เครือซีพี
เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ยกโครงการ “เกษตรกรพึ่งตน ข้าวโพดยั่งยืน” ช่วยเพิ่มโอกาสให้เกษตรกรได้มีแนวทางการเพาะปลูกและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีทันสมัยมีขีดความสามารถเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และสนับสนุนให้การเพาะปลูกเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่บุกรุกทำลายพื้นที่ป่า ไม่ใช้วิธีการเผา ก้าวสู่เกษตรทันสมัย สร้างอาชีพมั่นคง และเป็นต้นทางการผลิตอาหารที่รับผิดชอบต่อโลก นายชัชวาล มิ่งขุนทด เกษตรกรปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ บ้านท่าขี้เหล็ก อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา เล่าว่า เกษตรกรในปัจจุบันต้องมีความรู้ความเข้าใจในเทคนิคและเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพราะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งภัยแล้ง น้ำท่วม และศัตรูพืชส่งผลกระทบทำให้ผลผลิตไม่แน่นอน หลังจากเข้าร่วมโครงการ “เกษตรกรพึ่งตน ข้าวโพดยั่งยืน” ของกลุ่มธุรกิจการค้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ เครือซีพี ตั้งแต่ปี 2559 บริษัทฯ สนับสนุนการตรวจวิเคราะห์ธาตุอาหารในดินฟรี ช่วยเกษตรกรปรับใช้ปุ๋ยได้อย่างเหมาะสม และใช้วิธีการเตรียมแปลงเพาะปลูกแบบใหม่ ทั้งการไถกลบตอซัง การใช้ปุ๋ยอินทรีย์เพื่อปรับปรุงดินมีอินทรียวัตถุมากขึ้น รวมถึงวิธีการไถที่ช่วยให้ข้าวโพดหยั่งราก
ท่ามกลางสถานการณ์ฝุ่นควัน PM 2.5 ที่กำลังปกคลุมตลบอบอวลในหลายจังหวัดภาคเหนือของไทย จนถึงช่วงนี้ยังคงอยู่ในสถานะเกินค่ามาตรฐานหลายเท่าตัวจนครองแชมป์โลก และกลายเป็นผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนอย่างรุนแรง และมีความเสี่ยงที่จะแย่ลงไปเรื่อยๆ หากไม่มีการลงมือทำ ปัญหาหมอกควันในภาคเหนือมีมานานนับ 10 ปีแล้ว แต่ในปีนี้สถานการณ์ทวีความรุนแรงมากอย่างน่าตกใจ จากข้อมูลดาวเทียมของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA พบจุดความร้อนส่วนใหญ่มาจาก “ไฟป่า” ทั้งจากพื้นที่ป่าอนุรักษ์ และพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งมักเกิดขึ้นตอนหน้าแล้ง และในปีนี้แล้งมาเร็วกว่าปกติ และในช่วงเดียวกันนี้ที่เกษตรกรในภาคเหนือมักเลือกใช้วิธีเผาตอซังเพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูกในหน้าฝนที่กำลังจะมาถึง โดยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ เอ็นพีพี (Suomi NPP) โดยเฉพาะ ข้อมูลดาวเทียมของ GISTDA ที่ติดตามมาตั้งแต่ต้นปี 2566 สามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่า จุดความร้อนส่วนใหญ่ร้อยละ 96 มาจากพื้นที่ป่าอนุรักษ์ และป่าสงวน ล่าสุดข้อมูลของวันที่ 18 เมษายน 2566 พบจุดความร้อนในประเทศไทยสูงถึง 1,328 จุด ซึ่งส่วนใหญ่มาจากพื้นที่ป่าอนุ
เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2566 – พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” รุ่นที่ 40 โดยมีส่วนราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน ครอบครัวอุปถัมภ์ และเยาวชนจากพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนใต้ พร้อมด้วย พลเอกพงษ์เทพ เทศประทีป เลขาธิการมูลนิธิรัฐบุรุษ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์, พลเอกประดิษฐ์ บุญเกิด เลขาธิการมูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ , พลเอกภุชพงศ์ พงษ์ศิริ เลขาธิการมูลนิธิรักเมืองไทย และ นายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ และผู้ช่วยบริหารสำนักประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) เข้าร่วม ณ สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดี กรุงเทพฯโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เป็นโครงการที่ปลูกฝังให้เยาวชนได้รับความรู้ ประสบการณ์และทักษะ เพื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงทัศนคติของตนเอง ครอบครัวและชุมชน ให้เยาวชนได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมเดียวกันจากครอบครัวอุปถัมภ์ เพื่อยกระดับ ความเป็นอยู่ในสังค
11 เมษายน 2566 รายงานข่าวภายหลังการประชุมจัดทำระบบฐานข้อมูล PM 2.5 ประกอบด้วยตัวแทนจากหลายหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนอาทิ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.)กรมวิชาการเกษตร นายวีรศักดิ์ โควสุรัตน์ สมาชิกวุฒิสภา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) กรรมการพัฒนาระบบราชการ (กพร.) สำนักงานสถิติแห่งชาติ GISTDA เครือซีพี ที่ประชุมมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับจุดความร้อนจากภาพถ่ายดาวเทียมของภาครัฐและเอกชน เพื่อให้เกิดการวิเคราะห์และบูรณาการฐานข้อมูล นำไปสู่การใช้ประโยชน์ในการแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 อย่างเป็นระบบและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อต่อยอดความร่วมมือจัดการปัญหาฝุ่นควันข้ามพรมแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะเมียนมา และสปป.ลาว โดยที่ประชุม ยกระบบตรวจสอบย้อนกลับข้าวโพดที่ซีพีพัฒนาขึ้นและนำมาใช้ตั้งแต่ปี 2559 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการจัดหาวัตถุดิบข้าวโพดอย่างยั่งยืน ปราศจากการบุกรุกพื้นที่ป่า และปลอดการเผา พร้อมนำเทคโนโลยีบล็อกเชน และภาพถ่ายดาวเทียม (จีพีเอส) มาช่วยการเก็บและตรวจสอบข้อมูลอย่างโปร่งใสและแม่นยำ ซีพียังได้พัฒนาแอปพลิเคชั่น ฟ.ฟาร์ม เพื่อให้ความรู้แก่เกษตรกรในการ
เครือซีพี – มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท และมูลนิธิพุทธรักษา มอบวัสดุอุปกรณ์และเครื่องมือป้องกัน–ดับไฟป่า หนุนภารกิจเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติฯ ร่วมแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่าภาคเหนือ เมื่อเร็ว ๆ นี้ นายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐ และผู้บริหารสูงสุดสายงานด้านบริหารกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ผู้แทนมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท พร้อมด้วยมูลนิธิพุทธรักษา สนับสนุนวัสดุอุปกรณ์และเครื่องมือดับไฟป่า รวมมูลค่า 1,000,000 บาท ให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานดับไฟป่า ชุดปฏิบัติการพิเศษเหยี่ยวไฟ ศูนย์บัญชาการควบคุมไฟป่า (ส่วนหน้า) ภาคเหนือ กรมป่าไม้ และศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าภาคเหนือ สำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยมี นายสุรชัย อจลบุญ อธิบดีกรมป่าไม้ และนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รักษาการอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เป็นผู้รับมอบ ณ กรมป่าไม้ เขตจตุจักร กรุงเทพฯ นายจอมกิตติ ศิริกุล ในฐานะกรรมการและเลขาธิการ มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนา
เครือซีพี หนุน “วิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกกาแฟบ้านกองกาย” ต้นแบบกาแฟสร้างป่าปรับเปลี่ยนวิถีทางการเกษตร ยกระดับเศรษฐกิจสีเขียวตามโมเดล BCG อย่างยั่งยืนในพื้นที่ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ กว่า 5 ปี ที่เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ เครือซีพี ขับเคลื่อนโครงการศูนย์วิจัยบ้านกองกาย อ.แม่แจ่มจ.เชียงใหม่ ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายการฟื้นฟูป่าต้นน้ำ “Re4rest ปลูกเพื่อความยั่งยืน 4 ต้นน้ำภาคเหนือ ปิง วัง ยมน่าน” โดยชูกลยุทธ์ปลูกกาแฟฟื้นฟูป่า เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่า สู่การพัฒนาอาชีพเกษตรกรอย่างยั่งยืนในพื้นที่อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ได้สร้างความยั่งยืนในด้านมิติ เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และพัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนบ้านกองกายอ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ โดยการลดการปลูกพืชเชิงเดี่ยว มาเป็นพืชเศรษฐกิจอย่างกาแฟ และปลูกพืชแบบผสมผสานที่ส่งเสริมให้ชุมชนสามารถสร้างป่า สร้างรายได้ควบคู่กับการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในการฟื้นฟูป่า พร้อมนำองค์ความรู้และทักษะด้านบริหารจัดการตลอดกระบวนการตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ยกระดับการพัฒนาสู่ธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) นายนนท์ นาคะเสถียร ผู้
“โครงการครอบครัวอุปการะในชุมชนวัฒนธรรม เกิดขึ้นจากการที่ ท่านประธานอาวุโส คุณ ธนินท์ เจียรวนนท์ ได้รับการถ่ายทอดจาก ดร. โทมัส หยี นักวิชาการด้านการเกษตรจากประเทศไต้หวัน ที่กล่าวไว้ว่า สถิติอาชญากรรมในประเทศไต้หวัน ผู้กระทำผิดส่วนใหญ่ มีประวัติเป็นเด็กกำพร้าจากสถานสงเคราะห์ เพราะเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่ขาดความรัก ความอบอุ่น ขาดความผูกพัน เป็นเหมือนระเบิดเวลาของสังคม ควรหาครอบครัวช่วยดูแลทดแทนพ่อแม่ที่เด็กขาดไป การทำให้เด็กๆ เติบโตมาในครอบครัวที่อบอุ่น อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี อยู่ในชุมชนที่มีวัฒนธรรมอันดีงาม มีสถาบันครอบครัวและชุมชนเป็นแกนหลัก พัฒนา หล่อหลอม อบรมบ่มนิสัยให้เด็กๆ เจริญเติบโตทั้งด้านร่างกายและจิตใจ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง” นายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ และผู้ช่วยบริหารสำนักประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ในฐานะกรรมการมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท เล่าถึงที่มาของโครงการฯ ด้วยความเชื่อมั่นว่าเยาวชนที่ได้เรียนรู้ถึงความรัก ความผูกพัน ความเอื้ออาทร การเกื้อกูล
เมื่อเร็วๆ นี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ เครือซีพี ร่วมสนับสนุนวิสาหกิจชุมชน สร้างป่า สร้างรายได้ บ้านสบขุ่น จังหวัดน่าน ได้รับประกาศนียบัตรเหรียญทองแดง ประเภทคุณภาพกาแฟระดับดีมาก ในโครงการประกวดสุดยอดกาแฟไทย ปี 2565 ที่จัดขึ้นโดย กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนจัดขึ้น เพื่อหาเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพดี ตั้งแต่การปลูก จนถึงการแปรรูป จนได้เป็นเมล็ดกาแฟไทยเกรดพิเศษ นอกจากนี้ ยังรณรงค์และส่งเสริมให้เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ ตระหนักถึงความสำคัญในการปลูกและการแปรรูปกาแฟ มุ่งพัฒนากาแฟไทยให้มีคุณภาพดีสู่ระดับโลก เพิ่มมูลค่าสร้างรายได้ และความยั่งยืนให้แก่เกษตรกรนายอรรถวิทย์ ยุทธยศ ผู้จัดการทั่วไป ด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐ สำนักบริหารความยั่งยืน ธรรมาภิบาล และสื่อสารองค์กร เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า รู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่สามารถพัฒนา ยกระดับคุณภาพกาแฟบ้านสบขุ่นให้มีมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับในระดับประเทศ ตั้งแต่เริ่มโครงการปลูกกาแฟร่วมกับฟื้นฟูป่าในพื้นที่บ้านสบขุ่น ตั้งแต่ปี 2559 ในพื้นที่เริ่มต้นจากศูนย์ ปลูกกาแฟในพื้นที่ที่เป็นดอยหัวโล้น ไม่มีต้นไม้สักต้น เนื่อ
เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2565 – เครือซีพี โดย มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท ลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมกับสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) ภายใต้โครงการความร่วมมือทางด้านวิชาการ และส่งเสริมการศึกษาในหลักสูตรผู้ดูเเลผู้สูงอายุสู่อาชีพบริบาล ผ่านกระบวนการดูแลผู้สูงอายุ 420 ชั่วโมง โดยมี นายสยาม โชคสว่างวงศ์ รองอธิการบดีอาวุโสสายบริหาร สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ และ นายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ และผู้ช่วยบริหาร สำนักประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ร่วมลงนาม ณ อาคาร CP All Academy สถาบันการจัดการปัญญา ภิวัฒน์ นายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ และผู้ช่วยบริหารสำนักประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ในฐานะกรรมการมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท เปิดเผยว่า มูลนิธิฯ ได้ก่อตั้งมา 35 ปี ได้รับนโยบายจาก คุณธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่มุ่งป
เครือเจริญโภคภัณฑ์ และมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เดินหน้าโครงการอนุรักษ์ ฟื้นฟู ป่าต้นน้ำ และพัฒนาคุณภาพชีวิตให้คนอยู่กับป่าอย่างยั่งยืน “อมก๋อยโมเดล” ในพื้นที่อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ หวัง “สร้างอมก๋อยน่าอยู่ คู่ป่าต้นน้ำ” ถ่ายทอดองค์ความรู้ การบริหารจัดการ เทคโนโลยี สนับสนุนเงินทุน และการตลาด มุ่งส่งเสริมการผลิตเพื่อการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน นายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือซีพี และผู้ช่วยบริหาร สำนักประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า เครือเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมกับมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท ตระหนักถึงความสำคัญของผืนป่าต้นนำที่เป็นแหล่งกำเนิดแม่น้ำลำธารตามธรรมชาติ จึงผนึกกำลังร่วมกับบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ อาทิ โลตัส แม็คโคร ทรู ซีพีเอฟ ฯลฯ และหน่วยงานภาครัฐ อาทิ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมป่าไม้ เดินหน้าแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี 2564-2568 “อมก๋อยโมเดล” เพื่อมุ่ง “สร้างอมก๋อยน่าอยู่ คู่ป่าต้นน้ำ”
