาดของอินทผลัมว่าเป็นสินค้าที่มีราคา เธอจึงแบ่งพื้นที่ทำนาบางส่วนมาปลูกอินทผลัมเพื่อเป็นการกระจายรายได้ เมื่อราคาข้าวตกต่ำก็ยังมีผลผลิตของอินทผลัมอยู่ แม้พื้นที่ปลูกจะเป็นดินที่ผ่านการทำนามาก่อน แต่ก็สามารถปลูกจนประสบผลสำเร็จ คุณธัญญา เล่าว่า เป็นคนที่ชอบรับประทานอินท
เสวนาเชิงปฏิบัติการ กับ เทคโนโลยีชาวบ้าน “เรียนให้รู้ ดูให้ทำเป็น เด่นทางด้านการตลาด” พาไปชม… การปลูกอินทผลัมคุณภาพ และแปรรูปครบวงจร เมืองกาญจนบุรี กำหนดการ วันเสาร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2562 07.30 น. ออกจาก บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) 09.30 น. ถึงสวนอินทผลัม คุณธัญญา กาญจนประดิษฐ์ 09.45 น. ปลูกอินทผลัมกินผลให้ได้ผลดีมีมาตรฐาน เรียนรู้… – กระบวนการปลูกอินทผลัม – การดูแล และโรคแมลงต่างๆ – การเก็บเกี่ยวผลผลิต ไปจนถึงการทำตลาด 12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน 13.30 น. เดินทางไปแหล่งแปรรูปอินทผลัม ของ คุณอนุรักษ์ บุญลือ – ศึกษาการแปรรูปอินทผลัมเป็นสินค้าต่างๆ – การสร้างเป็นสินค้าคุณภาพ – การจำหน่ายสินค้าแปรรูป 15.30 น. เดินทางกลับ *ค่าใช้จ่าย ท่านละ 930 บาท ผู้สนใจ สมัครจองที่นั่งก่อน แล้วโอนเงิน (ตามจำนวนที่ระบุ) เข้า ธนาคารกรุงเทพ สาขาถนนประชาชื่น เลขที่บัญชี 193-079484-5 บัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) Fax (02) 580-2300 เลขที่ผู้เสียภาษี 0107536001451 หรือสอบถามรายละเอียดได
หลายคนรู้จัก อินทผลัม ในรูปอบแห้งที่มีวางจำหน่ายตามห้างสรรพสินค้าชื่อดัง และเป็นสินค้าที่นำเข้าจากทางตะวันออกกลาง จึงมีราคาค่อนข้างแพง ดังนั้น ผู้บริโภคจึงเป็นกลุ่มลูกค้าระดับบน ภายหลังความสำเร็จจากการปลูกอินทผลัมในประเทศไทยที่รับประทานเป็นผลสด นำไปวางขายตามโมเดิร์นเทรดส่งผลให้ได้รับความนิยม จนทำให้มีราคาสูงเป็นที่พอใจของผู้ปลูก จากนั้นเป็นต้นมาจึงเกิดการตื่นตัวของชาวบ้านหลายพื้นที่หันมาปลูกอินทผลัมกัน แต่ด้วยความเป็นธรรมชาติของพืชต่างถิ่นชนิดนี้ที่ไม่สมบูรณ์เพศ เพราะมีดอกตัวเมียและดอกตัวผู้แยกอยู่กันคนละต้น จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่ทุกคนจะประสบความสำเร็จ มาทำความรู้จัก อินทผลัม กัน อินทผลัม มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Date Palm และมีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ว่า Phoenix dactylifera เป็นพืชในตระกูลปาล์มชนิดหนึ่ง มีหลากหลายพันธุ์ มีถิ่นกำเนิดในแถบตะวันออกกลาง สามารถเจริญเติบโตได้ดีในภูมิภาคที่มีอากาศร้อนและแห้งแล้งแบบทะเลทราย โดยผู้ผลิตอินทผลัมรายใหญ่ ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย แอลจีเรีย และประเทศในแถบอาหรับ ดังนั้น การบริโภคอินทผลัมในบ้านเราจึงต้องนำเข้าจากประเทศเหล่านี้ในรูปอบแห้ง ต้นอินทผลัมมีความสู
แต่เดิม “อินทผลัม” มักรู้จักกันในรูปอบแห้งที่เดินทางมาจากตะวันออกกลางเพื่อนำมาวางขายตามห้างสรรพสินค้าชื่อดัง จึงมีราคาค่อนข้างแพง ความเป็นไม้ผลที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการซึ่งชาวมุสลิมทั่วโลกนิยมรับประทานในช่วงพิธีสำคัญทางศาสนา ขณะที่คนไทยเริ่มรู้จักและตื่นตัวเพราะมีประโยชน์ต่อสุขภาพ อีกทั้งพบว่าผลสดของอินทผลัมสามารถรับประทานได้โดยยังคงคุณค่าทางโภชนาการ ขณะเดียวกัน มีข้อมูลทางวิชาการระบุว่า พื้นที่บางแห่งในประเทศไทยมีความเหมาะสมทางกายภาพต่อการปลูกอินทผลัมผลสด แล้วยังปลูกได้มีคุณภาพกว่าหลายพื้นที่ในแถบอาเซียน ดังนั้น จึงเกิดการตื่นตัวของชาวบ้านหันมาปลูกอินทผลัมกันเพราะมีราคาขายสูง ปัจจุบัน สวนอินทผลัมหลายแห่งประสบความสำเร็จจากการขายผลสด จนทำให้เจ้าของสวนการันตีความอร่อยด้วยการเปิดให้ผู้สนใจเข้าถึงสวนแบบบุกถึงต้นชิมกันแบบสด พร้อมชูจุดเด่นเรื่องสายพันธุ์ การปลูก ดูแล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้า มีความเป็นห่วงว่าในอนาคตไม้ผลอย่างอินทผลัมที่ปลูกกันเพิ่มขึ้น แล้วเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จะมีทิศทางไปทางไหน ขณะที่กลุ่มผู้ปลูกบางแห่งซึ่งล้ำหน้าไปด้วยการนำอินทผลัมผลสดมาแปรรูปเป็นผลิตภัณ
ปัจจุบัน อินทผลัมกินผลสด กำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก ถึงแม้ว่าจะมีราคาค่อนข้างสูง แต่ก็ยังเป็นที่นิยมของคนทั่วไป หลายคนคงยังไม่รู้ว่า อินทผลัมกินผลสด นั้นได้มีการนำเข้ามาทดลองปลูกในไทยเป็นเวลานานแล้ว แต่กว่าจะเป็นที่ยอมรับ ต้องใช้เวลา เทคโนโลยีชาวบ้าน ได้รับความกรุณาจาก คุณสุเทพ กังเกียรติกุล มาบอกเล่าถึงวิธีการปลูกต้นอินทผลัมกินผลสด และการดูแลรักษา คุณสุเทพ ถือว่าเป็นลูกเกษตรโดยแท้จริง เพราะว่าคุณพ่อคุณแม่ของเขาทำสวนอยู่ที่ตำบลโพรงมะเดื่อ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม อีกทั้งยังคลุกคลีอยู่กับสวนมะนาว สวนส้มโอ มาตั้งแต่ยังเด็ก เลยได้มีโอกาสเรียนรู้สิ่งต่างๆ ในการทำเกษตร มีโอกาสได้ไปเรียนเกษตรที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จบมาทางโรคพืช ปัจจุบัน คุณสุเทพเป็นเจ้าของ บริษัท เคโมคราฟ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยการผลิตทางการเกษตร อย่างปุ๋ย สารกำจัดศัตรูพืช เป็นต้น งานในช่วงที่ผ่านมา ได้สร้างชื่อให้กับคุณสุเทพมากคือ การจัดประกวดผลไม้ยักษ์ สนใจมานานแล้ว อินทผลัมกินผล คุณสุเทพ เล่าว่า ในปี 2542 ได้มีโอกาสไปตะวันออกกลาง ตอนนั้นมีโอกาสไปเห็นอินทผลัมเข้า แปลกใจมาก เพราะว่าสามารถเอาม
กลับมาอีกครั้ง หลังกองบรรณาธิการนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน เคยเปิดประเด็นการปลูกอินทผลัมด้วยต้นเพาะเนื้อเยื่อทั้งสวน ซึ่งสวนภูผาลัม อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นสวนแรกๆ ที่เริ่มลงปลูกด้วยต้นพันธุ์เพาะเนื้อเยื่อ และครั้งนี้เป็นการพูดคุยเพื่อให้เห็นความก้าวหน้าของผู้ปลูกอินทผลัมรายแรกๆ ของประเทศ ว่าประสบความสำเร็จหรือพบกับปัญหาอุปสรรคอย่างไร คุณอภิชน วรรณี เจ้าของสวนภูผาลัม ยังคงให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นเช่นเคย ที่นี่ปลูกต้นอินทผลัมทั้งพันธุ์แบบเพาะเมล็ด พันธุ์จากการแยกหน่อ รวมถึงพันธุ์ที่ซื้อต้นเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อมาปลูก โดยนำเข้ามาจากต่างประเทศในกลุ่ม UAE ซึ่งสามารถคัดแยกเพศ พร้อมกับระบุสายพันธุ์ได้อย่างชัดเจน พร้อมกับขายผลผลิตที่ปลูก แล้วยังขายต้นพันธุ์จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อจากต่างประเทศ ต้นพันธุ์ที่ คุณอภิชน สั่งซื้อมา เป็นต้นอินทผลัมจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อนำเข้า ซื้อมาหลายพันธุ์จากทาง UAE เขาให้เหตุผล เพราะต้องการทดสอบปลูกในแต่ละพันธุ์เพื่อหาความเหมาะสมในพื้นที่ แต่พันธุ์ที่เน้นมากคือ บาร์ฮี (Barhi) เพราะเป็นพันธุ์ที่เหมาะสำหรับการรับประทานผลสดโดยเฉพาะ สัดส่วนระหว่างต้นต
